<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ายฉุกละหุก&#039;ศูนย์อพยพหัวไทร&#039;ไม่พอรับชาวบ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค.62- สถานการณ์ลมพายุโซนร้อนปาบึก เริ่มถาโถมขึ้นฝั่งแรงขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา โดยมีลมพัดแรงขึ้นเรื่อยสังเกตให้ได้ชัดใน 6อำเภอชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ทั้ง อ.ปากพนัง อ.หัวไทร อ.ท่าศาลา อ.เมือง อ.สิชล อ.ขนอม มีต้นไม้ล้มขวางถนนและไฟดับลงหลายพื้นที่แล้ว ขณะที่ชายฝั่งทะเล อ.หัวไทร ระดับคลื่นมีความสูง2-3เมตรและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆตลอดเวลา โดยเฉพาะบริเวณริมถนนสายหัวไทร-ปากพนัง มีคลื่นทะเลถามโถมซัดขึ้นมาบนถนนตลาดเวลาอย่างน่ากลัว ซึ่งได้จนท.ปภ.และจนท.ท้องถิ่นใน อ.หัวไทรได้นำรถยนต์พร้อมสัญญาณไฟกระพริบประกาศเตือนให้ชาวบ้านที่ยังไม่อพยพออกจากบ้านให้รีบอพยพออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นการด่วนแล้ว เพราะลมและคลื่นเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างน่ากลัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศูนย์อพยพที่ศาลาประชาคม อ.หัวไทร ที่รับผู้อพยพจำนวน500 คน ไม่สามารถรองรับผู้อพยพได้เพียงพอ ต้องย้ายไปยังศูนย์อพยพที่ปลอดภัยอื่นๆอย่างฉุกละหุก ซึ่งจนท.ทุกฝ่ายต้องทำงานอย่างเต็มที่เพื่อแข็งกับเวลากับลมพายุที่เริ่มเข้ามายังพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชอย่างเต็มตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ อ.สิชล ที่ศูนย์อพยพวัดคงคาวดี หมู่ 2 ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีผู้อพยพจำนวน 400 คน ปรากฏว่าจุดอพยพแห่งนี้ มีน้ำทะเลเริ่มหนุนสูงและคลื่นแรงมากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยกับผู้อพยพทั้ง400คน จนท.ทหารค่ายฝึกการรบพิเศษที่4สิชล จึงรีบย้ายไปจุดอพยพแห่งใหม่ที่ อบต.เสาเภา ซึ่งปลอดภัยกว่ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25752</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, ปาบึก, ศูนย์อพยพ, หัวไทร, อำเภอสิชล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2ef706b1d8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เร่งอพยพชาวนครศรีธรรมราชในพื้นที่เสี่ยงภัยพายุปาบึกไปหลบในที่ปลอดภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 - ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มฝนตกตลอดเวลาหนักบ้างเบาบ้างหลายอำเภอ ขณะที่คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยเริ่มมีคลื่นลมแรงขึ้นเรื่อยๆตลอดเวลาและน้ำทะเลเริ่มมีสีขุ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่เริ่มเฝ้าระวังตลอดเวลา โดยนายไพบูลย์ นาคทิพย์พิมาน นายอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล ทภ.4 , พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.สิชล ได้ร่วมกันนำกำลังทหาร ตำรวจ ตชด. อส.ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิต่างๆกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.และเทศบาลในพื้นที่ระดมเข้าช่วยเหลืออพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณชายหาดทะเลบ้านฝายท่า หมู่ 1 ต.ทุ่งใส และพื้นที่ต่างๆที่บ้านพักอยู่ติดริมทะเลอ่าวไทย รวมจำนวนกว่า 600 ครัวเรือน ประชาชนกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้หญิง คนชราและผู้ป่วยติดเตียงขึ้นรถทหารยีเอ็มซี รถยนต์กระบะจำนวนหลายคันไปพักยังศูนย์พักพิงผู้อพยพตามจุดต่างๆที่ปลอดภัยแล้วอย่างชุลมุนตลอดทั้งวัน โดยโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่ อ.สิชล ปิดหมด ยังคงเหลือชาวบ้านที่เป็นคนหนุ่มคอยเฝ้าหมู่บ้านจนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ และให้คอยเฝ้าระวังพายุตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ อ.ท่าศาลา ที่หมู่บ้านปากดวด หมู่ 1 ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา ได้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าช่วยเหลืออพยพราษฎรที่อาศัยริมทะเลในหมู่บ้านดังกล่าวจำนวน 100 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นคนชรา เด็ก ผู้หญิง คนป่วยคนพิการและผู้สูงอายุ ไปพักอาศัยในโรงเรียนบ้านพังปริง หมู่ 1 ต.กลาย อ.ท่าศาลา โดยทิ้งให้คนหนุ่มจำนวนหนึ่งเฝ้าบ้านและเฝ้าคอยระวังพายุหากเกิดเหตุพายุพัดถล่มจริงก็ให้รีบอพยพทุกคนไปอยู่ในที่ปลอดภัยทันทีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ติดอยู่ริมทะเลอ่าวไทย ทางอำเภอและจนท.ท้องถิ่นและมูลนิธิต่างๆเร่งอพยพชาวบ้าน 2,000 คนในพื้นที่เสี่ยงภัยไปอยู่ที่โรงเรียนท่านครญาณวโรภาส แล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25660</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, จ.นครศรีธรรมราช, ทะเลอ่าวไทยมีคลื่นสูง, พายุปาบึก, อพยพประชาชนหนีพายุ, อำเภอท่าศาลา, อำเภอสิชล, อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช, เฝ้าระวังพายุพัดถล่มชายฝั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d9cee2642e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
