<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาหลีเปิดเกาะวันแรกเงียบเหงา ไร้เงานักท่องเที่ยวต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกาะบาหลีของอินโดนีเซียกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้งหลังจากปิดมานาน 18 เดือน โดยจำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก 19 ประเทศความเสี่ยงโควิดต่ำ แต่การเปิดสนามบินวันแรกเมื่อวันพฤหัสบดียังไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศมาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า เกาะบาหลีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอินโดนีเซีย กลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวจาก 19 ประเทศเป็นวันแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม โดยมีเงื่อนไขว่านักท่องเที่ยวจะต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบแล้ว และเมื่อเดินทางมาถึงต้องกักตัวในโรงแรม 5 วัน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อกำหนดวีซ่าที่เข้มงวดตามกฎใหม่สำหรับนักเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตาฟัน ยูดิสติรา โฆษกท่าอากาศยานนานาชาติงูระฮ์ไรของเกาะบาหลี เผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เราพร้อมและรอคอยเที่ยวบินระหว่างประเทศ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีเที่ยวบินจากต่างประเทศที่จะเดินทางมาถึงบาหลีในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจาก 19 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้, จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, บาห์เรน, กาตาร์, ลิกเตนสไตน์, อิตาลี, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน, โปแลนด์, ฮังการีและนอร์เวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเลือกรับนักท่องเที่ยวจาก 19 ประเทศนี้ โดยพิจารณาจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกที่ระบุถึงประเทศที่มีความเสี่ยงน้อยและเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติของบาหลีปิดไปเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย เกาะบาหลีเป็นหนึ่งในจังหวัดของอินโดนีเซียที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูงสุด ประชากรบนเกาะบาหลีรับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วมากกว่า 82%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลของเว็บไซต์ Flightradar24 ที่ติดตามเที่ยวบินทั่วโลก ยังไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีกำหนดนำเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติงูระฮ์ไรในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ และมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เพิ่งประกาศรายชื่อ 19 ประเทศที่อนุญาตให้เดินทางเข้าเกาะบาหลีได้เมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติครั้งใหม่ของเกาะบาหลี ไม่มีรายชื่อของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียหลายล้านคนเดินทางมาเกาะบาหลีก่อนมีการระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119758</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, อินโดนีเซีย, เปิดเกาะบาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6168264c805c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียสังหารหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายมูจาฮิดีนโยงไอเอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอินโดนีเซียเผยว่า สามารถสังหารหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายมูจาฮิดีนอินโดนีเซียตะวันออก (เอ็มไอที) ที่เป็นเครือข่ายกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ระหว่างการยิงต่อสู้ในป่าของจังหวัดสุลาเวสีกลางเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจอินโดนีเซียแสดงภาพที่เปิดเผยโฉมหน้าของผู้ก่อการร้าย 2 รายที่โดนยิงตายเมื่อวันเสาร์ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของตำรวจอินโดนีเซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายนว่า อาลี คาโลรา หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายมูจาฮิดีนอินโดนีเซียตะวันออก (เอ็มไอที) ถูกยิงเสียชีวิตในป่าของจังหวัดสุลาเวสีกลาง พร้อมกับจากา รามาดาน สมาชิกอีกคนของกลุ่มนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า อาลีถูกสังหารในปฏิบัติการร่วมระหว่างทหารและตำรวจที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเกาะสุลาเวสีเมื่อบ่ายวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ยึดวัตถุระเบิด, ปืนเอ็ม 16 หนึ่งกระบอก และมีดสปาร์ตา 2 เล่ม และพบหลักฐานกิจกรรมก่อการร้ายอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูดี สุฟาห์รีอาดี ผู้กำกับการตำรวจสุลาเวสีกลาง กล่าวว่า ตำรวจกำลังตามล่าผู้ก่อการร้ายเอ็มไอทีอีก 4 คนที่หลบหนีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองเดือนก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอินโดนีเซียสังหารผู้ต้องสงสัยสมาชิกกลุ่มนี้ 2 คนที่อำเภอปาริกีมูตงแห่งเดียวกันนี้ ซึ่งอยู่ใกล้กับอำเภอโปโซที่เป็นแหล่งกบดานของเอ็มไอที กลุ่มนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มหัวรุนแรงหลายสิบกลุ่มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประกาศสามิภักดิ์ต่อกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) และถูกรัฐบาลสหรัฐขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเอ็มไอทีหลบซ่อนตามป่าบนเกาะสุลาเวสีมาหลายปี แม้เชื่อกันว่าปัจจุบันกลุ่มนี้มีสมาชิกไม่มากนัก แต่พวกเขาถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุโจมตีนองเลือดหลายครั้ง รวมถึงการสังหารชาวนา 4 คนในหมู่บ้านห่างไกลเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยมีรายงานว่าชาวนาคนหนึ่งโดนตัดศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาลี คาโลรา ขึ้นมาเป็นหัวหน้ากลุ่มเอ็มไอที ภายหลังซานโตโซ หัวหน้ากลุ่มคนก่อนซึ่งเป็นคนร้ายที่ทางการอินโดนีเซียต้องการตัวมากที่สุด โดนทหารอินโดนีเซียยิงเสียชีวิตในปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเสียชีวิต ซานโตโซซึ่งไว้ผมยาวและชอบถือปืน ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอหลายครั้ง เรียกร้องให้กลุ่มหัวรุนแรงอื่นๆ โจมตีกองกำลังความมั่นคงอินโดนีเซีย เขายังเกณฑ์สมาชิกที่เป็นชาวต่างชาติด้วย รวมถึงหลายคนที่เป็นชาวมุสลิมอุยกูร์จากจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าผู้ก่อการร้าย, หัวหน้ากลุ่มมูจาฮิดีนอินโดนีเซียตะวันออก, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61472da78a4c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้คุกอินโดนีเซียคลอกนักโทษดับ41ศพ รวมต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเพลิงไหม้ภายในเรือนจำที่แออัดในจังหวัดบันเตินชานกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียเมื่อเช้ามืดวันพุธ มีนักโทษโดนไฟคลอกเสียชีวิต 41 คน เป็นต่างชาติด้วย 2 คน คาดสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เผยคุกนี้ขังนักโทษเกินความจุมากกว่า 3 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถพยาบาลจอดรออยู่ด้านหน้าเรือนจำตาเงอรัง ในเมืองตาเงอรัง จังหวัดบาเตินของอินโดนีเซีย หลังเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า เพลิงเกิดในเวลาประมาณ 01.45 น.ของวันพุธที่ 8 กันยายน ภายในเรือนจำตาเงอรัง พนักงานดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงซึ่งส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในบล็อกซีได้เมื่อเวลาประมาณตี 3 ภาพข่าวที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์เห็นเพลิงไหม้รุนแรงและมีกลุ่มควันสีดำหนาทึบพวยพุ่งจากอาคารนี้ ภาพข่าวในเวลาต่อมาเผยสภาพห้องขังไหม้เกรียมและร่างผู้เสียชีวิตในถุงใส่ศพสีส้มถูกเคลื่อนย้ายออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาซอนนา ลาวลี รัฐมนตรีกระทรวงกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กล่าวภายหลังตรวจสภาพที่เกิดเหตุว่า มีนักโทษเสียชีวิตรวม 41 ราย และมีคนบาดเจ็บสาหัส 8 ราย เจ็บเล็กน้อย 31 ราย เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้และวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดความหายนะรุนแรงแบบนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ฟาดิล อิลรอน ผู้บัญชาการตำรวจจาการ์ตา กล่าวกับนักข่าวว่ามีคนบาดเจ็บเล็กน้อยด้วย 72 ราย และจากหลักฐานที่ได้จากการสังเกตเบื้องต้นสงสัยว่าต้นเพลิงเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาวลีกล่าวว่า นักโทษที่เสียชีวิตรวมชาวต่างชาติ 2 คน คือชาวแอฟริกาใต้และโปรตุเกส และสถานทูตของสองประเทศนี้ได้รับแจ้งแล้ว เขายืนยันด้วยว่าเรือนจำแห่งนี้คุมขังนักโทษไว้เกินความจุ และขณะเกิดเพลิงไหม้ ห้องขังถูกล็อกกุญแจ ทำให้บางห้องไม่สามารถเปิดได้ตอนที่ไฟลามจนควบคุมไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริกา อาเปรียติ โฆษกกรมราชทัณฑ์กล่าวก่อนหน้านั้นว่า ในบล็อกนี้มีนักโทษคดียาเสพติดถูกคุมขังไว้ 120 คน จากความจุที่มีไว้รองรับนักโทษมากสุด 40 คน และขณะเกิดเหตุมีผู้คุมปฏิบัติหน้าที่อยู่ 13 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของรัฐบาลถึงเดือนกันยายนนี้ เรือนจำตาเงอรังมีนักโทษถูกคุมขังอยู่มากกว่า 2,000 คน ซึ่งเกินความจุที่กำหนดไว้ที่ 600 คนมากกว่า 3 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียเคยเกิดเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดเมื่อปี 2560 ที่ไฟไหม้โรงงานผลิตดอกไม้ไฟที่เมืองตาเงอรัง มีคนเสียชีวิต 47 คน และไฟไหม้โรงงานไม้ขีดไฟที่จังหวัดสุมาตราเหนือเมื่อปี 2562 มีคนเสียชีวิต 30 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116055</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลอกนักโทษ41ศพ, อินโดนีเซีย, เรือนจำตาเงอรัง, ไฟไหม้เรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61388157d008d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 22:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดฯชี้แก๊งบึ้มบาหลีเล็งโจมตีรอบใหม่ เชื่อได้ใจหลังตอลิบันรีเทิร์น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอินโดนีเซียอ้างปากคำจากสมาชิกกลุ่มเจไอที่โดนจับกุมระหว่างการปราบปรามครั้งใหญ่ ว่ากลุ่มหัวรุนแรงที่อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมบาหลีเมื่อปี 2545 วางแผนโจมตีครั้งใหม่ระหว่างการฉลองวันชาติอินโดนีเซียห้วงสัปดาห์ที่่ผ่านมา นักวิเคราะห์เชื่อชัยชนะของตอลิบันเพิ่มขวัญกำลังใจแก่กลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของอาร์โก ยูโวโน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม ว่าตำรวจหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายจับกุมผู้ต้องสงสัยหัวรุนแรง 53 ราย ระหว่างปฏิบัติการในเกือบ 12 จังหวัดทั่วอินโดนีเซียช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ต้องสงสัยบางคนยอมรับว่า องค์กรเจมาห์อิสลามิยาห์ (เจไอ) ของพวกเขา ซึ่งก่อเหตุระเบิดนองเลือดที่เกาะบาหลีเมื่อปี 2545 กำลังวางแผนก่อเหตุโจมตีระหว่างเทศกาลวันหยุดฉลองวันชาติของอินโดนีเซีย ที่ตรงกับวันที่ 17 สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูโวโนไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนการดังกล่าว แต่บอกว่าตำรวจยึดอาวุธและเครื่องกระสุนจากผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ ซึ่งเดิมถูกจับกุมด้วยข้อหาเกี่ยวข้องกับการระดมเงินสนับสนุนกลุ่มเจไอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเจไอแทบโดนทลายหมดสิ้นระหว่างการปราบปรามอย่างรุนแรงของทางการอินโดนีเซีย ภายหลังกลุ่มนี้วางระเบิดหลายลูกโจมตีไนต์คลับบนเกาะบาหลี สังหารชีวิตผู้คนมากกว่า 200 คน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ถือเป็นการก่อการร้ายครั้งนองเลือดที่สุดของอินโดนีเซีย แต่เจไอกลับมาจัดตั้งองค์กรกันใหม่ภายหลังอะบู บาการ์ บาชีร์ ผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่มได้รับการปล่อยตัวจากคุกในปีนี้ หลังจากพ้นโทษในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ต่อต้านการก่อการร้ายของอินโดนีเซียรายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพีโดยขอสงวนนามว่า ปฏิบัติการของหน่วยครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทลายและตัดกำลังกลุ่มเจไอ พวกนี้กำลังเติบโตอีกครั้งด้วยการเกณฑ์คน, ระดมเงิน และเสริมอาวุธและกำลังบำรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มนอกกฎหมายกลุ่มนี้มีสายสัมพันธ์กับอัลกออิดะห์และข้องเกี่ยวกับการโจมตีหลายครั้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รายเดิมกล่าวด้วยว่า เจไอเคยส่งนักรบญิฮาดไปต่อสู้ที่ซีเรียและอิรัก และอาจกำลังวางแผนส่งนักรบไปยังอัฟกานิสถาน ภายหลังตอลิบันสามารถโค่นรัฐบาลที่สหรัฐหนุนหลังลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ชัยชนะของตอลิบันเติมพลังให้กลุ่มก่อการร้ายหลายกลุ่มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซ็กคารี อาบูซา นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจากสหรัฐ กล่าวว่า ในช่วงสั้นๆ ผลกระทบใหญ่ที่สุดจะเป็นด้านจิตวิทยาและขวัญกำลังใจ มันตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่นในการต่อสู้เพื่อจุดหมาย ถ้าตอลิบันสามารถเอาชนะระบอบหุ่นเชิดผู้ละทิ้งศรัทธาที่มีสหรัฐหนุนหลัง พวกเขาก็ทำได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียซึ่งโดนโจมตีก่อการร้ายอีกหลายครั้งหลังวินาศกรรมบาหลี เป็นที่ตั้งขององค์กรสุดโต่งหลายสิบองค์กร ซึ่งรวมถึงบางองค์กรที่สวามิภักดิ์ต่อกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมีนาคม มีชาวอินโดนีเซียคู่หนึ่งที่ได้แรงบันดาลใจจากไอเอส ระเบิดตนเองด้านหน้าโบสถ์หลังหนึ่งในเมืองมาคัสซาร์บนเกาะสุลาเวสี ทั้งคู่เสียชีวิตและทำให้มีคนบาดเจ็บหลายสิบคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114021</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบึ้มบาหลี, ตอลิบันรีเทิร์น, วางแผนก่อการร้าย, อินโดนีเซีย, เจมาห์อิสลามิยาห์, เจไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611fc33860b37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียสังเวยโควิดทะลุ100,000ศพ มาเลย์ทุบสถิติดับรายวันอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในอินโดนีเซียผ่านหลัก 100,000 คนแล้วเมื่อวันพุธ ขณะยอดสังเวยรายวันของประเทศขณะนี้คิดเป็น 1 ใน 5 ของทั่วโลก ส่วนมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ใกล้แตะวันละ 20,000 แต่เสียชีวิตรายวันมากเป็นสถิติใหม่ของประเทศที่ 257 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการของอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันสะสมของอินโดนีเซียเพิ่มเป็น 3,532,567 คนแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา 35,867 คน อินโดนีเซียยังมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มอีก 1,747 คน ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตเป็น 100,636 คน ถึงแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจะเชื่อว่าจำนวนที่แท้จริงนั้นน่าจะสูงกว่านี้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิตี นาเดีย ทาร์มิซี โฆษกคณะทำงานเฉพาะกิจโควิด-19 กล่าวว่า การเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากความล่าช้าของการรับรู้ความรุนแรงของอาการป่วยและการส่งต่อผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากองค์กรเอกชน ลาปอร์โควิด ที่พัฒนาระบบรายงานข้อมูลโควิด-19 ของพลเมือง เผยว่า มีคนป่วยมากกว่า 2,600 คน เสียชีวิตที่บ้าน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนถึงวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน ประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลกแห่งนี้มีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 มากเป็นอันดับที่ 12 ของโลก และมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเป็นอันดับ 14 แต่ตอนนี้อินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิตรายวันเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยคิดเป็น 1 คน จากผู้เสียชีวิตทั่วโลกทุก 5 คนในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาเลเซีย วันพุธมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดรายใหม่ 19,819 คน เป็นสถิติใหม่ของประเทศ และมีผู้เสียชีวิต 257 คน เป็นสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน ลบสถิติยอดผู้เสียชีวิต 219 คนเมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมของมาเลเซียถึงวันพุธเพิ่มเป็น 1,183,110 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 9,855 คน สถานการณ์การแพร่ระบาดในมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่มีมากกว่าวันละ 10,000 คนมาโดยตลอดนับแต่วันที่ 12 กรกฎาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112250</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้เสียชีวิต, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เกิน100000ศพ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a99064450b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดอินโดนีเซียดับรายวันเกิน2,000ศพ ต่างชาติเผ่น มาเลเซียก็ยังหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินโดนีเซียมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มอีก 2,069 คนในวันอังคาร เป็นสถิติใหม่ของประเทศ หลังรัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายล็อกดาวน์ ชาวต่างชาติแห่กลับประเทศ ส่วนมาเลเซียเสียชีวิตเพิ่ม 207 คน เท่าสถิติสูงสุดในวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุสานเคปูติห์ในเมืองสุราบายา จังหวัดชวาตะวันออก ของอินโดนีเซีย ที่ฝังศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 (Suryanto Putramudji/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงของอินโดนีเซียตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันอังคารที่ 27 กรกฎาคม เป็นจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันมากที่สุดนับแต่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในประเทศนี้ ทำลายสถิติ 1,566 ศพเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตของวันอังคารเพิ่มขึ้นเกือบ 600 คนจากวันจันทร์ และทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 86,835 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาเดียวกัน อินโดนีเซียพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา เพิ่มขึ้น 45,203 คน จากยอดประมาณ 28,000 คนของวันจันทร์ และทำให้ยอดผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมเพิ่มเป็นเกือบ 3.24 ล้านคน แม้โดยทั่วไปจะเชื่อว่าจำนวนที่แท้จริงสูงกว่านี้ เนื่องจากอัตราการตรวจหาเชื้อและการติดตามโรคต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์รายวัน อินโดนีเซียกลายเป็นศูนย์กลางที่โควิดแพร่ระบาดหนักที่สุดในโลกเวลานี้ แทนที่อินเดียและบราซิล ข้อมูลล่าสุดมีออกมาภายหลังรัฐบาลของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ตัดสินใจผ่อนคลายข้อจำกัดควบคุมไวรัสในสัปดาห์นี้ โดยอนุญาตให้ร้านค้าขนาดเล็ก, ร้านอาหารริมทาง และศูนย์การค้าบางแห่งเปิดทำการได้ หลังจากการล็อกดาวน์บางส่วนนาน 3 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีวิโดโดตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยอ้างข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันและอัตราการครองเตียงในโรงพยาบาลกำลังลดลงแล้ว รวมถึงในกรุงจาการ์ตา แต่ไวรัสสายพันธุ์เดลตากำลังแพร่เชื้อในอีก 12 ภูมิภาคนอกจาการ์ตา รวมถึงบนเกาะชวาและบาหลีที่ประชากรหนาแน่น ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กรมตรวจคนเข้าเมืองเผยเมื่อวันอังคารว่า ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม มีชาวต่างชาติเกือบ 19,000 คน เดินทางออกจากอินโดนีเซียผ่านสนามบินหลักของจาการ์ตา กลุ่มใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นและชาวจีนที่มาทำงานหรือพำนักในประเทศนี้ 2,962 คน และ 2,219 คน ตามลำดับ อินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่สำหรับบริษัทจากญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นที่ตั้งของโครงการธุรกิจหลายแห่งที่บริษัทจีนสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราการฉีดวัคซีนของอินโดนีเซียยังคงทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้วันละ 1 ล้านคนสำหรับเดือนนี้ โดยปัจจุบันมีประชากรไม่ถึงร้อยละ 7 จาก 270 ล้านคนที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาเลเซีย นูร์ ฮิชาม อับดุลลาห์ อธิบดีกรมอนามัย แถลงเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 เพิ่มอีก 207 คน เป็นสถิติสูงสุดเท่ากับของวันจันทร์ โดย 31 คนเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาล นอกจากนี้จำนวนผู้ป่วยนอนไอซียูทำสถิติใหม่อีกที่ 1,023 คน ในจำนวนนี้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 524 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียมีผู้ติดเชื้่อรายใหม่ 16,117 คน เป็นจำนวนรายวันมากเป็นอันดับ 2 จากที่เคยพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 17,000 คนเมื่อ 2 วันก่อน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 1,044,071 คน เสียชีวิต 8,408 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111333</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาเลเซีย, ยอดผู้เสียชีวิต, สถิติรายวัน, อินโดนีเซีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_61001bbe2a884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 22:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด แค่ครึ่งเดือนโควิดคร่าชีวิตแพทย์อินโดนีเซียแล้ว114คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินโดนีเซียยังคงสูญเสียแพทย์เพราะโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง รอยเตอร์ระบุแค่ครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคมมีแพทย์อินโดนีเซียเสียชีวิตแล้ว 114 คน แพทย์หวั่นระบบการแพทย์ของประเทศรับมือสายพันธุ์เดลตาไม่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม อ้างข้อมูลจากการแถลงข่าวของสมาคมแพทย์แห่งอินโดนีเซีย (ไอดีไอ) ที่ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 17 กรกฎาคม มีแพทย์อินโดนีเซียเสียชีวิตเพราะโควิด-19 ร่วมแล้ว 114 คน เป็นจำนวนมากที่สุดเมื่อเทียบในระยะเวลาเท่ากันของเดือนอื่นๆ และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนแพทย์ที่เสียชีวิตทั้งหมด 545 คนนับตั้งแต่ไวรัสนี้ระบาดในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเฮซา ปารานาดิปา เจ้าหน้าที่อาวุโสของไอดีไอ กล่าวว่า สมาคมมีความวิตกกังวลว่าระบบการแพทย์ของประเทศอาจพังทลายเพราะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์การระบาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์ในอินโดนีเซียยังคงเสียชีวิตเพราะโควิด-19 เพิ่มขึ้น ทั้งที่บุคลากรทางการแพทย์ของประเทศนี้ 95% ได้ฉีดวัคซีนแล้ว และทำให้รัฐบาลตัดสินใจใช้วัคซีนของโมเดอร์นาเป็นโดสกระตุ้นให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดของสายพันธุ์เดลตาเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อินโดนีเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่มากกว่าทุกประเทศในโลกเวลานี้ ตามข้อมูลที่รอยเตอร์รวบรวมในช่วง 7 วันหลังสุด และช่วงเวลาเดียวกันนี้ มีเพียงบราซิลประเทศเดียวที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่าอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กล่าวกันว่า อินโดนีเซียกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของโรคระบาดนี้แล้ว เมื่อวันอาทิตย์ อินโดนีเซียรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 44,721 คนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เสียชีวิตอีก 1,093 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอินโดนีเซียใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม เพื่อชะลอการแพร่เชื้อไวรัส มาตรการนี้จะสิ้นสุดในวันอังคารที่จะถึง แต่อาจจะถูกขยายเวลาออกไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110248</URL_LINK>
                <HASHTAG>สายพันธุ์เดลตา, อินโดนีเซีย, แพทย์เสียชีวิต, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f44d2c779dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
