<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงตั้งสถาบันหลักสูตรฯรับพ.ร.บ.ศึกษาชาติ มีสถานะเป็นนิติบุคคล รมว.ศธ.เป็นประธาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ก.ย.64-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงนามในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเตรียมการจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... เข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว โดยในร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ได้มีการกำหนดให้มีสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้เป็นหน่วยงานของรัฐอยู่ภายใต้การกำกับของ รมว.ศธ. มีฐานะเป็นนิติบุคคล &amp;nbsp;ที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมาย ว่า ด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และกฎหมายอื่น &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับการจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ เพื่อให้การประกาศใช้กฎหมาย ไม่ทำให้เกิดช่องว่าง จึงต้องมีการออกระเบียบดังกล่าว ซึ่งอาจจะทำให้การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับหลักสูตรและการเรียนรู้มีความต่อเนื่องไม่สะดุดหรือได้รับผลกระทบ สามารถจัดตั้งหน่วยงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ระเบียบฉบับดังกล่าวจะมีคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ &amp;nbsp;ซึ่งมี รมว.ศธ. เป็นประธาน และกรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ปลัด อว.) เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาฯ กศน.) อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อปท.) ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยคณะกรรมการฯ ชุดนี้ จะกำหนดแนวทางการเตรียมจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ เพื่อให้ตรงตามเป้าหมายร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ.... ที่ให้มีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ โดยพิจารณาปรับปรุง บทบาท ภารกิจและโครงสร้างของหน่วยงานที่มีอยู่เดิม เป็นลำดับแรกก่อน และผลักดันการทำงานระหว่างหน่วยงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทดแทนการจัดตั้งหน่วยงานเพิ่มใหม่ ทั้งนี้หากมีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งหน่วยงานเพิ่มใหม่ก็ให้เสนอความเห็นในการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ได้ตามความเหมาะสม &amp;quot;นายอำนาจกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117267</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7efcc99fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯ ไฟเขียว รื้อคำสั่งคสช. ฉบับ 19 คืนอำนาจบรรจุแต่งตั้ง โยกย้ายครูให้อ.ก.ค.ศ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16ก.ย.64 - นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร์ ตนได้รับทราบว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักการให้มีการแก้ไข คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่ 19/2560 เรื่องปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม. ) 1 ฉบับ และมีฉบับที่ ส.ส.เสนออีกจำนวน 6 ฉบับ รวม 7 ฉบับ โดยการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวที่เสนอจากพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรคนั้นให้คืนอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายการบริหารงานบุคคลให้เขตพื้นที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ฉบับเดิม แต่ขณะที่การแก้ไขคำสั่ง คสช.ฯ ฉบับของ ครม.เสนอให้อำนาจการโยกย้ายและแต่งตั้งการบริหารงานบุคคลเป็นหน้าที่ของอนุกรรมการการศึกษาจังหวัด (อ.ก.ค.ศ.) จังหวัดดำเนินการ ดังนั้นที่ประชุมสภาฯ จึงมีมติรับหลักการแก้ไขร่างพ.ร.บ.คำสั่ง คสช.ฯทั้งหมด 7 ฉบับ อย่างไรก็ตามขั้นตอนจากจะมีข้อสรุปออกมาในทิศทางไหนนั้น จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรที่จะพิจารณาต่ออีกสองหรือสามวาระ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ สกศ.กล่าวอีกว่า ส่วนในวันที่ 17 กันยายนนี้ จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาและวุฒิสภา โดยจะมีการพิจารณากฎหมายปฎิรูปการศึกษา คือ ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....กับ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พ.ศ.... ซึ่งในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการปรับโครงสร้างของ ศธ.แต่อย่างใด โดยการปรับโครงสร้างของ ศธ.จะอยู่ในกฎหมายลำดับ&amp;nbsp;
&amp;quot; &amp;nbsp;ถือเป็นนิมิตรหมายในเบื้องต้นที่สภาฯรับหลักการให้มีการแก้ไข คำสั่ง คสช. เกิดขึ้น เพราะอำนาจการบริหารงานบบุคลควรจะอยู่ที่หน่วยงานต้นสังกัดของหน่วยงานผู้ใช้งานบุคคลมากกว่า อีกทั้งจะทำให้บริหารงานบุคคลได้คล่องตัวมากขึ้น&amp;quot;เลขาฯ สกศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่กังวลว่าเมื่ออำนาจมาอยู่ที่เขตพื้นที่เหมือนเดิมแล้วอาจเปิดช่องให้มีการเรียกรับผลประโยชน์เหมือนในอดีตที่มีการร้องเรียนนั้น นายอำนาจกล่าวว่า ตนไม่คิดเช่นนั้น เราต้องแยกข้อกฎหมายกับการบริหารงานออกจากนั้น ซึ่งหากมีการเรียกรับผลประโยชน์เกิดขึ้นผู้บริหาร สพฐ.และรัฐมนตรีจะต้องรจัดการขั้นเด็ดขาดอยู่แล้ว เพราะหากไม่ตรวจสอบก็จะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนชน มุทาพร ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนต้องขอขอบคุณ รมว.ศธ. และ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่เห็นความสำคัญและรับฟังเสียงร้องเรียนจากองค์กรครูทุกฝ่าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116928</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., อ.ก.ต.ศ., อำนาจ วิชยานุวัติ, โยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7efcc99fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกศ.เร่งวางรูปแบบนำ Big Data เชื่อจุดเริ่มต้นขับเคลื่อนปฎิรูปเรียนรู้ด้วยดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ก.ย.64-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวภายหลังการประชุมออนไลน์ร่วมกับคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล ว่า ในการประชุมมีข้อเสนอ เรื่องการพัฒนา Big data ด้านการศึกษา เพื่อเสนอต่อ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เนื่องจากสิ่งจำเป็นเร่งด่วนขณะนี้คือ การนำ Big data มาใช้กับวงการศึกษา โดยรูปแบบที่นำเสนอก็คือรูปแบบที่ได้มีการศึกษามาแล้วจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์เรื่อง Big data ที่ได้ทำการศึกษา เพื่อนำมาเป็นต้นแบบโดยจะนำมาเชื่อมโยงกับศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.) อีกทั้ง Big data ยังเป็นหนึ่งในวาระเร่งด่วน ( Quick Win) ของ ศธ. ที่ต้องการให้มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้ได้ข้อมูลภาพรวมการศึกษาของประเทศและสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเรื่อง Big data ของ ศธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นจึงได้มีการนำส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาเชื่อมโยงกัน ทั้ง นโยบายของ รมว.ศธ. ข้อเสนอของคณะทำงานของสภาการศึกษา รวมถึงเชื่อมโยงไปที่ศูนย์เทคโนโลยีฯ เพื่อให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติต่อไป นอกจากนี้ตนยังได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงความคืบหน้าการจัดทำ ร่างพระราชกฤษฎีกาสถาบันเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษา พ.ศ.....ว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการกฎหมายระดับรอง ซึ่งจะมีการพิจารณาประเด็นที่ปรับปรุงอีกครั้ง จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล เราเดินมาถูกทางแล้ว และจากที่มีการจัดการประชุมวิชาการทางการศึกษาระดับชาติ ได้มีการนำเสนองานวิจัยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบของ สกศ. ก็พบว่า วันแรกมีผู้เข้าร่วมมากถึง 2 แสนกว่าคน และวันที่สองมีผู้เข้าร่วมกว่า 1 แสนคน จากตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก โดยผมมองว่าเรื่องนี้อาจยังไม่ใช่บทสรุปที่ดีที่สุด แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับการศึกษา เพราะฉะนั้นเรื่องของ Big data จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล&amp;rdquo;เลขาฯ สกศ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115406</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., BIGDATA, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16a649b305f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นำร่องปรับหลักสูตร 8สาขาอาชีพกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ส.ค.64- นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการวิเคราะห์และการพัฒนาหลักสูตรรายวิชา ซึ่งเป็นความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) ด้วยการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ โดยเรื่องนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการปลดล็อคโจทย์การพัฒนากำลังคนของภาคการศึกษาให้สามารถผลิตผู้สำเร็จการศึกษาที่มีสมรรถนะตามที่ผู้ใช้กำลังคนต้องการ ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะได้เร่งดำเนินการถอดบทเรียนการพัฒนาหลักสูตรดังกล่าว เพื่อเตรียมการขยายผลไปยังวิทยาลัยที่เป็นศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (CVM) และศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ที่เหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับต้นแบบการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนใน 8 สาขาอาชีพตาม NQF ดำเนินการใน 8 วิทยาลัยนำร่อง คือ (1) วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี สาขาโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน (ระบบราง) (2) วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี สาขาโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (3) วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ สาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (4) วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด สาขาปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ พลังงาน และพลังงานทดแทน (5) วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา สาขาอาหาร (6) วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี สาขาเกษตร (7) วิทยาลัยพาณิชยการธนบุรี สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์ และ (8) วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม สาขาแม่พิมพ์/เครื่องมือทางการแพทย์&amp;quot;เลขาฯ สกศ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113873</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หลักสูตรอาชีวะ, กรอบคุณวุฒิวิชาชีพแห่งชาติ, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7efcc99fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ &#039;เร่งประกาศใช้พ.ร.บ.ปฐมวัย  เพื่อให้มีผลทางปฎิบัติ พร้อมดึง4กระทรวงหารือหาช่องโหว่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้เห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 ซึ่งแผนดังกล่าวอยู่ภายใต้ความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก คือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมีสภาการศึกษา (สกศ.)เป็นเจ้าภาพในการจัดทำแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นตัวกลางเชื่อมโยงกับทุกกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในลักษณะของการบูรณาการนั้น ขณะนี้ สกศ.ได้จัดทำแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว และเมื่อเร็ว ๆนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้ที่ประชุมได้รับทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ กล่าวต่อว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สกศ.ได้ส่งหนังสือแจ้งทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กเล็ก เพื่อให้รับทราบว่า ครม.ได้เห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 แล้ว และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการวางแผนปฎิบัติการในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และให้จัดส่งแผนปฏิบัติการมาที่ สกศ.ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อสกศ.จะได้ช่วยวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆว่ามีช่องโหว่อะไรหรือไม่ อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กส่วนใหญ่จะมีแผนและมาตรฐานในการดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมาช่วยกันดูว่ามีปัญหาหรือไม่ ต้องพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างไร เพื่อที่การทำงานพัฒนาเด็กจะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกัน สกศ.จะจัดเวิร์คช็อปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยเฉพาะจาก 4 กระทรวงหลักคือ มท. ศธ. สธ.และพม. เพื่อมาคุยกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงานว่ามีปัญหาตรงจุดไหน มีช่องโหว่อะไรบ้าง รวมถึงดูตัวชี้วัดต่างๆร่วมกัน และการทำงานเป็นไปตามยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กหรือไม่ หรือมียุทธศาสตร์ไหนบ้างที่หน่วยงานยังไม่ได้ทำจะได้เร่งทำ โดยคาดว่าจะจัดเวิร์คช็อปได้ช่วงเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใน พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 19 ยังได้กำหนดไว้ว่า เมื่อ ครม.เห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 แล้ว และต้องประกาศให้รับทราบทั่วกัน ดังนั้น รองนายกฯวิษณุ ขอให้ สกศ.ช่วยเร่งดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวด้วย ซึ่งทาง สกศ.ได้เตรียมการเรียบร้อยแล้ว และจะนำเสนอ นายวิษณุ ลงนามในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 - 2570 จากนั้นจะไปสู่ขั้นตอนลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อประกาศให้ทุกคนได้รับทราบและปฎิบัติตามกฎหมายต่อไป &amp;rdquo;เลขาฯ สกศ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112850</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.ปฐมวัย, ดร.วิษณุ เครืองาม, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7efcc99fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกศ.เดินหน้าทำกม.ลูกคู่ขนาน พ.ร.บ.การศึกษาชาติ ถึงมีปรับแก้กฎหมายแม่ก็ไม่มีปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

26 ก.ค.64-สกศ. ตั้งคณะกรรมการ 10 ชุด เดินหน้าร่างกฎหมายลูก พ.ร.บ.การศึกษาชาติ &amp;quot;อำนาจ&amp;quot; เผยเป็นการทำงานคู่ขนาน ไม่รอให้ พ.ร.บ.ศึกษาฯประกาศใช้ &amp;nbsp;ย้ำถ้ามีการปรับแก้ สามารถทำให้กฎหมายลูกล้อตามไปได้

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... อยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ซึ่งภายในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ระบุถึงกรณีที่มีการประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลูกต่างๆ ให้เป็นไปตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับที่มีการประกาศใช้ ในระยะเวลาภายใน 2 ปี หลังจากที่มีการประกาศ พ.ร.บ.การศึกษา ดังนั้น สกศ.จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณากฎหมายลูก จำนวน 10 ชุด เช่น คณะกรรมการ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการ พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน คณะกรรมการ พ.ร.บ.การศึกษาพิเศษ เป็นต้น เพื่อที่จะให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่างๆ ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาฯ และยังเป็นการทำงานในลักษณะคู่ขนานไม่ใช่รอให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติประกาศก่อนจึงจะเริ่มดำเนินการ ซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้า

ทั้งนี้สำหรับกรรมการในแต่ละคณะนั้น จะเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น เข้ามาร่วมกันพิจารณายกร่างกฎหมายลูกแต่ละฉบับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับ พ.ร.บ.การศึกษาฯ สำหรับขั้นตอนเมื่อกฎหมายลูกต่างๆ ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้ว จะต้องมีการเปิดรับฟังความเห็นก่อนที่จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบต่อไป

&amp;quot;ส่วนกรณีที่มีการคัดค้านเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติฯ นั้น เรื่องนี้ถือเป็นอำนาจของสภาฯ ในการพิจารณา ว่า กฎหมายเป็นของหน่วยงานใดจะมีการแก้ไขอย่างไร หรือ กฎหมายดังกล่าวมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ซึ่งผมยืนยัน ว่า จะไม่กระทบต่อการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลูกอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะมีการประกาศ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ในรูปแบบใด กฎหมายลูกต่างๆ ก็จะต้องมีการปรับให้เป็นไปตามพ.ร.บ.การศึกษา ที่มีการประกาศออกมา&amp;quot;เลขาฯ สกศ.กล่าว

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111121</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, กฎหมายลูก พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7efcc99fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039; วิษณุ&#039; มอบสกศ. ปรับยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้ยืดหยุ่นและสอดรับผลกระทบโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ค.64- นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายวิษณุ เครืองาม ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 และการรายงานผลการติดตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563 รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) สำนักมาตรฐานและติดตามการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยอภิปรายอย่างกว้างขวางถึงภาวะสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยที่จำเป็นต้องสร้างการบูรณาการกันทุกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้มอบหมายให้ สกศ.ปรับยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยฉบับดังกล่าวให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับผลกระทบโควิด เพื่อขจัดอุปสรรคต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยใช้กลไกขับเคลื่อนสำคัญภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ที่ต้องย้ำติดตามการดําเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติของหน่วยงานต้นสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแล พัฒนาและจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อสะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการดําเนินงานตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะให้ปรับตัวชี้วัดอย่างละเอียด ในแต่ละยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเด็กปฐมวัย &amp;nbsp;พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ มาตรการขับเคลื่อน และการติดตามประเมินผล เพื่อลดความซ้ำซ้อนการบริหารงาน เพราะการพัฒนาเด็กไม่ได้มีแค่พัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ จิตใจ สติปัญญาเท่านั้น แต่ยังมีทักษะการบริหารจัดการตนเองขั้นสูง (Executive Functions : EF) ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องเพิ่มเสาหลักการพัฒนาตัวตนในเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นกระบวนการความคิดระดับสูงของสมองส่วนหน้าที่มีความเกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก และการกระทำของเด็กปฐมวัย ผนวกเข้ากับแผนการขับเคลื่อนต่อเนื่องกันทุกกระทรวงในสถานการณ์โควิด จะทำให้ไม่ขาดตอนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 และมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ.2561&amp;rdquo;เลขาฯ สกศ.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108825</URL_LINK>
                <HASHTAG>#แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย, ดร.วิษณุ เครืองาม, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc74dd419670.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
