<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ใครเห็นช่วยแจ้ง!แม่ตามหาลูกชายมีอาการทางจิตหายจากบ้านนาน 10 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 เม.ย.62-ผู้สื่อข่าวรับแจ้งพบเบาะแส หนุ่มจิตเวช คือ นายสุรชัย สีขาว อายุ 38 ปี ที่หายออกจากบ้านพัก เลขที่ 32/2หมู่ที่ 5 ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี นานกว่า 10 วัน โดยนางธิดา คงศรี อายุ 59 ปี แม่ของนายสุรชัย เล่าว่า ลูกชายมีอาการป่วยทางจิตมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอขลุง เป็นคนใจดี ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ชอบช่วยเหลือคน ใครขออะไรก็ให้หมด ล่าสุดได้ไปช่วยญาติๆเก็บมังคุด ก่อนเดินออกจากสวนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ญาติๆตะโกนเรียกให้กลับ ก็ไม่กลับ พยายามเดินตามก็ไม่ทัน เพราะนายสุรชัย ร่างกายสูงใหญ่ จากนั้นญาติได้กลับมาที่สวน เพื่อนำรถจักรยานยนต์ ออกตามหาก็ยังไม่พบ จนเวลาล่วงเลยมาครบ 10 วัน แม่และ นายสุรศักดิ์ สีขาวอายุ 26 ปี น้องชาย และญาติๆ ช่วยกันออกตามหาไปตามพื้นที่ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะพื้นที่เชิงเขาสระบาป ที่มีคนเจอ เมื่อวันแรกๆ ญาติได้วนเวียนหาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว อยู่นานหลายวันก็ยังไร้ร่องรอย กระทั่งตัดสินใจไปติดตามในพื้นที่ อำเภอมะขาม ที่เป็นเส้นทางเชื่อมกับเขาสระบาป โดยมีเบาะแสว่ามีคนเคยเห็นว่าเคยนั่งรถมาลงที่ ตำบลมาบไพ พื้นที่ อำเภอขลุง จึงรีบเข้าพื้นที่ ตำบลมาบไพ โดยประสานกับสารวัตรกำนันตำบลมาบไพ ช่วยออกตามหา จนได้เบาะแสล่าสุด ว่าเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา นางจันท์ฉาย นวจารี อายุ 39 ปี เจ้าของล้งผลไม้เลขที่ 14/4 หมู่ที่ 4 ตำบลมาบไพ ได้ดูรูปแล้วยืนยันว่ารูปพรรณสัณฐานตรงกับชายที่เคยมานั่งพักบริเวณหน้าล้ง เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา นางธิดา แม่ของนายสุรชัย ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อทราบว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ ยังแข็งแรงดี โดยนางธิดา แม่ของนายสุรชัยได้ฝาก ข้อความไปตามช่องทางต่างๆ ทุกช่อง หากใครพบนายสุรชัย สีขาว อายุ 38 ปี สูง 175 เซ็นติเมตร มีอาการป่วยทางจิต ใจดี ไม่ทำร้ายใคร ให้ติดต่อกลับมาที่ นายุชาติ คงสี เบอร์ 098 -3966514 โดยญาติได้แจ้งความคนหายไว้ที่สถานีตำรวจภูธรขลุง เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, จ.จันทบุรี, หนุ่มจิตเวช, อำเภอขลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0805cda371.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้าสาวอุ้มหลาน 1 ขวบซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แฟนหนุ่ม ถูกรถกระบะพุ่งชนดับคาที่ 3 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.62 - เมื่อเวลา 01.20 น. คืนที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนประสานงารถจักรยานยนต์ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย เหตุเกิดขึ้นบนถนนสายมะขาม-ขลุง หมู่ที่ 4 บ้านตะบกโพรง ตำบลซึ้ง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ตำรวจตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บท-287 จันทบุรี อยู่ในสภาพพลิกหงายท้อง ล้อชี้ฟ้า อยู่ในป่าหญ้าข้างทาง ฝั่งมุ่งหน้าไปทางอำเภอมะขาม สภาพพังเสียหายเกือบทั้งคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นเป็นคนขับและผู้โดยสารจำนวน 2 ราย ทางเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้ให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลขลุง ไปก่อนหน้าแล้ว ห่างกันเล็กน้อย พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กฐ &amp;ndash; 7222 จันทบุรี ล้มอยู่ในป่าหญ้าข้างทาง สภาพตัวรถด้านหน้ามีร่องรอยการถูกพุ่งชน พังเสียหายกลายเป็นเศษเหล็กเหลือเพียงครึ่งคัน ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบศพของนายทรงพล บรรจงการ อายุ 31 ปี ชาวตำบลบางชัน อำเภอขลุง สภาพศพท่อนแขนซ้ายขาดหายไป ใกล้กันพบศพของนางสาวกฤษณา อินทร์ใหญ่ อายุ 20 ปี และ เด็กหญิงณัฐชา เดิมประโคน อายุ 1 ขวบ 9 เดือน สภาพศพถูกแรงชนตกอยู่ในป่าหญ้าริมถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้พยายามค้นหาอวัยวะท่อนแขนซ้ายของนายทรงพล ผู้เสียชีวิต จนไปพบติดอยู่ในซากรถกระบะคู่กรณี ต่อมาจึงได้ลำเลียงศพผู้เสียชีวิต นำส่งโรงพยาบาลขลุง เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจชันสูตรบาดแผลยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.กฤษกร กมลภพ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรขลุง เบื้องต้นทราบชื่อผู้บาดเจ็บที่มากับรถกระบะ รายแรกชื่อ นายอนุพงษ์ ก้องโสต อายุ 35 ปี และ นายจิรเดช ก้องโสต อายุ 34 ปี ชาวตำบลตรอกนอง อำเภอขลุง โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายอยู่ในอาการได้รับบาดเจ็บสาหัส ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ จึงยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ขับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุโดยละเอียด พร้อมทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บและพยานแวดล้อมเพิ่มเติมในการสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้เพื่อให้การทำคดีเกิดความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่อไป&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28524</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, จังหวัดจันทบุรี, รถกระบะชนมอเตอร์ไซค์ดับ3ศพ, สภ.ขลุง, สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี, อำเภอขลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5b8ded960f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบตัวแล้ว! นายทุนเกาะจิกรีสอร์ท อ้างเช่าต่อปี 54 ไม่รู้ผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการดำเนินการคดีเกาะจิกรีอร์ท นายเฉลิมพล แซ่แต้ อายุ 28 ปีบ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 1 ต.บางชัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้เดินทางเข้าพบนายพงษ์พัฒน์ วงษ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี โดยยอมรับว่า เป็นผู้เช่าสัญญาดำเนินธุรกิจแทนนายณรงค์ หงษ์บิน ซึ่งทางรองผู้ว่าฯจันทบุรีได้ให้ทางเจ้าท่าฯจันทบุรี และนายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จ.ระยอง&amp;nbsp;(สบทช.1)&amp;nbsp;พูดคุยในเรื่องที่มาที่ไปของการเข้ามาดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมพงษ์ บอกว่า รู้สึกตกใจที่มีเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบและประกาศห้ามดำเนินกิจการเหตุเพราะมีการบุกรุกทั้งพื้นที่บนบกและทะเล ซึ่งตนเองไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่มาเช่าต่อในปี 2554 ซึ่งไม่รู้ว่าทำผิดกฏหมาย อย่างไรก็ตามก็ยอมรับผิดที่ไม่ได้มีการตรวจสอบมาก่อน ส่วนเรื่องนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักและจ่ายเงินมาแล้วพร้อมจะคืนให้กับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายพงษ์พัฒน์ วงษ์ตระกูล , ทสจ.จันทบุรี , เจ้าท่าฯจันทบุรี และผู้อำนวยการ สบทช.1 ได้ร่วมปิดประกาศแจ้งผลการพิจารณายื่นการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 32/2560 และคำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ โดยมีนายเฉลิมพล แซ่แต้ ร่วมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์พัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจ.จันทบุรีที่มีการพิจารณาร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหลังจากที่ได้มีการตรวจสอบรีสอร์ทแห่งนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและมีการประชุมหารือในรายละเอียดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ท&amp;nbsp;และสรุปว่า รีสอร์ทแห่งนี้มีความผิดแยกเป็น&amp;nbsp;2 ส่วนคือ&amp;nbsp;ส่วนแรกในพื้นที่บนฝั่ง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีโฉนดที่ดินเลขที่ 20290 จำนวน 97 ตารางวา พบมีการปลูกสร้างที่พัก ห้องอาหาร และตัาอาคาร พบ มีการก่อสร้างห้องพัก 3 หลังจำนวน 6 ห้องนอน ที่ปลูกสร้างเกินไป 3 งาน เสียหายเป็นมูลค่า 51,000 บาท ซึ่งอยู่ในเขตป่าไม้ จึงจะดำเนินคดีกับผู้บุกรุก ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกสวนหนึ่งคือ ห้องพักในทะเล ได้มีการปลูกสร้างผิดตามพ.ร.บ.การเดินเรือ จำนวน 11 ห้อง ใช้งาน 10 ห้อง ซึ่งไม่ได้มีการขออนุญาตตามคำสั่ง คสช.ที่ 32/2560 จึงได้สั่งให้ทำการรื้อถอนภายใน 90 วัน หากดำเนินการก็จะไม่ผิด แต่จะผิดในกฏหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ จะเอาผิดกับเจ้าของรีสอร์ทและผู้เช่าต่ออีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์พัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้เช่าและผู้บุกรุกจะต้องถูกดำเนินคดีโดยให้ทางผกก.ขลุงทำการสอบสวนเอาผิดและสอบสวนหาผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม หากพบก็จะเเจ้งข้อกล่าวหา ขณะที่ผู้จองห้องพักมาได้ขอให้ผู้เช่าได้ดำเนินการคืนเงินให้ไปเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาเพิ่ม และทางจังหวัดจะประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาท่องเที่ยวเกาะจิก แต่สามารถไปพักยังโฮมสเตย์หรือที่พักอื่นๆได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนของภาพรวมการบุกรุกทะเลจันทบุรีนั้น ยอมรับว่ามี แต่ทางราชการได้ดำเนินการตรวจสอบและยึดคืนมาแล้วกว่า 1 พันไร่ในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่อไปหากประชาชนแจ้งเบาะแสก็พร้อมเข้าไปดำเนินการ หากจะให้กระทำทั้งหมด ชาวบ้านจะเดือนร้อน แต่จะเน้นในรายของผู้ประกอบการมากกว่า&amp;quot;รองผู้ว่าฯจันทบุรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21548</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, บุกรุกป่าไม้, รีสอร์ทรุกล้ำทะเล, อำเภอขลุง, เกาะจิกรีสอร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be2a722e4f44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯจันทบุรีสั่งรื้อถอนรีสอร์ทรุกล้ำทะเล ย้ำให้บังคับใช้กฎหมายเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.61 -&amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 นายอำเภอขลุง เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจันทบุรี เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 19 ได้เข้าประชุมสรุปผลการตรวจสอบเกาะจิกรีสอร์ต ซึ่งพบว่ามีการก่อสร้างรุกล้ำทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการประชุมพบว่าพื้นที่ที่ก่อสร้างเกาะจิกรีสอร์ต หมู่ที่ 1 บ้านเกาะจิก ตำบลบางชั้น อำเภอขลุง เป็นของนายณรงค์ หงส์บิน สรุปว่ามีพื้นที่บางส่วนมีโฉนดเลขที่ 20390 แต่มีพื้นที่บางส่วนมีการสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นรีสอร์ตอยู่นอกเหนือเขตโฉนดที่ดิน เป็นพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำให้นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมายก็ให้ว่ากันไปตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ลุกล้ำไปในทะเลโดยเฉพาะรีสร์อต 9 หลัง ที่ยื่นลงไปในทะเล ส่วนรีสร์อตที่อยู่บนฝั่งอีก 6 หลัง ก็จะต้องมีการรังวัด หากพบว่าสร้างเกินขอบเขตของโฉนดก็จะต้องมีการรื้อถอนออกเช่นกัน ซึ่งทำให้หน่วยงานทั้งหมดจะลงพื้นที่ทำการรังวัดที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่บ้านที่ยื่นลงไปในทะเล 9 หลัง และตัวอาคารอยู่นอกเหนือโฉนด โดยจะแจ้งให้ นายณรงค์ หงส์บิน ผู้ประกอบการดำเนินการรื้อถอนที่ยื่นล้ำเขตป่าไม้และเขตเจ้าท่าในทันที หากมีความผิดก็จะดำเนินการจับกุม นายณรงค์ หงส์บิน เจ้าของรีสอร์ต และส่งฟ้องศาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ทางหน่วยงานจะได้ตรวจสอบรีสอร์ตอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงหากพบว่ามีการลุกล้ำจะดำเนินการในทันทีเช่นกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21454</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, นายณรงค์ หงส์บิน, นายวิทูรัช ศรีนาม, ผู้ว่าฯจันทบุรี, รีสอร์ทรุกล้ำทะเล, อำเภอขลุง, เกาะจิกรีสอร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be15ec498337.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าท่าจันทบุรี ชี้ &#039;เกาะจิกรีสอร์ท&#039; รุกทะเล เตรียมทำรายงานตามขั้นตอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบเกาะจิกรีสอร์ท อำเภอขลุง&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี ซึ่งพบว่ามีการก่อสร้างอาคารบ้านพักบุกรุกลงไปในทะเล โดยผู้ว่าฯจันทบุรี ร่วมกับนายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (จ.ระยอง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายประสงค์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจันทบุรี ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เจ้าของรีสอร์ทชื่อนายณรงค์ หงส์บิน ยังไม่ได้เดินทางมาชี้แจงและนำเอกสารมาแสดง เนื่องจากอยู่ระหว่างการเดินทางไปต่างประเทศ จากการตรวจสอบเอกสารการขออนุญาตของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจันทบุรีแล้วไม่พบว่ามีการขออนุญาตแต่ประการใด ซึ่งจากคำสั่งของคสช.ได้ประกาศให้ผู้ที่ปลูกสร้างอาคารหรือบ้านเรือนในทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาตที่ปลูกสร้างก่อนปี 2560 ต้องมาขออนุญาต แต่ปรากฏว่า นายณรงค์ หงส์บินยังไม่ได้มีการขออนุญาตม ซึ่งจะไม่ได้รับการอนุโลมใดๆ และมีความผิดในการที่ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างลงทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางสำนักงานเจ้าท่าฯจะได้ทำรายงานเสนอให้ทางผู้ว่าฯจันทบุรีดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายภุชงค์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบจากพิกัดการก่อสร้างของรีสอร์ทแห่งนี้แล้วพบว่า การปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ป่าบางส่วน ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (จ.ระยอง)ได้ตรวจสอบจากภาพถ่ายดาวเทียมและจีพีเอสแล้ว ซึ่งมีความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ แต่จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ผู้ว่าฯจันทบุรีได้มอบให้ทั้งสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจันทบุรีได้ตรวจสอบหากมีความผิดก็จะดำเนินการจับกุมและส่งฟ้องศาลและดำเนินการรื้อถอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21389</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, จันทบุรี, รีสอร์ทบุกรุกทะเล, อำเภอขลุง, เกาะจิกรีสอร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be031a5730ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขื่อนคีรีธารจ่อล้นสปิลเวย์ ชาวบ้านเร่งพร่องน้ำหวั่นท่วมสวนผลไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.61 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจเขื่อนคิรีธาร ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี หลังจากในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนคิรีธารที่เป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดคือ ตราดและจันทบุรี พบว่าปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีความจุ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีน้ำอยู่ในเขื่อนกว่า&amp;nbsp;59 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือเพียงอีก&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เซนติเมตรก็จะล้นสปิลเวย์ออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น นายสุเทพ มีกระโดน กำนันตำบลบ่อเวฬุ และชาวบ้านหวั่นว่าจะเกิดน้ำล้นออกมาไหลเข้าท่วมสวนผลไม้และบ้านเรือนของชาวบ้านใน&amp;nbsp;2จังหวัด&amp;nbsp;จึงได้ประสานทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี และกระทรวงพลังงาน ขอรับการสนับสนุนท่อยางมาติดตั้งกับเครื่องสูบน้ำเพื่อทำเป็นกาลักน้ำเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนคิรีธาร เพื่อไม่เกิดผลกระทบต่อชาวบ้านและพื้นที่การเกษตรใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัด เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ยังคงมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15031</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, น้ำล้นสปิลเวย์, อบจ.จันทบุรี, อำเภอขลุง, เขื่อนคิรีธาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6b9db2cbd2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนช่วยเยาวชนป่วยติดเตียงถูกรถชนคดีไม่คืบ ครอบครัวเดือดร้อนหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.61 เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 36 หมู่ที่ 4 ตำบลวันยาว อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี พบนางสาวชลาทิพย์ พ่วงพี อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นแม่ที่กำลังดูแลลูกชายคือ นายพสิษฐ์ สมานมิตร อายุ 15 ปี ที่นอนป่วยติดเตียง เจาะคอ แขนขาชักเกร็งตลอด ไม่รู้สึกตอบสนองเมื่อพูดคุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม น.ส.ชลาทิพย์ ผู้เป็นแม่ เล่าว่าช่วงวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 ลูกชายของตนได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อไปเที่ยวงานประจำอำเภอ เมื่อมาถึงบริเวณแยกไฟแดงบ้านขลุงได้มีรถยนต์ฝ่าไฟแดงมาชนรถจักรยานยนต์ที่มีลูกชายของตนนั่งซ้อนท้ายมาอย่างแรง ส่งผลทำให้ลูกชายตกลงจากรถจักรยานยนต์ ศีรษะกระแทกพื้นอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลขลุง ซึ่งอาการในขณะนั้นลูกชายไม่รู้สึกตัว มีเลือดในสมอง ก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี โดยอาการของลูกชายไม่ตอบสนองความรู้สึก ซึ่งทางแพทย์ได้เจาะคอ ต้องให้อาหารทางสายยาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชลาทิพย์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้าง ต้องหยุดรับจ้างมาดูแลลูก นานวันเงินที่มีอยู่เริ่มหมดไปทำให้ต้องไปยืมเงินญาติและกู้เงินมาใช้จ่ายในการเดินทางพาลูกไปพบหมอ ใช้ในการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของจำเป็นต่างๆ ทุกวันนี้ใจเริ่มท้อ แต่ก็ยังหวังว่าลูกชายจะตอบสนองกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคู่กรณีที่ขับรถชนนั้นในครั้งแรกก็มีการช่วยเหลือมาเพียง 2,000 บาทแล้วก็หายไป โดยอ้างว่าก็ต้องทำมาหากินเหมือนกัน ตนเองทำได้เพียงรอ ส่วนในด้านคดีความทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ยังไม่ได้แจ้งผลอะไรกลับมา ทำให้ทุกวันนี้เดือดร้อนหนัก จึงอยากวิงวอนผู้มีจิตศรัทธาและผู้ใจบุญได้เข้ามาช่วยเหลือเพราะตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากท่านใดมีความประสงค์จะร่วมบริจาคเงิน สามารถบริจาคได้ผ่านบัญชีธนาคารออมสิน สาขาขลุง จังหวัดจันทบุรี เลขบัญชี 020178007918 ชื่อบัญชี นางสาวชลาทิพย์ พ่วงพี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14146</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, รถชนพิการ, วอนช่วยเหลือ, อำเภอขลุง, เยาวชน15ปีป่วยติดเตียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b5943c3dfd02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
