<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำตาตก! ลูกชายคลั่งยาหนัก อาละวาดขู่ฆ่า จุดไฟเผาบ้านวอด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64 - เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ และรถดับเพลิงจำนวนหนึ่ง เดินทางไประงับเหตุเพลิงไหม้บ้านพักประชาชน ในซอยสวนน้ำ ขุมชนเกษตรสิน เขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากพลเมือง เรื่อง เหตุเพลิงบ้านที่บริเวณดังกล่าว&amp;nbsp; เมื่อไปถึงที่เกิตเหตุ &amp;nbsp;พบว่าเพลิงกำลังโหมลุกไหม้บ้าน 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้อย่างรุนแรง โดยมี นางสาววันเพ็ญ ตั้งสกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ( อบจ.)และนายณัฐพงศ์ ตั้งสกุลกุลพัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ เดินทางมาดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ด้วยตนเอง ใช้เวลาดับไฟประเมิน 45 นาที ไฟจึงได้สงบลง และพบว่า บ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง พร้อม เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นางบานดี ก้านทอง อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 8 ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ &amp;nbsp;เจ้าของบ้าน กล่าวพร้อมน้ำตาว่า ผู้ลงมือเผาบ้าน คือ นายสัน(นามสมมุติ) อายุ 54 ปี บุตรชายแท้ๆของตนเอง ก่อนนั้น เคยเสพยาบ้า ได้ขโมยสิ่งของในบ้าน รวมถึง สร้อยคอทองคำ ไปขาย และหนีไปอยู่ กรุงเทพฯ ต่อมา เกิดโรคระบาดโควิด - 19 จึงกลับมาอยู่บ้านกับแม่และน้องสาว คือบ้านที่ถูกไฟไหม้หลังนี้ &amp;nbsp;หัวอกแม่ถึงยังไงก็คือลูกวันยังค่ำ ก็เลยให้อภัย ที่แล้วให้มันแล้วไป คิดว่าจะเป็นคนดี กลับตัวกลับใจแล้ว แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด คือนิสัยไม่ดีเหมือนเดิม หากไม่ได้เสพยา จะอาละวาดและขู่จะฆ่าตนเอง และน้องสาว เลยหนีไปนอนบ้านญาติ รุ่งเช้าวันนี้ คลุ้มคลั่งหนัก โวยวาย และจุดไฟเผาบนบ้านชั้นที่ 2 เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่วนลูกชายอกตัญญู เนรคุณ จุดไฟเผาบ้านเสร็จ ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทาง จ.มุกดาหาร คาดว่า จะข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118630</URL_LINK>
                <HASHTAG>อำนาจเจริญ, เสพยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615970071e438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อำนาจเจริญผวาอีกระลอก สกัดคลัสเตอร์ใหม่ สั่งปิดโรงเรียน6วัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64 -สถานการณ์โควิด &amp;ndash; 19 จังหวัดอำนาจเจริญ วันนี้มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 9 ราย เป็นผู้ติดเชื้อนอกจังหวัด เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที ที่มาถึง จำนวน 8 ราย ภูมิลำเนา อ.ชานุมาน 2 ราย อ.พนา 5 ราย และ อ.ลืออำนาจ 1 ราย มีผู้ติดเชื้อในจังหวัดเพิ่ม 1 ราย ที่หมู่ 2 ต.นาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมมีผู้ป่วยยืนยัน สะสม ระลอก 3 จำนวน 2,846 ราย ติดเชื้อจากภายนอกจังหวัด สะสม จำนวน 2,682 ราย ติดเชื้อภายในจังหวัด สะสม จำนวน 164 ราย กำลังรักษา 81 ราย ที่โรงพยาบาล 73 ราย โรงพยาบาลสนาม 0 ราย Home Isolation จำนวน 8 ราย Community Isolation จำนวน 0 ราย หายป่วยเพิ่ม 8 ราย รวมหายป่วย ระลอก 3 จำนวน 2,743 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม( ไม่มีผู้เสียชีวิตติดต่อกัน 15 วันแล้ว) มีผู้เสียชีวิต สะสม จำนวน 22 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เดินทางลงพื้นที่ บ้านคำโพน หมู่ที่ 3 ต.คำโพน อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ด่านหน้า ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด -19) และผู้ป่วยโควิด -&amp;nbsp;19 ที่รักษาตัวจนหายดี และ กักตัว เพื่อสังเกตอาการ ในพื้นที่หมู่บ้านจัดให้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ จังหวัดอำนาจเจริญ มีคำสั่งปิดพื้นที่หมู่บ้านคำโพน หมู่ที่ 3 ต.คำโพน อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ (เป็นการชั่วคราว) ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน -&amp;nbsp;2 ตุลาคม 2564 เนื่องจากบ้านคำโพน หมู่ที่ 3 มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด -19 จำนวนหลายราย จึงได้มีคำสั่งปิดหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด -19) ไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคออกไปเป็นวงกว้าง ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้มอบน้ำดื่ม เครื่องอุปโภค บริโภค และสิ่งของที่จำเป็น ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเพื่อนำนำไปให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-&amp;nbsp;19) ในหมู่บ้านคำโพน ที่ต้องกักกันตนเอง เนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด -19) ในครั้งนี้ โดยมี นายอำเภอปทุมราชวงศา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้ใหญ่บ้าน อสม.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้มีประกาศโรงเรียนอำนาจเจริญ(ปิดโรงเรียน) เรื่อง การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) โดยมีข้อความว่า ตามที่ มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 1 ราย เข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) ที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญ ผลปรากฏว่า เป็นบวก ดังนั้น ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) โรงเรียนอำนาจเจริญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ได้ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) &amp;nbsp;ในเขตพื้นที่โรงเรียนอำนาจเจริญ นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการป้องกัน ลดความเสี่ยง ลดการแออัด และให้เป็นไปตามมาตรการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) โรงเรียนอำนาจเจริญ จึงขอแจ้งแนวปฏิบัติ ในการจัดการเรียนการสอน &amp;nbsp;ดังต่อไปนี้&amp;nbsp; การจัดการเรียนการสอน ให้นักเรียนเข้าเรียนผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้ตารางเรียนออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน &amp;ndash; 1 ตุลาคม 2564 โดยไม่ต้องมาโรงเรียน(ปิดโรงเรียน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้นักเรียนที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีผลการตรวจคัดกรองเป็นบวก ให้ติดต่อเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน&amp;nbsp;ให้ข้าราชการครูแลบุคลากรทางการศึกษาที่ใกล้ชิดกรณีดังกล่าว ให้ติดต่อเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19)ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน&amp;nbsp; ให้ข้าราชกาครูและบุคลากรทางการศึกษา มาปฏิบัติงานตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) ของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด ลงนามโดย ผู้อำนวยการโรงเรียนอำนาจเจริญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับโรงเรียนอำนาจเจริญ ตั้งอยู่ในตัวเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดการเรียนการสอน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1( ม.1) ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6(ม.6) แบบสหศึกษา มีนักเรียนกว่า 3,000 คน จากที่มีนักเรียนติดโควิด- 19 ซึ่งมีภูมิลำเนา หมู่ที่ 11 ต.บุ่ง(เขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ) อ.เมืองอำนาจเจริญ และเดินทางไปหลายที่หลายแห่ง โดยเฉพาะไปโรงเรียนทุกวัน เกรงจะเกิดคลัสเตอร์ใหม่ มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จึงต้องมีการปิดโรงเรียนอำนาจเจริญ ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย &amp;ndash; 2 ต.ค.64 และเปิดเรียนในวันจันทร์ที่ 4 ต.ค.64 เป็นเวลา 6 วัน เพื่อป้องกันการระบาดไม่ให้มากขึ้น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117891</URL_LINK>
                <HASHTAG>อำนาจเจริญ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615018b918a22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.อุบลโปรยเสน่ห์เมืองดอกบัว เน้นท่องเที่ยวปลอดภัยในบรรยากาศงดงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อุบลม่วนชื่น เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว หากการเดินทางเข้าสู่สภาวะปกติ ชูจุดขายเน้นท่องเที่ยวตามวิถีใหม่ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้มาตรฐาน SHAใช้สื่อออนไลน์ ช่วยกระตุ้นเตือนการดูแลตัวเอง ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและเผยแพร่เรื่องราวเสน่ห์ท่องเที่ยวเมืองดอกบัว ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธงชัย แสนทวีสุข ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานอุบลราชธานี รับผิดชอบพื้นที่อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ในขณะนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวในบางพื้นที่เริ่มผ่อนคลายเปิดให้เดินทางบ้างแล้ว แต่สิ่งสำคัญสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวก็คือความกังวลใจเรื่องของความปลอดภัยทางด้านสุขภาพที่จะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ ททท.จึงให้ความสำคัญกับการกระตุ้นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวแบบปลอดภัยวิถีใหม่ ที่ทุกคนต้องดูแลตัวเองทางด้านสุขอนามัย ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากตลอดการเดินทาง การเว้นระยะห่าง การล้างมือ เป็นแนวทางปฏิบัติที่พึงกระทำโดยอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยไม่ว่าจะเดินทางไปยังพื้นที่ใดก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และบริการที่เกี่ยวข้อง สำนักงานททท.อุบลราชธานีได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน 10 ประเภทกิจการเข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัย หรือ SHA เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในการมาใช้บริการในพื้นที่ โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการรับรอง 81 ราย จังหวัดยโสธร 21 ราย และจังหวัดอำนาจเจริญ 6 รายและตั้งเป้าหมายว่าขยายให้ผู้ประกอบการเข้าสู่กระบวนการของ SHA เพิ่มขึ้นให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการมาตรฐาน SHA คือโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration (SHA) เกิดขึ้นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยททท.ร่วมกับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อยกมาตรฐานการบริการที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ที่ผ่านมาตรฐานการประเมิน จะได้รับเครื่องหมาย SHA เป็นสัญลักษณ์เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;พระอาทิตย์ยามเช้าที่ผาชะนะได อ.โขงเจียม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครอบคลุมกิจการท่องเที่ยว 10 ประเภท&amp;nbsp; ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวรับกระแสโลกที่เน้นการท่องเที่ยวปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการททท.สำนักงานอุบลราชธานีกล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการทำให้นักท่องเที่ยวจากภายนอกรู้จักแหล่งท่องเที่ยวของเมืองอุบล ยโสธร และอำนาจเจริญมากขึ้น รวมทั้งเป็นข้อมูลก่อนที่จะเดินทางมาเยือนสถานที่จริง ทางททท.จึงใช้สื่อออนไลน์ในช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะFacebook ททท.สำนักงานอุบลราชธานี Tat&amp;nbsp; UbonRatchathani เผยแพร่เรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยว ประเพณีวัฒนธรรม อาหารการกิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวรับรู้ว่าพื้นที่นี้ สามารถเดินทางมาได้ทุกฤดูกาล และมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้แบบครบครัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;คิดถึงเทียนพรรษา คิดถึงอุบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ยังเดินทางได้เฉพาะภายในพื้นที่ ททท.สำนักงานอุบลราชธานีก็นำเสนอเรื่องราวเพื่อเป็นทางเลือก เช่นการแนะนำเส้นทางไหว้พระ 9 วัดในเมืองอุบลช่วงวันหยุด ที่ทำให้ไม่ต้องเดินทางไปไกลๆ&amp;nbsp; ได้แก่วัดพระธาตุหนองบัว,วัดนาควาย,วัดศรีประดู่,วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง (วัดป่าใหญ่),วัดทุ่งศรีเมือง,วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ (วัดใต้),วัดเลียบ,วัดหลวง,วัดสุปัฏนารามวรวิหาร โดยมีประวัติความเป็นมาของแต่ละวัด และพิกัดที่สามารถเดินทางไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยังมีข้อมูลการเปิดปิดของสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่นอุทยานนาควัตร ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมืองที่ถือว่าเป็นแหล่งรวมนาคราช 4 ตระกูล รวมพุทธประวัติพระพุทธองค์ ป่าหิมพานต์ ซึ่งในช่วงกลางคืนระหว่างเวลา 19.00-20.00น.ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมีการเปิดให้ชมอุทยานเรืองแสง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม รวมทั้งนำดอกไม้บายศรีไปถวายปู่ศรีสุทโธได้ ผู้สนใจสอบถามเส้นทางได้ที่ โทร.063-440-4719 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;อุทยานนาควัตร ตำบลหนองบ่อ อ.เมืองอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การประกาศ เปิดการท่องเที่ยวบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 โดยแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดภายในเช่น แหล่งพลาญกงเกวียน/พลาญป่าชาด, แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกห้วยหลวง/น้ำตกประโอนลออ/แก่งกะเลา/แก่งสนสามพันปี/น้ำตกสราลีภิรมย์&amp;nbsp; แต่ขอให้งดกิจกรรมการพักแรมทุกประเภทและการลงเล่นน้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตารางการบินท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ประจำเดือนกันยายน 2564 พร้อมรวบรวมรายละเอียดการจองตั๋วและการสอบถามราคาตั๋วของทุกสายการบินในเส้นทางอุบลราชธานี เพื่อความสะดวกสำหรับประชาชนเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนที่สนใจเรื่องวัฒนธรรม มีการแพร่ภาพสดการแสดงวัฒนธรรมแบบออนไลน์ เทศกาลยลเทียนพรรษา มรดกล้ำค่า เมืองดอกบัวให้ได้ชมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่วิดีโอแหล่งท่องเที่ยวและถ่ายสด กิจกรรม &amp;ldquo;พูดจาประสาท่องเที่ยว&amp;rdquo; เพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่องทางเฟสบุ๊ค ของสำนักงานททท.อุบลราชธานียังให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอำนาจเจริญและยโสธรที่หลากหลาย โดยมีความเป็นมา จุดที่เป็นไฮไลท์ไว้แบบครบครัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ถือว่าเป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แม่น้ำโขง มองจากผาชะนะได&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผาชะนะได&amp;quot; อำเภอโขงเจียม ซึ่งนอกจากจะมองเห็นแสงแรกของดวงอาทิตย์ยามเช้าเป็นจุดแรกของประเทศไทยแล้ว จากจุดที่ยืนอยู่มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างจะเป็นแม่น้ำโขงกั้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยและลาว มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวจะได้ชมความงดงามของทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใกล้ๆ กันคือ &amp;quot;ผาแต้ม&amp;quot; มีชื่อเสียงในเรื่องภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เรียงรายอยู่บริเวณด้านล่างของหน้าผา มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 ปี เป็นภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวทั้งหมดประมาณ 1,600 เมตร แบ่งออกเป็น 4 จุด คืออยู่ที่ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อย และผาหมอน ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติผาแต้มทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ มีทั้งภาพคน สัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัญลักษณ์ ลวดลายเรขาคณิต ฯลฯ บอกเล่าถึงพิธีกรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สามพันโบก หรือ แกรนด์แคนยอนเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สามพันโบก&amp;quot; หรือ &amp;quot;แกรนด์แคนยอนเมืองไทย&amp;quot; แหล่งท่องเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเป็นกลุ่มหินทรายแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย ทอดตัวยาวริมฝั่งโขงไทยและลาว เรียงตัวทอดยาวเป็นสันดอนขนาดใหญ่ มีขนาดพื้นที่ 10 ตารางกิโลเมตร ความงดงามอลังการของสามพันโบก ถือเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ หินแต่ละก้อนที่ถูกกัดเซาะเว้าแหว่ง บางแห่งเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่จนสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ได้เหมือนภาพศิลปะ ไฮไลต์ก็คือการได้ไปถ่ายภาพโบกที่มีชื่อว่า &amp;quot;มิกกี้เม้าส์&amp;quot; ล่องเรือชมความงามของทิวทัศน์แม่น้ำโขง และรับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นบ้าน เช่น ลาบปลา ต้มปลา ที่ร้านอาหารบริเวณสามพันโบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;แม่น้ำสองสี&amp;quot; ที่โขงเจียม เป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน มีความแตกต่างระหว่างสีของแม่น้ำทั้งสองสาย คือ แม่น้ำมูลที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่เรียกกันว่า &amp;quot;โขงสีปูน มูลสีคราม&amp;quot; มีจุดชมแม่น้ำสองสีอยู่ริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม และที่หมู่บ้านห้วยหมาก และสามารถนั่งเรือไปชมทัศนียภาพริมฝั่งโขงได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนชอบป่า &amp;quot;อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย&amp;quot; ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาในเทือกเขาพนมดงรัก ป่าจึงมีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์มากๆ ภายในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย โดยมีไฮไลต์ที่ &amp;quot;น้ำตกห้วยหลวง&amp;quot; หรือ &amp;quot;น้ำตกบักเตว&amp;quot; อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30 เมตร สวยงามอลังการมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง อ.สิรินธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าเป็นวัด แนะนำ &amp;quot;วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว&amp;quot; หรือที่เรียกกันว่า &amp;quot;วัดเรืองแสง&amp;quot; ตั้งอยู่ที่อำเภอสิรินธร เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงโดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์ หรือเขาไกรลาส มาไว้ที่นี่ บริเวณยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีทอง จุดเด่นของวัดคือการได้มาชมจิตรกรรมบนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน เป็นภาพเรืองแสงสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ที่แสนงดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดทุ่งศรีเมือง&amp;quot; ตั้งอยู่ในเขตกลางใจตัวเมืองอุบลฯ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี มีสถาปัตยกรรมอันงดงามมากมาย โดยเฉพาะ&amp;quot;หอไตรกลางน้ำ&amp;quot; เป็นหอพระไตรปิฎกที่สร้างด้วยไม้ตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างศิลปะของไทย ลาว และพม่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หอไตรกลางน้ำ &amp;nbsp;วัดทุ่งศรีเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีวัดของครูบาอาจารย์สายวัดป่าที่สำคัญ คือ &amp;quot;วัดหนองป่าพง&amp;quot; ตั้งอยู่ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันสงบเงียบ มีบรรยากาศอันร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมหรือการมาศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในสายปฏิบัติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2497 โดยพระโพธิญาณเถร หรือที่รู้จักกันในนาม หลวงพ่อชา สุภัทโท เป็นสถานที่ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สนใจพุทธศาสนาเดินทางมาเยือนปีละจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เจดีย์พระโพธิญาณเถร บรรจุอัฐิหลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดสระประสานสุข&amp;quot; หรือวัดบ้านนาเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีชื่อเสียง ทั้งในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง มีพุทธศาสนิกชนเลื่อมใสจำนวนมาก ด้วยบารมีของ หลวงปู่บุญซึ่งเคร่งครัดในพระวินัยตามสายพระธรรมยุตรวมทั้งมีสถาปัตยกรรมสวยงาม มีพระอุโบสถแปลกตา สร้างเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ประดับตกแต่งด้วยเซรามิก ทำให้มีคนเดินทางมาชมและมาทำบุญจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดถ้ำคูหาสวรรค์&amp;quot; จุดเด่นของวัดนี้คือมีพระเจดีย์ยอดสีทอง ชื่อว่าพระธรรม เจดีย์ศรีไตรภูมิ โดยมียอดเจดีย์ใหญ่ 1 ยอด ตรงกลางล้อมรอบด้วยยอดเล็กๆ อีก 8 ยอดที่มีความสวยงามมากตั้งอยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ติดแม่น้ำโขง บริเวณวัดเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่ได้รับความนิยมจุดหนึ่ง ใครที่ไปเที่ยวอุบลฯ แล้วมีโปรแกรมที่จะไปผาแต้ม มักไม่ยอมพลาดวัดนี้ บริเวณด้านในถ้ำยังเป็นที่ประดิษฐานร่างของหลวงปู่คำคนิง จุลมณี ซึ่งมรณภาพแล้วแต่สังขารไม่เน่าเปื่อย แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ศรัทธาแวะกราบนมัสการจากทั่วสารทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดมหาวนาราม&amp;quot; หมายถึง &amp;quot;วัดป่าใหญ่&amp;quot; เดิมชาวอุบลเรียกวัดนี้ว่า &amp;quot;วัดป่าหลวง&amp;quot; ซึ่งหลวงในภาษาอีสานและเหนือก็หมายถึง ใหญ่ นั่นเอง ถือเป็นวัด เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี สร้างด้วยศิลปะแบบล้านนา ที่ตัวพระอุโบสถไม่สูงมากมีหลังคาจั่วหลายชั้น ตั้งอยู่กลางเมืองบริเวณถนนหลวง ตำบลในเมือง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีวัดอื่นๆ อีกหลายวัดตั้งเรียงรายตั้งอยู่ติดกัน วัดนี้ยังมีคนในพื้นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า &amp;quot;วัดพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง&amp;quot; ตามชื่อพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หมูยออุบล ของกินขึ้นชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินสายท่องเที่ยวและทำบุญกันมาหลายจุดแล้ว เมื่อมาอุบลราชธานี ไม่ควรพลาดอาหารประจำถิ่นที่หารับประทานได้ง่ายๆ เช่น ในตัวเมืองอุบลฯ มีอาหารเช้ารสเลิศคือ ไข่กระทะ หมูยอ และกวยจั๊บญวน หาชิมได้จากร้านทั่วไปและร้านยอดนิยมอย่าง &amp;quot;สามชัยกาแฟ (ข้างจวนผู้ว่าฯ)&amp;quot; หรือ &amp;quot;99 ก๋วยจั๊บรสแซบ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนคออาหารอีสานขนานแท้มาแล้วรับรองไม่ผิดหวังกับส้มตำรสแซบนัวให้ชิมกัน เช่น &amp;quot;ร้านส้มตำ ทบ.&amp;quot; ส่วนร้าน อื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่มาถิ่นนี้แล้วต้องสั่งแนว ตำปู ตำลาว ตำซั่ว ตำสายบัว ตำโคราช ตำป่า ตำแตง พร้อมปลาเผา ปีกไก่ทอด หมูทอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ก๋วยจั๊บญวณ เมืองอุบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนของฝากจากเมืองอุบลราชธานี มีทั้งหมวดอาหารอย่างหมูยอ หรือเส้นกวยจั๊บเมืองอุบล มีหลายแบรนด์ ทุกร้านรับประกันคุณภาพสินค้าไม่ใส่สารกันบูด กินแล้วสบายใจ เช่น ร้านหมูยอกิมลั้ง หมูยอ ณ อุบล หรือร้านดาวทอง ร้านหมูยอตองหนึ่ง ฯลฯ เป็นต้น คนชอบผักแหนมเนืองเมืองนี้ขึ้นชื่อเช่นกัน ส่วนของที่ระลึกประเภทผ้า ผ้ากาบบัวที่โด่งดังระดับโลก เลือกเป็นของขวัญของฝากที่คนรับถูกใจอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สนใจเรื่องราวการท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ เข้าไปติดตามได้ที่ Facebook :&amp;nbsp;ททท.สำนักงานอุบลราชธานี Tat&amp;nbsp; UbonRatchathani&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116372</URL_LINK>
                <HASHTAG>99 ก๋วยจั๊บรสแซบ, Amazing Thailand Safety &amp; Health Administration (SHA), SHA, Tat Ubonratchathani, กรมควบคุมโรค, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, กรมอนามัย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายธงชัย แสนทวีสุข, ยโสธร, วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว, สามพันโบก, สำนักงานอุบลราชธานี, หมูยอ, อำนาจเจริญ, อุทยานนาควัตร, อุบลม่วนชื่น, อุบลราชธานี, เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว, เน้นท่องเที่ยวตามวิถีใหม่, เสน่ห์เมืองดอกบัว, โครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c68c861e80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อำนาจเจริญโควิดเริ่มผ่อนคลาย ลุยฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64 - สถานการณ์โควิด &amp;ndash; 19 จังหวัดอำนาจเจริญ ข้อมูล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญว่า วันนี้( 29 ส.ค. 64) มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 17 ราย เป็นผู้ติดเชื้อภายนอกจังหวัด ซึ่งเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที ที่มาถึง จำนวน 16 ราย มีภูมิลำเนากระจายไป 6 อำเภอ รวมมีผู้ป่วยยืนยัน สะสม ระลอก 3 จำนวน 2,599 ราย แยกเป็นติดเชื้อจากภายนอกจังหวัด สะสม จำนวน 2,485 ราย ภายในจังหวัด สะสม จำนวน 114 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กำลังรักษา 600 ราย ที่โรงพยาบาล 196 ราย โรงพยาบาลสนาม 111 ราย Home Isolation จำนวน 232 ราย Community Isolation จำนวน 61 ราย หายป่วยเพิ่ม 51 ราย รวมหายป่วยระลอก 3 จำนวน 1,980 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ที่ อ.เมืองอำนาจเจริญ มีผู้เสียชีวิตสะสม จำนวน 19 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นอกจากนี้ มีรายงานผลตรวจ พ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ในพื้นที่ ต.โคกสาร และ ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ โดยรถเก็บตัวอย่างนิรภัยพระราชทาน ซึ่งมีผู้มารับการตรวจ จำนวน 435 คน ผลไม่พบเชื้อทุกราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับ สถานการณ์เตียงผู้ป่วยโควิด &amp;ndash; 19 จังหวัดอำนาจเจริญ เตียงทั้งหมด 798 เตียง ครองเตียง 353 เตียง คิดเป็นร้อยละ 42.2 เตียงว่าง จำนวน 445 เตียง คิดเป็นร้อยละ 55.8 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน จำนวนผู้ฉีดวัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 จังหวัดอำนาจเจริญ มีดังนี้ วัคซีนยี่ห้อซิโนแวค มีผู้ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 48,421 ราย ผู้ฉีดเข็มที่ 2 จำนวน 8,280 ราย ผู้ฉีดเข็มที่ 3 จำนวน 0 ราย&amp;nbsp; ,วัคซีนยี่ห้อแอสตร้าเซนเนกา ผู้ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 24,696 ราย ผู้ฉีดเข็มที่ 2 จำนวน 10,688 ราย ผู้ฉีดเข็มที่ 3 จำนวน 812 ราย,&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัคซีนไฟเซอร์ ผู้ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 167 ราย ผู้ฉีดเข็มที่ 2 จำนวน 329 ราย ผู้ฉีดเข็มที่ 3 จำนวน 2,156 ราย ,วัคซีนซิโนฟาร์ม ผู้ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 520 ราย ผู้ฉีดเข็มที่ 2 จำนวน 0 ราย ผู้ฉีดเข็มที่ 3 จำนวน 0 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมผู้ฉีดวัคซีนทั้ง 4 ยี่ห้อ เข็มที่ 1 จำนวน 73,804 ราย คิดเป็นร้อยละ 30.73 เข็มที่ 2 จำนวน 19,297 ราย คิดเป็นร้อยละ 8 &amp;nbsp;เข็มที่ 3 จำนวน 2,968 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.23 &amp;nbsp;โดยตั้งเป้าหมาย จะมีผู้ฉีดวัคซีนทั้งหมด 240,149 คน จากประชากร กว่า 3 แสนคน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114944</URL_LINK>
                <HASHTAG>ว้คซีน, อำนาจเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b53a36fbff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อำนาจเจริญ&#039; เคลื่อนขบวนคาร์ม็อบไล่บิ๊กตู่ ยึดสันติวิธิไม่รุนแรง   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.64 - &amp;nbsp;ที่สวนมิ่งมงคลสี่แยกไฟแดงใจกลางเมืองอำนาจเจริญ ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ บริเวณถนนด้านทิศใต้ ใกล้กับหอนาฬิกา ได้มีชาวจังหวัดอำนาจเจริญบางคน จำนวนหนึ่ง จัดกิจกรรม คาร์ม็อบ ในนาม อำนาจไม่ทน คนบ้าอำนาจ โดยมีการจัดตั้งเป็นแถวขบวนรถจักรยายนต์ เป็นแนวหน้า รถกระบะติดเครื่องขยายเสียงพร้อมป้าย คำว่า อำนาจไม่ทน คนบ้าอำนาจ อยู่แถวที่ 2 ตามด้วยขบวนรถยนต์ต่างๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น รถทุกคัน กดแตรรถพร้อมกันเป็นระยะๆ และ เคลื่อนขบวนออกจากสวนมิ่งมงคลเข้าสู่ถนนชยางกูร สายหลัก (อำนาจเจริญ- มุกดาหาร) ตลาดตัวเมืองอำนาจเจริญ หากผ่านจุดชุมชน จะมีการกดแตรรถเสียดังไปทั่ว พร้อมกับมีการกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียง ให้นายกรัฐมนตรีลาออก และโจมตีการทำงาน ที่ล้มเหลว ทุกอย่างตลอดเวลา&amp;nbsp;
จนกระทั่ง ขบวนคาร์ม็อบ ในนาม อำนาจไม่ทน คนบ้าอำนาจ ไปถึง พุทธอุทยาน พระมงคลมิ่งเมือง จากนั้น ได้วกกลับ ตามถนนชยางกูร เข้าตัวเมืองอำนาจเจริญ จนถึง สวนมิ่งมงคล หอนาฬิกา จึงเป็นจุดสิ้นสุดในการทำกิจกรรมครั้งนี้ (ระยะทางร่วม 10 กิโลเมตร)ท่างกลางแสงแดดร้อนระอุ โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองอำนาจเจริญ อำนวยความสะดวก ด้านการจราจร และตำรวจนอกเครื่องแบบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นไปอย่างสงบ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114156</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ม็อบ, อำนาจเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61221d812bb86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อำนาจเจริญ’ติดโควิดเลขสวย99ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์โควิด &amp;ndash; 19 จังหวัดอำนาจเจริญ ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญว่าแจ้งว่า วันนี้มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 99 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง จำนวน 95 ราย ภูมิลำเนากระจายไป 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองอำนาจเจริญ จำนวน 26 ราย อ.ชานุมาน จำนวน 4 ราย อ.ปทุมราชวงศา จำนวน 19 ราย อ.พนา จำนวน 11 ราย อ.เสนางคนิคม จำนวน 20 ราย อ.หัวตะพาน จำนวน 11 ราย และ อ.ลืออำนาจ จำนวน 8 ราย เป็นผู้ติดเชื้อภายในจังหวัด จำนวน 4 ราย ที่หมู่ที่ 2 ต.อำนาจ อ.ลืออำนาจ ทั้ง 4 ราย รวมมีผู้ป่วยยืนยัน สะสม ระลอก 3 จำนวน 1,768 ราย แยกเป็นติดเชื้อจากภายนอกจังหวัด สะสม จำนวน 1,695 ราย ภายในจังหวัด สะสม &amp;nbsp;73 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม มีผู้เสียชีวิตสะสม 10 ราย คือ อ.เสนางคนิคม จำนวน 2 ราย อ.พนา จำนวน 2 ราย อ.เมืองอำนาจเจริญ จำนวน 3 ราย อ.ชานุมาน จำนวน 2 ราย และ อ.หัวตะพาน จำนวน 1 ราย หายป่วยเพิ่ม 128 ราย รวมหายป่วย ระลอก 3 จำนวน 958 ราย กำลังรักษา 800 ราย ที่โรงพยาบาล จำนวน 273 ราย ที่โรงพยาบาลสนาม จำนวน 179 ราย Home Isolation จำนวน 167 ราย และ Community Isolation จำนวน 181 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ รับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ สิ่งของ เพื่อสนับสนุนภารกิจป้องกันการแพร่ระบาดโควิด &amp;ndash; 19 ในจังหวัดอำนาจเจริญ จาก นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นางญาณีนาถ เข็มนาถ พร้อมทีมงานภูมิใจไทอำนาจ เพื่อส่งต่อให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในพื้นที่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ อุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของ ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย จำนวน 40,000 ชิ้น ชุดตรวจโควิด จำนวน 265 ชุด ชุด PPE จำนวน 300 ชุด ผ้าห่ม จำนวน 900 ผืน เครื่องซักผ้า จำนวน 17 เครื่อง ชุดพยาบาล จำนวน 100 ชุด หน้ากากเฟสซิว(Face shield) จำนวน 800 ชิ้น เตียงไม้ 80 เตียง ชุดเครื่องใช้ส่วนตัว จำนวน 120 ชุด ชุดที่นอน/หมอน/มุ้ง จำนวน 80 ชุด น้ำดื่ม จำนวน 50,000 ขวด ข้างเกรียบมโนราห์ จำนวน 10 ลัง และแอลกอฮอล์ทำความสะอาด &amp;nbsp;จำนวน 250 ขวด ซึ่งจังหวัดอำนาจเจริญ จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอยอำเภอ ทุกอำเภอ ในจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุขสมรวยกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ณ เวลานี้หนักหนาสาหัสมากจริงๆ ทีมงานภูมิใจไทอำนาจ ยินดีและพร้อมที่จะร่วมสนับสนุน เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และคนอำนาจเจริญผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้ อีกทั้งที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ตลอดและจัดเตรียมศูนย์พักคอยในทุกๆอำเภอ สนับสนุนสิ่งของต่างๆที่ขาดเหลือ ที่เราพอจะช่วยเหลือได้ก็เข้าไปทำทันที และยังได้ประสานกับ กระทรวงคมนาคม และ สปสช. เพื่อรับคนจากกรุงเทพฯให้กลับมารักษาที่บ้านเรา อย่างปลอดภัย ทั้งคนติดเชื้อ และคนที่ไม่ติดเชื้อด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพี่น้องท่านใด ต้องการเข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;ไทอำนาจกลับบ้านเฮา &amp;ldquo; โทร.1330 กด 15 ส่งผู้ติดเชื้อโควิด กลับ จังหวัดอำนาจเจริญ โดยรถของกระทรวงคมนาคม หรือ ติดต่อสอบถามสายด่วนโควิดอำนาจเจริญ 090 &amp;ndash; 241 &amp;ndash; 0098 แฟนเพจ ภูมิใจไทอำนาจ ซึ่งเราทำโครงการนี้ขึ้นมา ตั้งแต่เริ่มมีการติดเชื้อระลอกแรกและต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ผู้ว่าฯ พร้อมคณะเดินทางไป เยี่ยมให้กำลังใจพบปะพูดคุย กับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงาน ณ โรงพยาบาลสนาม ที่อาคารปฏิบัติการและฝึกอบรมแพทย์แผนไทย ศูนย์แพทย์แผนไทยพนา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ เป็นหอผู้ป่วยติดเชื้อ โรงพยาบาลพนา(Cohort Ward) รอบรับได้ 40 เตียง &amp;nbsp; ซึ่ง อ.พนา มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมรวม 197 คน รักษาหายป่วยแล้ว 112 คน กำลังรักษาตัวอยู่ จำนวน &amp;nbsp;83 คน ปัจจุบัน มี Local Quarantine จำนวน 18 แห่ง รองรับ 78 เตียง โรงพยาบาลพนา รองรับได้ 18 เตียง โรงพยาบาลสนามรองรับได้ 40 เตียง โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 รองรับได้ 60 เตียง สถานที่กักกันผู้ป่วยที่หายป่วยจากโรงพยาบาลสนาม จำนวน 60 เตียง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อใหม่, อำนาจเจริญ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113677a5deda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สานพลังสังคม-ชุมชนท้องถิ่นใช้พื้นที่ต้นแบบ 5 จังหวัด วิจัยแก้ปัญหา-ลดผลกระทบจากโควิด-19-สร้างวัคซีนทางสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด (บ้านน้ำคำ&amp;nbsp; อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด) เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0cm 72pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ สานพลังทางสังคม&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีร่วมมือชุมชนท้องถิ่นและสถาบันการศึกษาใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง เป็นพื้นที่วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งด้านสุขภาพ&amp;nbsp; เศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม สร้าง &amp;lsquo;วัคซีนทางสังคม&amp;rsquo; เริ่มกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะใช้ผลการศึกษาวิจัยจากชุมชนต้นแบบเป็นโมเดลขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ระลอกใหม่ในปี 2564 ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp; วิทยาศาสตร์&amp;nbsp; วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp; โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้ตระหนักถึงสภาวะวิกฤตความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำ &amp;lsquo;โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; ระยะเวลาดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม&amp;nbsp; มีการจัดการประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนโครงการวิจัยฯ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยการประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting&amp;nbsp; มีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สช.&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; และผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ประมาณ 87 คนร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;โครงการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; เบญจทรัพย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ว่า 1. เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา &amp;nbsp;ผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ในชุมชน และคนเปราะบาง&amp;nbsp; ในมิติด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ และสังคม 2. เพื่อหนุนเสริมและสร้างความเข้มแข็งแก่เครือข่ายองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจและสังคมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.เพื่อศึกษาระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ของชุมชนที่เป็นโมเดลต้นแบบและขยายผลไปยังชุมชนอื่น&amp;nbsp; 4. เพื่อเสริมพลังกลไกเครือข่ายชุมชนให้เป็นระบบเครือข่ายความปลอดภัย (Social Safety Net) ในการป้องกันความเสี่ยงของชุมชนเมื่อเกิดสภาวะวิกฤต&amp;nbsp; และ 5. เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรองรับสภาวะวิกฤต (Pre-crisis management) ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า&amp;nbsp; อ.บุ่งคล้า&amp;nbsp; จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; มอบอาหาร-น้ำดื่มให้โรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินโครงการวิจัยได้เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฏาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะเริ่มกระบวนการตั้งแต่การจัดตั้งกลไก&amp;nbsp; เตรียมทีมงานโครงการ&amp;nbsp; การคัดเลือกจังหวัดเป้าหมาย&amp;nbsp; วางแผนการดำเนินงานร่วมกับกลไกและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; สำรวจปัญหา&amp;nbsp; ความต้องการของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อออกแบบแนวทางความช่วยเหลือ&amp;nbsp; ทั้งในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; เฉพาะหน้า ระยะฟื้นฟู &amp;nbsp;และพัฒนา&amp;nbsp; การดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเชื่อมโยง&amp;nbsp; ประสานความความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก &amp;nbsp;การบูรณาการแผนงาน และ เชื่อมโยงสู่แผนการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;ทั้งในระดับตำบล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิเคราะห์และสรุปบทเรียนผลการดำเนินงานของโครงการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาโครงการร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานร่วมกับชุมชน &amp;nbsp;กลไกในพื้นที่ &amp;nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและพัฒนาเป็นแผนหรือนโยบายระดับพื้นที่&amp;nbsp; ตลอดจนจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการเชิงรุกรองรับสภาวะวิกฤตเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัดอีสาน-ใต้เป็นพื้นที่วิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการคัดเลือกจังหวัดที่ดำเนินการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; คณะกรรมการโครงการฯ ได้คัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีความเข้มแข็งของกลไกเครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; มีการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีการประสานความร่วมมือในการดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถขับเคลื่อนงานโครงการให้บรรลุผลได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลาที่กำหนด &amp;nbsp;โดยมีจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกวิจัยนำร่อง 5 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; อำนาจเจริญ &amp;nbsp;กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขับเคลื่อนงานวิจัยในพื้นที่ 5 จังหวัดจะมีทีมวิจัย&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วยผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ท้องถิ่น&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; บ้านมั่นคง&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะวิจัย&amp;nbsp; ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานวิจัยครั้งนี้จะต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนจน &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; รวมถึงเปิดพื้นที่ให้คนจนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทั้ง 5 จังหวัดมีแผนงานการขับเคลื่อนเบื้องต้นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคำโพน&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp; มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรินทร์ &amp;nbsp;: เตรียมข้อมูลพื้นที่เพื่อวางแผนการทำงาน&amp;nbsp; คัดเลือกชุมชน 5 พื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคลงมติร่วมกัน &amp;nbsp;โดยเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีต้นทุนในการทำงานอยู่แล้ว &amp;nbsp;ทั้งพื้นที่ชนบทและพื้นที่เมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครราชสีมา &amp;nbsp;: ใช้กลไกสภาองค์กรชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกลไกหลัก &amp;nbsp;ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายที่มี &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างทีมนักวิจัยและนักปฏิบัติการ &amp;nbsp;ออกแบบเครื่องมือในการเก็บข้อมูลเพื่อสรุปบทเรียนพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กาฬสินธุ์ : เตรียมคัดเลือกพื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคมีข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; มีทั้งหมด 5 พื้นที่ &amp;nbsp;5&amp;nbsp; โมเดล&amp;nbsp; มีการวางทีมคณะทำงานโดยเชื่อมโยงการทำงานทั้งในส่วนของท้องที่และท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจเจริญ : วางแผนการทำงานร่วมกับทีมวิชาการในพื้นที่ &amp;nbsp;ทั้งแกนนำขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ผู้แทนจากพื้นที่ทั้งเขตเมืองและชนบท &amp;nbsp;ภาคีที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;(พมจ.) มีการนิยามคำว่าชุมชนร่วมกันเพื่อคัดเลือกพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนเมือง และชุมชนชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัทลุง : กำหนดเป้าหมายทำงานเชิงรุก&amp;nbsp; สร้างอาชีพ &amp;nbsp;ลดการพึ่งพาระบบสาธารณสุข &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์พักคอย&amp;nbsp; ใช้สมุนไพรรักษาโควิด &amp;nbsp;ใช้ทุนชุมชนเพื่อสร้างโมเดลในการจัดการตนเอง &amp;nbsp;โดยใช้กลไกชุมชน ผ่านการระดมทุนและการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เป้าหมาย 5 ชุมชน 50 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการโครงการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; เป็นงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่&amp;nbsp; 5 จังหวัด&amp;nbsp; รวม 3.3&amp;nbsp; ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ในจำนวนนี้เป็นงบสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน-ฟื้นฟู-พัฒนา เช่น&amp;nbsp; การดูแลสุขภาวะในช่วงโควิด&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; เพิ่มรายได้&amp;nbsp; ลดรายจ่าย&amp;nbsp; จังหวัดละ 500,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยแต่ละจังหวัดจะมีพื้นที่ชุมชนเป้าหมายในการวิจัยอย่างน้อย 5 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การวิจัยครั้งนี้มีโจทย์การวิจัยที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;1. การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในชุมชน &amp;nbsp;มีผลกระทบต่อคนเปราะบางในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคมอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; 2. การแก้ไขปัญหาวิกฤตในชุมชนเพื่อการดูแลคนเปราะบางเดิม (ก่อนที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่) มีการจัดการอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.ชุมชนจะมีระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาคนเปราะบางในสภาวะวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคม ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่อย่างไร&amp;nbsp; และ 4. ชุมชนจะมีการบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้พ้นสภาวะวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;นางสาวพรรณทิพย์&amp;nbsp; เพชรมาก&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะที่ปรึกษาโครงการเสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; การวิจัยเรื่องโควิดครั้งนี้ &amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า &amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างระบบของชุมชนเพื่อดูแลช่วยเหลือกันในระยะยาว &amp;nbsp;โดยใช้โอกาสจากงานวิจัยมาหนุนเสริม &amp;nbsp;ใช้ทุนต่างๆ ที่มีในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนมาช่วยเหลือกันในช่วงโควิด&amp;nbsp; หรือมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางเพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; และต้องจัดทำข้อมูลกลุ่มเปราะบางให้ชัดเจน&amp;nbsp; มีปัญหาความต้องการอย่างไร&amp;nbsp; อาจเชื่อมทุนจากภายนอกมาหนุนเสริม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องเปลี่ยนระบบ&amp;nbsp; ต้องทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนมาดูแลกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระยะยาวชุมชนจะสามารถจัดระบบ&amp;nbsp; เพื่อวางแผนพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวมของชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งแผนพัฒนาในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายนอกเหนือจาก 5 จังหวัดที่วิจัย&amp;nbsp; เพื่อให้พื้นที่อื่นมาเรียนรู้&amp;nbsp; มาแลกเปลี่ยน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้เป็นพื้นที่วิจัย&amp;nbsp; แต่ได้รับผลกระทบมาก&amp;nbsp; จะเชื่อมโยงกันอย่างไร&amp;nbsp; เพื่อเกื้อหนุนกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นำสินค้าผลผลิตจากชุมชนมาแลกเปลี่ยนหรือขายราคาถูก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใช้โอกาสจากงานวิจัยไปทำงานให้สอดคล้องกับพื้นที่&amp;nbsp; สามารถตอบคำถามงานวิจัยได้&amp;nbsp; เพราะชุมชนไม่ได้ทำวิจัยเพื่อวิจัย &amp;nbsp;แต่เป็นการทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหา และขยายการพัฒนาของชุมชนไปเชื่อมโยงกับระบบที่เกี่ยวข้องต่างๆ&amp;nbsp; ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวพรรณทิพย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องเครือข่ายชุมชน จ.กาญจนบุรี ส่งน้ำใจช่วยเหลือชาวชุมชน กทม.ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นพ.สำเริง&amp;nbsp; แหยงกระโทก &amp;nbsp;จากจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; เสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; อยากให้งานวิจัยครั้งนี้เน้นไปที่จุดสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การทำศูนย์พักคอย หรือ CI (Community Isolation) ว่า&amp;nbsp; CI เกิดขึ้นได้อย่างไร &amp;nbsp;ทำอย่างไร &amp;nbsp;มีความสำเร็จอย่างไร &amp;nbsp;หรือไม่สำเร็จ&amp;nbsp; ให้เจาะลึกเพื่อให้เกิดบทเรียนที่ชัดเจน&amp;nbsp; เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครทำวิจัยเรื่องนี้&amp;nbsp; ยังเป็นเรื่องใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้โรงพยาบาลไม่พอ&amp;nbsp; โรงพยาบาลสนามก็ไม่พอ&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนจึงต้องมาช่วยกันทำ CI เพื่อมาดูแลผู้ป่วยสีเขียวหรือเหลืองอ่อนซึ่งยังมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; เพราะไม่ต้องใช้หมอ&amp;nbsp; ไม่ต้องใช้พยาบาล&amp;nbsp; ใช้คนในชุมชนมาช่วยกันทำ&amp;nbsp; ดูแลกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบจ.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; พระ&amp;nbsp; อสม. ชาวบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นการรวมตัวของคนในตำบล&amp;nbsp; จึงอยากให้ทีมวิจัยภาคอีสาน 4 จังหวัดทำวิจัยเรื่องนี้ให้ชัดเจนเพื่อเป็นบทเรียน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สำเริงเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ระดมสรรพกำลังสู้โควิด-สร้างวัคซีนทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางเพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังใช้ที่ว่างในชุมชน (ที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรองของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ถือเป็นต้นแบบแห่งหนึ่งในการรับมือกับโควิด&amp;nbsp; โดยใช้ศูนย์เด็กเล็กเป็นศูนย์พักคอยในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนโควิดปีนี้&amp;nbsp; เราได้เตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าอ๊อกซิเจนในเลือด&amp;nbsp; และรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดา&amp;nbsp; แต้อารักษ์ &amp;nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;การทำศูนย์พักคอยในชุมชนหรือ CI หรือศูนย์พักพิงเพื่อจะส่งต่อ&amp;nbsp; ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถจะส่งต่อไปไหนได้แล้วเพราะไม่มีที่จะให้ส่ง&amp;nbsp; แต่ CI จะดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนสามารถทำได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะ พอช.&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เพราะทำเรื่องความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; เรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวว่า&amp;nbsp; การทำ CI โดยชุมชนไม่ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp; จึงต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; และต้องรีบทำ&amp;nbsp; เพราะไม่งั้นจะเสียชีวิตอีกมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมี &amp;lsquo;4 อ.&amp;rsquo; ที่ต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; คือ 1. อาการ &amp;nbsp;ดูอาการ &amp;nbsp;การหายใจ&amp;nbsp; ว่าเป็นอย่างไร &amp;nbsp;รักษาตามอาการ &amp;nbsp;และช่วยกันดูแล &amp;nbsp;2.อาหาร &amp;nbsp;3. อาศัย &amp;nbsp;คือศูนย์พักคอยหรือที่พักพิง &amp;nbsp;และ 4. อาศัยฐานทุนที่มีอยู่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเป็นไปได้อยากให้ สปสช.เชื่อม CI เข้าสู่ระบบและจัดสรรงบประมาณให้ศูนย์พักคอยชุมชนโดยตรง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำเรื่องอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อขยายการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนฐานราก&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนที่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ&amp;nbsp; จะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; โดยทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทำเรื่องนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกว่าวัคซีนจะมีมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสิ่งที่พวกเราทำนี้&amp;nbsp; ทั้งสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม&amp;nbsp; เป็นวัคซีนทางสังคมที่พวกเราช่วยกันทำได้อย่างดี&amp;nbsp; ต้องสร้างเครือข่าย&amp;nbsp; ต้องทำต่อไป&amp;nbsp; และขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; แล้วเราจะไปรอด&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.ปรีดาย้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สร้างวัคซีนทางสังคม นำอาหารและสิ่งของจำเป็นมอบให้ครอบครัวที่กักตัวในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวในตอนท้ายว่า ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้จะมีการพูดคุยกับเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ&amp;nbsp; โดยมี&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สสส. พอช.&amp;nbsp; และพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; เพื่อกระชับความร่วมมือให้เต็มที่และมากขึ้น&amp;nbsp; เพราะจะต้องระดมสรรพกำลังร่วมกันให้มากกว่าโควิดรอบแรก&amp;nbsp; เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์หนักกว่าสงครามโลก&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;สงครามโรค&amp;rsquo; และหากระบาดระลอก 4 หรือเป็นโควิดสายพันธุ์ใหม่จะอันตรายร้ายแรงยิ่งกว่านี้&amp;nbsp; ขณะที่ระบบสาธารณสุขไม่สามารถรองรับได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงต้องช่วยกันยันสมรภูมิในพื้นที่ให้ชัดเจน&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; โดยใช้จุดแข็งของ พอช.และสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; คือมีกำลังคนในพื้นที่&amp;nbsp; มีทีม&amp;nbsp; และมีทุนบางส่วนแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ สปสช.&amp;nbsp; สสส. และ สช.จะเข้ามาหนุนเสริมในเรื่องรูปแบบ&amp;nbsp; ความรู้&amp;nbsp; เรื่องการจัดการ&amp;nbsp; การรับมือกับโรคระบาด&amp;nbsp; เพื่อดูแลพี่น้องในชุมชน&amp;nbsp; เป็นการสานพลัง&amp;nbsp; สานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; รวมทั้งการแก้ไขปัญหากฎระเบียบต่างๆ หรืออุปสรรคทางนโยบาย&amp;nbsp; โดย สช.จะช่วยเชื่อมประสานงานทางหน่วยงานนโยบาย&amp;nbsp; เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; เป็นทางรอดของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111736</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 อ., Community Isolation, Zoom Meeting, กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า, การทำศูนย์พักคอย, กาฬสินธุ์, ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด, ชุมชนท้องถิ่น, นครราชสีมา, นพ.ปรีดา  แต้อารักษ์, นพ.สำเริง  แหยงกระโทก, นางสาวจันทนา  เบญจทรัพย์, นางสาวพรรณทิพย์  เพชรมาก, บพท., พลังสังคม, พัทลุง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สร้างวัคซีนทางสังคม, สานพลังทางสังคม, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), สุรินทร์, หน่วยงานภาคี, อำนาจเจริญ, โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104fe67111fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
