<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านบุกพบนายอำเภอน้ำพอง ขับไล่ปลัดเทศบาลขนแท่งคอนกรีตเข้าบ้านส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น นายเสริมวิทย์ สมแสง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 ม.2 บ้านน้ำพอง ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายสิริวัท บัวภา อายุ 36 ปี &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 293/37 ม.2 บ้านน้ำพอง ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นนำชาวบ้านในเขต อ.น้ำพองประมาณ 30 คน เข้ายื่นหนังสือ ต่อนายประจวบ รักแพทย์ นายอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น เพื่อเอาผิดกับ นายอยุธย์ กุมภิโร ปลัดเทศบาลตำบลน้ำพอง หลังพบว่ามีการใช้รถบรรทุกและรถเครนของเทศบาลตำบลน้ำพอง ไปใช้ส่วนตัว และไม่จัดงบประมาณสนับสนุนการจัดงานประเพณีและงานกีฬาของชาวตำบลน้ำพอง จึงขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสริมวิทย์ สมแสง อายุ 36 ปีแกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า หลังจากนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลน้ำพองเสียชีวิตในช่วง 2561 ก็มีปลัดเทศบาลตำบลน้ำพอง รักษาการในตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกเทศมนตรีเรื่อยมาจนถึงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาและได้นายกเทศมนตรีคนใหม่ ซึ่งช่วงที่รักษาการในตำแหน่งนายกเทศมนตรีนั้น พบว่าปลัดฯได้นำรถบรรทุกและรถเครนของเทศบาลตำบลน้ำพอง ไปขนแท่งคอนกรีต ซึ่งอยู่ในบริเวณของศาลเจ้าพ่อน้ำพอง ใส่รถบรรทุกขนไปยังบ้านพักตัวเอง ในพื้นที่ตำบลพระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมีบ้านพักใกล้ศาลเจ้าพ่อน้ำพอง จึงเห็นการลงมือขนใส่รถบรรทุก เมื่อรถบรรทุกออกเดินทางจึงได้ขับรถตาม จึงได้รู้ว่า ขนแท่งเสาไปไว้ที่บ้านปลัดฯ ที่ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น จึงได้ทำหนังสือร้องเรียน พร้อมภาพถ่าย ร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีให้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น และสำนักนายกฯได้รับเรื่องและส่งเรื่องกลับมายังจังหวัดขอนแก่น และที่อำเภอน้ำพอง ตามลำดับแล้ว แต่ยังเห็นปลัดฯ อยู่ที่เดิม ไม่มีการโยกย้ายหรือตรวจสอบแต่อย่างใด เพราะข้าราชการไม่ควรจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้ จึงได้เดินทางมาพบนายอำเภอน้ำพองให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมของปลัดรายดังกล่าว หากไม่เหมาะสม ก็ควรย้ายออกนอกพื้นที่ไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสิริวัท บัวภา อายุ 36 ปี&amp;nbsp;กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายเทศบาลตำบลน้ำพองได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจัดงานประเพณีและการกีฬาให้ชาวตำบลน้ำพองปีละ 200,000บาท แต่เมื่อนายกเทศมนตรีเสียชีวิต &amp;nbsp;โดยมีปลัดฯ รักษาการในตำแหน่งนายกเทศมนตรี เข้าไปขอรับการสนับสนุนก็ถูกปฏิเสธ โดยบอกว่า ไม่มีงบประมาณจะให้ และตลอดระยะเวลาที่รักษาการนั้น ไม่เคยสนับสนุนงบประมาณ ไม่เคยพบปะกับประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวตำบลน้ำพองเคยจัดประเพณีออกพรรษา แข่งเรือ สงกรานต์ และการแข่งกีฬาชนิดต่างๆ รวมถึงกีฬาอำเภอด้วย แต่ปลัดฯนิ่งเฉยไม่เคยจัดสรรงบประมาณให้ ชาวบ้านจึงต้องหาทุนมาจัดกันเอง แต่ด้วยเศรษฐกิจและการระบาดของไวรัสโควิด-19 การค้าขายลำบาก จึงไม่มีใครมาสนับสนุนงบประมาน เทศบาลก็ไม่ให้ ชาวบ้านจึงไม่ได้จัดงานกัน จึงมาเรียกร้องให้นายอำเภอย้ายปลัดรายนี้ออกนอกพื้นที่โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายประจวบ รักแพทย์ นายอำเภอน้ำพอง กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ประชาชนมาพบ และนำเรื่องราวต่างๆใสนพื้นที่มารายงาน ทำให้ทราบปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนเรื่องปลัดฯใช้รถของเทศบาลไปใช้ส่วนตัวและการไม่สนับสนุนงบประมาณทางด้านกีฬาและการจัดงานประเพณีต่างๆในพื้นที่นั้น จะตั้งกรรมการขี้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง และเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน คาดว่าประมาณ 30-60 วันจะได้รับผลสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนการย้ายปลัดฯออกนอกพื้นที่นั้น ต้องรอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสรุปผลการตรวจสอบก่อน ส่วนการขนแท่งคอนกรีตนั้นก็ต้องตรวจสอบว่า แท่งคอนกรีตดังกล่าวอยู่ในทะเบียนพัสดุของเทศบาลหรือไม่ และการขนย้ายไปนั้นถูกต้องหรือไม่ต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบก่อน จึงจะสรุปได้ในภาพรวมทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104143</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, อำเภอน้ำพอง, เทศบาลตำบลน้ำพอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60aceaae4827b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฤดูร้อนถล่มขอนแก่น ลูกเห็บตก ลมแรงพัดต้นไม้โค่น บ้านเสียหาย 10 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พายุฤดูร้อนพัดถล่มขอนแก่น ชาวบ้านเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน &amp;nbsp;หวั่นฝนตกซ้ำอีกระลอก ขณะที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย อยู่ระหว่างการเข้าช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะที่บ้านม่วงหวาน หมู่ 13 ตำบลม่วงหวาน อำเภอน้ำพอง มีบ้านเรือนของประชาชนเกือบ 10 หลังคาเรือนถูกแรงลมและลูกเห็บพัดหลังคาปลิวหลุดออกได้รับความเสียหาย ยุ้งฉางถูกแรงลมพัดหลังคาและฝาสังกะสีปลิวหลุดหายไป อีกทั้งแรงลมยังคงพัดต้นไม้หักโค่นทับสายไฟฟ้า จนทำให้ไฟฟ้าดับ นอกจากนี้ยังคงพบว่าพายุฤดูร้อนดังกล่าวยังได้พัดผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะอ้อยและกล้วยเสียหายสิบไร่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัยดังกล่าว รอการช่วยเหลือของหน่วยงานราชการไม่ไหว จึงได้เร่งจัดซื้อหลังคาสังกะสีมาทำการซ่อมแซมบ้านเรือนของตนเอง เพื่อเตรียมรับมือกับพายุที่คาดว่าจะมีมาอีกระลอกในช่วงค่ำของวันนี้ ตามการประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยชาวบ้านต่างเร่งมือในการมุงหลังคาให้เสร็จโดยเร็วก่อนตะวันตกดิน เพื่อปกป้องไม่ให้ทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้านได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาวเลิศ หร่องบุตรศรี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 300 ม.13 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง กล่าวว่า แรงลมได้พัดต้นลำไยขนาดใหญ่หักโค่นล้มทับสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าจนได้รับความเสียหาย เคราะห์ดีที่ไม่หักโค่นล้มทับหลังคาบ้าน แต่ส่งผลให้ไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ซึ่งครอบครัวรอการให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐไม่ไหว จึงได้จ้างช่างไฟฟ้าที่อยู่ในหมู่บ้านมาทำการต่อสายไฟเพื่อให้สามารถใช้งานได้ในเบื้องต้น และยังคงรอความหวังในการช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศาสตร์ เกรียงไกร อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 ท.13 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง กล่าวว่า ก่อนเกิดพายุฝนตกนั้น สภาพอากาศนิ่ง ร้อน ไม่มีลม สักพักลมก็เริ่มมา และมีลูกเห็บตกลงมาประมาณ 5 นาที ต่อด้วยฝนตกกระหน่ำอย่างรุนแรงและเกิดไฟดับตั้งแต่ช่วงกลางคืน พอรุ่งเช้า ผู้ใหญ่บ้านและทีมงานก็ได้ออกสำรวจความเสียหาย พบว่าเบื้องต้นมีบ้านเรือนประชาชนและยุ้งฉางได้รับความเสียหายหลายหลัง โดยทางผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่าทางจังหวัดกำลังดำเนินการให้การช่วยเหลือ ขณะที่ชาวบ้านต่างโทรศัพท์มาให้ตนเข้าไปช่วยต่อสายไฟเพื่อให้ใช้ไฟฟ้าได้ในเบื้องต้นก่อน โดยวันนี้ได้เข้ามาซ่อมแซมไฟต่อสายให้ใช้การได้ชั่วคราว 9 หลังแล้ว และจะต้องไปช่วยอีกหลายหลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนรอทางเจ้าหน้าที่ลงมาช่วยเหลือตามขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29997</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, พายุฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, ลมกระโชกแรง, ลูกเห็บตก, อำเภอน้ำพอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c7506df1bd42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องผู้ว่าฯขอนแก่นช่วยเร่งรัดคืนเอกสารสิทธิ์ที่ดินในเขตชลประทาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านบุกพบผู้ว่าฯขอนแก่น ร้องช่วยเร่งรัดคืนเอกสารสิทธิ์ที่ดินของเกษตรกรในเขตชลประทานหลังยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปียื่นหนังสือถึงนายกฯแล้วแต่ไม่มีอะไรคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.61 - ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวบ้านกว่า 100 คนเดินทางมาขอพบนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อทวงถามความคืบหน้าการคืนเอกสารสิทธิ์ที่ดินของเกษตรกรที่น้ำไม่ท่วมในเขตชลประทานหนองหวาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารและฝ่ายปกครอง คอยอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอกภัยเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมจิตร ศรีลาโพธิ์ ประธานสภาองค์กรชุมชนและผู้ประสานงานอำเภออุบลรัตน์ และ อำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า&amp;nbsp;ชาวบ้าน 6 ตำบลในพื้นที่ 2 อำเภอ ประกอบด้วย อ.น้ำพอง และ อ.อุบลรัตน์ ได้พร้อมใจกันเดินทางมาทวงถามความคืบหน้าการคืนเอกสารสิทธิ์ที่ดินของเกษตรกรที่น้ำไม่ท่วมในเขตชลประทานหนองหวาย รวมพื้นที่ประมาณ 17,000 ไร่ หลังยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนโดยกรมชลประทานได้มาขอเอกสารที่ดิน เพื่อเวนคืนตลอดแนวลำน้ำพองในเขตพื้นที่ทั้ง 2 อำเภอ โดยระบุว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมจะต้องมีการเวนคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินทางการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาชาวบ้านเห็นว่าไม่พบปัญหาน้ำท่วมและเรื่องก็เงียบไป จึงได้มีการยื่นหนังสือทวงถามเรื่องนี้มาหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2542 จากนั้นได้มีมติให้กรมชลประทานได้ทำการตรวจสอบสิทธิ์แล้วให้คืนที่ดินให้กับเจ้าของเดิมหรือทายาท ชาวบ้านได้รับเพียงแค่หนังสือตอบกลับ แต่ในทางปฏิบัติไม่มีอะไรคืบหน้า โดยในปี 2551 ได้มีการตรวจสอบสิทธิ์แล้วจำนวน 380 รายแต่ก็ไม่มีการคืนให้ชาวบ้านแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อปี 2509 กรมชลประทานได้จัดซื้อที่ดินเพื่อกันเขตน้ำท่วมที่อยู่ระดับ 167 เมตร และปี 2526 ได้จัดซื้ออีกครั้ง ต่อมาปี 2542 เกษตรกรสมาชิกมูลนิธิเกษตรกรไทย อ.น้ำพอง และ อ.อุบลรัตน์ จำนวน 1,036 ครอบครัว มีหนังสือร้องเรียนไปยังประธานคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างภาคราชการและผู้แทนมูลนิธิเกษตรกรไทย เรียกร้องสิทธิ์และเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน ในกรณีที่กรมชลประทานได้เวนคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อการเกษตร พื้นที่ประมาณ 12,272 ไร่ ตลอดแนวสองฝั่งลำน้ำพองจากท้ายเขื่อนอุบลรัตน์บริเวณหน้าฝายชลประทานหนองหวายตั้งแต่ปี 2509 โดยเหตุผลขณะนั้นคือบริเวณดังกล่าวจะถูกน้ำท่วม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสมศักดิ์&amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจะมีการเรียกคณะทำงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือว่า ตกหล่นตรงไหนจะเร่งดำเนินการและแจ้งกลับไปอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายในเดือน ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18839</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, นางสมจิตร ศรีลาโพธิ์, นายสมศักดิ์  จังตระกุล, อำเภอน้ำพอง, อำเภออุบลรัตน์, เขตชลประทานหนองหวาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb20cb28531d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
