<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำทำชาวบ้านท้ายเขื่อนจมบาดาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของอำเภอสรรพยา &amp;nbsp;บริเวณ หมู่ 4 และ หมู่ 5 ต.โพนางดำตก บ้านเรือนกว่า 100 หลังคาเรือน &amp;nbsp;ถูกน้ำท่วมสูง 30 เซนติเมตรไปจนถึงกว่า 1 เมตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอำนวย จันทร์มีทรัพย์ ชาวบ้าน ม.5 ต.โพนางดำตกเล่าว่า น้ำล้นตลิ่งจากคลองบางเสวย ซึ่งเป็นคลองรับน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;ได้ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp; ชาวบ้านที่มีบ้านชั้นเดียว ต้องขนของหนีน้ำขึ้นไปอาศัยอยู่ริมถนนสาย 311 ชัยนาท-สิงห์บุรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนไม่มีเรือใช้งาน หรือยังไม่ทันได้นำเรือที่เก็บไว้ออกมาซ่อม &amp;nbsp;ก็ต้องเดินลุยน้ำที่ท่วมสูงถึงหน้าอก &amp;nbsp;ขนของหนีน้ำออกจากบ้าน &amp;nbsp;คนที่มีบ้านชั้นเดียวอย่างเช่นตนเอง ถึงแม้จะเก็บของเตรียมหนีน้ำไว้ก่อนแล้ว &amp;nbsp;แต่พอน้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้านและสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;ทำให้เก็บของหนีน้ำออกมาไม่ทัน &amp;nbsp; ต้องยอมทิ้งให้จมน้ำอยู่ในบ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ ตั่งสินชัย &amp;nbsp;นายอำเภอสรรพยา &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำในอำเภอสรรพยา &amp;nbsp;ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;ถูกน้ำท่วมแล้ว &amp;nbsp;6 &amp;nbsp;ตำบล &amp;nbsp;35 หมู่บ้าน &amp;nbsp;820 หลังคาเรือน &amp;nbsp;และอาจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;หากเขื่อนเจ้าพระยา ยังเพิ่มการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;อาจทำให้แนวกระสอบทรายที่ชาวบ้านทำป้องกันหมู่บ้านไว้อีก 22 หมู่บ้าน พังทลายลงมา ส่วนพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท &amp;nbsp;น้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ ม.4 ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท &amp;nbsp;สวนกล้วยน้ำว้า &amp;nbsp;ไร่ข้าวโพด และบ้านเรือนกว่า 20 หลัง ถูกน้ำท่วมสูง 20-30 เซนติเมตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพันธ์ชัย สุขเดช เกษตรกร ต.ธรรมามูลกล่าวว่า &amp;nbsp;ต้องรีบเก็บเกี่ยวข้าวโพดหนีน้ำ ทั้งที่ฝักยังแก่ไม่เต็มที่ เพื่อนำไปขาย บอกว่าดีกว่าปล่อยทิ้งให้จมน้ำเน่าตาย แต่ก็เก็บได้เพียงแปลงที่อยู่ติดริมถนนที่น้ำท่วมไม่สูงมาก &amp;nbsp;ส่วนแปลงที่อยู่ติดริมแม่น้ำถูกน้ำท่วมสูง ไม่สามารถนำรถลงไปเกี่ยวได้แล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนถนนบริเวณหน้าวัดลัดเสนาบดี จุดเชื่อมต่อระหว่าง ต.ธรรมามูล และ ต.เขาท่าพระ &amp;nbsp;มีน้ำท่วม 10 เซนติเมตร &amp;nbsp;ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง &amp;nbsp;เร่งช่วยกันทำกระสอบทรายกั้นน้ำตลอดแนวถนน &amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน และเพื่อให้ถนนสามารถใช้สัญจรได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันนี้แม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลมารวมกันที่จังหวัดชัยนาท มีปริมาณรวมกัน 3,093 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท &amp;nbsp;น้ำทรงตัว &amp;nbsp;อยู่ที่ระดับ 17.00 &amp;nbsp;เมตร(รทก) &amp;nbsp;เขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp;ระบายน้ำเพิ่มเป็น &amp;nbsp;2,749 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (เพิ่มขึ้น 118 &amp;nbsp;ลบ.ม./วินาที) &amp;nbsp;น้ำท้ายเขื่อน ที่ อ.สรรพยา &amp;nbsp;สูงขึ้น 28 &amp;nbsp;เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.13 &amp;nbsp;เมตร (รทก) &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้ำที่ผันเข้าระบบชลประทาน ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก มีปริมาณรวมกัน 293 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; กรมชลประทาน ได้เพิ่มการส่งน้ำผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ เข้าแม่น้ำท่าจีน &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น จาก 10 ลูกบาศก์เมตรต่อ/วินาที &amp;nbsp;เป็น 40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp;เพื่อลดปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp; และได้หยุดส่งน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก ที่ประตูระบายน้ำมโนรมย์ เพื่อลดผลกระทบกับพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดลพบุรี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, น้ำท้ายเขื่อน, อำเภอสรรพยา, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153d8984b96f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านรวมตัวร้องย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานพ้นหมู่บ้าน เดือดร้อนนับสิบปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านสุดทน ร้องย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานออกจากหมู่บ้าน หลังก่อมลพิษส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง ทำชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน กว่า 1,000 หลังคาเรือน เดือดร้อนหนักนานกว่า 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในจังหวัดชัยนาทและจังหวัดสิงห์บุรีจำนวนกว่า 300 คน เดินทางไปชุมนุมกันที่ศาลาวัดไผ่ล้อม ตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เพื่อเรียกร้องให้ผู้บริหารบริษัท โนเบ็ล เอ็นซี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนต่างประเทศ ผลิตไนโตรเซลลูโลส เพื่อการส่งออก&amp;nbsp;โดยขอให้เร่งย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกไปจากพื้นที่ ซึ่งมีจำนวน 5 บ่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ต.โพนางดำออก อยู่ใกล้กับบ้านเรือนประชาชนและใกล้กับโรงผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าดื่มน้ำประปาหมู่บ้านเพราะกลัวเป็นอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา บ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานได้สร้างผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านใน ต.โพนางดำออก&amp;nbsp;และชาวบ้าน ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี รวมจำนวนกว่า 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp;เพราะส่งกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถมีชีวิตปกติสุขได้&amp;nbsp;เคยร้องเรียนไปยังโรงงานและหน่วยราชการหลายครั้งแล้ว แต่ปัญหากลิ่นเหม็นก็ยังไม่หมดไป จึงได้รวมตัวกันเรียกร้องให้โรงงานย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียออกไปจากพื้นที่โดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และ ผู้บริหารของโรงงานได้ลงพื้นที่ไปร่วมพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน แต่หลังจากพูดคุยกันอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ชาวบ้านยังยืนยันให้ทางโรงงานเร่งย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียออกไปจากพื้นที่และให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปตรวจสอบการดำเนินกิจการของโรงงานที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในเรื่องของกลิ่นเหม็นเน่าจากบ่อบำบัด และเรื่องของการปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำ &amp;nbsp; โดยให้เร่งดำเนินการ และในวันอังคารที่ 19 มีนาคมนี้&amp;nbsp;ชาวบ้านจะมาฟังคำตอบจากทางโรงงานและจากหน่วยราชการ ซึ่งหากไม่ดำเนินการแก้ไขก็จะยกระดับการชุมนุมเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้มีการร้องเรียนถึงความทุกข์ร้อนเรื่องดังกล่าวไปยังหน่วยงานราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือ ให้โรงงานทำการปรับปรุงเมื่อมีการร้องเรียนขึ้น กลิ่นเหม็นที่รุนแรงก็จะเบาบางไป แต่ไม่นานกลิ่นเหม็นก็จะกลับมาอีก โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;บ่อบำบัดน้ำเสียได้ส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง และลอยไปไกลตามกระแสลม ทำให้ชาวบ้าน 3 หมู่บ้านจำนวนกว่า 1,000 ครัวเรือน เดือดร้อนอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, ชาวบ้านร้องทุกข์, ตำบลโพนางดำออก, บ่อบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็น, อำเภอสรรพยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c878756becbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
