<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผล่อีกที่หาดใหญ่! พบบริษัทขายบัตรพลังอ้างรักษาโรค ประตูปิดตายนานครั้งจะเปิดประชุมสมาชิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;335&amp;nbsp;ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกระบุว่าประกอบกิจการบัตรพลังงานรักษาโรค ซึ่งปรากฏเป็นข่าวที่จ.ขอนแก่น ว่าจะชาวบ้านซื้อไปใช้รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบบริษัทแห่งนี้เป็นตึกแถวสูง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้น ขนาด 3&amp;nbsp;คูหา มีชื้อป้ายบริษัทใหญ่โต แต่บรรยากาศเงียบเหงาถูกปิดตายไม่มีใครอยู่และสภาพเหมือนกับถูกปิดมาพักใหญ่ตัวอาคารไม่ได้ถูกใช้งานและจากการติดต่อตามหมายเลขของบริษัทก็ไม่สามารถติดต่อได้ และชาวบ้านในละแวกดังกล่าวบอกว่าแทบไม่รู้ว่าบริษัทแห่งนี้ทำกิจการเกี่ยวกับอะไร นานๆครั้งถึงจะมีคนเจ้ามาภายในบริษัทเข้ามาเหมือนกับการนัดประชุมสมาชิกกันหลายคนเสร็จแล้วก็จะปิดเงียบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หญิงสาวคนหนึ่งบอกว่า ได้รับบัตรพลังงานจากเพื่อนที่เป็นสมาชิกมาใบหนึ่ง ซึ่งเป็นรุ่นแรกของบริษัทนี้ ซึ่งขายในราคา 1,100 บาท&amp;nbsp;โดยอ้างสรรพคุณครอบจักรวาล เช่น หากพกติดตัวก็จะทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้น หากไปติดที่ถังน้ำมันรถก็จะทำให้รถประหยัดน้ำมัน หรือหากนำไปติดที่ปลั๊กไฟก็จะทำให้ประหยัดไฟ&amp;nbsp;จากการทดลองนำไปใช้ตามที่บอกก็ไม่ได้ผลอะไรขึ้น ซึ่งในความคิดส่วนตัวเหมือนกับการหลอกหลวงผู้บริโภค แต่ในส่วนรายละเอียดของบริษัทนี้ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของ แต่บริษัทนี้เปลี่ยนป้ายบริษัทบ่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สือข่าวได้ตรวจสอบข้อมูลของบริษัทแห่งนี้ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาทราบว่าเมื่อ 2&amp;nbsp;ปีที่แล้วบริษัทแห่งนี้ได้เคยถูกจับมาแล้วครั้งหนึ่งเพราะมีการร้องเรียนเรื่องบัตรพลังงานเช่นเดียวกับกรณีนี้ และมีการจดทะเบียนเป็นบริษัทผลิตเครื่องสำอาง จึงถูกปิดตัวไปและได้ส่งเรื่องให้ สคบ.ดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนี้ยังอยู่ระหว่างระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมเข้าตรวจสอบภายในบริษัทแห่งนี้เพื่อดำเนินการทางคดี ตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นทราบว่ากลับมาจดทะเบียนประกอบกิจกรรมขายตรงเครื่องอุปโภควันที่จดทะเบียน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;ทุนจดทะเบียน 1 ล้าน สถานภาพทางธุรกิจยังดำเนินการอยู่ และใช้ที่ตั้งเดิมกับบริษัทที่ถูกปิดไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38464</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, บริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด, บัตรพลังรักษาโรค, สคบ.ดำเนินคดี, หลอกลวงผู้บริโภค, อำเภอหาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d01e8a8bd058.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นชมคนทำดีไม่หวังผลตอบแทน! ลุงขับวินจิตอาสาช่วยโบกรถกลางสี่แยกมานาน 4 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจิตอาสา &amp;nbsp;ช่วยโบกรถกลางสี่แยกอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ข้ามถนนและผู้ใช้รถโดยไม่มีค่าตอบแทนทำมานาน 4 ปีได้รับรางวัลจากการทำความดีและเสียงชื่นชมจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.62 -&amp;nbsp;นายสุวรรณ แก้วสุวรรณ อายุ 54 &amp;nbsp;ปี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ชาวตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีจิตอาสาช่วยโบกรถกลางสี่แยกบ้านกลาง ถนนเพชรเกษมสายเก่า ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงที่การสัญจรหนาแน่นทั้งเช้าเย็นและวันที่มีตลาดนัด โดยนายสุวรรณจะไปยืนกลางถนนคอยเป่าเสียงนกหวีดและส่งสัญญาณมือให้คนได้ข้ามถนนและให้รถได้ผ่านไปมาบริเวณสี่แยก ซึ่งไม่มีไฟจราจร ทำให้ทั้งคนและรถข้ามถนนและสัญจรไปมาบริเวณสี่แยกโดยที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะในวันที่มีตลาดนัดบริเวณสี่แยกซึ่งจะมีผู้คนพลุกพล่านและรถผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก นายสุวรรณก็ต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ จนกว่าตลาดนัดจะเลิกหรือรถจะเบาบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวรรณ เล่าว่า ตนมีอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่บริเวณสี่แยกบ้านกลาง แต่ช่วงที่ผู้คนและรถหนาแน่นก็จะมาอาสาโบกรถกลางสี่แยกบ้านกลางทุกวัน ทั้งผู้ปกครองที่นำบุตรหลานไปส่งโรงเรียน หรือพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องรีบไปขายของ ก็จะคอยอำนวยความสะดวกให้ และทำแบบมาตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันกว่า 4 ปีแล้วโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ มีสิ่งเดียวคือ ความสบายใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นและเห็นทุกคนปลอดภัย บางคนก็ส่งยิ้มให้และขอบคุณแค่นี้ก็พอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากการทำความดีของนายสุวรรณ ทำให้ได้รับรางวัลจากสถานีตำรวจภูธรทุ่งตำเสา ซึ่งพิจารณาคัดเลือกนายสุวรรณให้เป็นประชาชนที่ช่วยเหลือสนับสนุนและส่งเสริมกิจการตำรวจ ในปี 2561 ได้รับเกียรติบัตรจากอำเภอหาดใหญ่ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่อาสาจราจรในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจนเกิดประโยชน์แก่ทางราชการ ซึ่งรางวัลเป็นรางวัลแห่งสัญลักษณ์การทำความดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32372</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, จิตอาสาโบกรถ, นายสุวรรณ แก้วสุวรรณ, สภ.ทุ่งตำเสา, อำเภอหาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190327/image_big_5c9b207af1d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านรับไม่ได้คนทิ้งแมวในวัดจนถูกฝูงสุนัขกัดตาย 33 ตัว ลั่นเอาผิดให้ถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบกรณีมีคนขับรถกระบะแอบนำแมวไปปล่อยไว้ในวัดทุ่งงาย ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อช่วงตี 2 คืนวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;และถูกฝูงสุนัขจรจัดภายในวัดที่มีอยู่กว่า 30 ตัว รุมขย้ำจนตายไป33ตัว รอดเพียงตัว3 ตัว ล่าสุด นายสุชาติ มณีโชติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่6 บ้านทุ่งงาย ต.ทุ่งใหญ่ เปิดเผยว่า ในวันนี้จะนำชาวบ้านที่ไปพบสุนัขนอนตายเกลื่อนบริเวณวัดเป็นคนแรกเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.คอหงส์ พร้อมหลักฐานต่างๆเช่นกล้องวงจรปิดภาพรถที่นำแมวมาทิ้งไว้ในวัด เพื่อให้ตำรวจเร่งติดตามตัวและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเพราะชาวบ้านไม่มีใครรับได้ และรถคันนี้น่าจะมาจากในเมืองหาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใหญ่บ้าน ยังกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการควบคุมสุนัขจรจัดภายในวัดที่มีอยู่กว่า30 ตัวนั้นได้หารือกับทางเจ้าอาวาสวัดและคณะกรรมการวัดเพื่อที่จะจัดสร้างคอกเลี้ยงสุนัขเหล่านี้ให้อยู่เป็นสัดส่วนเพื่อความปลอดภัย เพราะปัจจุบันอาศัยอยู่บริเวณหน้าโรงธรรมและกุฎิเจ้าอาวาส และสุนัขเหล่านี้ยอมรับว่าค่อนข้างดุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพระลูกวัด เล่าว่า ในคืนเกิดเหตุได้ยินเสียงฝูงสุนัขในวัดเห่าเสียงดังผิดปกติกว่าคืนอื่นๆแต่ก็ไม่ได้ลงมาดูเพราะอยู่ในช่วงตี 2 และไม่คิดว่าจะรุมกัดแมว ซึ่งปกติสุนัขเหล่านี้ทางเจ้าอาวาสเลี้ยงดูอย่างดีและจำกัดบริเวณให้อยู่เป็นสัดส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านองค์กรที่ช่วยเหลือแมวในอ.หาดใหญ่ อย่าง น.ส.ธนา โตะราม ตัวแทนพรรคเพื่อแมวหรือเดโมแคท ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า แมวเหล่านี้น่าจะถูกวางยาซึมแล้วจับใส่กรงและกล่องกระดาษก่อนที่จะนำมาปล่อยที่วัดและยังอยู่ในอาการเซื่องซึมจึงถูกฝูงสุนัขรุมกัดได้ง่าย เพราะปกติแมวจะค่อนข้างว่องไวมากยากที่จะจับได้หรือถ้าถูกสุนัขไล่กัดก็ไม่น่าจะตายมากขนาดนี้เพราะน่าจะวิ่งหนีได้เร็ว&amp;nbsp;ส่วนที่มาของแมวนั้นไม่น่าจะมาจากแมวที่มีการเลี้ยงตามวัดหรือที่องค์กรสัตว์ในอ.หาดใหญ่ช่วยกันเลี้ยง แต่น่าจะเป็นแมวจรจัดตามตลาดที่อยู่รวมกันเป็นฝูงแล้วมีกาวางยาซึมจับมาปล่อยที่วัดแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อหาทารุณกรรมสัตว์, จังหวัดสงขลา, วัดทุ่งงาย, สภ.คอหงส์, หมาจรจัด, หมารุมกัดแมว, อำเภอหาดใหญ่, แมวจรจัด, แมวตาย33ตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181211/image_mid_5c0f625b89b19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคมไม่ทอดทิ้งหนุ่มพลเมืองดีถูกไล่ออก เถ้าแก่แจงเหตุนำรถไปใช้ส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คืบหน้ากรณีพลเมืองดีช่วยเด็กหญิงรอดจากการถูกข่มขืนแต่ถูกไล่ออกจากงาน นายจ้างชี้แจงมาจากนำรถไปใช้ส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องที่ไปเป็นพยานจนเสียงานส่งน้ำไม่ทัน วอนสังคมเข้าใจ&amp;nbsp;ด้านความช่วยเหลือหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศทั้งเสนองานให้ทำและบริจาคเงินรวมทั้ง บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี ได้มอบเงินช่วยเหลือ10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายทิพกร ทองขาว อายุ 30 ปี หรือต้น พลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิงอายุ 15 ปี ที่กำลังจะถูกผู้เป็นตาวัย 68 ปีเมาเหล้าขาวแล้วล่อลวงไปข่มขืนในป่าเสม็ดในซอยทุ่งควนจีน หมู่ 3 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าได้ถูกเถ้าแก่ผู้หญิงไล่ออกจากงาน ซึ่งนายทิพกรเป็นพนักงานส่งน้ำของโรงงานผลิตน้ำดื่มแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ โดยนายทิพกร ระบุว่าสาเหตุที่ถูกไล่ออกจากงานเพราะมาจากการที่เขาไปเป็นพยานตามที่ตำรวจเรียกตัวไปในคดีดังกล่าว ส่งผลให้เถ้าแก่ไม่พอใจที่ตนเองไปส่งน้ำให้ลูกค้าไม่ทันรวมทั้งกรณีเอารถคันใหม่ไปส่งน้ำแต่กลับมาล่าช้าทำให้เถ้าแก่ไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังเจ้าของโรงงานผลิตน้ำดื่มที่นายทิพกรทำงานอยู่ ซึ่งได้ชี้แจงผ่านทางโทรศัพท์เพราะไม่พร้อมจะเผยตัวเพราะขณะนี้กลายเป็นจำเลยสังคม โดยเถ้าแก่ที่เป็นผู้ชาย กล่าวว่า สาเหตุที่ให้นายทิพกรถูกไล่ออกไม่ได้มาจากการไปเป็นพยานในคดีนี้จนทำให้เสียการเสียงานส่งน้ำไม่ทัน ซึ่งตนและภรรยายังชื่นชมนายทิพกรด้วยซ้ำ&amp;nbsp;แต่สาเหตุจริงมาจากเมื่อวันอาทิตย์ซึ่งนายทิพกรขอรถคันใหม่ไปส่งน้ำให้ลูกค้าที่ค้างอยู่อีก 50 ถังเพราะส่งให้ไม่ทันในวันเกิดเหตุ&amp;nbsp;โดยอ้างว่าคันเก่าที่ขับส่งน้ำเป็นประจำอ้างว่ากระจกแตกขับไม่ได้ ซึ่งตนก็ให้ไป และก่อนไปส่งน้ำก็ได้เข้าไปให้ปากคำกับตำรวจที่ สภ.หาดใหญ่เสร็จประมาณบ่าย 2 โมง และไปส่งน้ำต่อ ซึ่งเวลาที่ใช้ในการส่งน้ำจริงๆราว 1 ชั่วโมงก็เสร็จ แต่นายทิพกร นำรถกลับมาส่งที่โรงน้ำตอน 4 ทุ่ม ภรรยาของตนจึงโมโหมากเพราะในวันนั้นจำเป็นต้องใช้รถไปย้ายหอให้กับลูกสาวและเพื่อนที่ อ.เมืองสงขลาในช่วงเย็น จึงทำอะไรไม่ได้เลยเพราะไม่มีรถ จึงไล่นายทิพกร ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เถ้าแก่ชายคนนี้บอกว่า จริงๆแล้วได้วางแผนที่จะซื้อรถและเซ้งน้ำให้นายทิพกรมีกิจการส่งน้ำเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ ซึ่งได้คุยกันไว้แล้วเพื่อสร้างตัวเอง และส่วนตัวตนก็ไม่ได้คิดจะไล่ แต่ภรรยาโมโหมากที่นำรถไปใช้ส่วนตัวกลับมาล่าช้า ซึ่งทราบว่าขับไปบ้านญาติที่ จ.พัทลุง จึงกลับมาช้า ถ้ากลับมาถึงเร็วก็ไม่ถูกไล่ออก จึงขอความเห็นใจกับสังคมด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการที่นายทิพกรเป็นพลเมืองดีช่วยเหลือเด็กหญิงที่กำลังจะถูกข่มขืนและต้องไปเป็นพยานแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายทิพกร ล่าสุดได้มีการติดต่อมายังผู้สื่อข่าวว่าจะเดินทางมาที่ สภ.หาดใหญ่ อีกครั้งประมาณช่วงบ่ายของวันนี้เพื่อพบกับผู้สื่อข่าวและตำรวจเรื่องการช่วยเหลือรวมทั้งเรื่องคดีข่มขืนที่ต้องเป็นพยาน เนื่องจากเมื่อวานนี้ได้เดินทางกลับไปนอนค้างกับญาติที่ อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง&amp;nbsp;จากเดิมที่นัดหมายกันในเวลาประมาณ 9 โมงเช้าวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ข่าวนายทิพกร พลเมืองดีถูกไล่ออกจากงาน ได้มีผู้ติดต่อยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือมาจากทั่วประเทศรวมทั้งที่มารอพบที่ สภ.หาดใหญ่ ทั้งเสนองานให้ทำรวมทั้งบริจาคเงินมาซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้ รวมถึง น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี ได้มอบเงินช่วยเหลือ 10,000 บาทและพร้อมที่จะหางานทำให้ที่จ.นครศรีธรรมราช และบางธนาคารก็ติดต่อจะช่วยเหลือเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23459</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ทำดีช่วยเหลือสังคม, นายทิพกร ทองขาว, บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, พลเมืองดีถูกไล่ออก, อำเภอหาดใหญ่, โรงงานผลิตน้ำดื่มไล่คนงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181204/image_mid_5c0628abcfa94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบศพนักท่องเที่ยวสาวพลัดตกน้ำตกโตนงาช้าง ชี้เป็นจุดอันตรายเกิดเหตุบ่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.61 - ร.ต.อ.เพลินศักดิ์ มณีสว่าง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่ามีศพนักท่องเที่ยวพลัดตกน้ำตกโตนงาช้าง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงของจ.สงขลา&amp;nbsp;หลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างแพทย์โรงพยาบาลหาดใหญ่ หน่วยกู้ชีพทุ่งตำเสา และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่&amp;nbsp;พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าผาชั้น1ของน้ำตก ซึ่งมีป้ายห้ามน้ำท่องเที่ยวเข้าไปเล่นน้ำอย่างเด็ดขาดเพราะเป็นแอ่งน้ำวนและน้ำลึก4 เมตร เคยมีน้ำท่องเที่ยวเสียชีวิตตรงจุดนี้มาแล้วหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีร่างของนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นหญิงสาวถูกน้ำซัดนอนคว่ำหน้าอยู่บนโขดหินบริเวณเชิงหน้าผาที่สูงประมาณ 15 เมตร หน่วยกู้ภัยต้องใช้วิธีผูกเชือกหย่อนร่างลงมาทางด้านล่างของน้ำตกเนื่องจากไม่สามารถพาขึ้นไปทางข้างบนได้เพราะค่อนข้างชันและลื่นจากฝนที่ตกลงมา&amp;nbsp;และพนักงานสอบสวนสภ.ทุ่งตำเสา พร้อมแพทย์โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้ร่วมกันชันสูตรศพในเบื้องต้นพบว่าเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี ผิวขาว สวมชุดเดดซีทรูสีขาว ที่บริเวณคิ้วขวามีแผลแตกเหมือนกับถูกกระแทกกับก้อนหิน สภาพศพเริ่มแข็งเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง ที่ต้นคอด้านหลังมีรอยสักรูปดวงจันทร์สีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้หญิงผิวขาวออกไปทางผู้หญิงชาวเหนือหรือจีนฮ่อหรือไม่ก็นักท่องเที่ยวต่างชาติชาวมาเลเซีย แต่ไม่พบหลักฐานใดๆบริเวณจุดเกิดเหตุและไม่มีเพื่อนหรือนักท่องเที่ยวรู้จัก รวมทั้งเจ้าหน้าที่น้ำตกโตนงาช้างก็ไม่ได้รับแจ้งเหตุว่ามีนักท่องเที่ยวสูญหายในช่วง1-2วันนี้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.เพลินศักดิ์ มณีสว่าง ร้อยเวรสอบสวน เปิดเผยว่า จากการชันสูตรศพในเบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุของการเสียชีวิตน่าจะมาจากอุบัติเหตุพลัดตกจากน้ำตกขณะลงไปเล่นน้ำอยู่ตามลำพังในบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ และจะเร่งประสานชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างเพื่อหาข้อมูลของนักท่องเที่ยวรายนี้ว่าเป็นใคร เป็นคนไทยหรือต่างชาติเดินทางเข้ามาวันไหนมากับใครหรือรถอะไร เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวคนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18053</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, น้ำตกโตนงาช้าง, พลัดตกน้ำตก, สภ.ทุ่งตำเสา, อำเภอหาดใหญ่, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3923a9036b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
