<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปู่แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้พาหลานสะใภ้วัย23ปีบำบัดยาเสพติด หวั่นกระทบลูกขวบเศษกินนมแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบแม่วัย 23 ปี เสพยาบ้าหนักมีพฤติกรรมแปลกๆไม่หลับนอนเลี้ยงลูกอ่อนวัยขวบเศษ ญาติร้องผู้ใหญ่บ้านเข้าช่วยเหลือ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;นายสมบูรณ์ มีสุวรรณ อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านห้วยทรายขาว ตำบลสองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจากนายยินดี (นามสมมุติ) อายุ 70 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลสองพี่สอง อ.ท่าแซะ ว่า หลานสะใภ้ของตนเองเสพติดยาบ้าอย่างหนักมาเป็นเวลานาน ขอให้นำตัวไปเข้ารับการบำบัดด้วย เพราะหากปล่อยไว้เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อลูกชายวัยขวบเศษที่ยังกินนมแม่อยู่ จากการสังเกตเด็กก็มีพฤติกรรมแปลกอยู่ไม่นิ่งและไม่ค่อยหลับ คาดน่าจะเป็นผลพวงมาจากน้ำนมที่ดื่มจากแม่ที่มีสารเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย นางสาวอรุณี สมบูรณ์รัตน์ ปลัด อบต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ พบเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ติดกับถนนสายโรงเรียนวัดห้วยทรายขาว-เพชรเกษม บริเวณหน้าบ้านพบนายยินดี ซึ่งเป็นผู้แจ้งพร้อมญาติๆ นั่งอยู่หน้าบ้าน โดยมีนางสาวธิดา (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี หลานสะใภ้นั่งอุ้มลูกชายวับขวบเศษอยู่บนโต๊ะ ในสภาพใบหน้าซีดเซียวอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ส่วนลูกชายก็อยู่ไม่นิ่งเดินวนไปมาเข้าออกในบ้านตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยินดี ซึ่งเป็นปู่ของสามี น.ส.ธิดา กล่าวว่าตนเองลำบากใจเป็นอย่างมากกับหลานชายและลูกสะใภ้ สองคนนี้ซึงอยู่บ้านหลังเดียวกันกับตน เพราะทั้งคู่ติดยาเสพติดงอมแงมมานานเคยตักเตือนหลายครั้ง&amp;nbsp;แต่ทั้งคู่ก็ไม่ฟังและยังแสดงความไม่พอใจตนอีก ตนเองก็อายุมากแล้วหวั่นว่าหากเตือนมากๆหลายครั้งจะถูกหลานทำร้ายเพราะฤทธิ์ยาเสพติดตามที่เป็นข่าวอยู่เป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยินดี ยังกล่าวว่าสำหรับหลานชายตน ซึ่งเป็นสามี น.ส.ธิดา ก่อนหน้านี้ได้ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอท่าแซะจับหลายชายตนไปตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วงและหลานชายได้รับสารภาพว่าเสพยาบ้า ขณะนี้ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดเป็นเวลา 15 วัน ขณะเดียวกันหลานสะใภ้ก็ยังเสพยาบ้าอยู่ และมีพฤติกรรมไม่หลับไม่นอนจึงแจ้งให้ทางผู้ใหญ่บ้านมาช่วยเหลือนำตัวไปบำบัดอีกคนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ธิดา กล่าวยอมรับสารภาพว่า ตนเองได้เสพยาเสพติดจริงและเสพมานานกว่า 5 ปีแล้ว เริ่มเสพมาตั้งแต่มีลูกคนแรก สาเหตุเป็นเพราะเพื่อนชวนให้ลอง ต่อมาเมื่อตนเองมีเงินก็จะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพเอง ต่อมาเมื่อมีลูกคนที่ 2 ปัจจุบันวัยขวบเศษก็ยังซื้อยาบ้ามาเสพอยู่ โดยซื้อยาบ้ามาจากคนที่รู้จักกันในหมู่บ้าน แต่ถ้าไม่มีเงินซื้อก็ไม่ได้เสพ ส่วนในเรื่องที่จะส่งผลต่อลูกที่ยังกินนมตนเองอยู่นั้นก็หวั่นวิตกเหมือนกัน ซึ่งตนก็จะพยายามหยุดไม่เสพและจะเป็นแม่ที่ดีของลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมบูรณ์ กล่าวว่านางธิดาและสามีได้เสพยาเสพบ้าทั้งคู่ สามีรับจ้างตัดไม้ยางพาราส่วน น.ส.ธิดารับจ้างกรีดยางและเลี้ยงลูกอยู่บ้าน เมื่อตนเองทราบเรื่องจึงได้เดินทางมาเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจในเรื่องของโทษภัยผลกระทบของยาเสพติดที่ส่งผลต่อลูกเนื่องจากลูกยังคงกินนมแม่&amp;nbsp;และขอความร่วมมือให้เลิกเสพยาเพราะลูกยังเล็กมา&amp;nbsp;และในส่วนที่จะนำตัว น.ส.ธิดาไปเข้าค่ายบำบัดที่ค่ายทหารชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองกำลังเทพสตรีนั้นไม่เหมาะสมเพราะในค่ายจะมีแต่ผู้ชาย จึงต้องทำข้อตกลงเป็นพันธสัญญาไว้ น.ส.ธิดาต้องเลิกยาเสพยาเสพติดอย่างเด็ดขาด โดยจะให้เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านและตนเองพร้อมทางปลัด อบต.จะคอยติดตามพฤติกรรมแวะมาตรวจปัสสาวะทุกๆ 5 วันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเด็กพบว่าไม่ยอมหลับนอนและมีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง น่าจะเป็นผลพวงมาจากได้รับสารเสพติดจากน้ำนมแม่ที่กินเข้าไปเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมากเพราะหวั่นว่าสารเสพติดจะเข้าไปทำร้ายระบบสมองของเด็ก และดูจากภายนอกเด็กมีการพัฒนาการช้ากว่าเด็กปกติทั่วไปมาก ซึ่งทางปลัด อบต.จะนำเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้านเป็นการเบื้องต้นและจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือดูแลและติดตามชีวิตความเป็นอยู่สุขภาพร่างกายและพัฒนาการของเด็กต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35339</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, อบต.สองพี่น้อง, อำเภอท่าแซะ, เสพยาบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2b369ec458.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวชุมพรร้องชาวบ้านป่วย &#039;โรคชิคุนกุนยา&#039; กว่า20ราย แจ้งหน่วยงานแล้วแต่นิ่งเฉย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาวป่วยโรคชิคุนกุนยา ร้องสื่อชาวบ้านใน ต.ท่าแซะ ป่วยแล้วกว่า 20 ราย มียุงลายเป็นพาหะแพร่เชื้อ แจ้งหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งเทศบาลและสาธารณสุขยังนิ่งเฉย ไม่กระตือรือร้นเร่งหาทางป้องกันโรคไม่ให้แพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.พรรณีลักษณา ไกรมา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 226 หมู่ 16 ตำบลท่าแซะ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ว่าเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ตนเองพร้อมครอบครัวซึ่งมีพ่อแม่และพี่ชายได้เดินทางไปกรุงเทพฯเพื่อไปเยี่ยมญาติ ระหว่างทางตนเองได้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตัว โดยเฉพาะตามข้อกระดูกอย่างรุนแรง นอกจากนั้นยังมีอาการตัวร้อนเป็นไข้ตามมาอีกด้วย จากนั้นจึงได้แวะเข้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ซึ่งทางแพทย์ได้ให้แอดมิดรักษาตัวเนื่องจากพบว่าเป็นไข้สูงและคาดน่าจะเป็นไข้เลือดออก พร้อมทั้งได้เจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อซึ่งต้องใช้เวลา 2 วัน จนทราบผลว่ามีเกล็ดเลือดต่ำ ไข้สูง ซึ่งเป็นอาการของโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือ โรคชิคุนกุนยา โดยทางแพทย์ได้แจ้งอีกว่าจำเป็นจะต้องทำการรักษาผู้ป่วยตามอาการคือ หากไข้สูงก็จะกินยาลดไข้พร้อมเช็ดตัว หากปวดตามข้อกระดูกก็ต้องกินยาแก้ปวด นอกจากนี้แพทย์ได้แนะนำให้พักผ่อนมากๆและหมั่นออกกำลังกายควบคู่กับดื่มน้ำให้มากเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณีลักษณา กล่าวว่า ตนรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเป็นโรคนี้ และแพทย์บอกว่าให้รักษาตามอาการ ทำไมไม่รักษาให้หายขาดเหมือนกับโรคหรือไข้อื่นๆ คำว่ารักษาตามอาการทำให้ตนต้องคิดมาก และยังทำให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะเพื่อนบ้านมองตนเองเป็นตัวน่ารังเกียจ เป็นตัวนำโรคสู่ผู้อื่น และยิ่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ตามร่างกายเป็นผื่นเม็ดขึ้นเต็มตัว ยิ่งทำให้คนอื่นมองในแง่ไม่ดีไปด้วยทั้งที่ตนเองเป็นเพียงไข้ชิคุนกุนยาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธวัฒชัย ไกรมาก อายุ 57 ปี พ่อของ น.ส.พรรณีลักษณา กล่าวว่าตนเองไม่สบายใจหลังจากที่ลูกสาวเป็นไข้ชิคุนกุนยา เกรงว่าโรคนี้ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรคจะไปกัดคนอื่น จนแพร่ระบาดขยายวงกว้างไปกว่านี้ ตนจึงไปแจ้งให้ทางเทศบาลเนินสันติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในท้องถิ่นได้รับทราบ แต่กลับนิ่งเฉยไม่ดำเนินการป้องกันอะไร นอกจากนี้ทางสาธารณสุขอำเภอท่าแซะ ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านของตนเองก็รับทราบเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้มีข้อมูลว่ามีการแพร่ระบาดและมีผู้ป่วยจากโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่หมู่ 5 หมู่ หมู่ 6 และ 15 ต.ท่าแซะ แล้วกว่า 20 ราย แต่หน่วยงานเกี่ยวข้องกลับนิ่งเฉย ผมจึงต้องร้องต่อสื่อเพื่อให้เป็นกระบอกเสียงกระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงลายและเร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รู้เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมไม่ให้โรคได้แพร่ขยายออกไปสู่ชุมชนอื่นๆ&amp;quot;นายธวัฒชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34199</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ยุงลาย, อำเภอท่าแซะ, โรคชิคุนกุนยา, โรคไข้ปวดข้อยุงลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbd82387f829.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านนับพันคนร้องถนนโคลนทำเดือดร้อนทุกปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;ส.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีชาวบ้านจำนวนมากในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลหินแก้ว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากถนนในหมู่บ้านระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร&amp;nbsp; ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากถนนสายหลักเพชรเกษมมากนัก ได้รับความเดือดร้อนมานานกว่า 3 เดือนแล้ว เนื่องจากถนนดังกล่าวเกิดความเสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อขรุขระมีดินโคลนหนาและลื่นไถล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไม่สามารถเข้าออกหมู่บ้านได้ตามปกติ ยกเว้นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ เนื่องจากประสบปัญหาจากฝนที่ตกลงต่อเนื่องหลายวันที่ผ่านมา และเมื่อถึงช่วงหน้าฝนของทุกปีจะต้องประสบกับปัญหาดังกล่าวอยู่เป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ซึ่งถนนเส้นดังกล่าวเป็นสายหลักเข้าออกหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร จำต้องขนผลผลิตทางการเกษตรไม่ว่าทุเรียน ปาล์มน้ำมันหรือยางพารา ออกไปขายยังตลาดรับซื้อ และยังมีนักเรียน นักศึกษาต้องใช้สัญจรไปโรงเรียน ได้รับความเดือดร้อนต้องทนทุกข์ทรมานมานานกว่า 3 เดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษากว่า 100 คน ที่จะต้องตื่นแต่เช้ากว่าปกติเพื่อไปอาศัยรถยนต์โฟร์วีลของเพื่อนบ้านที่ออกไปเรียนหนังสือ และยังมีนักเรียนบางคนไม่มีทางเลือกต้องนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ผู้ปกครองเสี่ยงภัยฝ่าถนนที่ลื่นด้วยความยากลำบากออกไปยังถนนสายใหญ่ เพื่อขึ้นรถประจำทาง&amp;nbsp;ขณะที่บางรายรถเสียหลักลื่นไถลล้มทำให้ทั้งผู้ปกครองและนักเรียนเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนและได้รับบาดเจ็บจนต้องหยุดเรียนหนังสือในวันนั้นไปโดยปริยายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านบอกว่าอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกับถนนสายดังกล่าวได้มาแก้ไขซ่อมแซมสภาพถนนให้ดีขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าไปก่อน และขอให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยทำถนนลาดยางหรือถนนคอนกรีต เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านที่ต้องประสบปัญหาลักษณะนี้อยู่เป็นประจำทุกปีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14501</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ชาวบ้านร้องทุกข์, ถนนเป็นหลุมบ่อ, อำเภอท่าแซะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61509323dca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
