<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’รอด!ได้ไปต่อ หัวหน้าคสช.ไม่ใช่จนท.รัฐศาลชี้ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; รอดอีกสันดอน ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย &amp;ldquo;หัวหน้า คสช.&amp;rdquo; ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เพราะใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ กฎหมายไม่กำหนดที่มาและการเข้าสู่ตำแหน่ง จึงไม่หลุดเก้าอี้รัฐมนตรี พร้อมรับคดี &amp;ldquo;สิระ-พ.ร.ก.&amp;rdquo; ไว้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 18 ก.ย. เวลา 14.15 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15) หรือไม่ จากเหตุดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ โดยมีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภา และ พล.ต.วิรัช โรจนวาช &amp;nbsp;คณะทำงานนายกฯ เป็นตัวแทนฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง เข้ารับฟังการวินิจฉัยของศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยว่า คดีนี้ ส.ส. 110 คน เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อประธานสภาฯ โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ถูกร้องมีคุณสมบัติต้องห้าม เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าตำแหน่งหัวหน้า คสช.มาจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้า คสช.เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน เห็นได้ว่าการแต่งตั้งหัวหน้า คสช.เป็นผลสืบเนื่องมาจากการยึดอำนาจ และเป็นตำแหน่งที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ โดยเห็นได้จากการออกประกาศและคำสั่งหลายฉบับ หัวหน้า คสช.ไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาหรือการกำกับดูแลของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15) หรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยกรณีความเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้แล้วในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2543 ซึ่งใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 โดยมีมาตรา 109 (11) หลักการเดียวกันกับรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (15) สรุปได้ว่า การพิจารณาความหมายของคำว่าเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตาม 109 (11) เป็นการตีความจำกัดสิทธิของบุคคลในการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. เป็นการจำกัดสิทธิของบุคคล จึงต้องตีความอย่างแคบ การตีความถ้อยคำที่มีลักษณะนี้ ควรถือว่าเป็นคำทั่วไป ที่ต่อมาจากคำเฉพาะหลายคำที่มีมาก่อนหน้านั้น ย่อมมีความหมายในแนวทางเดียวกันกับคำเฉพาะที่นำมาข้างหน้า โดยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 5/2543 ได้สรุปลักษณะเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้ว่า 1.ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งตามกฎหมาย 2.มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการหรือหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายและปฏิบัติงานประจำ 3.อยู่ในบังคับบัญชา หรือในกำกับดูแลของรัฐ และ 4.มีเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตำแหน่งหัวหน้า คสช.เป็นตำแหน่งที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งโดยกฎหมาย อีกทั้งไม่มีกฎหมายกำหนดกระบวนวิธีการได้มา หรือการเข้าสู่การดำรงตำแหน่ง โดยมีอำนาจหน้าที่เป็นการเฉพาะชั่วคราว ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้มีอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศและประชาชน ดังนั้นตำแหน่งหัวหน้า คสช.จึงไม่มีสถานะตำแหน่งหน้าที่ หรือลักษณะงานทำนองเดียวกับ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ และไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามมาตรา 98 (15) ผู้ถูกร้องจึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (15) อาศัยเหตุผลดังกล่าวจึงวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) &amp;nbsp;ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15)&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรณีที่นางอุบลกาญจน์ อมรสิน ประธานองค์กรตรวจสอบการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ยื่นคัดค้าน 7 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้วินิจฉัยคดีนี้ ศาลมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง เนื่องจากไม่ได้เป็นคู่กรณีโดยตรง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงมติศาล โดยย้อนถามพร้อมชี้ไปที่สื่อว่า &amp;ldquo;ยังไม่รู้เลย แล้วเชื่อศาลไหม เคารพศาลหรือไม่ ก็เป็นไปอย่างนั้นแหละ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำสั่งรับคำร้องที่นายชวนส่งความเห็นของ ส.ส. 57 คน ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (7) ประกอบมาตรา 185 (1) หรือไม่ เนื่องจากใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็น ส.ส.กระทำการก้าวก่าย แทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองในการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้นายสิระยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากลับมายังศาลภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับสำเนาคำร้อง แต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องไม่ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งดังกล่าว ประกอบกับศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่ปรากฏว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่านายสิระมีกรณีตามที่ถูกร้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติรับคำร้องที่ประธานสภาฯ ส่งความเห็นของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 142 คน ที่ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ว่า การตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 เพื่อชะลอการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ ไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46094</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเข้าสู่ตำแหน่ง, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวหน้า คสช., อำนาจรัฏฐาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d82420792509.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>30 พ.ค.รู้ผล ฉลุย-ชะงัก? ร่าง กม.เลือกตั้ง-คำสั่ง 53/2560</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยจนสิ้นกระแสความแล้วว่า ร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบโดยมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญบางเรื่อง จนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ท้วงติงว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้ สนช.เข้าชื่อกันยื่นคำร้องให้ศาลรธน.วินิจฉัย ซึ่งศาลก็ได้วินิจฉัยเสร็จสิ้นเมื่อ 23 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ไม่ขัดหรือแย้งกับ รธน.แต่อย่างใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พุธที่ 30 พ.ค.นี้ก็ถึงคิวที่ศาล รธน.จะนัดลงมติร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ สนช.เข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาล รธน.อีกหนึ่งฉบับ หลังมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ทักท้วงว่าร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่าน สนช.ออกมา อาจมีปัญหาในประเด็นทางข้อกฎหมายที่อาจขัดหรือแย้งต่อ รธน.ใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;1.มาตรา 35 การตัดสิทธิ์เป็นข้าราชการการเมืองหากไม่ไปเลือกตั้ง เพราะการที่ผู้ใดจะเข้ารับตำแหน่งไม่ใช่สิทธิ แต่เป็นเสรีภาพ จึงกังวลว่าเป็นการเขียนเกินขอบเขตการจำกัดสิทธิตามมาตรา 95 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 2.ประเด็นเรื่องการให้บุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหน่วยลงคะแนนแทนผู้พิการ และให้ถือเป็นการออกเสียงโดยตรงและลับ เรื่องนี้ กรธ.กังวลว่าจะขัดต่อมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้&amp;nbsp; ส.ส.มาจากการลงคะแนนโดยตรงและลับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในวันพุธที่ 30 พ.ค. ศาล รธน.จะมีคำวินิจฉัยกรณี ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องขอให้ศาล รธน.วินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25, 26, 27 และ 45 หรือไม่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยร่วมกันยื่นคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยโดยผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าคำสั่งดังกล่าวมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25, 26, 27 และมาตรา 45 หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ก็คือคำสั่งที่มีการไปแก้ไข พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ที่ให้พรรคการเมืองยื่นเรื่องจดแจ้งชื่อพรรคในช่วง 1-30 มี.ค. และการให้สมาชิกพรรคการเมืองเดิมที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2550 ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคในช่วง 1-30 เม.ย.ที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากจำกันได้ หลังเสร็จสิ้นการให้สมาชิกพรรคมายืนยันตน ปรากฏว่าเกือบทุกพรรคการเมืองยอดสมาชิกที่มายืนยันตนหายไปจากเดิมจำนวนมาก โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่หายไปร่วม 2 ล้านกว่าชื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จนต่อมาผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.มีสถานะเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) และบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้รับรองและคุ้มครองการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 ประกอบมาตรา 45 อีกทั้งยังมีลักษณะเป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ซึ่งขัดกับหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ได้รับรองและคุ้มครองไว้ จึงเสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าวมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้น พุธที่ 30 พ.ค. 9 ตุลาการศาล รธน.จะลงมติวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ขัดหรือแย้งต่อ รธน.หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผลจากการวินิจฉัยของศาล รธน.จะส่งผลต่อโรดแมปการเลือกตั้ง ที่จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนหรือไม่เลื่อน และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ที่ไปแก้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองที่ประกาศใช้ไปแล้วจะมีปัญหาหรือไม่ ก็ต้องรอฟังผลกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. ทาง กรธ.-สนช.ยืนกรานว่าแม้ต่อให้คำวินิจฉัยออกมาระบุว่าขัดหรือแย้ง รธน. การแก้ไขก็จะใช้เวลาไม่นาน โดยเฉพาะหากแก้ไขแค่ 1-2 มาตรา ก็สามารถพิจารณา 3 วาระรวดได้ทันที ที่ก็ใช้เวลาไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ หลังศาลวินิจฉัยเสร็จ กระบวนการทั้งหมด ก็เสร็จเรียบร้อย แต่หากผลออกมาเช่นนี้จริง สนช.ก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยถึงกระบวนการออกกฎหมายของตนที่มีปัญหา แต่หากศาล รธน.วินิจฉัยว่าไม่ขัด รธน.ทุกอย่างก็เดินหน้าเข้าสู่ช่วงโรดแมป รอการเลือกตั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่.53/2560 แม้จะเป็นการออกโดย อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ผ่าน มาตรา 44 ที่ รธน.รองรับให้อำนาจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.ที่มีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากสุดท้าย ศาล รธน.วินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวมีปัญหา ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้อำนาจทางการเมืองและกฎหมายของหัวหน้า คสช.อย่างรุนแรงแน่นอน โดยเฉพาะเครดิตของมาตรา 44 ที่เป็นเครื่องมือสำคัญของหัวหน้า คสช.มาตลอดสี่ปีกว่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถ้าศาล รธน.วินิจฉัยว่า คำสั่งดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อ รธน. ก็อาจทำให้หลังจากนี้อาจมีหลายฝ่ายยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัย สารพัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ออกโดย มาตรา 44 ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน แม้อาจเทียบเคียงไม่ได้กับคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ก็ตาม แต่ก็คงต้องมีคนคิดและอาจทำเช่นนั้นแน่นอน ถ้าศาล รธน.วินิจฉัยคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ไว้เป็นบรรทัดฐาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าดูเหมือนที่ผ่านมา ฝ่าย คสช.-ทีมกฎหมาย คสช.ดูจะไม่ค่อยกังวลใจนักกับเรื่องคำสั่งที่ 53/2560 เพราะมั่นใจในการใช้อำนาจดังกล่าวที่ รธน. รับรองไว้ แต่ก็มีข่าวว่าก็มีการเตรียมรับมือไว้แล้วเช่นกัน หากผลออกมาไม่เป็นบวกกับฝ่าย คสช. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 จะต้องสะดุดกลางทาง หรือจะได้เดินหน้าต่อไม่มีเหตุให้ชะงักงัน ศาล รธน.จะให้คำตอบพุธที่ 30 พ.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10289</URL_LINK>
                <HASHTAG>9 ตุลาการศาล, กรองสถานการณ์, คสช., มาตรา 44, ศาล รธน., ส.ว., ส.ส., สนช., อำนาจรัฏฐาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d74159e6df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
