<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้วงาน&#039;ประเพณีบุญหลวง-ผีตาโขน&#039; นักท่องเที่ยวเนืองแน่นด่านซ้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ เวลา 10.00 น. นายกฤษศญพงษ์&amp;nbsp;ศิริ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน&amp;nbsp;มหกรรมหน้ากากนานาชาติ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ที่หน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;ชื่นโกสุม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&amp;nbsp;นายเกียรติพงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;คชวงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายปีเตอร์&amp;nbsp;เฮย์มอน&amp;nbsp;อุปทูตสหรัฐ&amp;nbsp;ตลอดจนผู้บริหารส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน&amp;nbsp;คึกคัก&amp;nbsp;มีประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&amp;nbsp;ทยอยเดินเข้าสู่บริเวณสถานที่จัดงานเพื่อรอชมขบวนผีตาโขน&amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนกระทั่งกิจกรรมเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;ภายหลังประธานเปิดงาน&amp;nbsp;ก็ได้ตื่นตาตื่นใจไปกับขบวนหน้ากากสุดอลังการยิ่งใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคาราวานผีตาโขนร่วม&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ต่างประดิษฐ์หน้ากากผีมาสวมใส่หลากหลายสไตล์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งมีกายแต่งกายเป็นผี&amp;nbsp;พกอุปกรณ์มีดไม้&amp;nbsp;หอก&amp;nbsp;อาวุธ&amp;nbsp;ศิวลึงค์&amp;nbsp;มาสร้างสีสันเดินอวดกัน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมี&amp;nbsp;หน้ากากนานาชาติ&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประเทศได้แก่&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;ฟิลิปปินส์&amp;nbsp;และอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาร่วมสมทบ&amp;nbsp;และต่อด้วยรถขบวนแห่ผีตาโขนที่มีชาวด่านซ้าย&amp;nbsp;ใส่หน้ากากเดินออกมาเต้นรำ&amp;nbsp;โยกย้ายส่ายสะโพก&amp;nbsp;โชว์ไปตามจังหวะเพลงกันสนุกสนานรื่นเริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้น&amp;nbsp;มีขบวนแห่เจ้าพ่อกวนและเจ้าแม่นางเทียมและคณะพ่อแสน&amp;nbsp;พิธีกรรมความเชื่อของคนท้องถิ่นอีสานที่นำความโชคดี&amp;nbsp;และความเป็นสิริมงคลมาให้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาว จ.เลย&amp;nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเลยและอุปทูตสหรัฐฯ&amp;nbsp;ใส่หน้ากากผีเข้าร่วมเดินไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนจะปิดท้ายด้วยขบวนเทิดพระเกียรติ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ&amp;nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่10&amp;nbsp;และการแสดงพื้นบ้าน&amp;nbsp;สร้างสีสันให้กับประชาชนที่ยืนเฝ้าชมสองข้างทางแน่นขนัด โดยต่างใช้โทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปเก็บบันทึกภาพงานประเพณีกันอย่างสนุกสนาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษศญพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ประเพณีการละเล่นผีตาโขนของชาวด่านซ้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในประเพณีท้องถิ่นของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลก&amp;nbsp;จนทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางมาร่วมชมทุกปี ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นหลายหมื่นคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งหวังที่จะขยายผลให้การจัดงานในปีต่อไปยิ่งใหญ่มากขึ้นกว่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;หาไฮไลต์ให้เป็นที่รู้จักโด่งดังสนั่นโลก&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการจำหน่ายสินค้าชุมชนของ จ.เลย&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับในปีนี้&amp;nbsp;คาดว่าเศรษฐกิจท้องถิ่นสะพัดกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เข้าพักโรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;และจากการจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40312</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน มหกรรมหน้ากากนานาชาติ ประจำปี 2562, นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ผีตาโขน, อำเภอด่านซ้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d20548647a4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ้านก้างปลาโมเดล&#039;   พลิกชีวิตเกษตรอาบสาร ลดเขาหัวโล้น  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพเขาหัวโล้นพื้นที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย &amp;nbsp;สะท้อนปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาหัวโล้นเป็นโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมสำคัญของจังหวัดเลย เพราะชาวบ้านและนายทุนบุกรุกอย่างหนักจนพื้นที่เสื่อมสภาพ เมื่อผืนป่าถูกทำลายและแหล่งอาหารทางธรรมชาติของชุมชนตกอยู่ในภาวะเปราะบาง ทำให้คนด่านซ้ายเมืองเลยจำนวนหนึ่งพร้อมใจกันทำเกษตรทางเลือกแบบผสมผสาน ปลูกพืชผักพื้นบ้านแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญทำให้ภูเขารอบหมู่บ้านเปลี่ยนเป็นเขาหัวโล้น ชาวด่านซ้ายยืนยันว่า ป่าที่นี่คือความมั่นคงทางอาหารของคนเลยและประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างน้อย 24 ครัวเรือนจาก 73 ครัวเรือนของหมู่บ้านก้างปลา หมู่บ้านขนาดเล็กบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 700 เมตร เป็นหัวหอกขับเคลื่อนการฟื้นฟูทรัพยากรดิน น้ำ ป่า ของอำเภอด่านซ้าย ภายใต้โครงการ Smart Farmer เกษตรทางเลือกและความมั่นคงทางอาหาร และโครงการการเพิ่มศักยภาพเกษตรกรและหมู่บ้านต้นแบบการผลิต และการตลาดสีเขียวมาตรฐานด่านซ้ายกรีนเนต โดยประยุกต์ใช้แนวทางระบบการรับรองมาตรฐานอย่างมีส่วนร่วม โดยการสนับสนุนทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศคึกคักตลาดสีเขียวมาตรฐานด่านซ้ายกรีนเนตที่ รพ.สมเด็จพระยุพราช ด่านซ้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้การปรับเปลี่ยนความคิดของชาวบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวต่อเนื่องมานับสิบๆ ปี แต่ทีมนักวิจัย สกว. และผู้นำชุมชนไม่ยอมแพ้ง่ายๆ &amp;nbsp;พัฒนา ลองผิดลองถูกตลอด 2 ปี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทำเกษตรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เลิกใช้สารเคมีเกษตร ปัจจุบันกลายเป็นหมู่บ้านต้นแบบการจัดการป่าชุมชน และความสำเร็จดังกล่าวกำลังถูกยกระดับเป็นด่านซ้ายโมเดล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.เอกรินทร์ พึ่งประชา &amp;nbsp;จากภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า ปี &amp;nbsp;2557 ทำโครงการจัดการลุ่มน้ำหมัน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ซึ่งลุ่มน้ำหมันเป็นแม่น้ำสายหลักของชุมชนในพื้นที่ด่านซ้าย ความยาว 65 กิโลเมตร มีการปูพรมสำรวจหมู่บ้านต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพราะลุ่มน้ำนี้ขาดการบริหารจัดการที่เหมาะสมและขาดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่วิกฤติเขาหัวโล้นไม่ต่างจาก จ.น่าน มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้สารเคมีเข้มข้นมาก สภาพดินเสื่อมโทรม &amp;nbsp;และขยายที่ทำกินเข้าผืนป่ามากขึ้นทุกปี ภาวะวิกฤตินี้กระทบต่อการดำรงชีวิตของชาวด่านซ้าย ปัญหาเหล่านี้นำมาสู่โจทย์วิจัยและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยคนเป็นเครื่องมือสำคัญขับเคลื่อนงานวิจัยนี้ เพราะวิถีชีวิตคนด่านซ้ายมากกว่าร้อยละ 90 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เราได้พูดคุยกับเกษตรกร คนในชุมชน และพานักวิจัยชาวบ้าน 30 คน จากหมู่บ้าน 12 แห่งใน อ.ด่านซ้าย ไปศึกษาดูงานบ้านน้ำมีด จ.น่าน ชุมชนต้นแบบชาวบ้านเปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสานและรื้อฟื้นการจัดการลุ่มน้ำได้ ผลการถอดบทเรียนมีหมู่บ้านก้างปลาที่เดียวไม่อยากให้ป่าเป็นเขาหัวโล้น สกว.รับฟัง และนำเสนอ ฝ่ายเกษตร สกว. พร้อมรับฟังเสียงชาวบ้านต้องการอะไร นำมาสู่โครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ สำรวจครัวเรือน ภาวะหนี้สินและรายได้ของชุมชน ในการพัฒนานั้นต้องรู้ฐานข้อมูลชุมชน จากการศึกษาโครงการ กระบวนการผลิตเดิมสร้างวงจรหนี้สิน ทำเกษตรในพื้นที่ 40 ไร่ ขายผลผลิตได้ 6 แสนบาท แต่ต้นทุน 3.5-4 แสนบาท ชาวบ้านไม่เคยบวกลบต้นทุนที่ใช้ไป อีก 2 แสนที่เหลือไม่ตกถึงครัวเรือน ส่งไปที่กองทุนเงินล้าน และชำระหนี้ ธ.ก.ส. นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องสุขภาพเจ็บป่วยจากใช้สารเคมี&amp;quot; รศ.ดร.เอกรินทร์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.เอกรินทร์ พึ่งประชา คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร หัวหน้าโครงการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าโครงการบอกด้วยว่า ชุมชนบ้านก้างปลาทำได้เป็นรูปธรรม เพราะได้แกนนำเข้มแข็งขับเคลื่อน พยายามปรับเปลี่ยนความเชื่อให้ชาวบ้านทำเกษตรผสมผสาน จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลผลิตก็ปลอดภัย ส่งผลดีต่อสุขภาพตนเองและผู้บริโภค และการพัฒนาจะนำไปสู่การลดเขาหัวโล้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ครึ่งปีแรกชาวบ้านปลูกพริกพื้นที่ 1 ไร่ รายได้เท่ากับทำข้าวโพด 40 ไร่ แต่ครึ่งปีหลังเจอฝนและโรคแมลงพริกเสียหาย สะท้อนความเสี่ยงสูง ก็ช่วยกันคิดใหม่ ปลูกพืชผักผสมผสาน พืชผักปลอดภัย ช่วยสร้างรายได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องให้เกษตรกร เฉลี่ยวันละ 500-800 บาท คนที่ขายเก่งรายได้สูงสุด 4,000 บาทต่อวัน สมาร์ทฟาร์มเมอร์สร้างการเปลี่ยนแปลงให้คนด่านซ้ายและอำเภอด่านซ้าย มีการเปิดตลาดสีเขียวหรือตลาดด่านซ้ายกรีนเน็ตที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย และที่ว่าการอำเภอด่านซ้ายเปิดตลาดสีเขียวหนุนเสริม เกิดกระแสบริโภคสีเขียวในด่านซ้ายเพิ่มขึ้น&amp;quot; รศ.เอกรินทร์เผยตลาดสีเขียวก็บูม เขาหัวโล้นก็ลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ รศ.ดร.เอกรินทร์ บอกด้วยว่า ที่นี่ยังมีการจัดทำป่าชุมชนบ้านก้างปลา แรกเริ่มไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะชาวบ้านไม่เข้าใจการจัดตั้งป่าชุมชน กลัวว่าพื้นที่เกษตรจะถูกยึดคืนถ้ามีปักเขตแดนและกฎระเบียบ ช่วงปี 57-59 ขับเคลื่อนการจัดตั้งป่าชุมชนไม่ได้ ก็ถอดบทเรียนและแก้ไขสร้างเครือข่ายผ่านกิจกรรมนักสืบสายน้ำ โดยคณะวิจัยจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย รวมถึงชวนคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ดำเนินการสำรวจฐานทรัพยากรของชุมชนเพื่อจัดทำฐานข้อมูลป่าชุมชน พบว่ามีชนิดพรรณป่ากว่า 136 ชนิด จากการศึกษายังชี้ว่า ป่าลดลงกว่า 315 ไร่ ทำให้คนในชุมชนหันมาอนุรักษ์ จัดประชุม และมีมติให้กำหนดแนวเขตป่าชุมชนของหมู่บ้าน มีกฎกติกาที่ชุมชนร่วมกันทำขึ้น กรมป่าไม้มาทำแนวเขตแปลงป่าชุมชนบ้านก้างปลาสำเร็จเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พืชผักปลอดสาร&amp;nbsp;ผลผลิตสู่ผู้บริโภค ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวด่านซ้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงแรงลงใจจัดการดิน น้ำ ป่า บัวลอง ศิริ ผู้ใหญ่บ้านบ้านก้างปลา เผยว่า ทีมวิจัยชาวบ้านลุ่มน้ำหมันเกิดขึ้นครั้งแรกปี 58 เพราะหมู่บ้านก้างปลาเป็นลุ่มน้ำสาขาน้ำหมัน ทีม สกว.นำโดยอาจารย์เอกรินทร์ เข้ามาอบรม พัฒนาทักษะในชุมชน มีการตั้งคณะกรรมการป่าชุมชน ปี 59 เจ้าหน้าที่ป่าไม้สำรวจพื้นที่ทำกินในพื้นที่ป่า จากนั้นประชาคมร่วมกับชาวบ้านจะจัดตั้งป่าชุมชนบ้านก้างปลา &amp;nbsp;เดินแนวเขต และในที่สุดก็ตั้งป่าชุมชนได้ ชาวบ้านหยุดบุกรุกพื้นที่ป่าและผลักดันออก ทำให้ได้ป่ากว่า 200 ไร่ กลับมา มีการปลูกต้นไม้เพิ่ม ฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม เวลานี้มีเห็ด หน่อไม้ คนในชุมชนใช้ประโยชน์เพื่อยังชีพได้ ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ การฟื้นป่าทำให้แหล่งน้ำและแหล่งอาหารกลับมา &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัวลอง ศิริ ผู้ใหญ่บ้านก้างปลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลงไร่รับลมชมดาวเป็นอีกพื้นที่ตัวอย่างในบ้านก้างปลา สองสามีภรรยาเจ้าของพื้นที่หักดิบเลิกปลูกข้าวโพด หันมาทำไร่นาสวนผสม ปลูกไม้ผล เลี้ยงไก่บ้านไก่ไข่ มีรายได้ มีความสุขกับแนวทางที่เลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิโรจน์ อินทรวงษ์ เกษตรกรบ้านก้างปลา บอกว่า ตลอด 5 ปีที่ทำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่ 10 ไร่ ประสบภาวะหนี้สิน ทำให้ต้องขยายพื้นที่ทำกินเพิ่มเป็น 20-30 ไร่ เพื่อหาเงินใช้หนี้ เมื่อนักวิจัย สกว.เข้ามาในชุมชน พาไปดูงานบ้านน้ำมีด จ.น่าน ก็อยากทำเกษตรผสมผสาน ชวนภรรยาหักดิบไม่ทำแล้ว ครั้งแรกหัดปลูกพริก ได้ผลดีช่วงแรก แต่ตอนหลังเจอโรคแมลง จึงพูดคุยกันเปลี่ยนทำแปลงเกษตรพืชผักปลอดภัย เลี้ยงไก่ดำและไก่ไข่เสริม แล้วก็เพิ่มปลูกแก้วมังกร ได้ผลดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ตอนนี้มีรายได้จากแปลงเกษตรทั้งรายวันและรายสัปดาห์ หนี้จากข้าวโพด 4 แสนบาท คาดว่าจะปลดหนี้ให้หมดภายใน 2 ปีนี้ เชื่อมั่นกับแนวทางทำเกษตรที่ได้จากงานวิจัย สกว. มาถูกทางแล้ว และรู้สึกสุขภาพดีขึ้น เพราะไม่มีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง ตอนนี้มีคนมาดูงานที่ไร่ นักท่องเที่ยวก็เข้ามา เพราะผมปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม&amp;quot; วิโรจน์เล่าด้วยรอยยิ้ม โดยมีภรรยาเคียงข้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;ไร่รับลมชมดาว&amp;#39; แปลงเกษตรผสมผสานต้นแบบ ปลูกแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนราชการจับมือชุมชนและทีมวิจัย สกว.ขับเคลื่อนก้างปลาโมเดล ภูมารินทร์ คงเพียรธรรม นายอำเภอด่านซ้าย กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนรักษาป่าและต่อยอดโครงการพระราชดำริลดการบุกรุกป่า ตลอดจนมีโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ขณะที่อำเภอด่านซ้ายทำงานหนุนเสริมผ่านแผนงานพืชผักปลอดภัยและสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดภัย ต่อยอดตลาดเพิ่มวันขายที่หน้าอำเภอ รวมทั้งสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการที่พัก โรงแรม ร้านค้าในด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย มี 10 ตำบล จะนำก้างปลาโมเดลลงทุกตำบลขยายพื้นที่เกษตรปลอดภัยสู่หมู่บ้านต่างๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะนำยุทธศาสตร์จังหวัดเลยมาขับเคลื่อนไป โดยใช้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นเครื่องมือต่อยอด ทั้งบ้านก้างปลา บ้านป่าหมัน บ้านนาหมูหม่น ที่ใช้เกษตรทางเลือกฟื้นฟูทรัพยากร นอกจากมีจุดเด่นเรื่องการจัดการทรัพยากรชุมชนช่วยสร้างเศรษฐกิจแล้ว ยังผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของเมืองเลยได้ด้วย&amp;quot; นายอำเภอหญิงย้ำทิ้งท้ายไทยแลนด์ 4.0 มุ่งเกษตรผสมผสาน ลดพืชเชิงเดี่ยว หยุดป่าหาย และสร้างความเข้มแข็งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดสีเขียวมาตรฐานด่านซ้ายกรีนเนต, บัวลอง ศิริ, บ้านก้างปลา, ภูมารินทร์ คงเพียรธรรม, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), อำเภอด่านซ้าย, เขาหัวโล้นพื้นที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย, เอกรินทร์ พึ่งประชา, ไร่รับลมชมดาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c9a13bcf2716.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเอสไอลุยยึด &#039;รังเย็นรีสอร์ท&#039; พบญาติ&#039;เปรมชัย&#039;รุกป่าเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 61 - พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ ร่วมกับนายชีวภาพ ชีวธรรม ผอ.สำนักป้องกันป่าและสำนักไฟป่า หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้, กรมที่ดิน, กรมพัฒนาที่ดิน และเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ ร่วมกันเปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ในพื้นที่รังเย็นรีสอร์ท ซึ่งอยู่ในความครอบครองของบริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในความผิด ร่วมกันบุกรุกป่า โดยเคยมีการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. จำนวน 147 แปลง เนื้อที่ 6,229 ไร่ ซึ่งกรมที่ดินได้มีคำสั่งเพิกถอนทั้งหมดเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการออก น.ส.3 ก. โดยใช้หลักฐาน ส.ค.1 จากอ.ด่านซ้าย บินมาเป็นหลักฐานในการออกเอกสารสิทธิ์ใน อ.ภูเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า การใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่วัดอาณาเขตการครอบครองประมาณ 10,000 ไร่ ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อหาบุกรุกกับกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท 3 คน ซึ่งเป็นเครือญาติของนายเปรมชัย กรรณสูต ทั้งนี้ ดีเอสไอจะตรวจสอบลึกลงไปว่าปีที่มีการยื่นของเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ใครคือผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทและใครคือผู้เข้ามาดำเนินการที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการการกระทำความผิดทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ สร้างเขื่อนปิดกั้นลำน้ำสาธารณะ โดยพบว่ามีการขุดลำธารให้กลายเป็นแอ่งน้ำ หรือเขื่อนส่วนตัว ซึ่งภาพถ่ายทางอากาศพบว่าถนนที่ตัดเข้าสู่ตัวรังเย็นรีสอร์ท มีสภาพคล้ายเป็นสันเขื่อนส่วนตัว หากไม่มีการปิดกั้นทางน้ำดังกล่าว แหล่งน้ำธรรมชาติจะไหลจากเขาที่บริษัทครอบครองลงไปสู่พื้นที่ทำการเกษตรในที่ราบที่ชาวทำกินอยู่ โดยพื้นที่ 19 ไร่ ที่เป็นรังเย็นรีสอร์ท เป็นพื้นที่ลาดชันความสูง 560 เมตรจากน้ำทะเล ซึ่งไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ และการออกน.ส. 3 ก. ของบริษัทซี.พี.เค.ฯเป็นการออกเอกสารสิทธิ์ล้อมรอบภูเขาทั้งลูก เนื้อที่อีกประมาณ 2,000 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชีวภาพ กล่าวว่า ที่ดินในความครอบครองของบริษัทซี.พี.เคฯ ได้ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ตั้งแต่ปี 2546 แต่ยังมีการใช้ประโยชน์ในสิ่งปลูกสร้าง และเข้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์พืชผลทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จึงต้องดำเนินคดีอาญาและฟ้องแพ่งคู่ขนานไปด้วย โดยกรมป่าไม้ได้ประเมินความเสียหายของภาครัฐ พบว่าเฉลี่ยไร่ละ 100,000 บาท คาดว่าจะต้องฟ้องแพ่งเรียกคืนประมาณ 600 ล้านบาท สำหรับพื้นที่รังเย็น รีสอร์ท 19 ไร่ บ.ได้ยื่นอุทธรณ์ไปยังกรมป่าไม้ โดยขอเข้าทำประโยชน์บางส่วน ซึ่งฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าระหว่างการดำเนินคดีจะให้เข้าใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง รวมถึงการเข้าให้บริการที่พักของรังเย็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการตรวจยึดที่ดินกว่า 6,000 ไร่ ดีเอสไอได้ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ พบว่ามีการถือครองที่ดินเพิ่มเติม จึงได้ตรวจยึดเพิ่มอีก 249 ไร่ รวมพื้นที่รอบนอกด้วย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อหาออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบ &amp;nbsp;พบว่าคดียังไม่หมดอายุความ แต่ผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้หลบหนีไปยังประเทศลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.พงศ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปบ.4 กอ.รมน. กล่าวว่า บริเวณพื้นที่ที่มีการบุกรุกเพิ่มเติม ทหารได้เข้าตรวจสอบพบว่ามีการขุดปิดกั้นทางน้ำเพื่อสงวนไว้ใช้ส่วนตัว จึงได้เข้าสอบปากคำชาวบ้าน ซึ่งให้การว่าแต่เดิมชาวบ้านได้เข้ามาใช้ประโยชน์จากบ่อน้ำห้วยน้ำดุก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ แต่ในภายหลังบริษัทได้สร้างประตูเหล็กปิดตายทางเข้า ทำให้ชาวบ้านเข้าใช้ประโยชน์ไม่ได้ พื้นที่ดังกล่าวมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไปใช้ในการปลูกแมคคาเดเมียของบริษัท โดยวิธีการถือครองพื้นที่จะให้ชาวบ้านเข้าปลูกพืช ซึ่งเป็นการใช้นอมินีเข้าครอบครองแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ดีเอสไอ จะสอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงพยานที่ กอ.รมน.ได้สอบปากคำไปก่อนหน้านี้ ส่วนพยาน 18 ปากที่ตำรวจได้สอบสวนไว้ ไม่ค่อยมีส่วนเกี่ยวข้องกับรูปคดี &amp;nbsp;ดีเอสไอจึงต้องสอบสวนใหม่ทั้งหมด และจะใช้ภาพถ่ายทางอากาศ 3 มิติ &amp;nbsp;จากโดรนที่มีความละเอียดสูงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการต่อสู้คดีระหว่างรัฐกับเอกชนผู้ครอบครอง ซึ่งภาพ 3 มิติจะแสดงให้เห็นถึงความสูงชันของพื้นที่เขาเนื้อที่ 1 หมื่น ใน ต.ร่องจิก และ ต.โพนสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังการตรวจพื้นที่รังเย็นรีสอร์ท &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ปลูกสร้างบ้านชัยชนะพบว่าเป็นบ้านพักส่วนตัว 2 หลัง และเรือนพักคนงาน ภายในมีกรงเลี้ยงสัตว์แต่คาดว่าถูกขนย้ายไปแล้ว เหลือเพียงไก่แจ้จำนวนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการตั้งห้างร้านบนต้นไม้เพื่อใช้ยิงสัตว์ โดยนายสอน ชินระนาท ผู้จัดการ ทำหน้าที่ดูแลบ้านชัยชนะนาน 17 ปี ระบุว่า ขณะนี้ไม่มีการเข้าใช้ประโยชน์ในบ้านชัยชนะแล้ว&amp;nbsp;ส่วนห้างยิงสัตว์ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้างไว้ ขณะที่แม่บ้านดูแลทำความสะอาด ระบุว่า ทำงานในบ้านชัยชนะมานาน 8 ปี ได้รับค่าจ้างเดือนละ 5,000 บาท ระยะหลังเจ้านายไม่ได้เดินทางมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, บริษัท ซี.พี.เค.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พยัคฆ์ไพร, รังเย็นรีสอร์ท, อำเภอด่านซ้าย, อำเภอภูเรือ, เจ้าสัวเปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e68e03161e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
