<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนหวังซัมมิตอาเซียนเปิดทางออกเมียนมา รบ.เงาจี้อินเตอร์โพลจับ&#039;มิน อ่อง หล่าย&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีต่างประเทศจีนแสดงความหวังว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กรุงจาการ์ตาวันเสาร์นี้จะเปิดทางออกสำหรับ &amp;quot;การลงจอดอย่างนุ่มนวล&amp;quot; แก่เมียนมา ขณะรัฐบาลเงาเมียนมาร้องขออินเตอร์โพลร่วมมือตำรวจอินโดนีเซียจับกุมพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนว่าด้วยเมียนมาที่กรุงจาการ์ตาวันเสาร์ที่ 24 เมษายนนี้ ได้รับการจับตาว่าเป็นความพยายามร่วมกันครั้งแรกของนานาชาติเพื่อหาทางคลี่คลายวิกฤติในเมียนมา ทั้งยังเป็นบททดสอบสำหรับอาเซียนที่่ยึดถือแนวทางไม่แทรกแซงกิจการภายในของชาติสมาชิกและดำเนินการกันด้วยฉันทมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการโทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและของบรูไนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน เปิดเผยว่า จีนคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่การเริ่มต้นที่ดี ที่จะช่วยให้เกิด &amp;quot;การลงจอดที่นุ่มนวล&amp;quot; สำหรับทางออกของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศของจีนอ้างคำกล่าวของหวังอีกว่า &amp;quot;การแทรกแซงอย่างไม่เหมาะสม&amp;quot; จากนอกภูมิภาคเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง การปฏิบัติพิสูจน์แล้วว่า การกดดันอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือโดยกำลังจากต่างชาตินั้นไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาภายในของประเทศหนึ่งประเทศใด แต่จะนำความปั่นป่วนวุ่นวายหรือแม้แต่นำความเสื่อมมาสู่สถานการณ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบและทำให้ภูมิภาคนี้ไร้เสถียรภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จีนเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศแสดงท่าทีที่ไม่ลำเอียงและยุติธรรม และกระทำให้มากขึ้นเพื่อช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในเมียนมา แทนที่การทำในสิ่งตรงกันข้าม&amp;quot; หวังกล่าว &amp;quot;จีนจะรักษาติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับอาเซียนไว้ต่อไป และจัดการงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมียนมาต่อไปในวิธีของตน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในเมียนมาเมื่อวันศุกร์ ผู้ประท้วงออกมาเดินขบวนในนครย่างกุ้งอีกครั้ง เพื่อเรียกร้องผู้นำอาเซียนยืนอยู่ข้างประชาชนเมียนมา และร้องตะโกนขอให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี และผู้นำคนอื่นๆ ทันที พวกเขาเดินขบวนอย่างรวดเร็วผ่านเจดีย์ซูเลกลางนครย่างกุ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ที่เป็นรัฐบาลเงาซึ่งประกอบด้วยอดีต ส.ส.และตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ส่งจดหมายถึงองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) เรียกร้องให้ตำรวจสากลจับกุมพลเอกอาวุโส มิ่น อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาและผู้นำสภาบริหารแห่งรัฐ โดยขอให้ร่วมมือกับตำรวจอินโดนีเซีย จับกุมนายทหารผู้นี้เมื่อมาเข้าร่วมประชุมอาเซียนที่กรุงจาการ์ตาวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อู ลวิน โก ลัต รัฐมนตรีมหาดไทยของรัฐบาลเงาชุดนี้ กล่าวในจดหมายว่า มิน อ่อง หล่าย ถูกคณะค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติกล่าวหาเมื่อปี 2561 ว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ในเหตุการณ์ปราบปรามชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ นอกจากนี้ ผบ.สส.นายนี้ยังก่อรัฐประหารและรับผิดชอบต่อการตายของพลเรือนอย่างน้อย 739 คน และการคุมขังคนอีกมากกว่า 3,000 คนนับถึงวันที่ 21 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2562 รัฐบาลแกมเบียเคยยื่นฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก กล่าวหากองทัพเมียนมาว่ากระทำโหดร้ายต่อชาวโรฮีนจา โดยอ้างถึงชาวโรฮีนจาที่อพยพจากยะไข่เข้าบังกลาเทศหลังปฏิบัติการกวาดล้าง คนเหล่านี้บอกเล่าถึงการเข่นฆ่า, จับกุม และทรมานโดยพวกทหาร โดยพลเอกอาวุโสผู้นี้ก็โดนฟ้องร้องดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายเรียกมิน อ่อง หล่าย ว่าอาชญากรและผู้ก่อการร้ายที่ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่ และต้องถูกดำเนินคดีในศาลระหว่างประเทศทั้งสองศาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในค่ำวันเดียวกัน รัฐบาลทหารเมียนมาตอบโต้ด้วยการประกาศว่า รัฐมนตรีเงาทั้ง 24 คนของเอ็นยูจีและพวกพ้องอีก 2 คน ซึ่งอยู่ระหว่างหลบซ่อนตัว โดนตั้งข้อหาเป็นกบฏต่อแผ่นดิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100502</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงจาการ์ตา, ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ซัมมิตอาเซียน, ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, รัฐประหารเมียนมา, รัฐมนตรีต่างประเทศจีน, หวัง อี้, อาเซียน, อินเตอร์โพล, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082e1c162b86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เร่งประสาน &#039;อินเตอร์โพล&#039; ออกหมายแดงจับตัว &#039;บอส&#039; กลับมาดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ&amp;nbsp; พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ขอเปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ &amp;ldquo;บอส กระทิงแดง&amp;rdquo; ว่า ได้รับรายงานจาก สน.ทองหล่อ ว่า วันนี้ ( 23 ก.ย. 63) พนักงานสอบสวน ได้รับหนังสือจากสำนักงานอัยการสูงสุด แจ้งคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในข้อหาความผิดฐาน &amp;ldquo; ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ถึงแก่ความตายและ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; พร้อมให้ติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

โดยก่อนหน้านี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ในข้อหา &amp;ldquo;ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถผู้อื่นเสียหาย มีผู้ถึงแก่ความตาย, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหายและไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานในทันที และ เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; อายุความ 15 ปี&amp;nbsp; ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง กองทะเบียนประวัติอาชญากรและสำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการประกาศสืบจับและเฝ้าระวัง ติดตามข้อมูล ในระบบการเดินทางเข้า - ออกประเทศไทย อย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน จะมีหนังสือไปยังกองการต่างประเทศ เพื่อที่จะประสานไปยัง องค์การตำรวจสากล INTERPOL ดำเนินการประกาศตำรวจสากลสีแดง หรือ INTERPOL RED NOTICE ให้ติดตามตัวนายวรยุทธฯ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายในอายุความ พร้อมระบุที่หมาย ที่ปรากฏโดยจะแจ้งไปยังประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากล ทั้ง 194 ประเทศ เพื่อให้ทราบว่าบุคคลดังกล่าว เป็นบุคคลที่ทางการไทย ต้องการตัวกลับมาดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทยต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78375</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, หมายแดง, อินเตอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b0cbf4b99c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง ผบ.ตร.เชือดตำรวจบกพร่อง 21 นาย รวมอดีต ผบช.น.ด้วย เตรียมประสานอินเตอร์โพลจับ &#039;บอส&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้สรุปผลการตรวจสอบเสนอ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากพบพยานหลักฐานใหม่ที่นำไปสู่การดำเนินคดีนายวรยุทธ ใน 3 ข้อหา คือขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ถึงแก่ความตาย, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือฯ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาข้อบกพร่องข้าราชการตำรวจ รวม 21 นาย แบ่งเป็นตำรวจรายเดิมที่เคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดแล้ว 11 นาย และตำรวจที่เพิ่งพบความผิดรายใหม่ 10 นาย โดยในจำนวนนี้มีอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ส่วนจะสามารถดำเนินคดีทางอาญาย้อนหลังได้หรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่โทษทางวินัยนั้นไม่สามารถดำเนินการย้อนหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องผลการสอบสวนพยานใหม่ตามคำสั่งของอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ สน.ทองหล่อ สอบพยานความเร็ว 4 ปาก และพยานเกี่ยวกับผลการตรวจสารเสพติด 4 ปาก ครบทั้งหมดแล้ว ไม่เกินในสัปดาห์หน้าจะสามารถส่งสำนวนให้อัยการรับไปพิจารณาได้ ส่วนผลความเร็วที่เป็นที่สนใจของสังคม ในส่วนของตำรวจยังยืนยันใช้ผลการคำนวณของกองพิสูจน์หลักฐานเป็นหลัก ส่วนผลการสอบเรื่องการคำนวณความเร็ว พบว่ามีความแตกต่างกัน ซึ่งมีทั้ง 125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ผลคำนวณทั้งหมดเกินกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนดแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังระบุด้วยว่าเรื่องการทำสำนวนในคดีใหม่นี้ ทางคณะกรรมการฯ ไม่ได้นำพยานเดิมที่อยู่ในสำนวนคดีเก่ามาพิจารณาประกอบเป็นคดีใหม่ เพราะคดีสิ้นสุดไปแล้ว ส่วนการทำสำนวนคดีใหม่ จะยึดหลักผลการสอบพยานและเทคโนโลยีแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ เผยต่อว่า&amp;nbsp;ตามระเบียบหลังจากออกหมายจับตาม&amp;nbsp; ป.วิอาญา 1.ให้แจ้งกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพื่อประกาศสืบจับ 2.แจ้งกองการต่างประเทศเพื่อประสานตำรวจสากล 3.แจ้งตำรวจ สตม.ที่เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องรอให้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ถึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการของกองการต่างประเทศ ในการประสานไปยังองค์การตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล เพื่อขอให้พิจารณาออกหมายแดง เพื่อสืบหาแหล่งที่อยู่ของผู้ต้องหาที่หลบหนีในต่างประเทศ ก่อนดำเนินการตามช่องทางส่งผู้ร้ายข้ามแดน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75717</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, บอส อยู่วิทยา, หมายแดง, อินเตอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f476c579d8ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา&#039; สุดอึ้ง! ผู้ติดต่ออินเตอร์โพลออกหมายแดงจับ &#039;บอส&#039; ถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม วอนสื่อจับตาโผตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิชา&amp;quot;&amp;nbsp;เรียกตำรวจแจงขั้นตอนอินเตอร์โพล อึ้งถูกโยกย้ายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว หลังทำเรื่องออกหมายแดงจับ &amp;ldquo;บอส&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - เมื่อเวลา 17.00 น. นายวิชา มหาคุณ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบ.สำนักงานส่งกำลังบำรุง ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองงานต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ติดต่อกับอินเตอร์โพลในการออกหมายแดงเพื่อจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา ท่านบอกว่าตัวเองถูกกดดันอย่างหนัก เพราะหลังจากที่ประสานเรื่องออกหมายแดงแล้ว ก็ถูกโยกย้ายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ถูกเอาแขวนที่กองบังคับการประจำ จ.นครราชสีมา และนับตั้งแต่วันนั้นก็ต้องไปช่วยทำงานที่กระทรวงแรงงาน โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงานในขณะนั้น ที่ได้ช่วยให้มีงานทำ และท่านก็ได้มาช่วยงานกองบังคับการกฎหมายและคดี อยู่ได้ 1 ปีก็ถูกโยกย้าย มาเป็นรองผู้บัญชาการส่งกำลังบำรุง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสายงานที่เจ้าตัวไม่คุ้นทั้งนั้น จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะถูกกระเด็นไปไหนอีก เขาได้ร้อขอความเป็นธรรมด้วยว่าเดือดร้อนมากกับคดีนายวรยุทธ และฝากสื่อมวลชนช่วยจับตาดูเรื่องการโยกย้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้คอยดูด้วยว่าท่านจะได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมาหรือไม่ เพราะท่านไม่เคยทำอะไรที่ไม่ถูกต้องเลย เราก็เห็นข้อนี้อยู่ว่า ท่านเป็นคนตั้งใจทำงานและจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการออกหมายแดง ที่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เป็นคนมอบหมายให้ทำ ท่านก็ไม่รู้ว่า ทำไมถึงตกเป็นผู้ที่ไม่พึงปรารถนา เพราะฉะนั้นผมขอแจ้งให้ประชาชนทั้งหลายทราบเลยว่า คดีนี้ไม่ปกติ ขอให้ทุกคนไปวิเคราะห์เอาเอง&amp;rdquo; นายวิชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ อสส. มาชี้แจง ได้ยืนยันว่าการสั่งการของนายเนตรนาคสุข รองอัยการสูงสุด เป็นการสั่งการโดยที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นไปตามคำสั่งในเรื่องร้องขอความเป็นธรรม และท่านยังบอกด้วยว่า รองอัยการสูงสุดอีกท่านหนึ่ง (นายสมศักดิ์ ติยะวานิช) จะได้รับมอบอำนาจ เรื่องการดำเนินการในคดีอาญาในเขตของศาลอาญากรุงเทพใต้ก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การสั่งโดยนายเนตร กระทบไปถึงการสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งเป็นเรื่องการสั่งในคดี เราก็ถามว่าไม่ทับอำนาจกับนายสมศักดิ์ เพราะเขาได้รับมอบอำนาจในการสั่งคดีนี้ อสส.ชี้แจงว่า เป็นคนละเรื่องกันเรื่องนี้ก็สำคัญเหมือนกัน เพราะกระบวนการในการสั่งร้องขอความเป็นธรรม แม้ว่าจะเป็นการสั่งอันเนื่องจากมีผู้ร้องมา แต่ปัญหาก็คือ สิ่งที่ร้องมาจะต้องสั่งไปเกี่ยวพันกับคดีอย่างนี้ เป็นอำนาจของนายเนตร อย่างสมบูรณ์หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการฯจึงขอร้องว่า หากเคยมีคดีลักษณะแบบนี้ ขอให้ช่วยส่งรายละเอียดคดีนั้นมาให้พิจารณาหน่อย เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า อสส.เคยสั่งคดีในลักษณะนี้มาแล้วขอให้คัดคำสั่งเดิมของอธิบดีอัยการศาลอาญากรุงเทพใต้มาให้พิจารณา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75069</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.ชุดวิชา มหาคุณ, คดีบอส กระทิงแดง, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, อินเตอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bb4841cfe9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จบ!อินเตอร์โพล ถอน‘หมายแดง’ ‘บอส’สุดผุดผ่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จบแล้วจริงๆ! นักกฎหมายเผยการขอให้ศาลระงับการอนุมัติเพิกถอนหมายจับ &amp;quot;บอส อยู่วิทยา&amp;quot; ไม่สามารถทำได้&amp;nbsp; เนื่องจากอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว ทำให้เหตุที่เป็นข้อกล่าวหาตามหมายจับหมดไป จึงไม่มีเหตุในการไม่เพิกถอนหมายจับ ขณะที่อินเตอร์โพลถอนหมายแดงแล้วเช่นกัน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ฟันธงเป็นเพราะเอาความยุติธรรมมาถือฝักฝ่ายทางการเมือง ทำให้อภิสิทธิ์ชนไม่ต้องรับผิดรับชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ผู้ต้องหาในคดีขับรถหรูเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิตแล้วหลบหนี เมื่อเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย. 2555 จนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด พ.ต.ท.ธนาวุฒิ สงวนสุข รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.ทองหล่อ กล่าวว่า ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ได้แจ้งถอนหมายแดงออกจากระบบเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 สถานะตอนนี้ถือว่านายวรยุทธเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่ใช่บุคคลตามหมายจับอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวนักกฎหมายได้ให้ความเห็นถึงข้อกฎหมายเรื่องนี้สรุปได้ว่า การขอให้ศาลระงับการอนุมัติเพิกถอนหมายจับไม่สามารถทำได้ เนื่องจากอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว ทำให้เหตุที่เป็นข้อกล่าวหาตามหมายจับหมดไป จึงไม่มีเหตุในการไม่เพิกถอนหมายจับ หากตำรวจไม่ขอเพิกถอน นายวรยุทธก็สามารถขอเพิกถอนเองได้ ถึงหมายจับคาอยู่ แต่จับมาก็จะไม่มีเหตุตามข้อกล่าวหาให้นำไปสู่การดำเนินคดีได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ท่าทีของทางสำนักงานอัยการสูงสุดต่อกรณีการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ ที่ปรากฏเป็นข่าวจากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยสำนักข่าวต่างประเทศ ตั้งแต่ช่วงดึกของวันศุกร์ที่ 23 ก.ค.2563 เป็นต้นมานั้น ซึ่งมีผู้สื่อข่าวหลายสำนักสอบถามเรื่องนี้เข้าไปยังไลน์กลุ่มสื่อมวลชนของสำนักงานอัยการสูงสุด ขณะนี้ (25 ก.ค.) ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าในการชี้แจงหรือการนัดแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อผู้สื่อข่าวติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถามชี้แจงใดๆ ระบุย้ำเพียงให้รอการแถลงข่าวของนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาฯ มีมติจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อาทิ ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร. (คุมงานกฎหมาย), ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และตัวแทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าชี้แจงและตอบข้อสงสัยของกระแสสังคม ในกรณีคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส กระทิงแดง ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าวกระแสสังคมได้ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา โดยจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาชี้แจงในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เวลา 11.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรอนันต์ กลั่นประเสริฐ อายุ 62 ปี พี่ชายของ ด.ต.วิเชียร เผยว่า รู้สึกผิดหวังและเสียใจกับกระบวนการยุติธรรมของบ้านเราซึ่งไม่สามารถพึ่งอะไรได้เลย และไม่ได้ให้ความยุติธรรมแก่ครอบครัวของตน คนรวยคนจนทำไมไม่ทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน คนที่ทำผิดทำไมถึงไม่ได้รับโทษ ตนไม่เข้าใจ รับตอนแรกทำใจไว้แล้วว่าคดีนี้ข้อหาคงต้องขาดอายุความ เพราะผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ แต่ไม่คิดว่าจะมีการทำสำนวนไม่ฟ้องแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนก็ทำใจไว้แล้ว รู้ว่าคดีต้องขาดอายุความ 15 ปี เพราะความคืบหน้ามันช้ามากๆ แต่การยกฟ้องกลับเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปแค่ 8 ปี ไม่ถึงอายุความด้วยซ้ำ
ไม่อยากต่อสู้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าเมื่อปี 2555 ผมและพี่น้องรวม 4 คนได้ยอมรับเงื่อนไขการไกล่เกลี่ยจากตระกูลอยู่วิทยา ซึ่งฝั่งนั้นเขาบอกจะมอบเงินเยียวยา 3 ล้านบาท เรายื่นขอเยียวยาไป 8 ล้าน เพื่อแลกกับการยุติการฟ้องร้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางแพ่งหรืออาญา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรอนันต์ยอมรับว่า ไม่อยากต่อสู้แล้ว รู้สึกท้อ เพราะก่อนหน้านี้ก็เสียทั้งค่าทนาย ค่าไปขึ้นศาล แต่กลับไม่ได้ความยุติธรรมกลับมาหาทางครอบครัวของตนเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นอาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก &amp;quot;Prinya Thaewanarumitkul&amp;quot; ระบุว่า #ทำไมการที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีนี้จึงเป็นเรื่องร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนี้ไม่ใช่แค่ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตเท่านั้น แต่เป็นเรื่องชนแล้วหนี แล้วคนที่ถูกชนก็คือ #เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ทั้งยังมีการใช้ให้ผู้อื่นมารับผิดแทน การที่คดีล่าช้าอยู่ในชั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนานถึง 8 ปี ก็แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติ และแสดงให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยมากพออยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การที่สำนักงานอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีนี้ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศทุกข้อหา จึงเป็น #เรื่องร้ายแรงมาก ในความรู้สึกของผู้คนโดยทั่วไป และเป็นการตอกย้ำสิ่งที่พูดกันว่า คุกมีไว้ขังแค่คนจน ส่วนคนรวยจะหลุดรอดเพราะมีเส้นสายและวิ่งเต้นได้ ว่าเป็นเรื่องจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานอัยการสูงสุดจึงต้องชี้แจงเหตุผลว่า ทำไมจึงสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทุกคดีเช่นนี้ อย่าให้คนคิดไปว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยสามารถวิ่งเต้นและใช้เส้นสายได้ เพราะนี่คือกรณีที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศเป็นอย่างยิ่ง หาไม่แล้วคนจะไม่ใช่แค่บอยคอตผลิตภัณฑ์ในเครือกระทิงแดง แต่อาจจะบอยคอตสำนักงานอัยการสูงสุดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงแค่ว่าทำตามขั้นตอน และทำตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้ แต่ต้องชี้แจงให้เหตุผลว่า ทำไม่ไม่คัดค้านความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดที่สั่งไม่ฟ้องด้วยครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดจากจังหวัดพิษณุโลก จัดรายการ &amp;ldquo;ก้าวหน้า Talk กรณีนี้ว่าสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าประเทศไทยเป็นที่ที่น่าอยู่มากสำหรับ VIP หรือคนรวยและคนมีอำนาจ แต่สำหรับคนธรรมดา คนที่หาเช้ากินค่ำ ประเทศนี้ไม่มีความเป็นธรรมสำหรับพวกเขา นี่คือสองมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะก้าวหน้ากล่าวว่า ความสำคัญของกระบวนการยุติธรรม คือการเป็นหลักประกันของความเสมอภาคและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม แต่ถ้าระบบยุติธรรมของสังคมไหนล่มสลายไปแล้ว สังคมนั้นจะไม่มีที่พึ่งและประชาชนจะไม่มีทางออก ในวันที่ศรัทธาในองค์กรทางการเมืองทั้งหมดเสื่อมลง อย่างน้อยที่สุดหากกระบวนการยุติธรรมยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ คนจะยังมีความหวัง แต่ถ้าสังคมสูญสิ้นซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม ความขัดแย้งจะหาทางออกโดยสันติไม่ได้
จับโยงการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นั่นคือสิ่งที่น่ากลัว เมื่อเราเอาความยุติธรรมมาถือฝักฝ่ายทางการเมือง มาทำให้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง อภิสิทธิ์ชนในสังคมไทยไม่ต้องรับผิดรับชอบกับการกระทำของพวกเขา แล้วปล่อยให้คนเล็กคนน้อยติดคุกติดตาราง อันนี้น่ากลัวมาก ก็หวังว่ากรณีนี้จะเป็นกรณีที่พิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลชุดนี้ ว่ารัฐบาลชุดนี้จะเอาจริงเอาจังกับการหาคนผิดมาลงโทษจริงหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก มันคือเสาหลักของความเป็นธรรมในสังคม ถ้าประชาชนหมดศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม ประชาชนก็จะไม่มีที่พึ่ง ที่อยู่ในกระบวนการอันนี้เป็นเรื่องอันตรายมาก ถ้าใครจะใช้กระบวนการยุติธรรมมาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง จะทำให้ประชาชนหมดศรัทธา เราไม่เห็นด้วยกับวิธีการอย่างนี้ เราเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรม ตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น กกต. ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ต้องกลับมา เอาหลักการนิติรัฐ นิติธรรมเป็นที่ตั้ง กลับมา เอาความถูกต้องเป็นที่ตั้ง ไม่รับใช้ผู้มีอำนาจทางการเมือง ไม่รับใช้เจ้าสัว ไม่รับใช้คนที่มีสถานะพิเศษในสังคมคนไหน แต่รับใช้ความถูกต้องเป็นเสาหลักที่สำคัญของสังคม เพราะเสาหลักที่ชื่อว่าความยุติธรรมพังทลายไป สังคมจะเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ให้ความเห็นในกรุ๊ปไลน์กฎหมายเกี่ยวกับการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตทุกข้อหาว่า เรื่องขับรถชนคนตายเป็นเรื่อง common ที่คนรู้เห็นและเข้าใจกันทุกชนชั้น ทั้งประเทศ แต่การที่จำเลยไม่ถูกสั่งฟ้องเพราะสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกรณีนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดและไม่มีใครเข้าใจได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แทนที่จะช่วยโดยทำสำนวนว่าประมาทร่วมและได้ช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายอย่างดี แล้วปล่อยให้ไปศาลแล้วถูกศาลตัดสินจำคุกแต่ให้รอลงอาญา ดังนั้น อัยการที่ไม่สั่งฟ้อง และตำรวจที่ไม่แย้ง ซึ่งทั้งคู่เป็นองค์กรหลักในกระบวนการยุติธรรมที่เปราะบางอยู่แล้ว ก็ยิ่งกลายเป็นความล้มเหลว และหมดหวังที่จะพึ่งได้อีกจากคนทั้งประเทศที่รับรู้เข้าใจเรื่องง่ายๆ นี้หมดทุกคน และจะทำให้ระบบความยุติธรรมหมดความหมาย ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีเกียรติระบุว่า ถ้ามองให้ดีจะเห็นว่าเศรษฐกิจก็ล้มเหลว โควิดก็คุกคาม สังคมก็แตกแยก คนเบื่อและเกลียดรัฐบาลมากขึ้น การเมืองก็แย่งผลประโยชน์ และคนรู้สึกว่ามีแต่นักการเมืองน้ำเน่าที่แก่งแย่ง หน้าไม่อาย และกอบโกยคอร์รัปชันไม่ต่างจากยุคก่อนๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเดียวที่รัฐบาลใช้เป็นหลักพิงประคองตัวอยู่ได้คือ Law and Order
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัดนี้คนส่วนใหญ่เห็นว่ากฎหมายมันไม่ศักดิ์สิทธิ์และไม่น่าเคารพเชื่อฟังอีกแล้ว เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องประชาชนทุกภาคส่วนรุมกันด่าตำรวจหรืออัยการ แล้วพอผ่านไปสองสัปดาห์ พอซาลงก็จบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพังทลายลงของรัฐบาล ซึ่งจะมาเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อมีคนโยง และชาวบ้านเชื่อว่านายกฯ รับเงิน 300 ล้าน เพื่อช่วยโควิดจากเขาเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นเรื่องเดียวกันกับเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่ไม่ใช่น้ำผึ้งหยดเดียว แต่เป็นน้ำผึ้งทั้งไห ที่เทราดลงไป ขณะที่ม็อบของคนรุ่นใหม่กำลังจุดติด ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านการผูกขาดอำนาจ ต่อต้านพวกทุจริต ต่อต้านรัฐบาลที่ทำให้คนตกงาน เศรษฐกิจล้มเหลว หรือต่อต้านเผด็จการ ทั้งหมดคือภาพรวมของการต่อต้านสังคมที่อยุติธรรมนั่นเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุลาการผู้นี้ยังระบุว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยรัฐบาลไม่รับรู้ ไม่ตั้งใจ แต่ timing ที่มาคือการสาดน้ำมันเข้ากองไฟที่เพิ่งจุดติดแค่กองเล็กๆ จากการชุมนุมของนักศึกษาเท่านั้น และมันจะทำให้เกิดกองไฟลุกท่วมประเทศในเวลารวดเร็วมาก โอกาสเดียวที่นายกฯ ตู่จะหลุดรอดและพารัฐบาลออกจากพายุอารมณ์และความโกรธแค้นของผู้คนทั้งประเทศได้ คือการออกมาพูดโดยเร็วที่สุดว่า รัฐบาลไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้เรื่องนี้ แต่เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม ไม่ใช่จะมาพูดว่ารัฐบาลจะไม่ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม เพราะ perception ของคนทั้งประเทศ เห็นรัฐบาลสั่งได้หมดมาตั้งแต่ คสช.แล้ว และนายกฯ จะตั้งกรรมการขึ้นตรวจสอบกระบวนการเรื่องนี้ทั้งหมด จากคนที่สังคมไว้วางใจ โดยให้ทำให้เร็วที่สุด สักสองสัปดาห์ และประกาศว่า ถ้าพบว่ามีอะไรผิดพลาด ทุจริตหรือประพฤติไม่ชอบ จะลงโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างรุนแรงที่สุด เพื่อเรียกศรัทธาและความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมกลับมา และทำให้มี Law and Order ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ค้ำจุนรัฐบาลนี้ในเวลานี้กลับคืนมาเป็นหลักเดียวที่รัฐบาลจะใช้ค้ำจุนตนเองต่อไปได้ครับ&amp;quot; นายทวีเกียรติกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72500</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนหมายจับ, บอส กระทิงแดง, บอส อยู่วิทยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, อินเตอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200725/image_big_5f1bf7bd2d419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.นิว&#039;ชำแหละด้วยหลักฐานสากล&#039;ช่อ&#039;ขี้โกหกสกปรกยิ่งกว่าเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.63-ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Suphanat Aphinyan ระบุว่า &amp;nbsp; #ชำแหละช่อขี้โกหกสกปรกยิ่งกว่าเดิม ตอนจบ***&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าแล้วเชียว...ลูกๆช่อต้องเข้ามาดิ้นแทนคุณแม่เรื่อง Interpol ต่ออีก...งั้นก็ขอไว้อาลัยแด่ช่ออีกสักโพสต์นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ตอบด้วยหลักวิชาตามหลักสากลและหลักฐาน
ทำไม Interpol2016 เปรียบเทียบ Interpol2018 ไม่ได้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว โจ โล ก็บินไปหลายประเทศในแถบนี้ ก็ไม่เห็นจะมีใครจับ โจ โล ส่งให้สิงคโปร์เลยสักประเทศ...แถมบางประเทศก็ออกมาปฏิเสธไม่ยอมส่งด้วย...แล้วแบบนี้ทุกประเทศต้องสมคบคิดกันเป็นพันธมิตรมืดหมดเลยรึเปล่าคะช่อ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเทศไทยไม่ได้มี &amp;quot;สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย&amp;quot; กับสิงคโปร์...เหอะๆ เวลานักโทษไทยหนีคดีที่ทำประเทศชาติเสียหายนับแสนล้านและทำให้ชาวนาฆ่าตัวตายบินเข้าออกสิงคโปร์อยู่เป็นประจำ...ทำไมช่อไม่ไปประณามสิงคโปร์บ้างละคะ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมๆ กำลังเป็นข่าวดังเลย...เพื่อช่วยทำให้สมองของช่อและลูกๆนั้นโตขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีอินเตอร์โพลให้ช่วยจับกุมอดีตบอสนิสสัน คาร์ลอส โกส์น แต่ทางเลบานอนก็ไม่ได้ช่วยจับให้ญี่ปุ่น เพราะไม่มีสนธิสัญญาาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างญี่ปุ่นกับเลบานอน รวมทั้งประเทศฝรั่งเศสที่ออกมายืนยันว่าจะไม่ช่วยจับให้ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้ประเทศฝรั่งเศส...ดินแดนแห่งประชาธิปไตยที่ป๊อกแป๊กชอบอ้างถึงบ่อยๆก็มีพันธมิตรมืดด้วยใช่ไหมจ๊ะช่อ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่อช่วยประณามประเทศฝรั่งเศศด้วยนะคะช่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โจ โล เป็นชาวมาเลเซีย...ลองคิดดูว่าถ้าไทยจับชาวมาเลเซียส่งให้สิงคโปร์ โดยที่ทางการมาเลเซียยังไม่ได้ออก Interpol 2018 หรือขอความร่วมมือจากทางการไทย แล้วสุดท้ายบุคคลดังกล่าวเป็นคนที่ทางการมาเลเซียต้องการตัวมากที่สุด...มันจะเป็นผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขนาดไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ด้วยความที่ โจ โล เป็นชาวมาเลเซีย และ ประเทศไทยมี &amp;quot;สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย&amp;quot; กับมาเลเซีย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แหละคะ...เหตุผลที่ โจ โล ต้องหลบหนีออกจากประเทศไทยในวันที่ 13 พ.ค. 2018 ก่อนที่ Interpol2018 ของมาเลเซียจะออกมาในวันที่ 11 มิ.ย. 2018&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทางตำรวจของมาเลเซียเองก็ออกมาให้สัมภาษณ์หรือแถลงการณ์กับสื่ออยู่ตลอดว่ากำลังพยามติดตามตัว โจ โล กลับมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วทางการไทยทำอะไรผิดหรือคะช่อคะ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีแต่ช่อแหละคะที่บ่องตื้น ไม่มีความรู้ในหลักการขั้นพื้นฐาน เก่งแต่ปั้นหน้าใส่ร้ายคนอื่นด้วยความมั่ว...เอก ช่อ ป๊อก...พันธมิตรมั่วตัวจริงเสียงจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.เรื่องพื้นๆตื้นๆแค่นี้ช่อยังไม่รู้...ถ้าช่อไม่เข้าใจว่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก...ก็อย่าเข้ามาทำงานการเมืองที่อาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเลย...เดี๋ยวประเทศไทยจะเรือหายกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ขอให้ช่อติดคุกไวๆนะจ๊ะช่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รีบๆเข้าคุกไปเถอะช่อ...แผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจะได้ไม่ต้องมีคนอย่างช่อมาคอยปลุกระดมด้วยข้อมูลบิดเบือน หวังสร้างความรุนแรงอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จบ...สวัสดี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์ วานิช, ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, อินเตอร์โพล, โจ โล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53414ba80f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนจำคุกอดีตประธานอินเตอร์โพล 13 ปี ฐานรับสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลจีนพิพากษาจำคุกเมิ่ง หงเว่ย ประธานอินเตอร์โพลชาวจีนคนแรก เป็นเวลา 13 ปี 6 เดือน ปรับอีก 2 ล้านหยวน ในความผิดฐานรับสินบนระหว่างดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลประชาชนชั้นกลางเทียนจินมีคำพิพากษาเมื่อวันอังคารที่ 21 มกราคม 2563 ว่าอดีตประธานอินเตอร์โพลวัย 66 ปี รายนี้มีความผิดฐานรับสินบนและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และตัดสินจำคุกเขา 13 ปี 6 เดือน ปรับอีก 2 ล้านหยวน (8.8 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมิ่งเป็นชาวจีนคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) เขาตกเป็นข่าวครึกโครมเมื่อภรรยาของเขาแจ้งว่าเขาหายตัวอย่างลึกลับภายหลังเดินทางจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของอินเตอร์โพล กลับจีนเมื่อเดือนกันยายน 2561 ต่อมารัฐบาลจีนยืนยันว่าเมิ่งโดนจับกุม โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง รณรงค์อย่างหนัก และพรรคคอมมิวนิสต์ขับเขาพ้นพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะรายนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวเด่นหลายรายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ตกเป็นเป้าหมายการรณรงค์ปราบปรามคอร์รัปชันนี้ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวกันว่าถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูทางการเมืองของประธานาธิบดีสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อเดือนมิถุนายน เมิ่งสารภาพว่าเขารับสินบน 2.1 ล้านดอลลาร์ ภายหลังศาลกล่าวว่าเขาใช้ตำแหน่งหน้าที่หาผลประโยชน์อย่างไม่เหมาะสม, ได้รับอสังหาริมทรัพย์อย่างผิดกฎหมาย และรับสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของศาลเมื่อวันอังคารกล่าวว่า เงินและสิ่งของบางส่วนที่ได้จากการขโมยมายังหาไม่พบ และว่า เมิ่งรับสารภาพตามข้อเท็จจริงในคดีอาญาเหล่านี้ทั้งหมดและจะไม่อุทธรณ์คำตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายจากศาลเผยภาพที่เมิ่งซึ่งมีสีหน้าเคร่งขรึม ยืนเบื้องหน้าผู้พิพากษา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ยืนขนาบข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานความมั่นคงสาธารณะของจีนโยงคดีของเมิ่งกับการดำเนินการกำจัดอิทธิพลที่เป็นอันตรายของโจว หย่งคัง อดีตซาร์ด้านความมั่นคงของจีน ที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปี 2558 ฐานรับสินบน, ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และเผยแพร่ความลับของทางราชการ เมิ่งเคยได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการของโจวเมื่อปี 2547&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างดำรงตำแหน่งนั้น เมิ่งได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานที่มีความอ่อนไหวหลายด้าน ซึ่งรวมถึงแผนต่อต้านการก่อการร้ายของจีน เขายังได้รับมอบหมายให้จัดการกับสถานการณ์รุนแรงภายในเขตซินเจียงทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลานั้นหน่วยงานด้านความมั่นคงสาธารณะของจีนแห่งนี้จับกุมและสอบปากคำนักต่อต้านรัฐจีนที่มีชื่อเสียงหลายราย รวมถึงหลิว เสี่ยวโป นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวจีนที่ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ แต่เสียชีวิตในคุกด้วยโรคมะเร็งตับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่เมิ่งหายตัวเมื่อเดือนกันยายน 2561 เขาส่งข้อความถึงภรรยาว่า &amp;quot;รอโทรศัพท์ผม&amp;quot; แล้วตามด้วยภาพอิโมจิรูปมีด ที่สื่อความหมายถึงอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่สัปดาห์ถัดมา อินเตอร์โพลก็ได้รับแจ้งว่าเมิ่งลาออก จากนั้นรัฐบาลจีนก็ประกาศว่าเมิ่งถูกจับกุมฐานต้องสงสัยว่ารับสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภรรยาของเขาโต้แย้งว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ ที่สนับสนุนข้อกล่าวหาสามีของเธอ ปีที่แล้วเธอได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ฝรั่งเศส โดยเธออ้างเหตุผลว่า กลัวว่าตัวเธอและลูก 2 คนจะตกเป็นเป้าหมายของการลักพาตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55176</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดสินจำคุก, ตำรวจสากล, รับสินบน, อดีตประธานอินเตอร์โพล, อินเตอร์โพล, เมิ่ง หงเว่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e27049fde3ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
