<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อเสียค่าโง่กว่าแสนล.บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่อเสียค่าโง่กว่าแสนล้านบาท! เหตุ &amp;ldquo;อคส.-อ.ต.ก.&amp;rdquo; ส่อแววฟ้องแพ่งคดีจำนำข้าว 882 คดีไม่ทัน ยังไม่นับสารพัดโครงการสินค้าเกษตร &amp;ldquo;สนธิรัตน์-อินทิรา&amp;rdquo; ประสานเสียงไม่เกินเส้นตายสิ้นปี 2561 แน่ สุดทะแม่ง อคส.ฟ้องผิดจนอัยการตีกลับ เชื่อมีหมดอายุความแล้วหลายกรณี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งถึงความคืบหน้ากรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในโครงการรับจำนำข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ รวมทั้งป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับส่วนราชการในอนาคต โดยต้องส่งให้อัยการสูงสุด (อสส.) ให้ทันภายในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้มีมติเร่งรัดฟ้องร้องคดีเรื่องดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคดีที่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2557 ที่ อคส.ต้องเร่งส่งฟ้องทางแพ่งรวม 244 สัญญา หรือ 882 คดี เพราะคู่สัญญากับ อคส. มีทั้งเจ้าของคลังสินค้าที่รัฐเช่าเพื่อฝากเก็บข้าวในโครงการรับจำนำ โรงสี หรือผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) ทำผิดสัญญา เช่น ข้าวหายไปจากโกดัง เป็นต้น ซึ่งหลังจากส่งฟ้องอาญาฐานลักทรัพย์ ฉ้อโกง หรือยักยอกทรัพย์ไปแล้ว ยังต้องส่งฟ้องทางแพ่งเพื่อให้คู่สัญญาชดใช้ความเสียหายให้รัฐ โดยทั้ง 882 คดีจะหมดอายุความทางแพ่งตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561-ก.ค.2562 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นมากกว่า 100,000 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกเหนือจากคดีจำนำข้าว ยังมีคดีที่เกิดขึ้นในโครงการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2548-2557 อีก เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง หอมแดง และกุ้ง ที่ อคส.ต้องส่งฟ้องแพ่งเช่นเดียวกัน โดยบางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว และบางคดีที่ อคส.ส่งฟ้องไปแล้ว แต่อัยการไม่สั่งฟ้อง เพราะหลักฐานอ่อน ส่งผลให้ อคส.ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่สัญญาได้ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งรัดนางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการ อคส. ไปแล้ว ให้ส่งฟ้องทางแพ่งให้ทันก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ และให้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการทุกๆ 15 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.พิเศษดิเรก ดีประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) อคส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาบอร์ดได้เร่งรัดให้นางอินทิราดำเนินการกับคดีค้างเก่ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งดำเนินคดีกับคู่สัญญาของ อคส. ที่ทำให้รัฐเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางอินทิรากล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ อัยการ สำนักงานนโยบายรัฐ และสำนักกฎหมายของ อคส. เพื่อเร่งรัดดำเนินคดีในโครงการรับจำนำข้าวและสินค้าอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ และอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้ทันระยะเวลาของอายุความในแต่ละคดี โดยให้รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รายงานให้ รมว.พาณิชย์ทราบแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดมีคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2557 ต้องเร่งดำเนินการ 244 สัญญา แต่มูลค่าความเสียหายไม่ชัดเจน ซึ่งได้สั่งการไปแล้วให้เจ้าหน้าที่เร่งส่งอัยการฟ้องร้องทางแพ่งภายในเดือน ก.ย.2561 ส่วนการฟ้องทางอาญาทั้ง 244 คดีนี้ได้ส่งฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว ยืนยันว่าการส่งฟ้องทางแพ่งจะทันกับเส้นตายที่ ครม.กำหนดภายในเดือน ธ.ค.2561 แน่นอน ส่วนคดีอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ให้เร่งส่งฟ้องทางแพ่งก่อนหมดอายุความเช่นเดียวกัน&amp;quot; นางอินทิรากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอินทิรายืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคดีใดหมดอายุความ ขณะที่บางคดีที่อัยการไม่สั่งฟ้อง เพราะ อคส.ทำพยานหลักฐานอ่อนนั้น ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ส่วนสาเหตุที่อัยการไม่ฟ้อง เพราะ อคส.ส่งฟ้องผิดคลัง เช่น คู่สัญญาที่เก็บข้าวรัฐในบางคลังทำผิดสัญญา แต่ อคส.กลับส่งฟ้องคลังที่ไม่ผิดสัญญา อัยการจึงไม่สั่งฟ้อง แต่ อคส.ได้ทำพยานหลักฐานใหม่ และจะส่งฟ้องใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งว่า มีหลายคดีที่หมดอายุความไปแล้ว โดย อคส.ไม่สามารถฟ้องได้ทัน ทำให้รัฐไม่สามารถเรียกค่าเสียหายจากภาคเอกชนได้ ซึ่ง อคส.กำลังอยู่ระหว่างการประเมินตัวเลขว่าเสียหายเป็นจำนวนเงินเท่าใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13463</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, พ.อ.พิเศษดิเรก ดีประเสริฐ, มันสำปะหลัง, วิษณุ เครืองาม, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หอมแดง, อัยการสูงสุด, อินทิรา โภคปุณยารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b5d2348522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อคส.จับมือร้านค้าปลีกกระจายข้าวถุงราคาถูกขายประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อคส.ลงนาม MOU กับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ช่วยกระจายข้าวสารบรรจุถุงตรา อคส. ทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวสาร 5% ไปยังร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อย และประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสบริโภคข้าวราคาถูกและดี เผยเตรียมจีบ &amp;ldquo;ซี เจ ซุเปอร์มาร์เก็ต&amp;rdquo; ช่วยกระจายอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า อคส.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ในการร่วมมือในการเป็นศูนย์กลางกระจายข้าวสารบรรจุถุงตรา อคส. ขนาดถุงละ 5 กิโลกรัม ทั้งข้าวหอมมะลิ และข้าวสาร 5% (คัดพิเศษ) ไปยังร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อย และประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสในการซื้อข้าวสารคุณภาพดี ราคายุติธรรม นำไปบริโภคในครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าวตรา อคส. ที่จะจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ จะมีราคาถูกกว่าข้าวแบรนด์ของภาคเอกชนทั่วไป โดยข้าวหอมมะลิ ถุงละ 210 บาท ข้าวสาร 5% ถุงละ 110 บาท ซึ่งน่าจะต่ำกว่า 45-50 บาทต่อถุง ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสบริโภคข้าวคุณภาพดี และราคาถูก หรือเรียกว่า ทั้งดี ทั้งถูก เพราะใครๆ ก็ยอมรับว่าข้าวตรา อคส. เป็นข้าวที่ไม่แพ้แบรนด์อื่นเลย&amp;rdquo;นางอินทิรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายในการจำหน่ายข้าวถุง อคส. ได้ตั้งเป้าไว้ประมาณเดือนละ 1 แสนถุง และคาดว่า ในเร็วๆ นี้ จะมีข้าวตรา อคส. ไปวางจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 37 จังหวัด และจะขยายครบทั้งประเทศในระยะถัดไป ส่วนร้านค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเดิมประมาณ 200 ร้าน ที่ อคส. เคยจัดส่งให้ ก็จะส่งต่อให้สมาคมฯ เป็นผู้จัดส่งให้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อคส. ยังมีแผนที่จะหารือกับภาคเอกชนรายอื่น เพื่อให้เข้ามาช่วยในการกระจายข้าวตรา อคส. โดยล่าสุดกำลังหารือกับร้านซี เจ เอ็กซ์เพรส เพื่อให้ช่วยนำข้าวสารไปจำหน่าย คาดว่าจะน่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ และกำลังจะหารือกับไปรษณีย์ไทย ที่มีศูนย์กระจายตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ ให้ช่วยนำข้าวตรา อคส. ไปวางจำหน่าย ส่วนช่องทางอื่น ได้มีการจำหน่ายให้กับกรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมบังคับคดี เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9775</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวถุง, ข้าวถุงอคส., สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย, อคส., องค์การคลังสินค้า, อินทิรา โภคปุณยารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b04d12bcbcf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
