<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อบจ.สงขลาสั่งเพิ่มถังดับเพลิงหลังเกิดเหตุไฟไหม้บนแพขนานยนต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61 - จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งที่เดินทางมากับแพขนานยนต์ข้ามฟากทะเลสาบสงขลาระหว่างฝั่งอ.เมืองสงขลา กับ อ.สิงหนคร เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวานนี้(16 ต.ค.) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับผู้ที่เดินทางมากับแพขนานยนต์ลำนี้ ซึ่งมีเฉพาะรถจักรยานยนต์เกือบ 20 คัน แต่โชคดีที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่แพกำลังเข้าเทียบท่าพอดี ทำให้รถจักรยานยนต์ทั้งหมดพากันขับขึ้นมาบนฝั่งได้ทันโดยไม่มีใครได้รับอันตรายหรือสร้างความเสียหายให้กับรถคันอื่น&amp;nbsp;แต่ขณะที่ไฟกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้เนื่องจากถังดับเพลิงติดตั้งอยู่ตรงจุดที่เกิดไฟลุกไหม้พอดี&amp;nbsp;ต้องรอให้แพขนานยนต์อีกลำเดินทางมาถึงจึงนำถังดับเพลิงจากแพอีกลำขึ้นไปฉีดดับไฟเอาไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ ชูเกิด ผู้อำนวยการกองกิจการขนส่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับแพขนานยนต์ ได้เดินทางไปทำการตรวจสภาพแพขนานยนต์&amp;nbsp;อบจ.11&amp;nbsp;แพขนานยนต์ลำที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสภาพความเสียหาย หลังจากได้เคลื่อนย้ายแพจากฝั่งสิงหนครเข้ามาจอดที่ท่าที่ 2&amp;nbsp;โดยมีนายท้ายที่ขับแพขนานยนต์และเจ้าหน้าที่ประจำแพอีก 2 คน เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทางผู้อำนวยการกองกิจการขนส่ง รับฟังอย่างละเอียด โดยเจ้าหน้าที่ประจำแพได้เห็นสภาพรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุว่ามีน้ำมันรั่วและได้แจ้งให้เจ้าของรถทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่า รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุที่น้ำมันรั่ว ไม่เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่ เมื่อสตาร์ทรถไฟได้ลุกไหม้ขึ้นทันที&amp;nbsp;อีกทั้งบริเวณที่เกิดเหตุอยู่หน้าห้องเก็บของที่มีถังดับเพลิงติดตั้งอยู่ภายใน&amp;nbsp;2 ถัง เจ้าหน้าที่ไม่สามารถฝ่าไฟที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงเข้าไปได้ จึงต้องใช้ถังดับเพลิงจากแพอีกลำหนึ่งมาช่วยดับไฟ ซึ่งทำให้มีเสียงวิจารณ์เข้ามาว่าในแพขนานยนต์ อบจ.11 ไม่มีถังดับเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความเสียหายของแพขนานยนต์ อบจ.11 บริเวณประตูหน้าห้องเก็บของและที่พื้นที่ถูกไฟไหม้&amp;nbsp;ด้านใต้พื้นที่ติดตั้งสายยางสูบน้ำได้รับความเสียหายจากความร้อน และจะได้ส่งช่างเพื่อตรวจเช็คสภาพแพอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ช่วงนี้ต้องให้แพขนานยนต์ อบจ.11&amp;nbsp;หยุดบริการชั่วคราว จนกว่าจะทำการตรวจสอบและซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายให้มีสภาพพร้อมที่จะออกให้บริการได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;กล่าวว่า จากที่ได้เห็นคลิฟไฟไหม้รถจักรยานยนต์บนแพขนานยนต์&amp;nbsp;และมีข่าวออกมาว่า เราไม่มีถังดับเพลิงในแพเบอร์ 11 ลำนี้ ขอเรียนว่าจริงๆแล้วแพทุกลำของ อบจ.สงขลา เรามีมาตรฐานในด้านความปลอดภัยทุกลำ โดยเฉพาะแพที่เกิดเหตุเราก็มีถังดับเพลิงอยู่ภายในห้องเก็บด้านหลังผม 2 ถัง แต่เหตุที่ไม่สามารถเข้าไปเอาถังดับเพลิงทั้งสองใบได้ก็เพราะว่า ไฟที่ลุกไหม้มอเตอร์ไซค์คันดังกล่าว&amp;nbsp;บริเวณประตูทางเข้าห้องเก็บของที่ถังดับเพลิงวางอยู่ข้างใน ทำให้ไม่สามารถเข้าไปเอาถังดับเพลิงได้ เราได้วิทยุประสานแพลำ 1 ที่กำลังจะเข้าเทียบท่าให้นำถังดับเพลิงมาทำการดับไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อไปเราจะใช้ความระมัดระวังความปลอดภัยให้กับผู้บริการให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ขณะนี้ได้สั่งการให้มีการติดตั้งถังดับเพลิงเพิ่มขึ้นมาอีกบนแพขนานยนต์ทุกลำ โดยจะมีการติดตั้งถังดับเพลิงไว้ภายนอก หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีกก็จะสามารถหยิบมาใช้ได้ทันที ในส่วนความเสียหายก็มีรถจักรยานยนต์ 1 คัน เสียหายหมดทั้งคัน ในส่วนของแพขนานยนต์ค่าเสียหายประมาณ 30,000 บาท&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20088</URL_LINK>
                <HASHTAG>อบจ.สงขลา, อำเภอสิงหนคร, อำเภอเมืองสงขลา, แพข้ามฟากทะเลสาบสงขลา, ไฟไหม้แพขนานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6967fb1f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
