<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รังที่ 3 ! เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่ริมชายหาดพังงาในรอบ 1 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.62 - นายประถม รัศมี ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (พังงา) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. คืนวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่ชุดเฝ้าระวังได้ทำการเดินลาดตระเวนตรวจสอบบริเวณแนวชายหาดคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ไปทางทิศเหนือของหลุมวางไข่เดิมประมาณ 430 เมตร ได้พบร่องรอยการคลานขึ้นมาวางไข่ของแม่เต่ามะเฟือง จึงได้ทำการวัดขนาดพบว่าช่วงใบพายกว้าง 165 เซนติเมตร กระดองกว้าง 92 เซนติเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับแม่เต่ามะเฟืองที่ขึ้นมาวางไข่ก่อนหน้านี้ที่หาดคึกคัก ประกอบกับเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คาดว่าแม่เต่าตัวเดิมจะกลับมาวางไข่ ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นแม่เต่าตัวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า น้ำทะเลขึ้นถึงใกล้กับบริเวณที่แม่เต่าวางไข่ไว้ นักวิชาการจึงได้ลงความเห็นว่า ควรย้ายไข่เต่าเป็นการด่วนเพื่อป้องกันการเสียหาย ส่วนหลุมรังไข่เต่านั้นพบว่ามีจำนวน 3 หลุมตามพฤติกรรมของแม่เต่าที่จะทำการกลบเกลื่อนร่องรอยของรังไข่เต่ารังจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกับชาวบ้านที่มีความชำนาญในการหารังไข่เต่าเข้าตรวจสอบหาหลุมไข่เต่าที่แท้จริง ซึ่งเมื่อขุดลึกลงไปประมาณ 80 ซม. เริ่มพบไข่เต่าฟองแรก ก่อนจะขุดใส่ลังได้ 112 ฟอง เป็นไข่ดีจำนวน 64 ฟอง เป็นไข่ไม่สมบูรณ์หรือไข่ลมจำนวน 48 ฟอง จึงทำการเคลื่อนย้ายไปยังหลุมใหม่ที่จุดเพาะฟักไข่เต่าศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟืองหาดคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไข่เต่าชุดแรกที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายไปก่อนหน้านี้ คาดว่าจะเริ่มฟักตัวในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนไข่เต่าชุดล่าสุดนี้จะใช้เวลา 60-74 วันในการฟักตัว คาดว่าเป็นช่วงกลางเดือนมีนาคม ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ก็จะยังคงสนธิกำลังกับหลายหน่วยงานในการเฝ้าระวังและติดตามการขึ้นมาวางไข่ต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากแม่เต่ามะเฟือง 1 ตัวจะวางไข่ได้ 3-5 ครั้งในหนึ่งรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ริมชายหาดจังหวัดพังงา รวมทั้งสิ้น 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 พบไข่เต่าบนชายหาดเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ที่ด้านหน้าโรงแรมเขาหลัก ออร์คิด&amp;nbsp;ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2561 พบไข่เต่าบนชายหาดใกล้วัดท่าไทร ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา และ ครั้งที่ 3 วันที่ 8 ม.ค.2562 พบไข่เต่าบนชายหาดคึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา อยู่ห่างจากรังไข่แรกเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26052</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ชายหาดคึกคัก, อนุรักษ์เต่าทะเล, อำเภอตะกั่วป่า, เต่าทะเลหายาก, เต่ามะเฟือง, เต่ามะเฟืองวางไข่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c3464e8c3650.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มะละกะ&#039;ผลไม้คล้ายลางสาดและไม่ใช่ลองกอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61- &amp;nbsp;ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี จะเป็นช่วงเวลาที่ ลูกมะละกะ ผลไม้ชื่อดังประจำอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา ออกสู่ท้องตลาด ให้ผู้ที่ชื่นชอบได้ลิ้มชิมรส ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีรูปร่างของผลคล้ายกับลองกองและลางสาด ซึ่งคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนก็จะไม่สามารถแยกไม่ได้เลย แต่เมื่อได้ลองลิ้มชิมรสชาติของมันแล้ว ก็จะรู้ได้เลยว่าแตกต่างกับลองกองและลางสาดอย่างชัดเจน เพราะมะละกะ มีความหวานแบบเย็นๆ เนื้อแห้ง เคี้ยวหนึดๆคล้ายกับวุ้นมะพร้าวหรือเยลลี่ &amp;nbsp;ปอกเปลือกออกมาแทบจะไม่มียาง ทำให้ได้รับความนิยมในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก แต่ผลผลิตมีน้อยจนต้องมีการสั่งจองในช่วงที่ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด &amp;nbsp;และทำให้มีราคาสูงกว่าลองกองและลางสาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประวุฒิ &amp;nbsp;ลิ่มอ้อ อายุ 46 ปี เกษตรกร ที่บ้านบางลาน ม.5 ต.โคกเคียน &amp;nbsp;อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กล่าวว่า ต้นมะละกะที่พ่อแม่ปลูกไว้ 5 ต้นน่าจะมีอายุมากกว่า 50 ปี เพราะเมื่อตนเองจำความได้ก็มีอยู่แล้วภายในสวนผลไม้ใกล้บ้าน ชาวบ้านในพื้นที่ก็มีกันบ้านละ 4-5 ต้น ไม่ได้มีการปลูกเป็นสวนเหมือนกับลองกองหรือลางสาด นอกจากความแตกต่างในเรื่องของรสชาติแล้ว ในส่วนของลำต้นและใบก็ต่างกัน เปลือกลำต้นของมะละกะจะขรุขระกว่าลองกองและลางสาด ใบมีลักษณะมลกว่าและใหญ่กว่า ส่วนระยะเวลาจากออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวก็พอๆกัน ผลจะเป็นช่อเหมือนกัน แต่มะละกะผลจะร่วงหลุดจากช่อง่ายกว่ามากทำให้ที่วางขายกันอยู่มักจะไม่ค่อยมีเป็นช่อๆ ปัจจุบันยังไม่มีเกษตรกรรายใดทำเป็นสวนมะละกะโดยเฉพาะ แต่จะปลูกแซมในสวนผลไม้อื่นเท่านั้น สำหรับปีนี้ช่วงผลผลิตออกใหม่ๆขายได้กิโลกรัมละ 90 บาท ล่าสุดกิโลกรัมละ 30-50 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล นายอำเภอตะกั่วป่า กล่าวว่า มะละกะ เป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับลางสาดและลองกอง เริ่มปลูกครั้งแรกที่บ้านบางลาน ต.โคกเคียน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยเล่ากันว่ามีชาวอำเภอตะกั่วป่านำเมล็ดมาจากประเทศอินโดนีเซียมาเริ่มปลูก จากนั้นก็ได้มีการขยายพันธุ์ไปปลูกในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ไม่ได้มีการปลูกเพื่อการค้า ทำให้มีกันบ้านละไม่ถึง 10 ต้น คาดว่ามีพื้นที่ปลูกรวมกันไม่ถึง 5 ไร่ &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นผลไม้ที่แปลกมีรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทางอำเภอตะกั่วป่าเตรียมจะส่งเสริมให้มีอนุรักษ์ และปลูกเพิ่มขึ้นให้เป็นผลไม้ประจำอำเภอตะกั่วป่า อีกชนิดหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17387</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศอินโดนีเซีย, ผลไม้, พังงา, มะละกะ, อำเภอตะกั่วป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98a48f00836.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟภ.เร่งซ่อมเสาไฟบนเกาะคอเขา คลื่นถล่มชายฝั่งเสียหายหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 สิงหาคม 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้นำเครื่องจักรเร่งเข้าซ่อมแซมเสาไฟฟ้าบริเวณบ้านปากเกาะ ต.เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ที่ถูกคลื่นขนาดใหญ่พัดข้ามเขื่อนหินเข้ากัดเซาะโค่นฐานจนเสาไฟล้มเอียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเจาะหลุมให้ลึกลงกว่าเดิมแล้วนำเสาปักลงไปใหม่และนำหินขนาดใหญ่อัดลงไปเพื่อให้ฐานเสาไฟให้มีความมั่นคงแข็งแรง โดยพบว่าช่วงนี้ในพื้นที่เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า ได้ประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง และได้กัดเซาะถนนคอนกรีตจนเป็นโพรงลึกตลอดแนวริมถนนสร้างความเสียหายหนักกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้ทางชาวบ้านได้เจอกับสภาพคลื่นลมแรงและมีน้ำทะเลหนุนสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล นายอำเภอตะกั่วป่า กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดพังงาได้เตรียมความพร้อมในการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง พร้อมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันและผู้ใหญ่บ้าน แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามข่าวสารสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ถึงสถานการณ์คลื่นลมแรงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เตรียมความพร้อมทรัพยากร เครื่องจักรกล และแผนปฏิบัติการเผชิญเหตุ รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมปฏิบัติงาน อำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15386</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัดเซาะชายฝั่ง, คลื่นลมแรง, จังหวัดพังงา, อำเภอตะกั่วป่า, เกาะคอเขา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72a40002056.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
