<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2019 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2019 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติ!ขอนแก่นเจอท่วมมิดหลังคา กู้ภัยเร่งอพยพเด็ก-คนชรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโพดุล ที่ล่าสุดยังคงมีน้ำทะลักเข้าท่วมชาวชุมชนสะพานขาว และชาวชุมชน ม.1 พัฒนา ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ตั้งแต่ทางรถไฟ ไปจนถึงสี่แยกถนนมิตรภาพระยะทางประมาณ1 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกระแสน้ำยังคงไหลเชี่ยว รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยชาวบ้านบางส่วนได้ปีนขึ้นไปอยู่บนราวสะพานข้ามลำห้วยจิก เพื่อรอความช่วยเหลือ &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า มีเพียงเจ้าหน้าที่เทศบาลบ้านไผ่ นำรถบรรทุก 6 ล้อขนาดใหญ่ เข้าไปลำเลียง ชาวบ้านพร้อมสิ่งของเครื่องใช้ออกมาในขณะที่ความช่วยเหลือ เด็กและคนชรานั้นเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากไม่มีเรือมาทำการอพยพในจุดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบ้านไผ่ ได้เข้าช่วยเหลือนางทอง แสงผดุง อายุ 88 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 137 ชุมชนสะพานขาว โดยสวมเสื้อชูชีพให้พร้อมให้นอนลงบนที่นอนนุ่นใช้เชือกลากลอยมาตามน้ำ อุ้มขึ้นรถ 6 ล้อ ซึ่งสามารถช่วยเหลืออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมพาไปพักภายในจุดที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทอง กล่าวว่า ขณะที่น้ำเริ่มท่วมยังห่วงข้าวของเครื่องใช้ จึงเก็บของให้เรียบร้อยก่อน ไม่คิดว่าน้ำจะไหลมาท่วมเร็วขนาดนี้ ส่วนลูกหลานหนีน้ำออกมาก่อนซึ่ง ขณะนี้ทุกคนปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางรจนา พุทธโฆษ์ อายุ 48 ปี ชาวชุมชนม.1 พัฒนา กล่าวว่า น้ำไหลเข้ามาท่วมในชุมชนตั้งแต่ กลางดึกของคืนที่ผ่านมา จึงขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ซึ่งทราบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน กระทั่งช่วงเช้าจึงมีการเข้ามาช่วยเหลือ ในขณะที่ชาวบ้านในชุมชนต่างก็พากันช่วยเหลือตัวเองขนของหนีน้ำ ทันบ้าง ไม่ทันบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเทศบาลเมืองบ้านไผ่ก็มาช่วยเหลือในตอนเช้า และเกรงว่าไฟฟ้าจะช๊อตจึงขอให้ไฟฟ้าบ้านไผ่มาตัดไฟ แต่ไม่ดำเนินการในทันที ปล่อยจนถึงเช้า ทำให้ไฟฟ้าซ๊อตสุกรของเพื่อนบ้านตาย ไฟฟ้าจึงมาตัดไฟ ในขณะที่ชาวชุมชนต่างก็เดินฝ่าสายฝน สายน้ำออกมาจากบ้านด้วยเสื้อผ้าติดตัวเพียงชุดเดียว แต่ยังโชคดีที่ได้โกฏิเก็บอัฐิของมารดาออกมาด้วย ขณะนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาช่วยเหลือชาวบ้านบ้าง กางเต้นเป็นที่พักอาศัยให้ชาวบ้านได้พักอย่างเพียงพอ ข้าว อาหารและเสื้อผ้า เพราะเท่าที่กำลังประสบปัญหาในขณะนี้ การช่วยเหลือถือว่าล่าช้ามาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, น้ำท่วม, อำเภอบ้านไผ่, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190831/image_big_5d6a07eb07ac4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2026 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โสเจ๊งขอนแก่น&#039; ตำนานอาหารอีสานเลื่องชื่อ 40 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จังหวัดขอนแก่น พบร้านอาหารในตำนานที่เปิดขายมานานเกือบ 40 ปี ซึ่งที่ถูกอกถูกใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารอีสาน&amp;nbsp;ร้านนี้มีชื่อว่า &amp;quot;โสเจ๊งขอนแก่น&amp;quot;&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่ 599/3-4 เขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;มีลูกค้ามากหน้าหลายตาทุกเพศทุกวัย ต่างมาลองลิ้มชิมรสสุดยอดอาหารอีสานที่ร้านแห่งนี้ให้บริการกันไม่น้อยกว่า 50 เมนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศภายในร้านนั้นตกแต่งแบบเรียบง่าย ซึ่งบริเวณหน้าร้านเป็นสถานที่สำหรับการเตรียมวัตถุดิบและปรุงอาหาร ที่เรียกได้ว่าเรียกน้ำย่อยได้ดีเลยทีเดียว&amp;nbsp;โดยเฉพาะหม้อน้ำซุบขนาดใหญ่ และหม้อนึ่งเครื่องในวัว ซึ่งถือเป็นสูตรเด็ดของร้านแห่งนี้ ขณะเดียวกันยังคงมีน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ร้านคงรสชาติไว้นานกว่า 40 ปี ที่ลูกค้าแทบทุกโต๊ะต้องขอน้ำจิ้มเพิ่มกันเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนัส นิ่มมงคล อายุ 74 ปี เจ้าของร้านโสเจ๊ง กล่าวว่า ร้านแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2528 ซึ่งขณะนั้นครอบครัวดำเนินธุรกิจอะไรก็เจ๊งทั้งหมด จึงตัดสินใจที่จะมาเปิดร้านอาหารเนื่องจากคนในครอบครัวและเพื่อนๆที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตนเองมีฝีมือในการทำอาหารอร่อย จึงตัดสินใจลงทุนด้วยเงินก้อนสุดท้ายของครอบครัวที่มีอยู่เปิดเป็นร้านอาหารอีสานขึ้น และตั้งชื่อร้านว่า โสเจ๊ง เพื่อเป็นเคล็ดและความเป็นสิริมงคลให้กับร้าน&amp;nbsp;เมื่อเปิดร้านอาหารอีสานได้ไม่นานนักก็มีลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรที่ต่างพากันหมุนเวียนกันมารับประทานกันอย่างไม่ขาดสาย เพราะร้านคงไว้ซึ่งความเป็นเมนูอีสานที่มีรสชาติแบบอีสานดั้งเดิม ที่ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะเมนูเนื้อวัว ที่เป็นเมนูยอดฮิตและครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ลูกค้าที่เดินทางมาที่ร้านจะสั่งทุกโต๊ะคือ หม่ำย่าง&amp;nbsp;,ก้อยขม , ก้อยมะนาว , อุ๊เพลี้ย&amp;nbsp;, ต้มเครื่องใน , ต้มแซบเนื้อ , สะเดิดขาลาย , ต้มแซบเนื้อสัน , ก้อยมะนาว ซึ่งทีมงานพ่อครัวและแม่ครัวเป็นคนในครอบครัวจะพิถีพิถันในวัตถุดิบ รสชาติและการให้บริการ โดยเฉพาะร้านของเรานั้นตั้งอยู่ในเส้นทางที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวได้ทั้งจังหวัด ทุกคนสามารถมาแวะพักรถ มารับประทานอาหาร มาพักผ่อนอริยาบถ และร้านของเรายังคงให้บริการพวกผักปลอดสารพิษและน้ำจิ้มสูตรเด็ดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนัส กล่าวต่ออีกว่า ร้านโสเจ๊งขอนแก่น มีเพียงที่ อ.บ้านไผ่ เพียงสาขาเดียวในโลกเท่านั้น ด้วยเมนูเนื้อวัวสูตรเด็ดที่ลูกค้าต้องมาลองชิม โดยราคาจำหน่ายก็ไม่แพงและปริมาณที่ได้รับก็จุใจ เรียกได้ว่าอิ่มอกอิ่มใจและอิ่มท้องกลับบ้านกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะน้ำจิ้มของร้านที่มีทั้งแบบขม แบบธรรมดาและของเด็ก ที่ร้านมีบริการเสริมทั้งพวกมะนาว พริกสด พริกป่น หรือเพลี้ยขมๆก็มีให้บริการตามความต้องการของลูกค้าทั้งหมด อย่างไรก็ตามในปัจจุบันลูกค้าที่มาขอรับบริการบางกลุ่มต้องการให้มีอาหารที่หลากหลาย ร้านโสเจ๊งจึงมีบริการเสริมประเภทเมนูเนื้อหมู และอาหารนานาชาติให้บริการตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเมนูเนื้อวัว ที่ร้านคงความเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ไว้อย่างยาวนานแล้ว ถามใครที่มาขอนแก่นก็รู้จักทั้งหมด บางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดก็มาลองลิ้มชิมรสชารติอาหารอีสานที่ร้าน ปัจจุบันกรุ๊ปทัวร์เริ่มเข้ามาติดต่อเพื่อขอนำลูกค้ามารับประทานอาหารที่ร้านเพราะปากต่อปากทำให้ร้านเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;


สล็อต789 ซึ่งร้านก็พร้อมรองรับการให้บริการในทุกรูปแบบด้วยราคาและคุณภาพที่เหมาะสม อาทิ ก้อยขม ก้อยมะนาว หรือก้อยเครื่องใน ที่ยังคงราคาจำหน่ายจานละ 70-100 บาท , สะเดิดขาลายจานละ 80 บาท ต้มแซบเครื่องในหรือต้มแซบเนื้อ ถ้วยละ 80 บาท หม้อละ 150 บาท&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันเริ่มให้รุ่นลูกเข้ามาช่วยในการบริหารร้าน และกำหนดแผนการตลาดในด้านต่างๆ จึงอยากให้ทุกคนนั้นมาลองลิ้มชิมรสเมนูอาหารอีสานที่ร้านมีให้บริการมากกว่า 50 เมนู ซึ่งเชื่อได้ว่าหากได้มาลิ้มลองรสชาติแล้วจะติดใจกับรสชาติที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของคนขอนแก่นที่ร้านของเราอย่างแน่นอน&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง หากมาไม่ถูกสามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ที่ 087-856-6877 ,043-237-4031 ซึ่งร้านเปิดให้บริการทุกวันโดยไม่มีวันหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, นายมนัส นิ่มมงคล, ร้านอาหารขอนแก่น, อำเภอบ้านไผ่, โสเจ๊งขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181203/image_mid_5c04f1be9c0a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนเที่ยวชมวิถีชุมชน &#039;บ้านละว้า&#039; เก็บไหลบัวมาทำเมนูเด็ดสุดแซ่บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำเภอบ้านไผ่เปิดโครงการหมู่บ้านท่องเที่ยว โอทอปนวัตวิถี &amp;quot;บ้านละว้า&amp;quot; 1 ใน 10 หมู่บ้านต้นแบบระดับจังหวัด พร้อมรับนักท่องเที่ยวชมวิถีชุมชน ชวนชิมเมนูประจำถิ่นขึ้นชื่อ &amp;quot;ตำไหลบัวปลาร้า&amp;quot; สูตรเด็ดโดนใจ ชมฝูงควายนับพันตัวที่จุดชมวิวบึงละว้า เรียนรู้อาชีพทอผ้าพื้นบ้าน ภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดมาตั้งแต่โบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61 -&amp;nbsp;ที่หมู่บ้านละว้า ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น นางพนิดา ทวีชีพ พัฒนาการอำเภอบ้านไผ่ เป็นประธานเปิดโครงการหมู่บ้านท่องเที่ยว โอทอป นวัตวิถี ตามแนวทางการดำเนินงานเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเมืองหลัก เมืองรองและชุมชน ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชน อ.บ้านไผ่ ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น ท่ามกลางความสนใจของประชานในชุมชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวรวมกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพนิดา กล่าวว่า อ.บ้านไผ่ ได้คัดเลือกหมู่บ้านที่มีความพร้อมและดึงเสน่ห์ของชุมชนมาแสดงออกถึงนวัตวิถีที่นำสภาพชีวิตความเป็นอยู่มาเป็นจุดขายและกำหนดให้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยง ซึ่ง อ.บ้านไผ่ ได้คัดเลือกหมู่บ้านท่องเที่ยว โอทอปนวัตวิถีรวมทั้งหมด 6 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านหนองบัว หมู่ 1 ต.หัวหนอง , บ้านลาน หมู่ 6 ต.บ้านลาน , บ้านหนองตับเต่า ต.ป่าปอ , บ้านหนองกุง หมู่ 10 ต.บ้านไผ่ ,บ้านธาตุ หมู่ 5 ต.บ้านไผ่ และ บ้านละว้า ต.เมืองเพีย เป็นหมู่บ้านต้นแบบที่คนในชุมชนนั้นตอบโจทย์แนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลได้อย่างลงตัว มีการรวมกลุ่มประกอบอาชีพที่เข้มแข็ง มีแผนการดำเนินงานแบบเป็นขั้นตอนที่เรียกได้ว่าเริ่มจากต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะที่บ้านละว้าแห่งนี้ จัดเป็น 1 ใน 10 หมู่บ้านท่องเที่ยว โอทอปนวัตวิถี ต้นแบบระดับจังหวัดที่ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวชุมชนอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องยอมรับว่าทั้ง 6 หมู่บ้านนี้นั้นมีการนำเสนอและวิถีของชุมชนมาเป็นจุดเด่นได้อย่างลงตัว ทุกหมู่บ้านพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสถึงวิถีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ มาชมความสวยงามที่ไม่ได้ปรุงแต่ง มาชม มาชิม มาช็อป มาแชะ และมาแชร์ได้ทุกวัน โดยที่บ้านละว้าแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องเมนูอาหารประจำถิ่นที่นับวันจะหาชิมได้ยากนั่นก็คือ เมนูตำไหลบัว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านนั้นจะใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่จะพานักท่องเที่ยวนั่งเรือพายออกไปหาไหลบัว ที่อยู่ในบึงละว้าท้ายหมู่บ้าน โดยเมื่อได้ไหลบัวมาแล้วจะนำมาล้าง มาทุบให้แตกออกจากกัน จากนั้นจะนำมาปรุงด้วยสูตรเด็ดของชาวบ้าน โดยเริ่มจาการนำกระเทียม พริกป่นและพริกขี้หนูสด มาตำจนแหลกใส่ไหลบัวลงไป และปรุงรสด้วยเกลือ มะนาว ปิดท้ายด้วยสูตรเด็ดที่มีเฉพาะที่นี่เพียงที่เดียวเท่านั้นคือ ใส่ปลาร้าสับปรุงสุก ตำให้เข้ากันก็จะได้ตำไหลบัวปลาร้าสูตรเด็ดพื้นบ้านที่นักท่องเที่ยวนั้นต้องมาลองลิ้มชิมรส ใครไม่ได้ชิมก็จะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัฒนาการอำเภอบ้านไผ่ กล่าวอีกว่า ที่บ้านละว้าแห่งนี้นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมความสวยงามแบบนวัตวิถีทั้งแบบไปและกลับ หรือพักค้างคืนกับชุมชน เริ่มจากการไหว้ขอพรศาลเจ้าปู่ตา สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชน เรียนการทำส้มปลาไร้ก้าง สินค้าขึ้นชื่อของชาวเมืองเพีย ชมธรรมมาสน์โบราณและสิม (โบสถ์) เก่าแก่อายุร้อยกว่าปี ชมการสาธิตการทอผ้าไหม ผ้าฝ้ายมือ รวมทั้งการแปรรูปผ้าไหมและผ้าฝ้าย ซึ่งชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้สืบทอดอาชีพต่อกันมาตั้งแต่โบราณ ปิดท้ายด้วยการชมทิวทัศน์ของบึงละว้า ชมฝูงควายนับพันตัวที่ชาวบ้านยังคงอนุรักษ์และเลี้ยงไว้ในชุมชน ชมการแสดงพื้นบ้านของกลุ่มละว้าโมเดล หากไม่รับกลับก็สามารถที่จะนอนพักที่โฮมสเตย์ของชาวบ้านได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22037</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, ตำไหลบัว, วิถีชีวิตดั้งเดิม, หมู่บ้านท่องเที่ยว, หมู่บ้านละว้า, หมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว, อำเภอบ้านไผ่, โอทอปนวัตวิถี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed3d5611bb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านกระตุ้งรัฐไฟเขียว กั้นเขตรักษาป่าสาธารณะสกัดทุนเขมือบที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค.61- นายวรรณี &amp;nbsp;ขันขวา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าโคกหนองม่วง ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น กล่าวถึงข้อกังวลในการปกป้องพื้นที่ป่าโคกหนองม่วง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสาธารณะที่ขึ้นทะเบียนเป็นที่ นสล. เลขที่ 17426 , 17427 เนื้อที่ 209 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้เมืองบ้านไผ่และยังคงความอุดมสมบูรณ์ให้ชุมชนได้เก็บหาผลผลิตและพึ่งพิง ทั้งนี้ ด้วยความเป็นป่าที่อยู่ใกล้เมือง จึงเริ่มมีการบุกรุกแผ้วถาง เข้าไปจับจอง และขายพื้นที่ ในขณะที่ชุมชนบ้านหนองร้านหญ้า ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เป็นชุมชนที่ดูแลรักษาพื้นที่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ เห็นว่าป่าเริมมีการบุกรุก และหากปล่อยไปจะรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรรณี &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การบุกรุกป่าที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมา กลุ่มชาวบ้านจึงได้มีการดำเนินการ การจัดตั้งคณะกรรมการกลุ่มอนุรักษ์ป่าโคกหนองม่วง -คณะกรรมการได้มีการทำกิจกรรมการอนุรักษ์ และพื้นฟูป่า &amp;nbsp;เช่น กิจกรรมธรรมชาติยาตรา และการบวชป่า กิจกรรมการปลูกป่า การขอคืนพื้นที่ป่าหัวไร่ปลายนาจากชุมชน นอกจากนี้ ยังได้ ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดทำ&amp;ldquo;โครงการศึกษาแนวทางการอนุรักษ์ และพื้นฟูพื้นที่ป่าสาธารณะในเขตใกล้เมือง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน กรณีป่าโคกหนองม่วง ซึ่งผลจากการวิจัยชุมชนได้มีมติร่วมกันว่าแนวทางในการรักษาพื้นที่ป่าที่เหมาะสมกับพื้นมากที่สุด คือ การจัดทำคลองดักน้ำชลอความชื้นและทำคันคูรอบป่าเพื่อกันแนวเขต /การพัฒนาพื้นที่เพื่อเป็นห้องเรียนทางธรรมชาติของนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองร้านหญ้า-โนนข่า และประชาชนทั่วไป / การส่งเสริมการปลูกพันธุ์ไม้เศรษฐกิจพื้นถิ่นเพื่อฟื้นฟูป่าให้ให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรรณี กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ต่อมาชุมชนได้ประสานเสนอโครงการขุดลอกทำคันคูดินกันแนวเขตป่า เพื่อขอรับการสนับสนุนจาก มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานสารสนเทศน้ำเพื่อการเกษตรกรรม (สสนก.) ในการพัฒนาแหล่งน้ำประจำปี 2561 ทั้งนี้ ทางมูลนิธิได้พิจารณา เห็นชอบและอนุมัติโครงการงบประมาณสนับสนุนการดำเนินโครงการ 444,000 บาท และให้ทางชุมชนมีการประชาคมหมู่บ้านรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนร่วมกับ อบต. เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 61 ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำชุมชนบ้านหนองร้านหญ้าเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กรรมการได้มีการประสานเพื่อเสนอขอดำเนินโครงการการตามระเบียบของส่วนราชการเนื่องจากเป็นพื้นที่ นสล. เพื่อขอดำเนินโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าโคกหนองม่วง &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐ ภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้มีการปรึกษาหารือ และมีข้อกังวลถึงปัญหา ในข้อกฎหมายเนื่องจากการดำเนินโครงการไม่ได้ดำเนินการโดยภาครัฐ ซึ่งดำเนินการโดยชุมชน &amp;nbsp;ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิอุทุกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งรัฐมองว่าเป็นเอกชน &amp;nbsp;ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ อาจมีข้อจำกัดในการให้งบประมาณดำเนินการหน่วยงานของรัฐ จึงแจ้งด้วยวาจาว่าจะส่งเรื่องให้รัฐส่วนกลางพิจารณา &amp;nbsp;ทางกลุ่มชาวบ้านมีข้อกังวลเรื่องดังกล่าว และอยากให้พิจารณาหาช่องทางในการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าโคกหนองม่วง ระบุว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ชุมชนมีข้อสงสัยถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ เนื่องจากการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมีการดำเนินการในหลายพื้นที่แล้ว ทางชาวบ้านจึงได้เดินทางไปกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอความกระจ่างโดยมีข้อเสนอ คือ 1. ขอให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พิจารณา หาช่องทางเพื่อให้ชุมชนดำเนินการจัดทำร่องน้ำ และคันคูเพื่อกันแนวเขตภายใต้งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิอุทกพัฒน์ร่วมกับชาวบ้าน &amp;nbsp;เพื่อรักษาพื้นที่ป่าสาธารณะซึ่งเป็นป่าใกล้เมืองผืนสุดท้ายที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ให้คนจนและชุมชนได้พึ่งพิงในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งเป็นปอดของเมืองบ้านไผ่ที่กำลังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางการพัฒนาเส้นทางขนส่งภาคอีสาน สู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาตรวจสอบ และรับรองการอยู่ของชุมชนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ชายป่าโคกหนองม่วงมายาวนาน โดยกำหนดกฎกติกา ขอบเขตของการอยู่ที่ไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่ป่า และให้มีการป้องกันสกัดกั้นนายทุน คนภายนอกที่มาซื้อพื้นที่ &amp;nbsp;ทั้งนี้ในวันที่ 25&amp;nbsp;ต.ค.นี้ &amp;nbsp; ชาวบ้านในพื้นที่มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง ลงพื้นที่ป่าโคกหนองม่วง ณ วัดบูรณะสิทธิ์พระเจ้าใหญ่ผือบัง ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ เพื่อหาข้อยุติร่วมกันด้วย&amp;nbsp;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20607</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการปกครอง, กลุ่มอนุรักษ์ป่าโคกหนองม่วง, กั้นเขตรักษาป่า, ขอนแก่น, งานวิจัยชุมชน, นายทุน บุกรุกที่, ป่าสาธารณะ, มหาดไทย, อำเภอบ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd02d8cb1a1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
