<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุบลฯตั้งศูนย์ตอบโต้ไข้เลือดออกในภาวะฉุกเฉิน พบตาย 8 รายมากสุดใน 5 จว.อีสานล่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในจังหวัดอุบลราชธานี รุนแรงล่าสุดพบมีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย เพิ่มจากช่วงกลางเดือนพฤษภาคม อีก3 ราย มากที่สุดในเขตสุขภาพที่ 10 ในห้าจังหวัดอีสานล่าง ขณะที่ยังพบโรงเรียนพื้นที่ชายแดนเสี่ยงนอนกลางวันไม่มีมุ้งกันยุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.62 -&amp;nbsp;นพ.ดนัย เจียรกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 อุบลราชธานี (สคร.10) กรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่ 5 จังหวัดอีสานล่าง (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมจากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.&amp;ndash; 14 พ.ค.2562 ประเทศไทยพบผู้ป่วยแล้ว 20,733 ราย และเสียชีวิต 25 ราย (ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 5-14 ปี รองลงมาได้แก่ 15-34 ปี และแรกเกิดถึง 4 ปี ตามลำดับ) ขณะที่สถานการณ์ 5 จังหวัดเขตสุขภาพ 10 มีรายงานผู้ป่วย 1,720 ราย เสียชีวิต 3 ราย พบผู้ป่วยมากสุดที่ จ.อุบลราชธานี 822 ราย รองลงมาคือ จ.ศรีสะเกษ 567 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลังจากที่นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ออกมาเปิดเผยตัวเลขผู้ป่วย และเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมาพบว่า มีการแพร่ระบาดของโรคมากขึ้น โดยพบว่าในพื้นที่ 25 อำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี มีผู้ป่วยแล้ว 1,145 ราย เพิ่มขึ้นจากกลางเดือนพฤษภาคม 323 ราย และพบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 ราย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอนาจะหลวย มีผู้ป่วยถึง 146 ราย เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ว่าฯอุบลราชธานี ลงติดตามสถานการณ์ที่อำเภอนาจะหลวยอย่างใกล้ชิด และเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคไข้เลือดออกที่กำลังเฝ้าระวังการแพร่เชื้ออยู่ที่โรงพยาบาลนาจะหลวย จากนั้นได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการณ์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOD) โรคไข้เลือดออกระดับอำเภอ โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขสถานการณ์ และปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินจากสถานการณ์การระบาดในครั้งนี้ ภายใต้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกันในการจัดกิจกรรมตามโครงการจิตอาสาฯ ในวันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หน่วยงาน ทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชน จะได้ร่วมกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่อำเภอนาจะหลวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า พื้นที่อำเภอสิรินธร และอำเภอบุณฑริก ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน และเขตอนุรักษ์ป่ายอดมน ยังพบมีโรงเรียนประถมศึกษาที่เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล ซึ่งจะต้องมีเวลาให้เด็กได้นอนกลางวัน และในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหลายแห่งไม่มีมุ้งกันยุง ทำให้เด็กๆมีความเสี่ยงที่จะถูกยุงกัดในเวลากลางวันจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37147</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, จ.อุบลราชธานี, ศูนย์ปฏิบัติการณ์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10, อำเภอนาจะหลวย, อุบลฯ-ไข้เลือดออก, โรคไข้เลือดออกระบาด, ไข้เลือดออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee60eacc577.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอความเป็นธรรม! อุทยานฯปล่อยไฟช็อตเด็กชายวัย12ปีดับคากองไม้พะยูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองสามีภรรยา ชาว อ.นาจะหลวย ร้องอุทยานฯภูจองนายอยปล่อยไฟฟ้าช็อตลูกชายวัย 12 ขวบเสียชีวิต บริเวณรั้วล้อมของกลางไม้พะยูง เผยไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งคดีและเงินเยียวยา วอนผู้เกี่ยวตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับชีวิตลูกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 -&amp;nbsp;นางอุไร ทันเต อายุ 39 ปี และนายสิน ทันเต อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้านแก้งเรือง หมู่ 15 ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงและขอความเป็นธรรมในกรณีลูกชายอายุ 12 ปี ที่ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตในบริเวณรั้วล้อมของกลางไม้พะยูง เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาแต่ไม่มีความคืบหน้าทางคดี และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางอุทยานฯ ซึ่งกลัวว่าเรื่องคดีความของลูกชายจะเงียบ จึงเข้ามาขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุไร เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนไปขายอาหารที่บริเวณน้ำตกห้วยหลวง เขตอุทยานแหง่ชาติภูจองนายอย ซึ่งทำเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่ให้ลูกชายอยู่ที่บ้านและเล่นกับเพื่อนในชุมชน แต่พอเมื่อเวลา 16.00 น. ตนได้รับแจ้งว่ามีเด็กถูกไฟช็อตเสียชีวิตที่หน่วยพิทักษ์ ด่าน 1 อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซึ่งเป็นด่านแรกก่อนจะเข้าไปยังเขตอุทยานฯ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ติดกับสวนส้มโอของชาวบ้านแก้งเรือง ขณะนั้นยังไม่แน่ใจว่าเด็กที่เสียชีวิตเป็นน้องเฟรม ลูกชายวัย 12 ขวบของตนหรือไม่ จึงตรวจสอบที่โรงพยายามนาจะหลวย จึงมั่นใจว่าเป็นน้องเฟรม ซึ่งขณะนั้นหัวใจแทบสลายเมื่อทราบข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ของน้องเฟรม กล่าวอีกว่า หลังจากที่เกิดเรื่องตนได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นาจะหลวย และเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอความช่วยเหลือเพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะเหตุเกิดที่เขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานได้นำพวงหรีด และเงินช่วยเหลืองานศพจำนวน 30,000 บาท และได้นัดเจรจาเงินเยียวยากับทางอุทยานฯหลายรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอุไร ระบุว่าทางอุทยานฯ จะขอช่วยเหลือเยียวยารวมทั้ง 90,000 บาทเท่านั้น ซึ่งตนและครอบครัวบอกว่าเงินจำนวนนี้ มันไม่สามารถที่จะมาทดแทนกับชีวิตของลูกชายได้เลย ซึ่งตนขอให้ทางอุทยานฯ ช่วยเหลือมากกว่านั้นได้ไหม แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบอีกเลย ซึ่งผ่านมากว่าหนึ่งเดือน ก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงมาขอความเป็นธรรมและขอให้ทางอุทยานฯ ได้เห็นใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย เพราะการที่อุทยานฯ ปล่อยกระแสไฟฟ้าในรั้วนั้นก็ไม่เคยแจ้งให้ชาวบ้านรู้มาก่อน และอีกอย่างจุดที่เกิดเหตุก็ติดกับสวนของชาวบ้าน ส่วนใหญ่ใช้เส้นทางนั้นเดินทางไปเล่นน้ำที่แก่งคลองหลวงเป็นประจำ โดยเฉพาะเด็กๆในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ช.บอย (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี เพื่อนรุ่นน้องของน้องเฟรม ผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่น้องเฟรมถูกไฟฟ้าช็อต ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันนั้นตนพร้อมเพื่อนๆรุ่นเดียวกันในชุมชนบ้างแก้งเรือง ได้เดินทางไปเล่นน้ำที่แก่งคลองหลวง ซึ่งปกติจะใช้เส้นทางนั้นและใกล้กับชุมชน ซึ่งน้องเฟรมเป็นคนแรกที่เดินทางนำหน้าเข้าไปและเพื่อนๆก็เดินตามหลัง ซึ่งพอไปถึงที่เกิดเหตุน้องเฟรม ได้ยื่นมือไปจับกับสายลวดที่ขึงไว้กับต้นไม้ ล้อมท่อนไม้พะยูงไว้ จากนั้นน้องเฟรมก็ร้องเสียงดัง ชักล้มลงโดยที่มือและหน้าอกของน้องเฟรมมีรอยไหม้และมีควันออกมา ตนและเพื่อนๆตกใจจึงวิ่งหนีออกมา และวนกลับไปดูอีกครั้งพบว่าน้องเฟรมนอนนิ่งราบไปกับพื้นไม่มีเสียง แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมน้องเฟรมต้องร้องและนอนนิ่งอย่างนั้น ตอนนั้นตนและเพื่อนๆรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูกและรู้สึกกลัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายเจริญ อักโข อดีตกำนันตำบลนาจะหลวย อ.นาจะหลวย เปิดเผยว่าเดิมสวนส้มโอที่อยู่ติดกับที่เกิดเหตุนั้น เป็นสวนของลูกชายของตน และอยู่ติดกับแก่งคลองหลวง ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านเด็กๆ มาเล่นน้ำกันเป็นประจำ ซึ่งเข้าใจว่าเด็กๆจะชอบใช้เส้นทางนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไม่อนุญาต เพราะเป็นที่เก็บรักษาไม้พยุงของกลางจากคดีป่าไม้ ซึ่งตนยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่เคยแจ้งว่าจะมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับไม้พะยุง เพราะปกติจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยามอยู่แล้ว อีกอย่างจุดที่เก็บไม้พยุงก็อยู่ห่างจากป้อมยามของเจ้าหน้าที่เพียง 30 เมตร ซึ่งไม่น่าจะปล่อยกระแสไฟฟ้า และก็เป็นช่วงเวลากลางวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้พาเข้าไปสำรวจจุดเกิดเหตุ และพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่และเก็บภาพ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ขอให้สัมภาษณ์และไม่อนุญาตให้บันทึกภาพด้วย ซึ่งหากจะสัมภาษณ์และบันทึกภาพจะต้องส่งเอกสารไปขออนุญาตโดยตรงกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงทำได้เพียงเดินสำรวจห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณดังกล่าวมีไม้พะยูงของกลางจำนวนมาก ถูกกองไว้เป็นสัดส่วน และมีเลขกำกับทุกท่อน ซึ่งแต่ละกองมีลวดหนามที่ผูกติดไว้กับไม้พะยูงทุกกอง บางส่วนใช้สายลวดขนาดประมาณ 0.50 เซนติเมตร จำนวน 6 เส้น ยึดติดกับต้นไม้และล้อมกองไม้พะยูงเอาไว้ ซึ่งสายลวดถูกยึดให้ห่างกันประมาณ 10 นิ้ว เรียงเป็นชั้นจากพื้นดิน สูงไปประมาณ 170 เซนติเมตร ที่บริเวณต้นไม้มีป้ายสีแดงขนาด 10x10 นิ้ว ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;อันตราย วัตถุระเบิด&amp;rdquo; และมีรูปหัวกะโหลกติดไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชาวบ้านระบุตรงกันว่าป้ายนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน เพิ่งจะเคยเห็นหลังเกิดเหตุไฟฟ้าช็อตน้องเฟรมเสียชีวิต ซึ่งการตรวจสอบของทีมข่าวทราบว่าระยะห่างของสายลวดที่ปล่อยกระแสไฟ อยู่ห่วงจากรั้วสวนส้มโอของชาวบ้านเพียง 1-2&amp;nbsp;เมตรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22532</URL_LINK>
                <HASHTAG>รั้วล้อมไม้พะยูง, รั้วไฟฟ้า, ร้องขอความเป็นธรรม, อำเภอนาจะหลวย, อุทยานปล่อยไฟช็อตเด็กตาย, อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย, เด็กถูกไฟดูดตาย, เมืองอุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf692f014f38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
