<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.ปูพรม รร.เข้าถึงอินเตอร์เน็ต ความเร็วสูง ครอบคลุมทุกพื้นที่ในปี 65 นำร่องก่อน 1หมื่นโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.64-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาเครือข่ายทางการศึกษาแห่งชาติ และร่วมส่งเสริมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการนำไปสู่การจัดให้มีการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานที่มีคุณภาพทุกที่ของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและการใช้บริการอินเทอร์เน็ตในการพัฒนาความรู้และส่งเสริมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือครั้งนี้จะบูรณาการทรัพยากรโทรคมนาคมและระบบสื่อสารความเร็วสูงของทั้ง 3 หน่วยงานเข้าด้วยกัน คือ NEdNet &amp;nbsp;USO ของ กสทช.และ UniNet ของ อว. &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ในส่วนของ ศธ.จะได้รับประโยชน์จากการความร่วมมือนี้ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยจะใช้พื้นที่สถานศึกษาเป็นที่ตั้งของระบบ USOnet ด้วยการนำระบบ USOnet มาเชื่อมต่อโครงข่ายสัญญาณกับระบบ USOnet ที่โรงเรียนมีการใช้งานอยู่ก่อนแล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มระบบการรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตมีความเร็วมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับการติดตั้งระบบการใช้งาน WIFI ฟรีในสถานศึกษา ซึ่งการดำเนินการลักษะนี้คือการใช้สถานศึกษาเป็นฐานข้อมูล และจะทำให้ชุมชนโดยรอบได้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตฟรีด้วย ทั้งนี้สิ่งที่สถานศึกษาจะได้จากความร่วมมือการบูรณการทำงานด้านพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นนั้นก็คือ โรงเรียนจะมีห้องแล็บคอมพิวเตอร์ในการใช้งาน ซึ่งจะมาพร้อมความเสถียรในการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น รวมถึงชุมชนโดยรอบสถานศึกษาสามารถใช้บริการฟรี WIFI ได้ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีสถานศึกษากว่า 10,000 แห่งที่เริ่มดำเนินการตามความร่วมมือดังกล่าวทันที ส่วนภายในปีงบประมาณ 2565 จะปูพรมการใช้งานครบทุกสถานศึกษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108692</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โรงเรียนทั่วประเทศ, กสทช., สุภัทร จำปาทอง, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a52ab379cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรูระทึก!ลุ้นคำพิพากษาศาลจ่ายเหยียบแสนล้านหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;ในวันพุธที่ 26 กันยายน 2561 เวลา 11.00 น. &amp;nbsp;ศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายดำที่ 1615/2557 หมายเลขแดงที่ 498/2559 ระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู ผู้ฟ้องคดี กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ผู้ถูกฟ้องคดี ในคดีพิพาทเกี่ยวกับเรื่องที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่
ในเขตอำนาจของศาลปกครอง &amp;nbsp;โดยขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทรูได้ฟ้องทีโอทีกรณีได้ทำสัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนขยายบริการโทรศัพท์ตามสัญญาฉบับ ลว.2 ส.ค.2543 (น.2/52) &amp;nbsp;ซึ่งต่อมาเกิดข้อพิพาทขึ้น คู่กรณีจึงได้เสนอข้อพิพาทดังกล่าวต่อคณะอนุญาโตตุลาการเป็นข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 10/2551 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 55/2557 โดยมีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้ฟ้องคดีชำระเงินให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยข้อพิพาทเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงตามคำเสนอข้อพิพาท เป็นเหตุให้ทรูได้รับความเดือดร้อนเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะอนุญาโตตุลาการได้ชี้ขาดในข้อพิพาทดังกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. โดยคณะอนุญาโตตุลาการสองในสามเห็นว่า พยานหลักฐานประกอบคำให้การพยานฟังได้ว่า ทรูเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL ผ่านโทรศัพท์พื้นฐานตามสัญญาร่วมการงาน โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความยินยอมจากทีโอทีจึงฟังได้ว่า ทรูได้ประพฤติผิดสัญญาร่วมการงาน โดยทรูนำอุปกรณ์ในระบบและให้ผู้อื่นนำอุปกรณ์ในระบบไปให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความยินยอมจากทีโอที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชี้ขาดให้ทรูชำระค่าผิดสัญญาให้ทีโอที จำนวน 94,474,282,522.40 บาท พร้อมทั้งให้ชำระดอกเบี้ยอีก 6.6875% ต่อปี จากเงินต้น 76,197,573,919 บาท ไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จสิ้น และให้ทีโอทีและทรูชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการ และค่าป่วยการคณะอนุญาโตตุลาการฝ่ายละกึ่งหนึ่งตามระเบียบและข้อบังคับของสถาบันอนุญาโตตุลาการด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18207</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษา, ทรู, ทรู คอร์ปอเรชั่น, บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), ศาลปกครองกลาง, อนุญาโตตุลาการ, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba7084eb862f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
