<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039; ตอก &#039;ปิยบุตร&#039; ถนัดพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว อ้าง ส.ส.มีความชอบธรรมเหนือกว่าอำนาจตุลาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;สส. Vs รัฐบาล Vs ศาล ใครใหญ่กว่ากัน&amp;quot; การพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว เป็นงานถนัดของปิยบุตรและพลพรรคอนาคตใหม่เสมอ โดยมีเนื้อหาดังนี้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประกอบด้วยผู้มีอำนาจ 3 ฝ่าย ที่ต่างคานอำนาจซึ่งกันและกัน เริ่มจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงคือ ประชาชน ซึ่งประชาชนไม่ได้ใช้อำนาจนั้นโดยตรง แต่จะใช้อำนาจนั้นเลือก &amp;ldquo;ผู้แทนของราษฎร&amp;rdquo;(สส.) เข้าไปใช้อำนาจนั้นแทนตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอำนาจที่ฝ่ายนิติบัญญัติ(สส.) หรืออำนาจของ สส.ในสภา ที่มีอำนาจเหนือกว่าอีก 2 ฝ่าย อันได้แก่ อำนาจบริหาร (รัฐบาล) และอำนาจตุลาการ (ศาล) คือเมื่อประชาชนได้เลือกผู้แทนของราษฎร (สส.) เข้าไปทำงานในสภา รัฐสภาโดย สส.ก็เป็นผู้เลือกฝ่ายบริหาร โดยเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี หรืออาจกล่าวได้ว่า รัฐสภา หรือ สส. เป็นผู้เลือกรัฐบาล แทนประชาชน รวมทั้งสภาเป็นผู้เลือกผู้พิพากษาและตุลาการ เข้ามาทำงานในศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอำนาจที่ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลมีเหนือกว่ารัฐสภาคือ นายกรัฐมนตรีสามารถยุบสภาได้ และอำนาจตุลาการมีอำนาจเหนือกว่าฝ่ายบริหาร(รัฐบาล) และฝ่ายนิติบัญญัติ(สภา) คือ เป็นผู้พิจารณาพิพากษาและลงโทษ คนในรัฐบาลหรือคนในรัฐสภาที่กระทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปิยบุตร รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ทางด้านกฏหมาย บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่เหนือรัฐสภานั้นถูกต้อง แต่ที่บอกว่า สส. มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย เหนือกว่าศาล เพราะได้เลือกตั้งมาจากประชาชนนั้น ก็นับว่ายังไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่นัก เพราะ สส.ได้รับเลือกตั้ง(ทางตรง)มาจากประชาชน แต่ศาล ก็ได้รับเลือกตั้ง(ทางอ้อม) มาจากประชาชนเช่นกันโดยผ่านทาง สส.ในสภาอีกที การพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว เป็นงานถนัดของปิยบุตรและพลพรรคอนาคตใหม่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป..สิทธิและความชอบธรรมทางประชาธิปไตยของทั้ง 3 ในฝ่ายนั้น มีศักดิ์และสิทธิเท่าเทียมกัน สส.ในสภา ไม่ได้สูงส่งและมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยสูงกว่า รัฐบาล และ ศาล แต่อย่างใด (ถ้าขี้เกียจอ่านยาวๆ แค่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว แต่ถ้าอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติม ก็ให้อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างต่อไปนี้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; อำนาจนิติบัญญัติ เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา มีอำนาจหน้าที่โดยทั่วไป ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. อำนาจหน้าที่ในการออกกฎหมาย
2. เสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐอมนตรี
3. ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา
4. ให้ความเห็นชอบในกิจกรรมสำคัญของประเทศตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; อำนาจบริหาร ใช้ผ่านทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคณะบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; อำนาจตุลาการ เป็นอำนาจของศาลทุกประเภท ศาลทุกประเภทมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีความต่าง ๆ ตามอำนาจของศาลนั้น ๆ เพื่อให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนภายใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การถ่วงดุลอำนาจในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การแบ่งแยกอำนาจมิได้หมายความว่า องค์กรผู้ใช้อำนาจทั้งสาม คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการจะต้องมีอำนาจเท่าเทียมกัน โดยอำนาจใดอำนาจหนึ่ง อาจอยู่เหนืออีกอำนาจหนึ่งได้ และอีกฝ่ายหนึ่งก็มีขั้นตอนในการลดอำนาจของอีกฝ่าย ตามที่รัฐธรรมนูญได้ให้ไว้ แปลว่า การถ่วงดุลอำนาจมักเป็นเรื่องของอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างของการถ่วงดุลอำนาจระหว่างอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหาร มีดังนี้ 1.กรณีฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร หมายถึง อำนาจที่สภาผู้แทนราษฏรเปิดประชุมเพื่ออภิปรายลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อรัฐบาลบริหารประเทศเกิดความผิดพลาดเสียหาย หรือมีการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเมื่อมีการลงมติภายหลังการอภิปราย หากรัฐบาลได้รับเสียงสนับสนุนหรือไว้วางใจน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้น ก็จะมีผลให้รัฐบาลต้องลาออก เพื่อให้มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กรณีฝ่ายบริหารมีอำนาจสูงสุดเหนือฝ่ายนิติบัญญํติ กรณีฝ่ายบริหารมีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ หมายถึง การใช้อำนาจของคณะรัฐมนตรีอันมีนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรัฐมนตรี มีอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ อันมีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดต้องพ้นสภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ส่วนฝ่ายตุลาการเป็นอำนาจที่เป็นอิสระเฉพาะ เนื่องจากการพิจารณาคดีความต่าง ๆ ย่อมต้องเป็นกลางและเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ภายใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ จึงอาจกล่าวได้ว่าฝ่ายตุลาการเป็นฝ่ายที่มิได้มีการถ่วงดุลหรือคานอำนาจกับฝ่ายใด จึงเห็นได้ว่า ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารต่างมีอำนาจที่จะถ่วงดุลซึ่งกันและกันให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป อำนาจอธิปไตยแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ อำนาจทั้งสามฝ่ายจะมีการถ่วงดุลกันอยู่ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ มิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้อำนาจจนเกินขอบเขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจอธิปไตยทั้งสามฝ่าย คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ มีการถ่วงดุลอำนาจกันไม่ให้อำนาจใดมีอำนาจมากเกินไปหรืออ่อนแอ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มา : http://www.trueplookpanya.com/&amp;hellip;/cms_deta&amp;hellip;/knowledge/2154-00/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
ศาลรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งกับและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก 8 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากบุคคลต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจหน้าที่ที่สำคัญของศาลรัฐธรรมนูญ คือ การพิจารณาวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่างข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ของวุฒิสภา หรือของรัฐสภา ที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา แล้วแต่กรณี ให้ความเห็นชอบแล้ว แต่ยังมิได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือพิจารณาวินิจฉัยว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญโดยที่ศาลเห็นเอง หรือคู่ความโต้แย้ง และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ตลอดจนพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเด็ดขาดและมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญเป็นระบบไต่สวน ศาลมีอำนาจไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ ซึ่งแตกต่างจากวิธีพิจารณาที่ใช้ในคดีทั่วไปของศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57677</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ระบอบประชาธิปไตย, อัษฎางค์ ยมนาค, อำนาจ 3 ฝ่าย, อำนาจตุลาการ, อำนาจนิติบัญญัติ, อำนาจบริหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e2652f497e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยชำแหละงบฯล้ำเส้นตุลาการ!เอาอำนาจอะไรมาสั่งส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 - นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ทำไม่งบประมาณของสภาแทนราษฎรใน ปี 62 ไม่มีส.ส.แต่มีการใช้งบไป 1.8 ล้านบาทเศษ แต่วันนี้มีส.ส. งบประมาณเหลือ 6 พันล้านบาทเท่านั้น ทำไมถึงลดงบลงมา และวันนี้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ได้แยกอำนาจการทำหน้าที่ของ 3 ฝ่ายคือสภา ครม.และศาล ชัดเจน ซึ่งคุ้มครองให้สมาชิกส.ส.ได้ทำงานอิสระ และไม่มีอำนาจใดมาหยุดยั้งการทำหน้าที่ของสภาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่วันนี้มีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติสามารถสั่งให้ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องสังคายนาใหม่ทั้งหมด เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 25 กำหนดไว้ชัดเจน แต่มีอำนาจตุลาการสามารถสั่งให้ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ วันนี้ เกิดอะไรขึ้น เพราะทั้ง 3 อำนาจ เป็นอิสระเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นอย่างนี้สส.จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร ดังนั้นฝากให้ฝ่ายกฎหมายของสภา จัดประชุมสัมมนานักกฎหมายของประเทศทั้งหมด ว่าจะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายขจิต กล่าวต่อว่า ประชาชนฝากถามว่านโยบายที่แต่ละพรรคเคยประกาศไว้ตอนหาเสียงไม่ว่าจะเป็นการออกโฉนดทันทีหรือการออกสปก.ที่กองอยุ่ที่สำนักงานที่ดินวันนี้ยังไม่ออกให้ประชาชนจำนวนมาก ซึ่งเป็นโยบายของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล ตั้งงบประมาณที่จะจัดทำเรื่องเหล่านี้อยู่ที่ไหน รวมทั้งการประกันราคายางดิบ ยางแผ่น ยางก้อนถ้วย ขอให้ช่วยเหลือคนอีสานบ้าง และการพักหนี้กยศ.ที่บอกว่าจะยกเลิกดอกเบี้ย ค่าปรับ สามารถผ่อนได้ ทำแล้วหรือยัง และเมื่อไหร่จะเกิดผล วันนี้ยังไม่ได้มีสั่งการไป ดังนั้นท่านต้องทำ เพราะไปสัญญากับประชาชนไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่านโยบายด้านการศึกษาขณะนี้เป็นการทำลายโครงสร้างการบริหารกระทรวงศึกษา โดยเฉพาะแนวคิดที่จะยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครู เปลี่ยนมาเป็นใบอนุญาต เพราะใบประกอบวิชาชีพครูเป็นเรื่องของจิตวิญญาณของผู้ประกอบอาชีพครู และทำด้วยจรรยาบรรณ หากออกเป็นใบอนุญาตทำให้ขาดสิ่งเหล่านี้ รวมทั้งการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีอยู่ในตำบลต่าง ๆทั่วประเทศ เป็นการทำลายโรเงรียนภายในหมู่บ้าน ทำไมถึงใช้วิธีการโง่ๆ ทำไม่ไม่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมการเรียนการสอนแทน ขอให้ทบทวนด่วนก่อนที่จะเสียหายมากกว่านี้&amp;rdquo;นายขจิตร กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจิตร ชัยนิคม, ส.ส.อุดรธานี, อภิปรายงบ63, อำนาจตุลาการ, อำนาจนิติบัญญัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daaf2f69ebb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
