<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพภาค4เดินสายเยี่ยมเยียนประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางเป็นประธานเปิดฝายชะลอน้ำ ที่บ้านวังใหญ่ปลายรำ ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา พร้อมเยี่ยมเยียนสร้างขวัญกำลังใจแก่พี่น้องประชาชน ในวันขึ้นปีใหม่ไทย ประจำปี 2564 ตามขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมวิถีไทย และสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้พูดคุยกับผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และชาวบ้าน โดยเน้นย้ำการทำกิจกรรมช่วงเทศการวันหยุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดการตระหนักรู้ ให้ความสำคัญในการระมัดระวังตนเอง และยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;โดยไม่ไปในที่แออัด ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง รับผิดชอบตนเองและสังคม หยุดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ ร่วมกันหยุดเชื้อเพื่อชาติ จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับฝายชะลอน้ำ ที่บ้านวังใหญ่ปลายรำ นั้นมีพระครูสุวัฒนาภรณ์ (อาจารย์ภัตร อริโย) เจ้าอาวาสวัดนาทวี / รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลาพร้อมด้วย หน่วยทหารในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น พี่น้องประชาชนในอำเภอนาทวี ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำการสร้างฝายมีชีวิตขึ้นในชุมชน เพื่อเป็นน้ำหล่อเลี้ยงผลผลิตด้านเกษตรกรภายในพื้นที่ ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ง และชะลอระดับกระแสน้ำในยามฤดูฝนไม่ให้เกิดน้ำหลากเข้าพื้นที่ทำการเกษตร ซึ่งฝายมีชีวิตดังกล่าวเป็นแนวคิดที่ให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ให้เกิดความรักความสามัคคี ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาเป็นเครื่องมือในการดำเนินการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ จนนำไปสู่การสร้างทักษะการทำงานร่วมกัน อันเป็นแบบอย่างของการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง หมู่บ้านปลอดเหตุ และชุมชนปลอดภัย พี่น้องประชาชนมีความรักความสามัคคีกัน สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างยังยืนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99431</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ฝายชะลอน้ำ, พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์, อำเภอนาทวี, แม่ทัพภาคที่ 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_60764b184ce22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงพ่อ&#039;ทึ่ง!ชายสวมเสื้อเหลืองแบกจอบแอบปลูกต้นไม้ในวัดนาทวี ที่แท้แม่ทัพภาค4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.61- &amp;nbsp;ที่วัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา หลวงพ่อภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวี และเกจิดังภาคใต้ ทึ่ง หลังสามเณร วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า มีชายสูงวัย สวมเสื้อเหลือง ไม่ทราบว่าเป็นใครแบกจอบเข้ามาในวัด พร้อมกับมาขุดดินภายในวัด ก่อนนำต้นรวงผึ้ง ต้นยางนาทอง และต้นพรรณไม้อื่น เข้ามาปลูกภายในวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังหลวงพ่อภัตรฯทราบจึงเดินเข้าไปดู ถึงกับ อึ้ง เพราะชายที่แบกจอบเข้ามาในวัดนาทวีโดยไม่ได้บอกกล่าว คือพลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กำลังขุดดินและปลูกต้นไม้อยู่ หลวงพ่อภัตรฯจึงหยิบมือถือมาแอบถ่ายภาพแม่ทัพภาคที่ 4 กำลัง แบกจอบและปลูกต้นไม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่แม่ทัพภาคที่ 4 ปลูกต้นไม้เสร็จ จึงได้เดินไปกราบไหว้พระประจำวันศุกร์ซึ่งเป็นปีเกิด ก่อนเดินไปไหว้หลวงพ่อโต และกราบลาหลวงพ่อภัตร ฯเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14262</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สงขลา, พล.ท.ปิยวัฒน์  นาควานิช, วัดนาทวี, อำเภอนาทวี, แม่ทัพภาคที่4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180728/image_big_5b5c13ca0bcd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2026 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มสงขลาเบื่อชีวิตสังคมเมือง กลับถิ่นเกิดยึดอาชีพขายโรตีสูตรดั้งเดิมสร้างรายได้งดงาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บ้านทุ่งแหล หมู่ที่ 3 ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา นายเอนกพงษ์ หวังแอ อายุ 27 ปี หนุ่มเรียนจบปริณญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฎ สงขลา คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งเปิดร้านชื่อ บังกิฟ โรตีสามแยก สูตรโบราณ ตั้งอยู่ที่บริเวณสามแยกบ้านทุ่งแหล หมู่ 3 ต.นาหมอศรี อ.นาทวี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนกพงษ์ เผยว่า ตนเองไปทำงานอยู่ในตัวเมืองจังหวัดสงขลานาน 3 ปี ก็เบื่อสังคมคนเมือง จึงกลับมาอยู่ที่บ้านทุ่งแหล&amp;nbsp;


bnk789 ต่อมาได้เห็นพี่สาวทำโรตีขาย จึงสนใจ และได้เรียนวิธีทำโรตีกับพี่สาว จนกระทั่งทำโรตีเป็น จึงได้ออกมาเปิดร้านบังกิฟ ขายโรตีสูตรโบราณ ซึ่งตนเองมีสูตรเด็ดที่คิดขึ้นมาเอง พร้อมทั้งได้คัดเลือกวัตถุดิบในการทำโรตี จะคัดเอาแป้งสาลี ที่มีคุณภาพ เกลือ น้ำตาล น้ำมัน เนย อย่างดี นำแป้งที่คัดมานำมานวดให้จนนุ่ม แล้วนำมาทำโรตี มีทั้งโรตีใส่ไข่ โรตีใส่กล้วย&amp;nbsp;


fifa356 และอื่นๆตามสูตรที่ตนเองคิดขึ้นมาใหม่ ลองทำโรตีขายดูปรากฏว่า มีลูกค้าติดใจในสรชาตของโรตี ที่มีรสอร่อน หอมนุ่ม ชวนรับประทานเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเองขายโรตีธรรมดาในราคาแผ่นละ 7 บาท 3 แผ่น 20 บาท ถ้าใส่ไข่ หรือกล้วย แผ่นละ 13 บาท ตอนนี้มีประยุกต์โรตีใส่ฝอยทอง และช็อกโกแลต ออกมาให้วัยรุ่นและเด็กๆได้ติดใจในรสชาติ วันหนึ่งๆจะขายโรตีได้กำไรประมาณ 400 &amp;ndash; 500 บาท ต่อวัน โดยทำโรตีขายวันละเพียง 2 &amp;ndash; 3 กิโลเท่านั้น&amp;quot;


สล็อต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6904</URL_LINK>
                <HASHTAG>สงขลา, อร่อย, อาหาร, อำเภอนาทวี, เอนกพงษ์ หวังแอ, โรตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5d5ccd969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอไม้ตะเคียนอายุ100ปี เชื่อบนบานของหายให้ได้คืนสมใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาไปดูตอตะเคียนร้อยปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเผยคนแห่บนบานของหายได้คืนสมใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561 ที่บ้านปลักจอก หมู่ 5 ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา หลังจากที่มีการพบกำแพงดินที่สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน ล่าสุด นายวิชิต ณะนวล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านปลักจอก ได้พาไปดูสถานที่พบกำแพงดิน หรือ สายค่ายที่ป้องกันข้าศึก ซึ่งยังมีให้เห็นสูงจากพื้นดินประมาณ 2 เมตรเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชิต บอกว่าตอต้นตะเคียนทองที่เห็นและมีศาลตั้งอยู่ใกล้ๆนั้นมีอายุ 100 กว่าปี สมัยก่อนเขาเรียกกันว่า ทวดโต๊ะปังหม่า ตาเลอเทอ เมื่อถึงวัน 8 ค่ำ 15 ค่ำ จะมีตุ่มเงิน ตุ่มทอง ลอยขึ้นมา เขาเรียกว่า จอกใหญ่ ตามตำนานที่เล่าขานกันมา และยังมีคำโบราณกล่าวเป็นกลอนว่า &amp;ldquo;พระปลักจอก แก้วข้า มีนา 3 มุม มีทอง 3 ตุ่ม อยู่ที่มุมนา&amp;rdquo; ซึ่งตอต้นเคียนทองที่เห็นจะมีผู้คนในบ้านปลักจอกมากราบไหว้บนบานกันเป็นจำนวนมาก เวลาสิ่งของหาย หลังบนไว้ไม่นานก็จะได้สิ่งของที่หายกลับคืนมา หลายคนก็จะพากันมาแก้บน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5045</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำแพงดินโบราณ, ตอตะเคียนบ้านปลักจอก, สงขลา, อำเภอนาทวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aa9d18fb79be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่น-เวียดนามสุดทึ่ง!บินดูงานหลวงพ่อ&#039;พลิกนาร้างให้เป็นนารัก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่หลวงพ่อภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวีและเกจิดังภาคใต้ ฉายา &amp;quot;เทพสามตา&amp;quot; ได้ร่วมกับนายสุธี สังข์ทอง นายกอบต.นาหมอศรี อ.นาทวี จ.สงขลา ได้เริ่มโครงการพลิกนาร้างให้เป็นนารัก โดยเชิญชวนชาวตำบลนาหมอศรี และตำบลใกล้เคียงทั้งชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสิลม มาร่วมใจกันพลิกนาร้างปลูกข้าวพันธุ์ราชินี เพื่อให้พี่น้องชาวอำเภอนาทวี ได้กินข้าวที่ปลูกเองและปลอดสารพิษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้มีชาวบ้านในตำบลนาหมอศรีและตำบลใกล้เคียงมาร่วมแรงร่วมใจกันพลิกนาร้างกว่า &amp;nbsp;จำนวน 12 ไร่ครึ่ง ของหลวงพ่อภัตรฯ ทดลองปลูกข้าวพันธุ์ราชินี กัน ต่อมาก็ได้มีชาวบ้านหันมาพลิกนาร้างปลูกข้าวกันมากขึ้น กว่า 200 &amp;ndash; 300 ไร่ ซึ่งนาร้างที่ถูกปล่อยทิ้งไปนานกว่า 15 ปี บัดนี้หลังจากหลวงพ่อภัตรได้เริ่มโครงการพลิกนาร้างเป็นนารัก และมีชาวบ้านหันมาสนใจ ร่วมใจกันมาปลูกข้าวกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ นายโปรเฟสเซอร์ ซาโต้ เททสึ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเอฮิเมะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยนายลี เวียด แทม ผู้ประสานงานด้านป่าไม้ และลุ่มน้ำโขง ประเทศเวียดนาม และคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ &amp;nbsp;ได้เดินทางมาศึกษาดูงานพลิกนาร้างเป็นนารักของหลวงพ่อภัตร เพื่อศึกษา ดูวิถีการปลูกข้าวไม่ใช้สารเคมี ปลอดภัยจากสารพิษ และอนาคตจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำนาปลูกข้าวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ เพื่อความมั่นคงชุมชนพหุวัฒนธรรมในฐานะหลวงพ่อภัตร อริโย เป็นที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ด้านการศึกษาวัฒนธรรมประเพณีเพื่อรักษาวิถีชีวิตชุมชนให้เกิดความสามัคคียึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตรย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาวไทยทุกคน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวพันธุ์ราชินี, ญี่ปุ่นดูงาน, พลิกนาร้างเป็นนารัก, สงขลา, หลวงพ่อภัตร อริโย, อำเภอนาทวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa1f1ec2f80c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบค่ายกำแพงดินอายุ300ปีสมัยพระเจ้าตากในพื้นที่อ.นาทวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.61- &amp;nbsp;ที่ หมู่ 3 ตำบลนาหมอศรี อ.นาทวี จ.สงขลา นายสมเดช หวังแอ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.นาหมอศรี อ.นาทวี จ.สงขลา พาผู้สื่อข่าวไปดู&amp;rdquo;ช่องค่าย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นค่ายที่สร้างกำแพงด้วยดินสูงหลายเมตร สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช อายุกว่า 300 ปี ซึ่งยังมีสภาพที่เห็นเป็นคันดินสูงจากพื้นดินพอสมควร เนื่องจากกาลเวลาผ่านไปนานนับร้อยปี จึงทำให้กำแพงดินสึกกร่อนไปตามกาลเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีชาวบ้านเข้ามาปักหลักปักฐานทำนาปลูกข้าว และทำสวนปลูกยางพารา ไปบางส่วน แต่โชคยังดีที่ยังหลงเหลือค่ายกำแพงดินให้เห็นเป็นกำแพงดินเป็นแนวยาวกว่า 7 &amp;ndash; 8 กิโลเมตร โดยค่ายกำแพงดินมีความยาวตั้งแต่ หมู่ 3 ต.นาหมอศรีไปจดหมู่ 2 ต.คลองทราย อ.นาทวี มีทั้งที่อยู่ในที่นา และ ในสวนยางพารา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมัยก่อน ค่ายกำแพงดินจะมีประตูเข้า ออก อยู่หลายทาง ซึ่งทหารได้สร้างค่ายขึ้นมา ที่เมือง&amp;rdquo;ปรักจะนะ&amp;rdquo; ชื่อในสมัยนั้น เพื่อป้องกันข้าศึก และปัจจุบัน ก็ยังเหลือค่ายกำแพงดิน ให้เห็นอีกเพียงเล็กน้อย ซึ่งควรค่าที่จะอนุรักษ์ไว้ เพราะช่องค่าย หรือ ค่ายแห่งนี้ยังมีกำแพงดินหลงเหลืออยู่ให้ชนรุ่นหลังได้เห็นและศึกษา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเดช &amp;nbsp;หวังแอ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.นาหมอศรี อ.นาทวี จ.สงขลา ได้กล่าวว่า สมัยก่อนเขาเล่ากันมาว่ามีค่ายของทหาร สมัยพระเจ้าตากสิน สมัยก่อนนั้นก็มีข้าศึกมารุกราน เลยก็ตั้งค่าย ตั้งค่ายนี้หมายถึงจากกองดินให้เป็นแนวเขตเพื่อรบราข้าศึก หลังจากนั้นถูกประชาชนในหมู่บ้านทำลายไป แต่มีแนวเขตพอที่จะให้ชม ให้ดูแล ก็ประมาณการว่าในขณะนี้รุ่นลูก รุ่นหลาน รุ่นเหลน กระผมถือว่าเป็นรุ่นเหลน ก็ได้สืบทอดและได้มองเห็นภาพเก่าๆที่เกิดขึ้นในสมัยโบราณ จึงเล่าสู่กันมาว่า เป็นความจริงที่ ก่อนนั้นมีข้าศึกแล้วก็มีแนวค่าย ตรงนี้ก็เป็นประตูค่าย ที่ทางทหารได้มีช่องประตูเพื่อต้องการว่ามีไว้เพื่อ เข้า &amp;nbsp;ออก ทางประตูได้ง่าย ตรงนี้เขาเรียกว่า&amp;rdquo;ช่องค่าย&amp;rdquo; หมู่ที่ 3 ต.นาหมอศรี อ.นาทวี จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3476</URL_LINK>
                <HASHTAG>300ปี, กำแพงดิน, ช่องค่าย, ปรักจะนะ, สมัยพระเจ้าตากสิน, อำเภอนาทวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8b7ea74f12e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
