<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 22:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีบังคับคนทำงานทั้งภาครัฐ-เอกชนแสดงใบรับรองวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอิตาลีขยายการบังคับใช้ &amp;quot;กรีนพาส&amp;quot; หรือใบยืนยันว่าฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว โดยจะบังคับใช้กับคนทำงานทุกคนทั้งภาครัฐและเอกชนตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคิวอาร์โค้ดจากสมาร์ทโฟนของหญิงรายหนึ่งเพื่อตรวจสอบกรีนพาส (Photo by Marco Cantile/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 15 ตุลาคม โดยจะมีบทลงโทษสำหรับคนทำงานที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 หรือไม่มีผลตรวจไวรัสโคโรนาเป็นลบในช่วงเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรแบร์โต สเปรันซา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอิตาลี แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีภายหลังรัฐบาลอิตาลีตัดสินใจผ่านกฎหมายนี้ว่า รัฐบาลกำลังจะขยายการบังคับใช้ &amp;quot;กรีนพาส&amp;quot; กับคนทำงานทุกประเภททั้งงานราชการและเอกชน รัฐบาลทำเช่นนี้ด้วยเหตุผลพื้นฐาน 2 ข้อ คือ เพื่อให้สถานที่ทำงานทุกแห่งปลอดภัยและส่งเสริมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้เข้มแข็งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรีนพาสเป็นใบรับรองว่าผู้นั้นฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว, มีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นลบไม่เกิน 48 ชั่วโมง หรือเพิ่งหายป่วยจากโรคที่เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน อิตาลีบังคับว่าต้องแสดงกรีนพาสเมื่อเข้าร้านอาหารภายในอาคาร, เข้าโรงภาพยนตร์และสนามกีฬา, โดยสารรถไฟและรถโดยสารระหว่างเมืองหรือเที่ยวบินในประเทศ รวมถึงบังคับให้ครูทุกคนต้องแสดงกรีนพาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ชาวอิตาลีฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้ว มากกว่า 40 ล้านคนเล็กน้อย หรือราว 75% ของประชากรที่อายุมากกว่า 12 ปีในประเทศ รัฐบาลอิตาลีหวังว่าข้อบังคับนี้จะเพิ่มตัวเลขผู้ฉีดวัคซีนให้ได้อีก 4 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่ออิตาลีรายงานว่า กฎหมายใหม่ที่ออกมานี้ คนทำงานที่ไม่มีกรีนพาสแสดง จะโดนปรับไม่เกิน 1,000 ยูโร หรือราว 39,000 บาท และผู้ที่ขาดงานโดยไม่สมควรเนื่องจากไม่มีกรีนพาส จะทำให้พนักงานผู้นั้นโดนพักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลหลายประเทศในสหภาพยุโรปออกคำสั่งให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่ยังไม่บังคับให้คนทำงานทุกคนต้องแสดงกรีนพาส อิตาลีจึงเป็นประเทศแรกในทวีปยุโรปที่บังคับให้พนักงานทุกคนต้องแสดงกรีนพาส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117070</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีนพาส, คนทำงานภาครัฐและเอกชน, อิตาลี, โควิด-19, ใบผ่านวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144b516d571d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 23:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 23:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีปรอทพุ่งจ่อ49องศาเซลเซียส ไฟป่าลามกว่า500จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พนักงานดับเพลิงของอิตาลีกำลังรับมือกับไฟป่ามากกว่า 500 จุดเมื่อวันพฤหัสบดี จากอิทธิพลของปรากฏการณ์แอนติไซโคลน &amp;quot;ลูซิเฟอร์&amp;quot; ที่ทำให้อุณหภูมิในประเทศพุ่งสูงจนน่าจะเป็นสถิติใหม่ของยุโรปที่ 48.8 องศาเซลเซียสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยกาชาดอิตาลีออกให้ความช่วยเหลือและแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นพื้นฐานแก่คนไร้บ้านในกรุงโรมที่กำลังเผชิญกับอากาศร้อนจัดในสัปดาห์นี้ สืบเนื่องจากปรากฏการณ์แอนติไซโคลนลูซิเฟอร์จากแอฟริกา (Photo by Antonio Masiello/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม กล่าวว่า อุณหภูมิสูงสุด 48.8 องศาเซลเซียสบันทึกได้ที่เมืองซีราคิวส์บนเกาะซิซิลีทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิตาลีเมื่อวันพุธ นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าอาจเป็นอุณหภูมิสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของยุโรป แต่ยังต้องได้รับพิสูจน์จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มานูเอล มัซโซเลนี นักอุตุนิยมวิทยาเขียนไว้ในเว็บไซต์ 3Bmeteo.com ว่า หากข้อมูลนี้ได้รับการพิสูจน์ยืนยัน ก็จะเป็นอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกในยุโรป ทำลายสถิติเดิม 48 องศาเซลเซียสที่บันทึกไว้ได้ที่กรุงเอเธนส์ของกรีซเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2520&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าอากาศร้อนจัดแบบนี้จะเกิดต่อเนื่องไปอีกหลายวัน รวมถึงที่กรุงโรมที่คลื่นความร้อนจะไต่ถึงระดับสูงสุดในวันศุกร์ และเสี่ยงที่จะกระพือไฟป่าเพิ่มขึ้นอีกโดยเฉพาะที่ซิซิลีและแคว้นคาลาเบรีย ซึ่งไฟป่าเผาผลาญพื้นที่กว้างใหญ่ช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยดับเพลิงอิตาลีโพสต์ทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า พวกเขาออกดับไฟป่ามากกว่า 500 จุดในซิซิลีและคาลาเบรียในรอบ 12 ชั่วโมง ใช้เครื่องบินดับไฟป่า 5 ลำเพื่อดับไฟป่าจากทางอากาศ แต่ขณะนี้ควบคุมสถานการณ์บนเกาะนี้ไว้ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ของยุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงและไฟป่าฤดูร้อนจากปรากฏการณ์แอนติไซโคลน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตหลายรายที่กรีซและตุรกี ส่วนที่อิตาลีมีรายงานพบศพชายวัย 79 ปีเสียชีวิตในพื้นที่ที่โดนไฟป่าเผาผลาญที่เรจโจคาลาเบรียเมื่อวันพุธ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะไฟป่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มเป็น 4 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศแอลจีเรีย ซึ่งอยู่อีกฝั่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก็เผชิญกับไฟป่ารุนแรงเช่นกัน โดยยอดผู้เสียชีวิตเพราะไฟป่าสูงถึง 69 คน รวมถึงทหาร 28 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยดับไฟป่า ประเทศแอฟริกาเหนือแห่งนี้เริ่มการไว้อาลัยทั่วประเทศนาน 3 วันในวันพฤหัสบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113128</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลืนความร้อน, ร้อนสุดในยุโรป, ลูซิเฟอร์, อิตาลี, อุณหภูมิ48.8องศาเซลเซียส, แอนติไซโคลน, ไฟป่ายุโรป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_61154cfd3ce18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 00:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 00:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีแก้ข่าว นศ.หญิงฉีดวัคซีนไฟเซอร์เกินแค่4โดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยงานด้านสาธารณสุขของอิตาลีชี้แจงเมื่อวันอังคารว่า หญิงสาววัย 23 ปีที่พยาบาลฉีดวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคให้เกินขนาดนั้น แท้จริงแล้วเธอได้รับวัคซีนทีเดียว 4 โดส ไม่ใช่ 6 โดส ตามที่เคยแถลงก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของหน่วยงานด้านสาธารณสุขแคว้นทัสคานีของอิตาลีกล่าวว่า พยาบาลทำผิดพลาดด้วยการฉีดวัคซีนให้กับนักศึกษาจิตวิทยาคลินิกฝึกงานรายนี้ทั้งขวดโดยไม่ได้ทำให้เจือจางก่อน ซึ่งเท่ากับปริมาณ 4 โดส ไม่ใช่ 6 โดส แทนที่เธอจะได้รับเพียงเข็มแรก 1 โดส ปริมาณที่แตกต่างกันในรายงานนี้มี &amp;quot;ความสำคัญ&amp;quot; เพราะที่ผ่านมาไฟเซอร์เคยทำการทดสอบด้วยการฉีดวัคซีนพร้อมกันทีเดียวแค่ 4 โดสเท่านั้น การทดสอบเหล่านี้ไม่พบว่าคนไข้เกิดผลที่ตามมาประการใดโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฉีดวัคซีนผิดพลาดโดยบังเอิญครั้งนี้เกิดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองมัสซา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นทัสคานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ความผิดพลาดนี้ถูกสังเกตพบอย่างรวดเร็วและคนไข้รายนี้ถูกเฝ้าสังเกตอาการ เธอออกจากโรงพยาบาลได้หลังจากผ่าน 24 ชั่วโมงและรู้สึกสบายดี แต่เธอยังคงถูกเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงสาวให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Corriere della Sera ซึ่งรายงานบอกแค่ชื่อต้นของเธอว่า เวอร์จิเนีย โดยกล่าวว่า หลังได้รับวัคซีน เธอรู้สึกปวดศีรษะ, เพลีย และตัวสั่น เธอไม่คิดจะฟ้องร้อง เพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ ทุกคนทำเรื่องผิดพลาดได้โดยไม่ได้ตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานด้านสุขภาพของอิตาลีโทษความผิดพลาดนี้ที่ตัวคน โดยบอกว่านางพยาบาลเครียด และหน่วยงานกำลังทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยมีรายงานการฉีดวัคซีนโควิดของไฟเซอร์เกินขนาดมาแล้วในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐ, ออสเตรเลีย, เยอรมนี และอิสราเอล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102598</URL_LINK>
                <HASHTAG>4โดส, 6โดส, ฉีดวัคซีนเกินขนาด, วัคซีนไฟเซอร์, อิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609abce096d63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 23:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 23:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่จบ รัสเซียแลกหมัดขับ จนท.ทูตยูเครน-อิตาลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลรัสเซียเปิดศึกทางการทูตกับชาติยุโรปต่อ สั่งเนรเทศเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตยูเครนรายหนึ่งเมื่อวันจันทร์ อ้างยูเครนมีการกระทำที่ไม่เป็นมิตร วันเดียวกันยังตะเพิดผู้ช่วยทูตทหารเรืออิตาลี เอาคืนอิตาลีขับทูตรัสเซียเมื่อเดือนก่อน ส่วนโรมาเนียสั่งขับทูตรัสเซียเพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเช็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเมื่อวันจันทร์ว่า สืบเนื่องจากการกระทำที่ไม่เป็นมิตรของทางยูเครน ลูกจ้างคนหนึ่งของสถานทูตยูเครนประจำรัสเซียถูกประกาศว่าเป็นบุคคลไม่ถึงปรารถนา เจ้าหน้าที่ทูตผู้นี้ ซึ่งคำแถลงไม่เปิดเผยชื่อ ต้องออกจากรัสเซียภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยังเตือนยูเครนด้วยว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตประจำกรุงมอสโกจะเจอกับมาตรการเพิ่มเติม หากยังมีพฤติกรรมที่เป็นปรปักษ์กับนักการทูตรัสเซียในยูเครนเกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของรัสเซียเกิดขึ้นภายหลังยูเครนขับนักการทูตรัสเซียคนหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอบโต้ที่รัสเซียสั่งให้กงสุลยูเครนประจำนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กออกไปจากรัสเซีย สำนักงานด้านความมั่นคงของรัสเซียกล่าวว่า กงสุลยูเครนรายนี้พยายามให้ได้มาซึ่งข้อมูลอ่อนไหวจากพลเมืองรัสเซียรายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งทางการทูตระหว่างสองประเทศเกิดในช่วงยามที่การสู้รบระหว่างยูเครนกับกบฏแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกที่นิยมรัสเซีย ทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ โดยมีทหารยูเครนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 31 นายนับแต่เดือนมกราคม เทียบกับปีที่แล้วตลอดทั้งปีที่มีทหารเสียชีวิต 50 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้เกิดการขับไล่นักการทูตระหว่างรัสเซียกับหลายประเทศยุโรปและสหรัฐตอบโต้กันไปมา สืบเนื่องจากคำกล่าวอ้างเรื่องการโจรกรรมข้อมูลและการสอดแนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ รัสเซียยังได้สั่งขับผู้ช่วยทูตทหารเรือของอิตาลี เพื่อตอบโต้ในแบบเดียวกับที่อิตาลีทำกับรัสเซียเมื่อเดือนที่แล้ว เกี่ยวเนื่องกับการลอบสอดแนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน รัฐบาลโรมาเนียประกาศวันเดียวกันว่า กำลังสั่งเนรเทศนักการทูตรัสเซียรายหนึ่งเพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับสาธารณรัฐเช็ก ที่เพิ่งสั่งให้เจ้าหน้าที่สถานทูตรัสเซีย 18 คนออกจากประเทศ โดยกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิดคลังแสงของเช็กเมื่อปี 2557.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100846</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยูเครน, รัสเซีย, อิตาลี, เนรเทศนักการทูต, โรมาเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c077704045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 22:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 22:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีตะเพิดทูตรัสเซีย จับได้ซื้อความลับทางทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จับได้คาหนังคาเขา ตำรวจอิตาลีรวบตัวนาวาเอกของกองทัพเรืออิตาลี ขณะส่งมอบเอกสารลับแก่เจ้าหน้าที่ทูตทหารของรัสเซียแลกกับเงินไม่ถึง 2 แสนบาทเมื่อคืนวันอังคาร พร้อมสั่งตะเพิดเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารรัสเซีย 2 คนรัสเซียหน้าม้านเสียใจเจ้าหน้าที่โดนเนรเทศ แต่เชื่อไม่กระทบสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงโรมที่ถ่ายภาพได้เพียงบางส่วนภายหลังการจับกุมทหารเรืออิตาลีเมื่อวันอังคาร&amp;nbsp; (Photo by Riccardo De Luca/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของตำรวจและรายงานของสื่ออิตาลีเมื่อวันพุธกล่าวว่า บุคคลทั้งสองโดนจับได้คาหนังคาเขา ขณะลอบพบกันที่ลานจอดรถแห่งหนึ่งในกรุงโรมเมื่อคืนวันอังคาร ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าขัดขวางการขายความลับครั้งนี้ และจับกุมนาวาเอก ซึ่งเป็นผู้บังคับการเรือฟริเกตของกองทัพเรืออิตาลี นายนี้ไว้ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารรัสเซียนั้น มีเอกสิทธิ์ทางการทูตคุ้มครองจึงต้องปล่อยตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารอิตาลีนายนี้ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมร้ายแรง ฐานจารกรรมข้อมูลและส่งมอบเอกสารลับเพื่อแลกกับเงิน คำแถลงของตำรวจไม่ได้เปิดเผยชื่อของเขา แต่สื่ออิตาลีรายงานว่า เขาชื่อวอลเตอร์ บิออต ทำงานในหน่วยนโยบายทางทหารสังกัดสำนักงานหัวหน้าคณะเสนาธิการกลาโหม ที่ดูแลเกี่ยวกับเอกสารลับทั้งหมด รวมถึงแฟ้มของนาโต ข่าวบอกด้วยว่า เขามอบเอกสารลับให้รัสเซียแลกกับเงิน 5,000 ยูโร (ราว 183,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุยจิ ดิ มาโย รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลี เรียกเอกอัครราชทูตเซอร์เกย์ ราซอฟ ของรัสเซียเข้าพบเช้าวันพุธเพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการ และสั่งเนรเทศเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซีย 2 คนที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ดิ มาโย กล่าวว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวของรัสเซีย อ้างสถานทูตรัสเซียประจำอิตาลีว่า เจ้าหน้าที่ 2 คนที่โดนขับออกนอกอิตาลีทำงานที่สำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ทหารของรัสเซียที่พบกับนาวาเอกอิตาลีรายนี้เป็นหนึ่งในคนที่โดนเนรเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตรัสเซียประจำกรุงโรมยืนยันว่ามีสมาชิกในสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารคนหนึ่งโดนตำรวจอิตาลีเรียกหยุดเมื่อวันอังคาร แต่เป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยรายละเอียด ต่อมาสถานทูตออกแถลงการณ์แสดงความ &amp;quot;เสียใจ&amp;quot; กับการขับสมาชิก 2 คนของสำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร แต่เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่คุกคามความสัมพันธ์ทวิภาคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ทำเนียบเครมลินกล่าวเลี่ยงว่ายังไม่ได้รับข้อมูลสภาพแวดล้อมของคดีนี้ แต่หวังว่าทั้งสองประเทศจะรักษาความสัมพันธ์ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ นักวิเคราะห์มองว่า รัสเซียจะไม่ต่อความยาวเรื่องนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างศัตรูกับอิตาลี ซึ่งเป็นพันธมิตรในยุโรป ระหว่างที่รัสเซียพยายามขอให้ยุโรปอนุมัติการใช้วัคซีนสปุตนิก 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ล้วงความลับทางทหารที่อิตาลีครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุดที่รัสเซียโดนจับได้ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ สัปดาห์ที่แล้ว บัลแกเรียเพิ่งขับเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซีย 2 คน หลังจากจับกุมผู้ต้องสงสัย 6 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารหลายคน ฐานต้องสงสัยว่าจารกรรมให้รัสเซีย ก่อนหน้านั้นเมื่อเดือนธันวาคม รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ก็จับได้และตะเพิดเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซียเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความลับทางทหาร, จารกรรม, ผู้ช่วยทูตทหาร, รัสเซีย, สายลับ, อิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60649a251e9b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 23:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 23:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนแอสตร้ายังวุ่น เยอรมนี-อิตาลี-ฝรั่งเศสสั่งระงับ อินโดฯก็ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินโดนีเซียประกาศชะลอการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าแล้วเมื่อวันจันทร์ ระหว่างรอการทบทวนขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับความวิตกเรื่องลิ่มเลือดอุดตัน ขณะเยอรมนี, อิตาลี และฝรั่งเศส ระงับด้วยเช่นกันรอผลการตัดสินใจขององค์การยายุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศระงับหรือชะลอการใช้วัคซีนของแอสตร้าฯ ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่องจากหลายประเทศ ถึงแม้ว่าองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ), องค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ), บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า และผู้เชี่ยวชาญหลายคนย้ำว่าวัคซีนนี้ปลอดภัย และไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงวัคซีนนี้กับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีสาธารณสุข บูดี กูนาดี ซาดิกิน ของอินโดนีเซีย แจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันจันทร์ว่า หน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศตัดสินใจชะลอการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าไว้ก่อนระหว่างรอการยืนยันจากดับเบิลยูเอชโอ กรณีความวิตกเรื่องภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ แล้ว 1.1 ล้านโดสในเดือนนี้ และคาดว่าจะได้รับอีก 10 ล้านโดสภายในปลายเดือนเมษายน ถึงขณะนี้อินโดนีเซียพึ่งพาวัคซีนซิโนแวคของจีนเป็นหลักในโครงการฉีดวัคซีน ซึ่งรัฐบาลวางแผนว่าจะฉีดให้ประชากรมากกว่า 181 ล้านคนจากทั้งหมดเกือบ 270 ล้านคนภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฝั่งยุโรป เยอรมนีเป็นประเทศล่าสุดที่สั่งระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ระหว่างรอการสอบสวนอย่างละเอียด คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า หลังจากมีรายงานใหม่ๆ เรื่องการเกิดภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตันที่เกี่ยวโยงกับการฉีดวัคซีนในเยอรมนีและยุโรป สถาบันเพาล์แอร์ลิชที่เป็นหน่วยงานด้านวัคซีนของเยอรมนี มีความเห็นว่าจำเป็นต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม องค์การยาแห่งยุโรปจะตัดสินต่อไปว่าผลการตรวจสอบใหม่จะส่งผลต่อการอนุมัติวัคซีนหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ เนเธอร์แลนด์และไอร์แลนด์ก็เพิ่งประกาศระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ตามหลังหลายประเทศในยุโรป เนื่องจากความวิตกเรื่องภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่มีรายงานพบในเดนมาร์ก, นอร์เวย์ และอีกหลายประเทศ ซึ่งล่าสุดเนเธอร์แลนด์ก็รายงานว่าพบผู้มีอาการดังกล่าวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ องค์การลาเร็บ ที่เป็นศูนย์ดูแลด้านความปลอดภัยยาของเนเธอร์แลนด์ แถลงว่า พบกรณีผู้ป่วยอาการลิ่มเลือดอุดตันอีก 10 รายที่เกี่ยวโยงกับการฉีดวัคซีนแอสตร้านับแต่เริ่มมีรายงานข่าวเกี่ยวกับปัญหานี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมารัฐบาลฝรั่งเศสและอิตาลีก็สั่งระงับการใช้วัคซีนแอสตร้าฯ ด้วย ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสกล่าวว่าตัดสินใจดังกล่าวเพื่อป้องกันไว้ก่อน ระหว่างรอการตัดสินใจด้านความปลอดภัยจากอีเอ็มเอที่คาดว่าจะเป็นในช่วงบ่ายวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอิตาลี องค์การยา AIFA ตัดสินใจขยายคำสั่งห้ามใช้วัคซีนแอสตร้าฯ ครอบคลุมทั่วอิตาลี ระหว่างรอการตัดสินใจของอีเอ็มเอเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96176</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝรั่งเศส, ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน, ระงับการใช้วัคซีน, วัคซีนโควิด, องค์การยาแห่งยุโรป, องค์การอนามัยโลก, อิตาลี, อินโดนีเซีย, อีเอ็มเอ, เยอรมนี, แอสตร้าเซนเนก้า, โคิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60464d749ef3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดด้านมืด &#039;ไทย-อังกฤษ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวจากอังกฤษที่น่าสนใจอยู่ ๒ ข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำเสนอโดยบีบีซีไทย ในเวลาไม่ห่างกันนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแรก กระทรวงขนส่งของอังกฤษแถลงเมื่อ ๓ กรกฎาคม ว่า ตั้งแต่ ๑๐ กรกฎาคม เป็นต้นไป ผู้เดินทางเข้าอังกฤษ จาก ๕๙ ชาติและดินแดนต่างๆ จะได้รับการยกเว้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องถูกกักตัวในที่พักเป็นเวลา ๑๔ วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรานต์ แชปป์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงขนส่งของสหราชอาณาจักร ระบุว่า รัฐบาลจะแบ่งกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโควิด-๑๙ ออกเป็น ๓ กลุ่มสีตามไฟสัญญาณจราจร คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขียว เช่น นิวซีแลนด์ ที่มีความเสี่ยง &amp;quot;ต่ำมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหลือง เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน ที่มีข้อตกลงต่างตอบแทน ไม่กักตัวผู้เดินทางจากอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แดง เช่น สหรัฐฯ ซึ่งผู้โดยสารจากประเทศกลุ่มนี้ เมื่อเดินทางเข้าอังกฤษ ต้องถูกกักตัว ๑๔ วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เป็นประเด็นคือ ผู้เข้าเมืองจากประเทศและดินแดนในเอเชียและแปซิฟิกที่ไม่ต้องถูกกักตัว เช่น &amp;nbsp;ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน มาเก๊า และเวียดนาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีชื่อของประเทศไทยรวมอยู่ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกัน ๔๑ วัน ณ วันที่ ๕ กรกฎาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมจากอังกฤษว่า เป็นเพราะสาเหตุใด แต่ดูเหมือนคนรักประชาธิปไตยในไทยจะโยงว่าเป็นเพราะรัฐบาลไทยเป็นเผด็จการและยังใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินปิดปากประชาชนอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงถูกอังกฤษลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นเพราะสาเหตุนี้ อังกฤษน่าจะมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเอาการระบาดของโรคมาผูกโยงกับการเมือง ไม่น่าจะมีประเทศอารยะที่ไหนเขาทำกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันอังกฤษจะอ้างเรื่องการระบาดของโควิด-๑๙ กับไทย ก็ดูจะขัดความเป็นจริง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็เป็นสิทธิของประเทศเจ้าบ้าน ที่จะให้ใครเข้า-ออก โดยมีเงื่อนไขอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกัน คนไทยเลือกที่จะไม่เดินทางไปอังกฤษในช่วงนี้ เพราะนอกจากเป็นแหล่งระบาดของโควิด-๑๙ แล้ว ยังต้องถูกกักตัว ๑๔ วันอีกต่างหาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวถัดมา....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีไทย พาดหัวข่าวว่า โควิด-๑๙ : คนไทยในอังกฤษเรียกร้องรัฐบาลส่งเที่ยวบินมารับกลับเพิ่ม &amp;nbsp;ขณะหัวหน้าพรรคก้าวไกลนำเรื่องเข้า กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อข่าวบางส่วนระบุว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.......บุญญาภรณ์ เป็นหนึ่งในคนไทย ๖๐ คน ในสหราชอาณาจักรที่รวมตัวกันเรียกร้องขอให้รัฐบาลไทยช่วยเพิ่มเที่ยวบินมารับกลับบ้าน พวกเขาติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล โดยล่าสุด น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวกับบีบีซีไทยว่า &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ได้เตรียมนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม กมธ.ในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เบญจากล่าวด้วยว่า หัวหน้าพรรคก้าวไกลจะใช้ &amp;quot;ความสัมพันธ์ส่วนตัว&amp;quot; ประสานงานไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เพื่อหาทางช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างในต่างแดนต่อไป ซึ่งถ้าพิจารณารัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ จะพบว่ารัฐบาลไม่มีสิทธิ์ห้ามไม่ให้คนไทยกลับบ้านเกิดได้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....ข่าวนี้คนอ่านเพจเฟซบุ๊กบีบีซีไทย ตำหนิรัฐบาลไทยว่าไม่สนใจช่วยคนไทยในต่างประเทศ &amp;nbsp;ปล่อยให้เผชิญโควิด-๑๙ ที่อังกฤษตามยถากรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่างมีความย้อนแย้งอย่างเหลือเชื่อ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยที่อยู่ในไทยเอาแต่ด่ารัฐบาลทุกมุมทุกมิติที่มีให้ด่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วลองดูคนไทยในอังกฤษกลุ่มนี้ซิ แม้ช่องทางที่ขอความช่วยเหลือจะผ่านไปยังพรรคก้าวไกล &amp;nbsp;และพรรคก้าวไกลจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวประสานไปยังเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอนก็ตามที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แสดงให้เห็นว่า คนไทยกลุ่มนี้มองประเทศไทยเป็นดินแดนที่ปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งรัฐบาลไทยไม่ได้ห้ามคนไทยกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และข้อเท็จจริง รัฐบาลไทยช่วยเหลือให้คนไทยในต่างประเทศเดินทางกลับอยู่แล้ว แต่ต้องผ่านเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ใบรับรองแพทย์ ลงชื่อ ณ สถานทูต ซื้อตั๋วเครื่องบินเอง เมื่อมาถึงไทยจะได้รับการดูแลอย่างดีในสเตทควอรันทีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกอย่างฟรี เป็นเวลา ๑๔ วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงวันนี้มีคนไทยเดินทางกลับมาแล้วนับหมื่นคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษไม่ต้องตอบก็ได้ว่า ทำไมถึงไม่มีไทยในรายชื่อประเทศเข้าอังกฤษได้โดยไม่ต้องกักตัว ๑๔ &amp;nbsp;วัน แต่ขอให้รู้ว่า คนไทยที่อังกฤษอยากกลับไทย เพราะเขามองว่าที่อังกฤษไม่ปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพวกชังชาติรวมไปถึงชังรัฐบาล หาหลักยึดให้แน่นๆ เข้าไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษไม่ให้คนไทยเข้าโดยไม่กักตัวก็ด่าว่าเพราะรัฐบาลเผด็จการเฮงซวย โลกไม่คบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอคนไทยในอังกฤษต้องการเผ่นหนีโควิด-๑๙ มาไทย ก็ด่ารัฐบาลเฮงซวยไม่ช่วยประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้างกรรมทางวาจา ระวังปากเท่ารูเข็ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70591</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี, อ่านเอาเรื่อง, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
