<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทร.อำลาชีวิตราชการ ปลุกพลังราชนาวี เข้มแข็งซื่อสัตย์สุจริต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28 ก.ย.64 - พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กระทำพิธีเยี่ยมอำลาหน่วยกองทัพเรือ พื้นที่ภาคตะวันออก เนื่องในโอกาสเกษียณอายุอำลาชีวิตราชการ โดยมี ผู้บัญชาการหน่วยกำลังรบทางเรือ ทางบก และหน่วยขึ้นตรงต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นเกียรติโดยพร้อมเพียงกัน ณ หน้ากองบัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ พลเรือโท รณรงค์ &amp;nbsp;สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) และพลเรือตรี อุทัย ชีวะสุทธิ ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ผบ.สอ.รฝ.) นำกำลังรบ และยุทโธปกรณ์ ประจำหน่วย ร่วมกระทำพิธีสวนสนามยานยนต์ ที่ทรงพลังแห่งแสนยานุภาพ เทิดเกียรติแด่ ผู้บัญชาการทหารเรือ ลำดับที่ 40 แห่งราชนาวีไทย ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 20 นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 77 ซึ่งถือเป็นผู้ที่สร้างคุณประโยชน์ต่อกองทัพเรือ และคุณงามความดีต่อประเทศชาติ ที่จะยังคงจดจำอยู่ในใจของเหล่าทหารเรือตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวอำลาชีวิตราชการ ความว่า &amp;quot; หน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ เป็นหน่วยกำลังรบที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญ ในการปกป้องเอกราชอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมทั้ง ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผมดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เห็นการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และนโยบายของกองทัพเรือ จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง และพี่น้องประชาชนตลอดมา ซึ่งความสำเร็จดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกำลังพลทุกนาย อันเนื่องมาจากพลังสามัคคี พลังราชนาวี จากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ผมขอแสดงความชื่นชม และขอบคุณกำลังพลทุกนาย ขอให้ทุกท่านปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็งซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้กองทัพเรือของเรา เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่น ศรัทธา และภาคภูมิใจตลอดไป &amp;quot;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบฐทร., พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน, อำลาตำแหน่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_61527fc6aba04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; คุยทูตสหราชอาณาจักร ชมไทยจัดการวัคซีนโควิด เชื่อมั่นเป็นศูนย์กลางอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - เวลา 13.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่

โดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในนามรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ขอแสดงความเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ของดุ๊กแห่งเอดินบะระ เชื่อว่าพระกรณียกิจที่พระองค์ทรงทุ่มเทเพื่อสาธารณประโยชน์จะอยู่ในความทรงจำของทั่วโลกตลอดไป ขอบคุณเอกอัครราชทูตที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือที่ดีตลอดช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งในไทย

ด้านเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยสำหรับความร่วมมือที่ดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี และพหุภาคีระหว่างกันเป็นไปด้วยดี เชื่อมั่นว่าไทยและอาเซียนยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก พร้อมที่จะสนับสนุนนักลงทุนจากสหราชอาณาจักรให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน อาทิ ด้านพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอบคุณที่ไทยตอบรับข้อเสนอเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ 10 อันดับประเทศที่ประกอบธุรกิจง่ายที่สุด (Ten for Ten) เชื่อมั่นไทยจะได้รับความสนใจด้านการลงทุนมากขึ้น อีกทั้ง ชื่นชมแนวทางการทำงานของไทย แนวคิดการจัดการวัคซีนของไทยที่ต้องการให้เป็นยาพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งวัคซีนแอสตร้าซีเนก้าเป็นวัคซีนที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรเชื่อมั่นและไทยโดยบริษัทสยาม ไบโอไซเอนซ์ เป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้รับเลือกเป็นศูนย์กลางการผลิตเเละกระจายวัคซีนโควิดของแอสตร้าซีเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูต ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางที่จะเป็นประโยชน์ในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19 &amp;ldquo;Build back better&amp;rdquo; ที่ไทยหวังว่าจากบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจและการค้า และกลไกสนับสนุนอื่น ๆ ที่ได้ลงนามไป จะนำไปสู่การจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกันโดยเร็ว โดยเชื่อมั่นว่าจากความร่วมมือกับไทยจะส่งผลให้สหราชอาณาจักรสามารถเพิ่มบทบาทในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกมากขึ้น ซึ่งเอกอัครราชทูตเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยที่จะสามารถเป็นสะพานเชื่อมสหราชอาณาจักรกับอาเซียน อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และอินโดแปซิฟิก

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญอื่นๆ อาทิ เรื่องสิ่งแวดล้อม ไทยพร้อมสนับสนุนสหราชอาณาจักรในการเป็นประธานการประชุม COP26 และหวังว่าผลลัพธ์ของการประชุมส่งผลสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประเด็นสถานการณ์ในเมียนมา สหราชอาณาจักรชื่นชมและเข้าใจในแนวทางปฏิบัติของไทย ที่ได้แสดงออกถึงความห่วงใยต่อประเทศเพื่อนบ้าน การช่วยเหลือประชาชนผู้หนีภัยตามหลักมนุษยธรรม และการสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102000</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อำลาตำแหน่ง, เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร, ไทย-สหราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093b5e15196e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูตั้น&#039;เข้ากระทรวงอำลาทั้งน้ำตาเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาทำงานที่ศธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 มี.ค.64- ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (อดีต รมว.ศธ.) เดินทางสักการะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ ศธ. ได้แก่ พระพุทธรูปประจำกระทรวง พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์สยามิศรจักรี สัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ศาลพระภูมิ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) หลังจากศาลอาญา พิพากษาจำคุก และทำให้ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ตามมาตรา 160(7) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และผู้บริหาร ศธ.ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล ได้กล่าวกับผู้บริหาร ศธ. ตอนหนึ่งว่า แม้ว่าตนจะเข้ามารับตำแหน่งในระยะเวลาที่สั้น แต่ก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่มากกว่าค่าเฉลี่ย จากนั้น นายณัฏฐพล ได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า ต้องขอบอกว่าผมเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาทำงานที่ ศธ. ก็คงต้องฝากการศึกษาไว้กับทุกๆ คน และผมยังมั่นใจว่าอนาคตของการศึกษาเราทำได้ ต้องแก้ได้ ถ้าร่วมกัน ตั้งใจทำ ให้กับเด็กๆ คุณครู และกับประเทศ ขอบคุณครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกังวล หรือมีข้อห่วงใยอะไรหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ทุกอย่างที่ตนทำเป็นเพียงเรื่องของนโยบาย ส่วนคนที่จะขับเคลื่อนไปให้ได้คือ ข้าราชการ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และตนหวังว่าความร่วมมือระหว่างข้าราชการทั้ง ศธ.จะยังคงอยู่ เดินหน้าความฝันของประเทศไทย ที่ต้องการให้การศึกษาไทยดีขึ้น สามารถแข่งขันได้ในอนาคตต่อ ส่วนเป็นห่วงอะไรหรือไม่ ตนไม่ห่วงอะไรมาก ห่วงเรื่องความต่อเนื่องนิดหน่อย ที่ต้องการให้ผู้ที่ขับเคลื่อนเรื่องบูรณาการ สามารถเชื่อมต่อกับแผนบูรณาการที่วางเอาไว้ได้ ก็ยังมั่นใจว่าเรื่องนี้จะเป็นแนวทางที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการศึกษาไทย และตนมั่นใจในความสามารถของบุคลากรของ ศธ. ว่าตราบใดที่ทุกคนร่วมใจกันทำ ทุกอย่างจะต้องดีแน่นอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94959</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, รมว.ศึกษาธิการ, อำลาตำแหน่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040842523765.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถาวร&#039;เปิดใจพ้นตำแหน่ง รมช.คมนาคม ฝากคนใหม่สานต่องาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ. 2564 นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา และได้กำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทางด้านอากาศ อาทิ กรมท่าอากาศยาน (ทย.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) จึงได้ผลักดันนโยบายการขนส่งทางอากาศ &amp;ldquo;เชื่อมโลก เชื่อมไทย สู่เมืองรอง&amp;rdquo; โดยได้วางแนวทางการพัฒนาสนามบินภูมิภาค 29 แห่ง วงเงินประมาณ 7 หมื่นล้านบาท แต่ในขณะนี้ ได้ใช้งบประมาณไปเพียงแค่ 1.46 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ตนจึงต้องการให้รัฐมนตรีท่านใหม่เข้ามาสานต่อนโยบายและโครงการพัฒนาสนามบินดังกล่าวต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นห่วงนโยบายเชื่อมโลก เชื่อมไทย สู่เมืองรอง ที่อยากให้เดินหน้าต่อ บางคนมองว่างบประมาณที่จะลงทุนสูงถึง 7 หมื่นล้านบาท ในการพัฒนาสนามบิน 29 แห่ง ไม่คุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจ และประชาชนได้ประโยชน์อะไร ผมมองว่า วงเงิน 7 หมื่นล้าน น้อยนิด ยังไม่เท่ากับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเส้นเดียวเลย ซึ่งคนต่างจังหวัดอีกกว่า 60 ล้านคนต้องได้รับการดูแล ผมพูดแบบนี้ ไม่ได้อิจฉาคนกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรืออิจฉาบริษัทก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสี แต่อยากฝาก และรณรงค์ให้คนชนบท จะต้องได้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเช่นเดียวกัน&amp;rdquo; นายถาวร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร กล่าวต่ออีกว่า ขณะเดียวกัน ในปี 2562 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2.2 ล้านล้านบาท ถึงแม้ในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งจำนวนผู้โดยสาร และเที่ยวบินจะลดลง แต่เรื่องการพัฒนาสนามบินยังต้องเดินหน้าต่อ ยังเป็นส่วนช่วยในการส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงต้องการให้วางแนวทางในการเชื่อมโครงข่าย ระหว่างสนามบิน ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ โรงแรม รวมถึงการเชื่อมโยง (Connectivity) ระบบคมนาคมขนส่ง รถ-เรือ-รถไฟ-อากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมสอดรับกับการคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ที่ระบุว่า จำนวนผู้โดยสารภายในประเทศของไทยจะเข้าสู่สภาวะปกติ ในปี 2565-2566 และระหว่างประเทศในปี 2566-2567&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังมีโครงการใด หรือนโยบายไหนที่ยังไม่ได้ดำเนินการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ นายถาวร กล่าวว่า การพัฒนาให้สนามบินมีความทันสมัย (Smart Airport) ถือเป็นเรื่องที่ยังดำเนินการไม่จบ อยู่ในช่วงการเริ่มต้นเท่านั้น และต้องการให้รัฐมนตรีท่านใหม่เข้ามาสานต่อ ทั้งในส่วนของการนำระบบ IT มาใช้ เพื่อให้ทราบล่วงหน้าถึงจำนวนผู้ใช้บริการ รวมถึงการจับจ่ายใช้สอย การซื้อตั๋วเครื่องบิน ผ่านระบบเทคโนโลยี และด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ส่วนโครงการที่ภาคภูมิใจนั้น คือ ทุกเรื่องที่ได้ดำเนินการ ทุกสนามบินของ ทย. ที่ตนกำกับดูแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาสนามบินเบตงว่า ได้มอบหมายนายเจือ ราชสีห์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นประธานคณะทำงานเร่งรัดการเปิดใช้ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา พร้อมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทย., บวท., สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), กรมอุตุนิยมวิทยา, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) รวมถึงภาคเอกชน เพื่อทดสอบระบบนำร่อน และให้สามารถเปิดให้บริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์ได้ภายใน เม.ย. 2564 ทั้งนี้ ได้ฝากไปยังนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดี ทย. ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา ศาลอาญาชั้นต้นมีพิพากษา จำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา ในคดีคดีกลุ่มกบฏคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เป็นเหตุให้ต้องพ้นสภาพรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 มาตรา 160 (7) ที่บัญญัติไว้ว่า รัฐมนตรีต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก โดยไม่คำนึงว่าคดีจะถึงที่สุดหรือไม่ หรือคำพิพากษาที่ให้ลงโทษจำคุกนั้น จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ความผิดที่ศาลพิพากษาให้รอการลงโทษนั้น จะเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ และความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94909</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ถาวร เสนเนียม, สานต่องานเดิม, อำลาตำแหน่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f6ac6e36a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;กล่าวอำลาตำแหน่ง ยังมีแก่ใจอวยพรรัฐบาลใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์อำลาตำแหน่ง ขอคนอเมริกันร่วมกันอธิษฐานให้รัฐบาลชุดใหม่ประสบความสำเร็จ ก่อนทิ้งทวนด้วยการอภัยโทษผู้กระทำความผิด 73 คนรวมถึงคนสนิท ด้านโจ ไบเดน เตรียมขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ กล่าวในพิธีรำลึกเหยื่อโควิด 400,000 ชีวิตเรียกร้องความเป็นเอกภาพ&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;Credit : The White House/Youtube&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์จะเป็นประธานาธิบดีที่กำลังจะพ้นตำแหน่งคนแรกในรอบ 152 ปีนับแต่แอนดรูว์ จอห์นสัน ที่ไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่ และจนถึงขณะนี้เขายังคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้หรือแสดงความยินดีกับไบเดนเป็นการส่วนตัว แต่ในสุนทรพจน์อำลาตำแหน่งความยาว 20 นาทีที่บันทึกเทปไว้ล่วงหน้าและเผยแพร่ทางยูทิวบ์เมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม เป็นครั้งแรกที่เขากล่าวอวยพรไบเดนแม้จะไม่ยอมเอ่ยชื่อไบเดนแม้แต่ครั้งเดียวก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและบีบีซีกล่าวว่า ทรัมป์ร้องขอให้คนอเมริกันร่วมกัน &amp;quot;อธิษฐาน&amp;quot; เพื่อความสำเร็จของคณะผู้บริหารชุดใหม่ ขณะเดียวกันเขากล่าวปกป้องและเชิดชูการทำหน้าที่ผู้นำสหรัฐในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาว่า &amp;quot;เราได้ทำในสิ่งที่เราเข้ามาเพื่อทำ และสิ่งอื่นอีกมากมาย&amp;quot; และว่า เขาได้ร่วมการต่อสู้ที่ยากและหนักหน่วงที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งที่คนอเมริกันเลือกเขาเข้ามา และยังคุยด้วยว่ารัฐบาลของเขาได้สร้างเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์เพิ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนสภาผู้แทนราษฎรถอดถอนถึง 2 ครั้ง ด้วยข้อกล่าวหาว่าปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนก่อจลาจลที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม แต่ในสุนทรพจน์อำลาตำแหน่ง ทรัมป์บอกว่า ความรุนแรงทางการเมืองเป็นการโจมตีทุกสิ่งที่พวกเราชาวอเมริกันรัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขามีกำหนดจะออกเดินทางไปฟลอริดาช่วงเช้าวันพุธ ก่อนพิธีสาบานตนของไบเดนจะเริ่มในเวลาเที่ยงวันของกรุงวอชิงตัน หรือเที่ยงคืนวันเดียวกันของไทย หนึ่งในงานสุดท้ายที่ทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีสั่งการคือ การอภัยโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดอาญาหรือต้องข้อกล่าวหารวม 73 ราย ซึ่งรวมถึงคนสนิทและพวกพ้องของเขาหลายคน แต่เขาไม่ได้อภัยโทษให้ตัวเองหรือสมาชิกในครอบครัวไว้ล่วงหน้าอย่างที่เคยคาดเดากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ได้รับการอภัยโทษรอบนี้รวมถึงสตีฟ แบนนอน อดีตผู้ช่วยที่ทรงอิทธิพลของทรัมป์ ที่ถูกตั้งข้อหาหลอกลวงให้คนลงขันเพื่อสร้างกำแพงชายแดนเม็กซิโก ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของทรัมป์ อีกคนคือเอลเลียต บรอยดี อดีตผู้ระดมทุนหาเสียงของทรัมป์ ที่สารภาพผิดว่าสมคบคิดกับการทำผิดกฎหมายล็อบบี้ต่างชาติ นอกจากนี้ ลิล เวย์น แร็ปเปอร์ที่รับผิดฐานครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนและถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ก็มีชื่อในโผนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดน เดินทางจากบ้านในรัฐเดลาแวร์มาวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันอังคาร โดยในช่วงค่ำ เขาพร้อมด้วยนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดี ได้จัดพิธีรำลึกชาวอเมริกัน 400,000 ชีวิตที่สังเวยโควิด-19 ที่เบื้องหน้าสระน้ำสะท้อนอนุสรณ์สถานลิงคอล์น เขาย้ำในถ้อยคำไว้อาลัยถึงความจำเป็นที่สหรัฐต้องมีความเป็นเอกภาพ &amp;quot;บางครั้งมันยากที่จะจำ แต่นั่นคือวิธีที่เรารักษา เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องทำในความเป็นชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีสาบานตนของประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐครั้งนี้จะเรียบง่ายกว่าทุกครั้ง ทั้งเพราะโรคระบาดและความตึงเครียดหลังเหตุจลาจลที่รัฐสภา ซึ่งจะเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้ ทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดถูกระดมจากทั่วประเทศ 25,000 นายมารักษาการณ์ ประชาชนทั่วไปถูกห้ามเข้าร่วม โดยจะมีธงชาติ 200,000 ผืนปักไว้บนสนามหญ้าแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90474</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีสาบานตน, อภัยโทษ, อำลาตำแหน่ง, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60080c6e1bbf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;ปิดฉากรัฐมนตรีพลังงานย้ำชัดยังไม่เล่นการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 2563 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหาร ข้าราชการเนื่องในโอกาสอำลาตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2563 ว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้ผลักดันนโยบาย Energy For all อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โครงการโซลาร์ภาคประชาชน รวมถึงโครงการพลังงานน้ำมันบนดิน สำหรับการใช้เทคโนโลยีบล็อคเชน เข้ามาซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบ แม้ว่าจะยังไม่สามารถเปิดให้ยื่นได้แต่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานมีภาพลักษณ์ด้านกระทรวงเทคนิค ดังนั้นพยายามให้กระทรวงพลังงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่ดูแลปากท้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตลอดระยะเวลาที่ทำงานได้มุ่งเน้นต้องการให้พลังงานสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนทุกคน และผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน และอีกงานสำคัญที่เดินหน้าแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ คือ การจัดตั้งคณะกรรมการผลักดันโซลาร์บนหลังภาคประชาชน ที่กำหนดเวลาไว้ 60 วันจะต้องมีความชัดเจนด้านพื้นที่ ประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่ง โดยตั้งเป้าหมายว่าจะให้เกิดการผลิตไฟฟ้าดังกล่าวเป็นจำนวน 50เมกะวัตต์ หลังจากที่ผ่านมายังไม่สำเร็จจากเป้าหมาย 100 เมกะวัตต์ เพราะติดปัญหาหลายด้าน อาทิ การติดตั้งต้องมีวุฒิวิศวะ เป็นผู้เซ็นอนุญาต ซึ่งประเด็นนี้เป็นอุปสรรคที่ประชาชนไม่อยากติดตั้ง โดยหลังจากนี้จึงฝาก นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และข้าราชการ ช่วยดูแลโครงการและแผนงานต่าง ๆ ให้มีขบวนการที่ชัดเจนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเข้ามาทำงานช่วงแรกก็เข้าใจว่า งานพลังงานจะยาก แต่ก็พยายามทำให้พลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน พยายามผลักดันมาตลอด 1 ปี ซึ่งยอมรับว่ายังไม่สามารถออกประกาศรับซื้อกระแสไฟฟ้าได้ จำนวน 700 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายจะเกิดเม็ดเงินลงทุน 70,000 ล้านบาท นั้นต้องรอแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี) และยังเจอวิกฤติโควิด 19 ทำให้กำลังการใช้ไฟฟ้าลดลง ขณะที่การสำรองไฟฟ้าอยู่ระดับสูง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์และเศรษฐกิจโลก เพราะฉะนั้นต้องทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย แต่แผนที่ทำไว้ต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้นต้องรอว่า รมว.พลังงานคนใหม่ เข้ามาผลักดัน&amp;quot;นายสนธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้อีกงานที่สำคัญคือ การปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรม ปัจจุบันดำเนินการปรับโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นแล้ว ลดลง 50สตางค์หน่วย แต่ยังเหลือที่ต้องดำเนินการในส่วนของโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ และกำลังพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่าไฟระยะยาว ซึ่งจะเชื่อมโยงกับการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี) ซึ่งปลายแผนต้นทุนค่าไฟต้องไม่เป็นภาระประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับเป้าหมายการศูนย์กลางการจำหน่ายไฟฟ้าของอาเซียน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ปัจจุบันดำเนินการตั้งบริษัทเพื่อขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว และกฟผ.ยังเร่งพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้าเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี)ของไทย ส่วนนโยบายการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์ก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ของอาเซียน ดำเนินการโดย บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ที่ผ่านมาคืบหน้าแต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้นโยบายนี้ต้องรอให้โควิดจบลงก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากนั้น ที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน ได้เข้าดูแลประชาชน ลดค่าใช้จ่ายทั้งน้ำมัน ก๊าซ ค่าไฟ ในช่วงสถานการณ์โควิด ขณะเดียวกันกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้เตรียมวงเงินกองทุนไว้ 3,600 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก แม้ปัจจุบันเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่เดิมนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นั้น ทราบว่านายวิษณุ เครืองาม นายกรัฐมนตรี จะเข้ามาช่วยพิจารณาต่อจากนี้ ยืนยันว่าโครงการนี้จะยังเดินหน้าต่อเพราะมีการอนุมัติกรอบวงเงินไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นโยบายทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ หรือจะมีนโยบายใหม่เข้ามา ซึ่งนโยบายที่ผมทำนั้นหากไม่ติดโควิดตลอด 3 เดือนน่าจะมีคืบหน้ามากกว่านี้ หลังจากนี้คงขอพักงานการเมืองก่อน เป็นคนแก่ตกงานพร้อมทำงานด้านอื่นบ้างๆ หลังจากนี้คงกลับไปทำงานด้านประชาสังคมเหมือนเดิม ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่อยู่ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือก ทั้งนี้อยากฝากทุกคนว่าอย่าให้กระทรวงวุ่นวาย ไม่อยากให้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลประโยชน์กันเยอะ เพราะผมอยู่มา 1 ปีก็ไม่มีอะไรแบบนั้น&amp;quot;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ จำเป็นต้องมีความรู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขอให้เป็นผู้กำกับนโยบาย เป็นนักบริหาร เพื่อมอบให้ข้าราชการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหากรัฐมนตรีว่าการคนใหม่ มีชื่อนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหม่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่มีความเห็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71744</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.พลังงาน, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, อำลาตำแหน่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06db252c22f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;โพสต์ FB อำลาตำแหน่งโฆษกพปชร. ขอบคุณ&#039;อุตตม-สนธิรัตน์&#039;ที่ช่วยสนับสนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2563 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ&amp;quot; ระบุว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำหน้าที่โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านอุตตม สาวนายน อดีตหัวหน้าพรรค ท่านสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ อดีตเลขาธิการพรรค ที่ให้โอกาสผมทำหน้าที่มาตลอดระยะเวลา 1 ปี ขอบคุณส.ส.พรรคพลังประชารัฐทุกคน ที่สำคัญขอบคุณพี่น้องคนไทยทั่วประเทศที่ให้การสนับสนุนผมมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอแสดงความยินดีกับคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ด้วย
&amp;quot;การเป็นกระบอกเสียงของพรรคนั้น มีหน้าที่ในการป้องกันส่วนได้ส่วนเสียของพรรค มีหน้าที่ในการชี้แจงข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนทราบและเข้าใจ โดยเฉพาะนโยบายหรือการทำงานของพรรคและรัฐบาล บางครั้งอาจกระทบกระทั่งกันบ้างในทางการเมือง แต่ไม่ใช่ส่วนตัว ผมต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย&amp;quot;นายธนกรระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร ระบุด้วยว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา นอกจากพรรคแล้ว ผมก็ทำหน้าที่ปกป้อง&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; เพราะผมเชื่อมั่นว่า&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;มีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพราะฉะนั้นผมจะทำตามที่ผมเชื่อมั่นและศรัทธา จะช่วย&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;ต่อไป จนกว่า&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;จะไม่ใช้ผม ส่วนการทำงานในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผมจะทำต่อไปให้ดีที่สุดเพราะวันนี้พี่น้องประชาชนยังเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด-19 อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงการคลังยังต้องทำงานในส่วนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ที่ผ่านมาการจ่ายเงินเยียวยาพี่น้องประชาชนกว่า 15 ล้านคนผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกันถือว่ากระทรวงการคลังทำได้ดีมาก และเราจะทำโครงการก้าวต่อไปเราไม่ทิ้งกันด้วย ทั้งนี้ การเมืองยุค new normal นั้น หลายสิ่งหลายอย่างต้องปรับตัว ไม่เช่นนั้นอนาคตจะไล่ล่าคุณ ตัวผมเองคงต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน เพื่อให้เป็นที่รัก ศรัทธา และน่าเชื่อถือในสายตาของพี่น้องประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายผมขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้โอกาสผม จะขอเป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่ช่วย&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;รวมไทยสร้างชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, อำลาตำแหน่ง, โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaec40c12f48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
