<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.สนธิกำลังล่าตัว &#039;เอก หัวคู&#039; เอเย่นค้ายานรกหนีรอดหวุดหวิด ทิ้งแฟนสาวชาวลาวถูกจับแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62 - นายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายสันติสุข กิจบาลจ่าย ปลัดอำเภอ หน.ฝ่ายความมั่นคง นำกำลัง อส.ฝ่ายปกครองชุด ฉก.ศรีวิชัยประจำอำเภอท่าศาลา สนธิกำลังร่วมกับจนท.ปปส.ภาค 8 และจนท.ตชด.ร้อย 424 สิชล ให้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 94/2 บ้านหัวคู หมู่ 9 ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากสืบทราบว่ามีนายชะลอศักดิ์ เหลือบุญ อายุ 38 ปี หรือฉายา&amp;rdquo;เอก หัวคู&amp;rdquo; เป็นเอเย่นยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ได้ลักลอบค้ายาเสพติดมานานกว่า 3 เดือนแล้วโดยใช้บ้านหลังดังกล่าวเป็นแหล่งค้ายาเสพติดและมั่วสุมเสพยาเสพติดของกลุ่มวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติสุข กิจบาลจ่าย ปลัดอำเภอท่าศาลา จึงสนธิกำลังจนท.อส.ฝ่ายปกครองและจนท.ที่เกี่ยวข้องเดินทางไปปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ นายชลอศักดิ์ หรือ &amp;rdquo;เอก หัวคู&amp;rdquo; ได้กระโดดวิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้านรอไปหวุดหวิด เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าไปในบ้านพบหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ จึงทำการจับกุมตัวสอบสวนทราบชื่อนางตาดำ นุวงพัน อายุ 34 ปี ชาวนครเวียงจันทร์ สปป.ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจค้นภายในบ้านพบยาไอซ์ จำนวน 44 ถุง น้ำหนัก 82.8 กรัม , ยาบ้า 1เม็ด สมุดจดบัญชีรายชื่อลูกค้ายาเสพติดจำนวนหลายชื่อ และตรวจยึดทรัพย์รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 493 นศ.1คัน , สร้อยข้อมือทองคำหนัก 15.2 กรัม 1 เส้น , สร้อยคอทองคำ 1 เส้น แหวนทองคำและต่างหูพร้อมเงินสด 50,000 บาท ซึ่งเป็นของนายชะลอศักดิ์ เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดทรัพย์ทั้งหมดไว้เป็นของกลางเนื่องจากเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินมาจากการค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้คุมตัวนางตาดำไปสอบสวนทราบว่า ได้คบหาเป็นคู่ขาหรือกิ๊กกับนายชลอศักดิ์มานานประมาณ 3-4 เดือนแล้ว ซึ่งนายชะลอศักดิ์ได้พามาพักอาศัยที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ให้การปฏิเสธไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดของนายชลอศักดิ์แต่อย่างใด ก่อนคุมตัวนางตาดำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป และจะได้เสนอขออนุมัติศาลออกหมายจับนายชลอศักดิ์&amp;nbsp;แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกับพวกที่หลบหนี&amp;nbsp;มียาเสพติดให้โทษประเภท 1&amp;nbsp;เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38998</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, ปราบปรามยาเสพติด, อำเภอท่าศาลา, เอก หัวคู, เอกหัวคู-ค้ายาเสพติด, เอเย่นค้ายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0ae8a14f514.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เร่งอพยพชาวนครศรีธรรมราชในพื้นที่เสี่ยงภัยพายุปาบึกไปหลบในที่ปลอดภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 - ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มฝนตกตลอดเวลาหนักบ้างเบาบ้างหลายอำเภอ ขณะที่คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยเริ่มมีคลื่นลมแรงขึ้นเรื่อยๆตลอดเวลาและน้ำทะเลเริ่มมีสีขุ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่เริ่มเฝ้าระวังตลอดเวลา โดยนายไพบูลย์ นาคทิพย์พิมาน นายอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล ทภ.4 , พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.สิชล ได้ร่วมกันนำกำลังทหาร ตำรวจ ตชด. อส.ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิต่างๆกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.และเทศบาลในพื้นที่ระดมเข้าช่วยเหลืออพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณชายหาดทะเลบ้านฝายท่า หมู่ 1 ต.ทุ่งใส และพื้นที่ต่างๆที่บ้านพักอยู่ติดริมทะเลอ่าวไทย รวมจำนวนกว่า 600 ครัวเรือน ประชาชนกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้หญิง คนชราและผู้ป่วยติดเตียงขึ้นรถทหารยีเอ็มซี รถยนต์กระบะจำนวนหลายคันไปพักยังศูนย์พักพิงผู้อพยพตามจุดต่างๆที่ปลอดภัยแล้วอย่างชุลมุนตลอดทั้งวัน โดยโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่ อ.สิชล ปิดหมด ยังคงเหลือชาวบ้านที่เป็นคนหนุ่มคอยเฝ้าหมู่บ้านจนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ และให้คอยเฝ้าระวังพายุตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ อ.ท่าศาลา ที่หมู่บ้านปากดวด หมู่ 1 ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา ได้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าช่วยเหลืออพยพราษฎรที่อาศัยริมทะเลในหมู่บ้านดังกล่าวจำนวน 100 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นคนชรา เด็ก ผู้หญิง คนป่วยคนพิการและผู้สูงอายุ ไปพักอาศัยในโรงเรียนบ้านพังปริง หมู่ 1 ต.กลาย อ.ท่าศาลา โดยทิ้งให้คนหนุ่มจำนวนหนึ่งเฝ้าบ้านและเฝ้าคอยระวังพายุหากเกิดเหตุพายุพัดถล่มจริงก็ให้รีบอพยพทุกคนไปอยู่ในที่ปลอดภัยทันทีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ติดอยู่ริมทะเลอ่าวไทย ทางอำเภอและจนท.ท้องถิ่นและมูลนิธิต่างๆเร่งอพยพชาวบ้าน 2,000 คนในพื้นที่เสี่ยงภัยไปอยู่ที่โรงเรียนท่านครญาณวโรภาส แล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25660</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, จ.นครศรีธรรมราช, ทะเลอ่าวไทยมีคลื่นสูง, พายุปาบึก, อพยพประชาชนหนีพายุ, อำเภอท่าศาลา, อำเภอสิชล, อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช, เฝ้าระวังพายุพัดถล่มชายฝั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d9cee2642e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
