<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรุษจีนเบตงไม่คึกคัก ปชช.รัดเข็มขัดจับจ่ายเท่าที่จำเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อของช่วงเทศกาลตรุษจีนในภาคใต้ ที่ อ.เบตง จ.ยะลา แม้จะมีผู้คนออกเดินจับจ่ายซื้อของกันมาก แต่มียอดใช้จ่ายซื้อของที่ไม่มากนักอันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ โดยที่เทศบาลเมืองเบตง นำโคมแดงออกประดับตกแต่งตามถนนสายต่างๆในเขตเทศบาลเมืองเบตง เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีน สร้างบรรยากาศและสีสันตามท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปีนี้ชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง ต่างออกมาจับจ่ายในการซื้อหาเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากผลจากสภาวะเศรษฐกิจ โดยหลายคนบอกว่าจะซื้อหาเท่าที่จำเป็น การประดับตกแต่งบ้านเรือนใช้ตามสถานะทางการเงิน ในขณะที่ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าสีแดงที่บ่งบอกถึงความเป็นมงคล&amp;nbsp;หลายร้านยอดจำหน่ายลดลง เนื่องจากประชาชนต่างนำเสื้อผ้าที่มีอยู่เดิมมาสวมใส่คู่กับเสื้อหรือกางเกงตัวใหม่ เพราะต้องเก็บเงินไว้เป็นขวัญถุงให้กับลูกหลานและลูกน้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันจ่าย ตรงกับวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;บรรยากาศการจับจ่ายยังคงไม่คึกคักต่างจากปีที่ผ่านมา ส่วนวันไหว้ตรงกับวันศุกร์ที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ซึ่งในวันไหว้ของเทศกาลตรุษจีนนั้นจะเป็นวันที่มีการไหว้เทพเจ้าต่างๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ฯลฯ ตามธรรมเนียมปฏิบัติขอพรไหว้เทพเจ้าแห้งโชคลาภหรือบรรพบุรุษและวันเที่ยว (ชิวอิก)&amp;nbsp;ตรงกับวันเสาร์ที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันที่คนจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ที่สวยงามสีแดงสดใส จะออกเดินทางไปเป็นครอบครัวเพื่อไปไหว้ขอพรผู้ใหญ่ หรือพากันท่องเที่ยว ถือว่า วันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบรรยากาศตามร้านจำหน่ายเครื่องเซ่นไหว้ ประเภทอาหาร เช่น หัวหมู เป็ด ไก่ ที่ใช้ไหว้เจ้า พบว่าปีนี้ลูกค้าลดปริมาณการซื้อ เช่นจากเดิมที่เคยซื้อคนละ&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;ตัว ลดเหลือ&amp;nbsp;4-6&amp;nbsp;ตัว โดยราคายังใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นประมาณตัวละ 10-20 บาท โดยเป็ดและไก่ต้มสุกแล้วราคาเฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;170-180&amp;nbsp;บาท ไก่บ้านตัวละ&amp;nbsp;250-350&amp;nbsp;บาท หัวหมูราคาหัวละ&amp;nbsp;500-600&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผลไม้ เช่น ส้ม ราคากก.ละ 70-80&amp;nbsp;บาท แอปเปิล เฉลี่ยลูกละ&amp;nbsp;9-10&amp;nbsp;บาท ส่วนราคาขนมไหว้เจ้า เช่นขนมเข่ง ขนมถ้วยฟู ก็จำหน่ายราคาใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาเช่นกัน โดยปีนี้มีการตกแต่งหน้าตาให้ดูมีสีสันมากขึ้นเพื่อดึงดูดลูกค้า อย่างไรก็ตาม บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงตรุษจีนปีนี้ลูกค้าจับจ่ายน้อยกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;และเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและแม้ว่าราคาต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้น แต่พยายามจะคงราคาขายให้ใกล้เคียงกับปีก่อน เพราะรู้ว่ากำลังซื้อผู้บริโภคลดลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55026</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำลังซื้อลดลง, จังหวัดยะลา, ตรุษจีน, สภาวะเศรษฐกิจ, อำเภอเบตง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e254ecf8e9fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดเผาจนเหี้ยน! แก๊งมอดไม้บุกรุก &#039;สวนป่าสิริกิติ์&#039; จ.ยะลา พบถูกทำลายใหม่หลายแปลง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป่าไม้สนธิกำลังหลายหน่วยงานเดินเท้าลุยปราบแก๊งมอดไม้เข้มข้นติดต่อกัน พบบุกรุกป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ พื้นที่ส่วนที่ 2 (ป่าสิริกิติ์) ถูกทำลายใหม่จำนวนหลายแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.62- พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และแม่ทัพภาคที่ 4 อำนวยการสั่งการให้เจ้าหน้าที่คณะทำงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า สนธิกำลังร่วม เจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองเบตง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัด ยะลา เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนในแนวเขตพื้นที่โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า สวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ พื้นที่ส่วนที่ 2 (ป่าสิริกิติ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุอยู่เหนือทะเลสาบเขื่อนบางลาง ต้นน้ำแม่น้ำปัตตานี บริเวณท้องที่บ้านอัยเนาะเปาะ หมู่ 3 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง หลังได้รับแจ้งว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไปเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบป่าไม้ถูกทำลายใหม่ มีการตัดโค่นต้นไม้เปรียง กอ หยี กาลอ ไข่เขียว สยา แดง ซึ่งเป็นต้นไม้มีค่าขนาดใหญ่ที่ถูกตัดโค่นล้มเหลือแต่ซากตอจำนวน 40 ต้น ซึ่งป่าทั้งหมดอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 568 เมตร ในท้องที่บ้านอัยเนาะเปาะ และพื้นที่ป่าไม้ถูกลักลอบทำลายเสียหายจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบป่าสงวนถูกลักลอบทำลายเป็นบริเวณกว้างตั้งแต่ริมห้วยถึงเชิงเขาสูง โดยได้ทำการเผาต้นไม้ใหญ่ไปบางส่วน เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบการปลูกต้นทุเรียนขนาดเล็กบนภูเขาและ มีการต่อน้ำประปาภูเขาด้วยท่อพีวีซีเพื่อรดน้ำต้นทุเรียนในพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกลักลอบเผาทำลายเสียหายเป็นจำนวนมาก ขณะเข้าตรวจยึดไม่พบผู้กระทำผิด คาดว่า ไหวตัวทันหลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังทำการตรวจยึดได้มอบหมายให้ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองเบตง เข้าร้องทุกข์ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 และให้นายฟูอาดี แตปูซู พนักงานพิทักษ์ป่า ส.3 &amp;nbsp;ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4 (บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์) เป็นผู้ร้องทุกข์ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และให้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36510</URL_LINK>
                <HASHTAG>.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ, จังหวัดยะลา, ตัดไม้ทำลายป่า, ตำบลอัยเยอร์เวง, บ้านอัยเนาะเปาะ, ป่าสงวนถูกทำลาย, ป่าสิริกิติ์, ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองเบตง, พ.ร.บ.ป่าไม้, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, สวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้, อำเภอเบตง, เผาป่าปลูกทุเรียน, แก๊งมอดไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce511601599c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเบตงสวมเสื้อเหลืองทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.61- ที่บริเวณ หอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา &amp;nbsp;พันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญ &amp;nbsp;นายอำเภอเบตง เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2561 &amp;nbsp; โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร พ่อค้า ประชาชน และ นางเอกสาว ช่อง 7 &amp;nbsp;ดลลชา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์ &amp;nbsp;ร่วมทำบุญ นำอาหารหวานคาว ข้าวสารอาหารแห้ง มาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 50 รูป เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพระองค์ท่าน ในการทำบุญตักบาตรในวันนี้ผู้ที่มาร่วมในพิธีพร้อมใจกันแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองอย่างพร้อมเพรียงกัน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23539</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์, วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.9, อำเภอเบตง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181205/image_mid_5c07355d1005e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวอำเภอเบตง-คนไทยในมาเลเซียร่วมทำบุญตักบาตรเทโว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค. 61 - ที่วัดพุทธาธิวาส พระอารามหลวง&amp;nbsp;อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายสุวิทย์ นาคเป้า ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง พร้อมด้วย นายสมยศ เลิศลำยอง นายกเทศมนตรีเมืองเบตง นำพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมทำบุญตักบาตรเทโว เนื่องในวันออกพรรษา ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพิธีทำบุญตักบาตรเทโว ชาวพุทธปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ตามความเชื่อที่ว่าเมื่อครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม และเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา โดยจำพรรษาอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พรรษา และเมื่อออกพรรษาแล้ว พระองค์ได้เสด็จกลับยังโลกมนุษย์ ในครั้งนั้นเมื่อบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสทราบข่าว ต่างพร้อมใจกันไปรอตักบาตรเพื่อรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น จนถือเป็นประเพณีตักบาตรเทโวที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันโดยจัดขึ้นหลังวันออกพรรษา 1 วัน ตรงกับแรม 1 ค่ำเดือน 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในพิธีดังกล่าวชาวพุทธจะจัดดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชา และนำอาหารคาวหวาน อาหารสด แห้ง ไปใส่บาตร ถวายพระที่วัด และฟังพระธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ที่บวชจำพรรษาอยู่ครบถ้วนไตรมาส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน และได้อุทิศส่วนกุศลให้บรรดาบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20676</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดยะลา, ชาวพุทธทำบุญตักบาตร, ตักบาตรเทโว, วันออกพรรษา, อำเภอเบตง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd12bc330375.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูพรมฉีดวัคซีนโรคหัด &#039;ยะลา&#039; ระบาดหนักเสียชีวิตแล้ว9ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายสุวิทย์ นาคเป้า รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง พร้อมด้วยแพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยโรคหัด ญาติและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโรงพยาบาลเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา หลังพบการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยกว่า 659 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดในจังหวัดยะลาแล้ว 9 ราย ผู้เสียชีวิตคนล่าสุดจาก อ.กรงปีนัง ส่วนในพื้นที่อำเภอเบตงพบผู้ป่วย&amp;nbsp;17 ราย ส่วนใหญ่ในพบพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ นาคเป้า รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากสถานการณ์และปัญหาการระบาดต่อเนื่อง นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าฯยะลา ได้เรียกประชุมภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้แนวทางป้องกันและแก้ไขเชิงรุก&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชารัฐร่วมใจ&amp;nbsp;ขจัดภัยโรคหัด&amp;nbsp;เคาะประตูสู้หัด&amp;nbsp;เร่งรัดฉีดวัคซีน 100%&amp;rdquo;&amp;nbsp;สยบโรคหัดให้ได้ใน 2 สัปดาห์ โดยให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ทุกอำเภอ ให้นายอำเภอเป็นประธาน สาธารณสุขอำเภอเป็นเลขาและให้ภาคส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการดำเนินการเชิงรุกปูพรม ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้เด็กอายุ 9 เดือน&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;5 ปีทุกคน (ยกเว้นเด็กที่รับวัคซีนครบแล้ว) ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์ (วันที่ 22 ต.ค.&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;4 พ.ย. 2561) เพื่อควบคุมการระบาดให้ยุติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเร่งควบคุมให้ได้ก่อนสถานศึกษาเปิดภาคเรียน&amp;nbsp;พร้อมให้ความมั่นใจในการรับวัคซีนป้องกันโรคนั้นไม่ขัดกับหลักการทางศาสนาอิสลาม ทั้งจากสำนักจุฬาราชมนตรี และประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในพื้นที่ด้วย&amp;quot;นายสุวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20441</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดยะลา, ฉีดวัคซีนโรคหัด, อำเภอเบตง, โรคหัดแพร่ระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcd763392450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2026 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องลิ้มลองให้ได้&#039;ข้าวหลามทุเรียน&#039;ไอเดียเจ๋งจากนายอำเภอเบตง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;21 ก.ย. 61-&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บ้านพักนายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง จ.ยะลา เพื่อมาสอบถามถึงเมนู &amp;ldquo;ข้าวหลามทุเรียน&amp;rdquo; ที่ให้ อส.ทำออกมาแจกจ่ายให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา และ ประชาชน หลังเกิดไอเดียทำข้าวหลามทุเรียน จนเป็นที่ถูกปากติดใจของผู้ที่ได้ลิ้มลองรสชาด ในช่วงพบปะกาแฟยามเช้าที่บ้านพักนายอำเภอเบตง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดำรงค์ ได้พามาชม ขั้นตอนการทำข้าวหลาม บริเวณข้างบ้านพัก ที่ อส.ได้มีการจัดเตรียมวัตถุดิบ อุปกรณ์ไว้พร้อม ทั้งทุเรียนพันธ์พวงมณี และหมอนทอง ที่สุกงอม ถูก แกะ และแพ็คไว้อย่างดี เพื่อสำหรับเป็นหัวใจหลัก ในการผสมผสานกับข้าวเหนียวที่ใช้ทำข้าวหลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายดำรงค์&amp;nbsp; ได้โชว์ข้าวหลามที่เผาสุกแล้วมาแกะออกให้สื่อมวลชนและชาวบ้านได้ชิม พบว่าเนื้อข้าวหลามห่อหุ้มด้วยเยื่อไผ่รัดไว้อย่างสวยงาม หลังจากที่ผ่านการเผาด้วยถ่านไม้จนสุกได้ที่ พร้อมกับโชว์ผสมข้าวเหนี่ยวและเนื้อทุเรียนที่คลุกเคล้าลงในกระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดำรงค์&amp;nbsp; บอกว่า ส่วนประกอบการทำข้าวหลามไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนผสมก็มีเพียงข้าวเหนียวขาวหรือข้าวเหนียวดำ กะทิสด เกลือ น้ำตาลทราย ถั่วดำเพียงแค่นี้ ก็สามารถนำมาทำข้าวหลามได้แล้ว แต่ที่สำคัญคือกระบอกไม้ไผ่ ต้องเป็นไผ่ข้าวหลาม หรือไผ่สีสุก เนื่องจากมีเยื่อไผ่ที่หนา และใบตองสดสำหรับจุกอุดปากกระบอกและนำเครื่องปรุงทุกอย่างมาผสมให้เข้ากัน กะเกณฑ์ความหวานหรือเค็ม มากน้อยแล้วแต่ความชอบหรือตามสูตรสำเร็จของแต่ละคน&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างวันนี้เป็นการทำ ข้าวหลามทุเรียนพวงมณี เมื่อทำการกรอกส่วนผสมลงไปในกระบอกไม้ไผ่ จนน้ำกะทิเริ่มเอ่อปากกระบอก&amp;nbsp;


แทงสล็อต จากนั้นนำไปวางและใช้ใบตองปิดปากกระบอกไม้ไผ่ไว้ เพื่อป้องกันเศษผงจากถ่านไฟตกลงไปในกระบอก การย่างข้าวหลามใช้ไม้ยางมาทำฟืนเผาข้าวหลามควบคุมอุณหภูมิความร้อนให้สม่ำเสมอคงที่ วิธีแบบนี้ทำให้เนื้อข้าวหลามสุกเสมอกันทั้งกระบอกและสำคัญคือประหยัดเชื้อเพลิง วัสดุเชื้อเพลิงหาได้ทั่วไปไม่ต้องซื้อ&amp;quot;&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดำรงค์&amp;nbsp; บอกอีกว่า ช่วงนี้ผลไม้ที่กำลังเป็นกระแส จนราคาฉุดไว้ไม่อยู่ ทั้งไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะทุเรียน ช่วงนี้กลายเป็นผลไม้ยอดนิยม ในโลกออนไลน์เรียกว่าใครไม่ได้ทานคงไม่ได้แล้ว ซึ่งอำเภอเบตง เป็นเมืองผลไม้ เมื่อจะทำข้าวหลามทั้งที ต้องไม่ธรรมดา ทุเรียนต้องเป็นทุเรียน พวงมณี คงเป็นเครื่องกระรันตีว่านี่คือ เมืองเบตง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดำรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุเรียนพันธ์พวงมณีเบตง เดิมชื่อทุเรียนมณี เวลาติดผลจะเป็นพวง 3 &amp;ndash; 7 ผล เลยถูกตั้งชื่อว่า&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น ทุเรียนพวงมณี มีขนาดเล็ก น้ำหนักผลเมื่อโตเต็มที่เฉลี่ยระหว่าง 1.3 &amp;ndash; 1.8 กิโลกรัม ปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวมาเลเซีย ทุเรียนพวงมณีเบตง จะปลูกตามภูเขาของชาวสวนในพื้นที่มีจำนวนจำกัด เนื่องจากเป็นทุเรียนหลงฤดูฟ้าฝน จะให้ผลผลิตมากในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม จึงกลายเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติของทุเรียนพวงมณี เนื่องจากเนื้อจะสุกละเอียด เหนียวและนุ่ม รสชาติหวาน มัน มีกลิ่นหอม รับประทานอร่อยมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18098</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวหลามทุเรียน, ทุเรียนพวงมณี, นายดำรง ดีสกูล, อำเภอเบตง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba4639e6d29a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
