<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กูรูพลังงาน&quot;แจงทำไมโซลาร์เซลล์ &quot; กอ.รมน.&quot;แพงกว่า &quot;พิมรี่พาย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ม.ค.64- สืบเนื่องจากประเด็นดรามา เมื่อ &amp;quot;พิมรี่พาย&amp;quot; เข้าไปบริจาคสิ่งของให้กับเด็กนักเรียน ที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และมีแผงโซลาร์เซลล์รวมอยู่ด้วย &amp;nbsp;จนเกิดประเด็นต่างๆตามมา รวมทั้งการชี้แจงของหน่วยงานรัฐ อย่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร( กอ.รมน.)ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในพื้นที่อมก๋อย ในราคา &amp;nbsp;45 ล้านบาท ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกว่า ทำไมถึงแพงมาก เมื่อเทียบกับราคาแผงโซลาร์เซลล์ของพิมพี่พาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในเรื่องนี้ ในเพจ &amp;quot;Dr.Day ดร.เดย์ กูรูพลังงานไฟฟ้า&amp;quot;ได้ออกมาแสดงความเห็น และโพสต์ข้อความหัวข้อ&amp;quot;โซลาร์เซลล์อมก๋อย 45 ล้าน เหมาะสมจริงหรือ&amp;quot; เนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังเป็นประเด็นร้อนเลยครับ สำหรับเรื่องโซลาร์เซลล์ราคากลางมูลค่า 45 ล้านบาทของ กอ.รมน. ซึ่งวันนี้เท่าที่ผมพอมีความรู้มาบ้างจะขอลองมาวิเคราะห์ครับว่า ราคานี้เหมาะสมหรือไม่!?
ผมได้ลองเข้าไปดูเอกสารงานจ้างของงานนี้ จะพบว่า รายละเอียดของงานนี้ไม่ได้มีเพียงแต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้าและเสาไฟแสงสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ และมีตัวแบตเตอรี่ด้วย! (Battery Energy Storage System) ซึ่งเจ้าแบตฯนี้มีขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพให้ระบบสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;
และเจ้าตัว &amp;ldquo;แบตเตอรี่&amp;rdquo; นี่แหละครับที่เป็นตัวที่ทำให้งานจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้มีราคาสูงอย่างที่เห็นในข่าว
&amp;hellip;&amp;hellip;.
เราลองมาดูในรายละเอียดการทำราคากลางการติดตั้งโซลาร์เซลล์ (+แบตเตอรี่) ใน 5 พื้นที่ของอมก๋อย แต่ละพื้นที่มีราคาโซลาร์เซลล์ และราคาแบตเตอรี่ (+Inverter) ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ๆ ของงานนี้ ดังนี้ครับ
1. บ้านพะอัน : โซลาร์เซลล์ 30 kW (ไม่รวมค่าติดตั้ง) ประมาณ 622,500 บาท แบตเตอรี่ 120 kWh+Inverter ประมาณ 3,650,000 บาท ทั้งก้อนจะเท่ากับประมาณ 4,272,500 บาท
2. บ้านจกปก : โซลาร์เซลล์ 50 kW (ไม่รวมค่าติดตั้ง) ประมาณ 1,037,500 บาท แบตเตอรี่ 200 kWh+Inverter ประมาณ 6,130,000 บาท ทั้งก้อนจะเท่ากับประมาณ 7,167,500 บาท&amp;nbsp;
3. บ้านห้วยไก่ป่า : โซลาร์เซลล์ 50 kW (ไม่รวมค่าติดตั้ง) ประมาณ 1,037,500 บาท แบตเตอรี่ 200 kWh+Inverter ประมาณ 6,130,000 บาท ทั้งก้อนจะเท่ากับประมาณ 7,167,500 บาท
4. บ้านมูเซอหลังเมือง : โซลาร์เซลล์ 50 kW (ไม่รวมค่าติดตั้ง) ประมาณ 1,037,500 บาท แบตเตอรี่ 200 kWh+Inverter ประมาณ 6,130,000 บาท ทั้งก้อนจะเท่ากับประมาณ 7,167,500 บาท
5. ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ : โซลาร์เซลล์ 30 kW (ไม่รวมค่าติดตั้ง) ประมาณ 622,500 บาท แบตเตอรี่ 120 kWh+Inverter ประมาณ 3,650,000 บาท ทั้งก้อนจะเท่ากับประมาณ 4,272,500 บาท
ฉะนั้นเมื่อลองบวกตัวเลขทั้งหมดแบบกลมๆ เงินในส่วนโซลาร์เซลล์+แบตเตอรี่จะอยู่ที่ประมาณ 28,000,000 บาท
ทีนี้เราลองมาดูว่า แล้วโซลาร์เซลล์กับแบตเตอรี่พวกนี้ สมเหตุสมผลกับราคาตลาดหรือไม่? ผมจะลองยกตัวอย่างเทียบกับราคาเว็บในต่างประเทศดูนะครับ ซึ่งผมลองดูจากข้อมูลของเว็บไซต์นี้ https://www.consumeraffairs.com/.../how-much-do-solar...
ซึ่งพบว่า ราคาโซลาร์เซลล์ต่อ 1 วัตต์ ราคาต่ำที่สุดอยู่ที่ 1 เหรียญสหรัฐ นั่นหมายความว่า ราคาโซลาร์เซลล์ 1 kW จะเท่ากับ 1,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30,000 บาท เมื่อคิดเป็น 30 kW จะอยู่ที่ประมาณ 900,000 บาท&amp;nbsp;
สำหรับแบตเตอรี่+Inverter ถ้าเทียบกับราคาจากเพจ Jinko Solar Thailand จะตกค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 27,000 บาทต่อ 1 kWh ฉะนั้นแล้ว เมื่อคิดเป็น 120 kWh จะอยู่ที่ 3,240,000 บาท&amp;nbsp;
.......
ดังนั้นแล้ว ผมมองว่า ตัวเลขราคาที่ออกมาเป็นราคากลางนี้ถือว่า อยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้องอยู่พอสมควร
เพราะต้องไม่ลืมว่านี่เป็นราคากลางเท่านั้น แถมในงานนี้ยังมีโครงข่ายไฟฟ้าชุมชน และเสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์ (รวมๆ กัน 5 พื้นที่ก็น่าจะประมาณ 6-7 ล้านได้ครับ)ค่าแรง (เงินก้อนใหญ่) ค่าขนส่ง ค่าอุปกรณ์อื่นๆ และกำไรของบริษัทรวมอยู่ด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;--------------
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89703</URL_LINK>
                <HASHTAG>Dr.Day ดร.เดย์ กูรูพลังงานไฟฟ้า, กอ.มรน., พิมรี่พาย, อำเภออมก๋อย, โซลาร์เซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe934151c12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนได้!อดีตเด็กส้มหวานโยง’โซลาร์อมก๋อย’ถล่มอำนาจ’กอ.รมน.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค. 2564 &amp;ndash; ร.ท.ธนเดช เพ็งสุข อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณีที่มีเอกสารราคาจัดซื้อจัดจ้างผลิตและติดตั้งโซลาร์เซลล์ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 45 ล้านบาท ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นเจ้าของโครงการว่า โครงการนี้เป็นประเด็นขึ้นเมื่อถูกนำงบประมาณไปเปรียบเทียบกับกรณีที่คุณพิมรี่พายนำโซลาร์เซลล์ไปติดตั้งในหมู่บ้านบนเขาด้วยงบประมาณเพียง 500,000 บาท ซึ่งน้อยกว่ามาก ต่อมาจึงได้มีการยอมรับจาก โฆษก กอ.รมน. ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารฉบับจริง แต่โครงการขนาดโครงการต่างกันและเป็นการดำเนินการจำนวน 5 พื้นที่ของ อ.อมก๋อย ซึ่งข้อเท็จจริงหรือความโปร่งในโครงการนี้ ก็คงแล้วแต่ใครจะมองและไปติดตามตรวจสอบกันไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ท.ธนเดชกล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากชวนให้ติดตามขบคิดกันต่อคือ กรณีนี้กำลังสะท้อนบทบาทและภารกิจของ กอ.รมน. ในรูปแบบใหม่ที่ไปไกลกว่าภารกิจด้านความมั่นคง ซึ่งภารกิจเหล่านี้ควรจะต้องเป็นบทบาทหน้าที่ของท้องถิ่นที่ต้องสนับสนุนให้เข้มแข็งด้วยการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ให้มีทั้งงบประมาณและอำนาจที่มีกฎหมายรองรับ ไม่ใช่จะทำอะไรก็ไปติดขัดส่วนกลางที่รวมศูนย์อำนาจไว้จนท้องถิ่นไม่สามารถพัฒนาและช่วยเหลือคนในพื้นที่ของตนเองได้ นอกจากนี้ ก็ควรไปแก้ไขเรื่องของสัญชาติและสิทธิที่ทำกินซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซังทั้งในพื้นที่นี้และอีกหลายพื้นที่ด้วย ซึ่งประเด็นเหล่านี้มีรายละเอียดที่ต้องไปทำความเข้าใจกันต่อไปไม่ว่าเรื่องคนกับป่าและเรื่องปัญหาสัญชาติกับมุมมองด้านความมั่นคงของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กอ.รมน. เดิมคือหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสู้กับคอมมิวนิสต์ แต่ปัจจุบันไม่มีภัยความมั่นคงในลักษณะนั้นแล้วก็ปลุกผีขึ้นมาใหม่เพื่อจัดการกับคนที่เห็นต่าง หลังการรัฐประหารปี 2549 รัฐบาลสุรยุทธ์ ผลักดันให้มี พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 กำหนดให้ กอ.รมน. มีสถานะเป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี หลังรัฐประหารปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 51/2560 ให้บทบาทและอำนาจ กอ.รมน. ขยายไปอีก โดยให้ไปกำหนดเอาเองว่าสถานการณ์ใดที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัย และวางโครงสร้างให้ดูดีเหมือนองค์กรผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร โดยมีนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูเหมือนเป็นพลเรือนเป็น ผอ.รมน. และให้มีผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดนั่งเป็นหัวโต๊ะในระดับจังหวัด แต่ในทางปฏิบัติรู้กันดีว่าคนที่ใหญ่ที่สุดคือ แม่ทัพภาค&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ท.ธนเดช กล่าวด้วยว่า ปัญหาสำคัญอยู่ที่นิยามความมั่นคงใหม่ ทำให้เกิดตีความงานความมั่นคงแบบครอบจักรวาล อย่างที่อาจารย์สุรชาติ บำรุงสุข เรียกว่า เป็นซุปเปอร์กระทรวง ทำงานตั้งแต่สอดส่องนักกิจกรรม นักการเมือง กิจกรรมหาเสียง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปราบปรามยาเสพติด เป็นมือไม้ผลักดันโครงการของรัฐบาล คสช. เช่น โครงการประชารัฐ ไทยนิยมยั่งยืน หนักเข้าก็ไปจนถึงการกำจัดผักตบชวาในคูคลอง นั่นจึงไม่ต้องแปลกใจว่า อยู่ดีๆ ทำไม กอ.รมน.จึงเข้าไปทำโครงการ 45 ล้าน ติดไฟตามเขาตามดอยให้สว่างด้วย ทั้งที่เรื่องนี้ควรเป็นบทบาทหน้าที่ของท้องถิ่น ควรกระจายอำนาจเพื่อไปทำตรงนั้นให้เข้มแข็ง ไม่ใช่ทำให้ กอ.รมน.เข้มแข็ง เท่าที่ทราบ กอ.รมน.ได้งบประมาณปีละเป็นหมื่นล้านบาท มากกว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หลายเท่าตัว มีเจ้าพนักงานราว 6,000 คนทั่วประเทศ โดยไม่นับรวมส่วนสามจังหวัดชายแดนใต้ มีงานมวลชนและข้อมูลข่าวสารเป็นหมื่นคน จึงอยากให้จับตาบทบาท กอ.รมน. กันให้ดี หากปฏิรูปได้ก็ควรปฏิรูป เพราะต่อไปหน่วยนี้คงเติบโตขึ้นอีกมากทั้งในทางอำนาจและงบประมาณ และจะเป็นการเติบโตในทิศทางที่สวนกับพัฒนาการของประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89698</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., ร.ท.ธนเดช เพ็งสุข, อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่, อนค., อำเภออมก๋อย, โซลาร์เซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe8b84f40b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.เปิดเอกสารโครงการติดโซล่าร์เซลล์ใน “อมก๋อย” คนละหมู่บ้านกับเคส“พิมรี่พาย” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.64- พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่มีเอกสารที่เกี่ยวกับโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ของ กอ.รมน.ภาค 3 เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า จากการประสานงานกับ เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 3 ได้แจ้งมาแล้วว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารฉบับจริง และเป็นเอกสารที่ใช้ในการเผยแพร่ ราคากลางของโครงการฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน พรบ.การจัดซื้อจัดจ้าง มาตรา 56 วรรค 1 ของภาครัฐ ด้วยวิธีการประมูลราคากลางผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลาง (e &amp;ndash; Bidding)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงบประมาณของโครงการจำนวน 45 ล้าน ได้ผ่านการรับรองราคาจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งรายละเอียดของโครงการ พอสรุปได้ดังนี้ เป็นการดำเนินการจำนวน 5 พื้นที่ในอำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นการดำเนินการโดยมีการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 210 กิโลวัตต์ และเสาไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์ จำนวน 120 ต้น พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่ลิเทียม) จำนวน 998.40 กิโลวัตต์ และได้ดำเนินการจัดทำโครงข่ายไฟฟ้าชุมชน,โดยมีการลากสายไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้าน จำนวน 5,409 เมตร และติดตั้งเสาไฟฟ้าเป็นต้น ซึ่งไม่ใช้พื้นที่ที่เป็นข่าวแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีการนำเอกสารราชการแบบสรุปราคากลางงานก่อสร้างอาคาร &amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่ทุรกันดาร ในอ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยชี้ปมว่ามีการใช้งบประมาณ กว่า 45ล้านบาทเพื่อดำเนินการไปแล้ว แต่ไม่ปรากฎว่ามีแผงโซล่าเซลล์ และระบบกักเก็บพลังงาน ในพื้นที่หมู่บ้านที่ &amp;ldquo;พิมรี่พาย&amp;rdquo;ได้บริจาคเงินเพื่อทำโครงการช่วยเหลือเยาวชนในพื้นที่เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้แต่อย่างใด โดยเอกสารของ กอ.รมน.ภาค 3 ได้แจกแจงว่าเป็นคนละหมู่บ้านกับโครงการใช้งบประมาณดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89590</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., พล.ต.ธนาธิป   สว่างแสง, พิมรี่พาย, อำเภออมก๋อย, โซลาเซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb70c3958141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.เปิดเอกสารโครงการโซลาร์เซลล์ &#039;อมก๋อย&#039; 45 ล้าน คนละเรื่องโซเชียลโจมตี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12 ม.ค.64 - พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่มีเอกสารที่เกี่ยวกับโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ของ กอ.รมน.ภาค 3 เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า จากการประสานงานกับ เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 3 ได้แจ้งมาแล้วว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารฉบับจริง และเป็นเอกสารที่ใช้ในการเผยแพร่ ราคากลางของโครงการฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน พรบ.การจัดซื้อจัดจ้าง มาตรา 56 วรรค 1 ของภาครัฐ ด้วยวิธีการประมูลราคากลางผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลาง (e &amp;ndash; Bidding)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงบประมาณของโครงการจำนวน 45 ล้าน ได้ผ่านการรับรองราคาจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งรายละเอียดของโครงการ พอสรุปได้ดังนี้ เป็นการดำเนินการจำนวน 5 พื้นที่ในอำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นการดำเนินการโดยมีการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 210 กิโลวัตต์ และเสาไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์ จำนวน 120 ต้น พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่ลิเทียม) จำนวน 998.40 กิโลวัตต์ และได้ดำเนินการจัดทำโครงข่ายไฟฟ้าชุมชน,โดยมีการลากสายไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้าน จำนวน 5,409 เมตร และติดตั้งเสาไฟฟ้าเป็นต้น ซึ่งไม่ใช้พื้นที่ที่เป็นข่าวแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีการนำเอกสารราชการแบบสรุปราคากลางงานก่อสร้างอาคาร โครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่ทุรกันดาร ในอ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยชี้ปมว่ามีการใช้งบประมาณ กว่า 45ล้านบาทเพื่อดำเนินการไปแล้ว แต่ไม่ปรากฎว่ามีแผงโซล่าเซลล์ และระบบกักเก็บพลังงาน ในพื้นที่หมู่บ้านแม่เกิบ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ &amp;ldquo;พิมรี่พาย&amp;rdquo; ได้บริจาคเงินเพื่อทำโครงการช่วยเหลือเยาวชนในพื้นที่เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้แต่อย่างใด โดยเอกสารของ กอ.รมน.ภาค 3 ได้แจกแจงว่าเป็นคนละหมู่บ้านกับโครงการใช้งบประมาณดังกล่าว
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89585</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., จังหวัดเชียงใหม่, พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง, อำเภออมก๋อย, โซลาร์เซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd65454d19c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่นไง! กระแสแม่เกิบอมก๋อย ถูกปั่นขึ้นมาเพื่อกลบกระแส แม่ทอนอมที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค. 64 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Suphanat Aphinyan ว่า &amp;quot;กระแส แม่เกิบอมก๋อย ถูกปั่นขึ้นมาเพื่อกลบ กระแส #แม่ทอนอมที่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นิว, ศุภณัฐ อภิญญาณ, อำเภออมก๋อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f63107409817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกเสมา 2 ชื่นชมเน็ตไอดอล เผย&quot;คุณหญิงกัลยา&quot; ยันศธ.ไม่ทิ้งเด็กพื้นที่ห่างไกล แต่กลไก กม.เดิม ไม่ตอบโจทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ม.ค.64-นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่าตามที่ขณะนี้ในสื่อและสังคมออนไลน์ได้มีการพูดถึงกรณีการไปทำ CSR ลงพื้นที่ช่วยเหลือเด็กบนดอยของเน็ตไอดอลชื่อดัง จนกลายเป็นกระแส ดราม่าในสังคม ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงกระทรวงศึกษาธิการในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลนั้น โดยส่วนตัวรู้สึกชื่นชมเน็ตไอดอล รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีเจตนาดี ในการช่วยเหลือเด็กให้ได้รับโอกาสและถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในสังคมในเรื่องของการแบ่งปัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามกำลังความสามารถของแต่ละคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนว่ามากหรือน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะปฏิรูปการศึกษาทั้งในเชิงโครงสร้างและการปฏิรูปไปสู่ตัวเด็กโดยตรง ดังนั้น การที่มีโครงสร้างบางส่วนที่ยังคงเป็นปัญหาและไม่สอดรับกับแนวทางตามตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้นจากเดิมในยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางดรุณวรรณ กล่าวอีกว่า ในส่วนของโรงเรียนขนาดเล็กที่กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย คุณหญิงกัลยา &amp;nbsp;มีนโยบายที่ชัดเจนที่จะไม่มุ่งยุบ ในสองลักษณะคือ กรณีที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีโรงเรียนโดยรอบที่มีขนาดใหญ่ จะไม่มีการยุบหากคนในพื้นที่ยังมีความต้องการเเต่จะเน้นไปที่การเพิ่มการพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม การเรียนการสอน บุคคลากร ปรับปรุงกฎและระเบียบเรื่องงบประมาณการอุดหนุนต่อหัวตามความเหมาะสมและจำเป็นเพื่อให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กที่โรงเรียนโดยรอบขนาดใหญ่ จะใช้การเชื่อมโยงเครือข่าย แลกเปลี่ยนทรัพยากรซึ่งกันและกันเป็นโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมในทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางดรุณวรรณ ยังกล่าวด้วยว่า คุณหญิงกัลยามีความตั้งใจดีที่จะพัฒนาการศึกษาไทยในทุกพื้นที่ รวมถึงในถิ่นทุรกันดาร ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงสืบสานต่อพระราชปณิธานของพระราชบิดา จึงมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้เด็กไทยทุกคนมีความรู้ ด้วยนโยบายต่าง ๆ เพื่อให้สามารถพึ่งพิงตนเองได้ทั้งในยามปกติและในยามที่มีวิกฤต แต่ที่ผ่านมาอาจมีข้ออุปสรรคอยู่บ้างในเรื่องของการบริหารจัดการ กฏระเบียบ และการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง จึงได้มีความพยายามแก้ไขทั้งในเชิงโครงสร้าง และตัวผู้เรียนโดยตรง และเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ค้างคาได้ในสมัยนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอบคุณทุกคน ทุกภาคส่วนที่เห็นความสำคัญของเด็กและการศึกษาไทย ร่วมมือร่วมใจกันอย่างน่าชื่นชม ในขณะที่ภาครัฐยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง อยากให้กำลังใจและไม่อยากให้คนที่ทำความดีต้องรู้สึกท้อแท้กับเสียงวิจารณ์ หากทุกคนช่วยเหลือกันสังคมก็จะขับเคลื่อนต่อไปได้ เพราะประเทศชาติจะพัฒนาได้ด้วยการวางระบบรากฐานการศึกษาที่ดี มีการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่อสร้างคนไทยให้สอดรับกับศตวรรษที่ 21&amp;rdquo;นางดรุณวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89464</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, พิมรี่พาย, อำเภออมก๋อย, เน็ตไอดอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc16577412a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กศน.อมก๋อย&quot; ประกาศยกเลิก 3 ข้อ งดรับบริจาค หลังประกาศผ่านทางโซเชียลไม่กี่ชั่วโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประเด็นดรามา หลังจาก &amp;ldquo;พิมรี่พาย&amp;rdquo; หรือ น.ส.พิมพ์พรรณ สรัลรัชญ์ เน็ตไอดอล ชื่อดัง ได้นำเงิน 550,000 บาทไปซื้อสิ่งของ ให้กับเด็กๆ ที่ ที่หมู่บ้านแม่เกิบ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ อาทิ มีทีวี แผงโซลาร์เซลล์ และสร้างแปลงผักให้แก่เด็กๆ เพื่อเป็นของขวัญในวันเด็ก เมื่อวันเสาร์ที &amp;nbsp;9ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ครึกโครม และนำไปผูกโยงกับความคิดต่างทางการเมือง และสังคม &amp;nbsp;
ล่าสุด วันที่ 11 ม.ค. ทางศูนย์ กศน.อำเภออมก๋อย ได้ประกาศผ่านทาง สื่อโซเชียลว่าต้องการสร้างความเข้าใจในปรเะด็นดังกล่าว ความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยในสภาวะปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น facebook, line, Email และ twitter เป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบทั้งผลดีและผลเสียต่อหน่วยงาน เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเพื่อมิให้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภออมก๋อย จึงขอประกาศให้ครูและบุคลากรในหน่วยงานปฏิบัติดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. ห้ามโพสต์ข้อความเกี่ยวการรับบริจาคผ่านโซเชียลฯ หรือช่องทางอื่นๆ ทุกช่องทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2. ห้ามโต้ตอบหรือแสดงความคิดเห็นในแง่ลบผ่านสื่อโซเชียล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. การงดรับบริจาคทุกประเภทจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายอื่นๆ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ เมื่อมีผู้เข้าไปดูการโพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก ของกศน.อมก๋อย ปรากฎว่า ไม่สามารถเข้าไปดูได้ &amp;nbsp;โดยมีการขึ้นข้อความ ว่าหน้านี้ไม่พร้อมใช้งาน ลิงก์อาจจะเสีย หรือเพจอาจถูกลบออกแล้ว โปรดตรวจดูว่าลิงก์ที่คุณพยายามเปิดเป็นลิงก์ที่ถูกต้องการลบเฟสบุ๊ก ออกจากระบบไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด มีรายงานข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ว่า &amp;nbsp;ได้มีการสั่งการจาก กศน.ที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัด ให้ได้มีการยกเลิกคำสั่งของกศน.อมก๋อย เรื่องการห้ามรับบริจาคก๋อย เรื่องการห้ามรับบริจาค ซึ่งกศน.อมก๋อย โดยนาง วิไลลักษณ์ สุชสาย ผอ.กศน.อมก๋อย เซ็นลงนามข้อความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง ยกเลิกปรกาศ การสร้างความเข้่าใจในการใช้สื่อโซเชียล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ ศูนย์ กศน.อำเภออมก๋อย ออกประกาศ เรื่องการสร้างความเข้่าใจในการใช้สื่อโซเลชียล &amp;nbsp;ซึ่งประกาศณ วันที่ 9 เดือน มกราคม พ.ศ.2564นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ กศน.อำเภออมก๋อย ขอยกเลิกประกาศดังกลาว เนื่องจากมีการสื่อสารคลาดเคลื่อนจึงแข้งให้ทราบทั่วกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกาศณ วันที่ &amp;nbsp;11 มกราคม พ.ศ. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กศน., พิมรี่พาย, อำเภออมก๋อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc10147361a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
