<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านร่วมกวนกระยาสารทรสใหม่ ทำขายหาเงินเข้าวัดสืบสานประเพณีสารทเดือนสิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านจัดพิธีกวนกระยาสารทโบราณสูตรใหม่รสชาเขียว โอวัลตินและสูตรดั้งเดิมทำขายหาเงินเข้าวัด สืบสานประเพณีวันสารทไทย หรือวันเพ็ญเดือนสิบ ภายใต้ชื่องาน &amp;ldquo;ประชาวัด ประชารัฐ รวมใจ ใส่ใจคุณธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.61 - ที่วัดดงตะขบ อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ได้มีการจัดงาน&amp;nbsp;&amp;quot;ประชาวัด ประชารัฐ รวมใจ ใส่ใจคุณธรรม&amp;quot; โดยมีพระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางณิทฐา แสวงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยชาวบ้านในชุมชนร่วมกันจัดงานเพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นเมื่อถึงฤดูกาลสารทเดือนสิบของทุกปี ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 (9 ต.ค.) พุทธศาสนิกชนทั้งหลายของหมู่บ้านดงตะขบ จะกวนกระยาสารทเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของหมู่บ้านที่มีมาแต่โบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนมกระยาสารทเป็นสัญลักษณ์ของผลผลิตทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ และสืบทอดความเชื่อ และเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว จนกลายมาเป็นประเพณีสารทไทยวัดดงตะขบ นับเป็นวิถีธรรมวิถีไทยที่ดีงามและช่วยส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน จนเป็นที่มาของคำว่า &amp;quot;ประชาวัด&amp;quot; ที่มาจากการรวมพลังศรัทธาจากทุกภาคส่วนโดยใช้วัดเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมของชุมชนและยังตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยหลัก &amp;quot;บวร&amp;quot; ให้ บ้าน วัด และโรงเรียน ได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีการทำกระยาสารทของชาวบ้านดงตะขบนั้น จะใช้วัตถุดิบที่ได้นำมาจากในชุมชน เช่น ข้าวเม่า น้ำตาลอ้อย ถั่วลิสง งา และมะพร้าว ในการนำมาประกอบการทำกระยาสารท แต่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยก็มีการประยุกต์การทำกระยาสารทด้วยการทำเป็นรสชาเขียว &amp;nbsp;รสโอวัลตินและรสชาติสูตรดั้งเดิม สร้างสีสันให้ดูน่ากินถูกใจคนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรรมวิธีการทำเริ่มจากการให้ชาวบ้าน นำข้าวเม่า ถั่วลิสง งา มาคั่วจนสุกพอประมาณ แล้วให้นักเรียนนำไปตำ และฝัดออกเพื่อแยกเปลือกและเมล็ดข้าวเม่าออกจากกัน และชาวบ้านกับพระสงฆ์ จะช่วยกันนำกะทิ และน้ำตาลอ้อยมาเคี่ยวจนเหนียวเป็นยางมะตูม &amp;nbsp;เมื่อได้ที่แล้วจะนำข้าวเม่า ถั่วลิสง และงาที่เตรียมไว้ลงไปผสมในน้ำกะทิ และเคี่ยวไปเรื่อยๆด้วยไฟอ่อนๆ จนส่วนผสมเข้ากันแล้วจึงนำไปใส่ถาดพักไว้ให้เย็น และชาวบ้านจะนำมาปั้นใส่ถุงจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 120 บาทเท่านั้น รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปเป็นทุนในการพัฒนา ซ่อมแซมวัด เพื่อสืบสานพระพุธศาสนาให้อยู่สืบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานประเพณีดังกล่าว พระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และทางคณะสงฆ์จังหวัดพิจิตร ได้มีส่วนร่วมในการเข้ามาสนับสนุนประเพณีดังกล่าว เพราะเล็งเห็นว่า ประเพณีดังกล่าวมีความสอดคล้องกับความเชื่อของพุทธศาสนิกชน ที่เชื่อว่าบรรพบุรุษ อันได้แก่ ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว หากทำความดีไว้ เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่จะได้ไปเกิดในสรวงสวรรค์ ต้องอาศัยผลบุญที่ลูกหลานอุทิศส่วนกุศลให้ในแต่ละปี มายังชีพ ดังนั้น ในวันแรม 1 ค่ำเดือนสิบ คนบาปทั้งหลาย ที่เรียกว่า เปรต จึงถูกปล่อยตัว กลับมายังโลกมนุษย์ เพื่อมาขอส่วนบุญ จากลูกหลาน ญาติพี่น้อง และจะกลับไปนรกดังเดิม ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ในวันแรม 15 ค่ำเดือนสิบ โอกาสนี้เองลูกหลาน และผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงนำ อาหารโดยเฉพาะกระยาสารทไปทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีตามความเชื่อของหลักพระพุทธสาสนาดังกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่านที่สนใจต้องการจะลองชิมกระยาสารทจากวัดดงตะขบ สามารถสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 082-164-4897 นอกจากได้อร่อยแล้วยังได้บุญอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19067</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวนกระยาสารท, ขนมกระยาสารท, จังหวัดพิจิตร, พระราชสิทธิเวที, วัดดงตะขบ, วันสารทไทย, วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10, สารทเดือนสิบ, อำเภอตะพานหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb58948470bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นผู้ว่าฯพิจิตรสั่งเชือดนายกอบต.ทุจริต ผิดวินัยร้ายแรงต้องไล่ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 61 - นายวีระศักดิ์&amp;nbsp; วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า นโยบายการปราบปรามการทุจริตต้องดำเนินการอย่างจริงจัง โดยยึดหลักว่า อย่าให้ความเกรงใจอยู่เหนือความถูกต้อง ล่าสุดตนได้รับทราบเรื่อง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษนายเจริญ หอมหวล นายกอบต.ดงตะขบ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ว่ามีความผิดในข้อหาการทุจริต เนื่องจากจำเลยให้คำรับสารภาพ ซึ่งการทุจริตถือเป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรงมีโทษถึงไล่ออก หรือ ปลดออกสถานเดียวเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อจะลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯพิจิตร กล่าวว่า ถึงแม้ศาลพิพากษาว่ารอลงอาญาก็ตาม แต่ถ้าเป็นเรื่องทุจริตที่มีระเบียบทางราชการและระเบียบทางวินัย เมื่อผู้ว่าฯพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการกระทำผิดทุจริต ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงก็มีอำนาจเสนอไปยังมท.1 เพื่อทำการปลดออกหรือไล่ออกได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม สำหรับคดีดังกล่าวเกิดเหตุขึ้นมาตั้งแต่ปี 2557 ที่ นางสาวสิทธิฐนี หรือพิมลรักษ์ บางพัฒนากร หัวหน้าสำนักปลัด อบต.ดงตะขบ&amp;nbsp; เห็นความไม่ชอบมาพากลจึงทำเรื่องร้องเรียนไปยัง สตง. และ ป.ป.ช. และมีการสอบสวนข้อเท็จจริง จนในที่สุดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค6 จึงได้ทำการพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.6/2561 คดีหมายเลขแดงที่ อท.22/2561 ซึ่งมีการไต่สวนเรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเหตุที่เกิดขึ้นมาจาก อบต.ดงตะขบ ได้จัดทำโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานไปที่จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 22-27 กรกฎาคม 2557 นายเจริญ หอมหวน นายกอบต.ดงตะขบ จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่ดังกล่าวได้นำใบเสร็จเกี่ยวกับค่าอาหารที่พัก ค่าวิทยากร ที่จำเลยสำรองจ่ายไปก่อนในโครงการดังกล่าวมาขอเบิกเงินเฉพาะรายการค่าอาหารมื้อกลางวันของวันที่ 24 กรกฎาคม 2557 ที่ทางศูนย์เรียนรู้ของชุมชนและผู้สูงอายุบ้านจำลุง จ.ระยอง ที่ไปดูงาน คิดค่าอาหารมื้อละ 100 บาท ต่อคน แต่จำเลยนำมาเบิกราคามื้อละ 150 บาทต่อคนจากจำนวนผู้ไปศึกษาดูงานจริง 46 คน จึงเป็นขอเบิกเกินกว่าที่จ่ายจริงเป็นเงิน 2,300 บาท และจำเลยเป็นผู้อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินดังกล่าวได้ โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่ตรงตามความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำเลยให้การปฏิเสธแต่ก่อนสืบพยานจำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดอาญา ม.157 (เดิม) จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ ( รอลงอาญา ) ไว้มีกำหนด 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ซึ่งหลังจากมีคำพิพากษาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา นายเจริญ&amp;nbsp; หอมหวน นายกอบต.ดงตะขบ ก็ยังเดินลอยนวลเข้าไปทำงานและสั่งการต่างๆใน อบต.ดงตะขบ เหมือนอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่ง ณ วันนี้ก็ยังไม่มีคำสั่งให้ออก หรือ ไล่ออก แต่อย่างใด ทำให้ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ทำผิดทุจริตไม่ติดคุก ไม่โดนไล่ออก เรื่องแบบนี้เป็นไปได้ด้วยหรือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14884</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, นายกอบต.ทุจริต, นายวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรี, นายเจริญ หอมหวล, ศาลอาญา, อบต.ดงตะขบ, อำเภอตะพานหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b6935cd80da3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
