<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผจก.สสส.จุดยืนแก้ปัญหาที่ต้นน้ำ เข็นครกขึ้นภูเขาฝ่าอุปสรรคสู่ยอดเขาสุขภาพดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภรณี ภู่ประเสริฐ ชูพลังตั้งใจ สำนัก 9 สสส. มีพนักงานเพียง 7 คน ตกผลึกทางความคิด ระดมภาคีเครือข่ายทุ่มเทกว่าจะเป็นงานใหญ่ 2,400 คน ที่เมืองทองธานี นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพคนที่ 2 เปิดประชุม ใช้ความหลากหลายในการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผจก.สสส. บรรยายจุดยืนแก้ไขปัญหาที่ต้นน้ำ เข็นครกขึ้นภูเขาฝ่าฟันอุปสรรคสู่ยอดเขาสุขภาพที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัด การประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน:ประชากรกลุ่มเฉพาะ Voice of the voiceless:the vulnerable populations Voice of the Voiceless เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยินประชากรกลุ่มเฉพาะ วันที่ 12-13 มิ.ย.2562 อิมแพ็ค ฟอรั่ม 2 เมืองทองธานี เบิกโรงด้วยการแสดงดนตรีบรรเลงโดย เด็กชุมชนคลองเตยดีจัง พิธีเปิดประชุมด้วยการแสดงชุด &amp;ldquo;Voice of the Voiceless&amp;rdquo; วีดิทัศน์ &amp;ldquo;เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน:ประชากรกลุ่มเฉพาะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวรายงานสถานการณ์สุขภาพในสังคมมีความแตกต่าง ความเปราะบางของประชากรกลุ่มเฉพาะ เราจะต้องลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเท่าเทียมกันไม่แบ่งแยก เพื่อความยั่งยืน SDG ปลายทางความเป็นธรรมเพื่อสุขภาพ แผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนัก 9 สสส.ในช่วง 10 ปี สนับสนุนภาคีเครือข่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในกลุ่มประชากรต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง องค์ความรู้ข้อเสนอเชิงนโยบาย การขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ พื้นที่ภาคีเครือข่าย การสร้างสรรค์นวัตกรรมทำให้มีสุขภาพที่ดี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การมีเวทีเอื้อต่อประชากรกลุ่มเฉพาะเพื่อฟื้นฟู สร้างแรงบันดาลใจให้ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการทำงาน การประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปิดพื้นที่แนวทางการทำงาน Show Share จัดเสวนากลุ่มย่อย สาธิตการแสดงนิทรรศการแสดงเครือข่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สำนัก 9 มีบุคลากรเพียง 7 คน ไม่ใช่มืออาชีพจัดงานใหญ่ ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายใช้ความตั้งใจและทุ่มเทเตรียมงานหลายเดือน เพื่อตกผลึกทางความคิด สสส.ส่งเสียงออกไปไม่มีใครได้ยิน เราเป็นคนเล็กคนน้อย เสียงเราไม่มีพลังหรือข้อเสนอยังไม่คมชัดพอ เราตกผลึกทางความคิด ถ้ารวมพลังส่งเสียงให้ผู้กำหนดนโยบายมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ช่วยกันส่งเสียงบอกสังคมให้มองเห็นคุณค่าของตัวเองและสังคม ใช้ความหลากหลายในการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพคนที่ 2 กล่าวเปิดประชุมด้วยความชื่นชมการทำงานของกลุ่มประชากรเฉพาะ สสส. จัดประชุมวิชาการ Voice of the Voiceless ด้วยวิสัยทัศน์ สสส.ทุกคนบนแผ่นดินไทยมีขีดความสามารถที่เชื่อมต่อสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพ กระตุ้นองค์กรทุกภาคส่วน ระบบสังคมเชื่อมต่อการมีสุขภาวะที่ดีในสังคม กำหนดทุกแผนหลัก&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี โดยคำนึงถึงความเหลื่อมล้ำในสังคม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อความสำเร็จ ยกระดับสุขภาพที่มีเงื่อนไขจำกัด ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ต้องมีการขับเคลื่อนด้วยกลไกที่มีความแตกต่างเพื่อให้สอดคล้องกับประชากรกลุ่มนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;คนชายขอบที่ถูกมองข้าม ถูกผลักให้กลายเป็นภาระของสังคม มีความเสี่ยงสูงในการดำรงชีวิต ถูกกีดกันจากนโยบาย ถูกทำให้ยอมจำนน ด้วยปัจจัยทางสังคมยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเชิงโครงสร้าง ต้องอาศัยยุทธศาสตร์สร้างแนวร่วม เสริมพลังประชากรชายขอบ การจัดงานเป็นก้าวสำคัญที่ท้าทายให้ประชากรกลุ่มเฉพาะรวมพลัง ทำให้สังคมเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีนำไปสู่การเห็นศักยภาพภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บรรยายพิเศษ &amp;ldquo;สสส.กับบทบาทในการลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ&amp;rdquo; สสส.เป็นองค์กรเกิดใหม่ครบ 18 ปีในเดือน พ.ย. ก้าวย่างสู่วัยรุ่น เมื่อแรกนั้นมีรูปแบบที่ไม่เคยมีในสังคมไทย ผ่าน กม.จากรัฐสภา มีรายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิต สุรา ยาสูบ 2% มาสร้างเสริมสุขภาพ ด้วยรูปแบบที่ค้นหาวิธีการทำงาน ไม้พันธุ์ใหม่ปลูกในดินไทย 18 ปีต้นไม้เติบใหญ่ ทุกท่านได้เห็นดอกผลต้นไม้ต้นนี้&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้วยวิสัยทัศน์ สสส.ทุกคนบนแผ่นดินไทยมีขีดความสามารถ สังคมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะสะท้อนการตกผลึกในคณะ กก.สสส.บอร์ด การเรียนรู้จากการทำงาน ครอบคลุมผู้คนมากขึ้น มีขีดความสามารถทางด้านสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อสุขภาพ ภาพการเข็นครกขึ้นภูเขา เราจะมีสุขภาพดีผลักดันสู่จุดหมายปลายทาง ความชันของเนินเขาเกิดจากปัจจัยทางสังคม สิ่งแวดล้อม ภูเขาแต่ละลูกมีความชันไม่เท่ากัน หลายเขามีทางลาดราบเรียบทำให้เดินได้รวดเร็วกว่า ในขณะที่อีกหลายๆ คนต้องต้องขึ้นภูเขาสูงชัน ยืนนิ่งอยู่ที่ตีนเขา เงยหน้ามองไปบนยอดเขาแล้วไม่มีกำลัง รู้สึกว่าไม่สามารถก้าวเดินต่อไปได้ ต้องเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง ดังนั้นไม่ใช่ทุกคนมีขีดความสามารถที่จะฝ่าข้ามไปได้ บางคนยืนจำนนอยู่ที่ตีนเขา คิดว่าฟ้าดินลิขิตเช่นนี้ ไปไหนไม่ได้ การสร้างเสริมสุขภาพเป็นเนินเขามีคำที่เรียกว่า ปัจจัยที่กำหนดสุขภาพอยู่ในสังคมสิ่งแวดล้อม Social Derminants of health โลกทั้งโลกเข้าใจเรื่องสุขภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สสส.จะสร้างเสริมสุขภาพคนไทย สิ่งที่เราทำอาจจะต่างกับสุขภาพที่เราคุ้นเคย เรายังมีโรคติดต่อ มีการเจ็บป่วย ทุกวันนี้การทำงานด้านสุขภาพ ต้องยอมรับว่างานสาธารณสุขไทยติดอันดับโลกเพราะเราทำงานถึงระดับรากหญ้า เป็นโรคติดเชื้อกันมาก หมอ หยูกยามีความสำคัญสูงมาก มีโรคอันดับต้นๆ มะเร็ง หัวใจ อุบัติเหตุ เบาหวานไม่ได้มาจากเชื้อโรค แต่เป็นปัจจัยทางสังคมกำหนดสุขภาพ การให้บริการรักษา 90% คนมีสุขภาพดีน้อยลง 10% ดูแลป้องกัน งบประมาณ สสส. 0.7% จากรายได้ตาม กม.ที่ได้มา เราจึงวางตำแหน่งทำงานที่ต้นน้ำ ทำให้เกิดปัญหาทุกขภาวะเกิดโรคเรื้อรัง วิธีการแก้ไขที่ต้นน้ำ&amp;nbsp;


respin88 ดูแลปัจจัยสุขภาพด้วยการสื่อสารจากสสส.ออกไปปรับระบบบริการสุขภาพ ไม่ใช่การสงเคราะห์ ลดปัญหาทุกคน ชุมชน องค์กรที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย เป็นต้นเหตุสุขภาพใน พ.ศ.นี้ เรามีแผนการทำงาน 15 ก้อน หนึ่งในแผนที่สำคัญคือ แผนประชากรกลุ่มเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มประชาชนคนชายขอบ เป็นกลุ่มที่มีความหลากหลาย ไร้ตัวตน ทางด้านกายภาพไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรของชาติใดๆ ในโลก ทั้งๆ ที่คนนั้นมีตัวตน มีทะเบียนบ้าน แต่ไม่มีใครได้เห็น ได้ยิน เป็นคนชั้นล่างของสังคม มีความเสี่ยงสูงในชีวิต เรื่องความปลอดภัย สวัสดิการถูกคุกคาม ถูกกันด้านนโยบายต่างๆ ที่เข้าไม่ถึง สิทธิสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส ไม่อยู่ในทะเบียนผู้ไร้โอกาส ต้องยอมจำนนและจำยอมอยู่ในสังคมที่ไร้ความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มแรงงานนอกระบบ ไม่มีตัวแทนแกนกลาง การรวมกลุ่มภาครัฐจะเข้าไปถึงคนกลุ่มนี้ให้มีสมชีวิตา มีพื้นฐานให้โอกาสเข้าถึงการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมความเป็นธรรมสุขภาวะตามปฏิญญาระดับโลก มีส่วนร่วมสำคัญให้เป็นจริง พัฒนากันไปโดยไม่ทิ้งใครไว้อยู่ข้างหลัง. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42404</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, ภรณี ภู่ประเสริฐ ชูพลังตั้งใจ, สุขภาพดี, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d41544a6c353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวฟิลิปปินส์ คว้ามิสยูนิเวิร์ส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางงามฟิลิปปินส์คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2018 ด้านน้องนิ้งเข้าถึงรอบ 10 คนสุดท้ายชนะใจกองเชียร์ชาวไทย ชุดประจำชาติยอดเยี่ยมตกเป็นของนางงามลาว โดยผู้ออกแบบคือดีไซเนอร์ชาวไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ธันวาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 รอบตัดสิน เริ่มจากการประกาศรางวัลพิเศษชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ได้แก่ ชุดสามกินรี ของ อรอนงค์ หอมสมบัติ นางงามจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นชุดกินรีสีทองของลาว มีหุ่นด้านหน้าและด้านหลังที่นางสาวลาวต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน ออกแบบโดย คำภีร์ อลังการ ดีไซเนอร์ชาวไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเป็นการคัดเลือกนางงามเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ประกอบด้วย นางงามแอฟริกาใต้ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เนปาล ไทย โปแลนด์ เบลเยียม อังกฤษ ฮังการี ไอร์แลนด์ กือราเซา คอสตาริกา แคนาดา เปอร์โตริโก จาไมกา สหรัฐอเมริกา เวเนซุเอลา อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และบราซิล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งถึงการประกาศผลรอบ 10 คนสุดท้าย กองเชียร์ชาวไทยถึงกับเฮกันลั่น เมื่อ นิ้ง โศภิดา กาญจนรินทร์ จากประเทศไทย สามารถติด 1 ใน 10 ร่วมกับนางงามแอฟริกาใต้ เวียดนาม เวเนซุเอลา ฟิลิปปินส์ เปอร์โตริโก กือราเซา เนปาล แคนาดา คอสตาริกา อย่างไรก็ตาม นิ้งมาพลาดท่าตกรอบ 5 คนสุดท้าย แต่กระนั้นกองเชียร์ชาวไทยก็ตบมือให้กำลังใจเธออย่างกึกก้อง ส่วนผู้เข้ารอบคือ เปอร์โตริโก เวียดนาม ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ เวเนซุเอลา และมาสู่รอบ 3 คนสุดท้าย ได้แก่ นางงามฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ และเวเนซุเอลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 3 คนสุดท้าย กับการตอบคำถามที่ว่า อะไรคือบทเรียนที่สำคัญที่สุดที่คุณได้เรียนรู้ในชีวิต และจะนำมาใช้ต่อยอดอย่างไร เมื่อคุณได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคทรีโอนา เกรย์ จากฟิลิปปินส์ ตอบว่า &amp;ldquo;ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เต็มไปด้วยความยากจน ความเศร้า ฉันจะสอนตัวเองว่าให้พยายามมองหาความสวยงาม ความงามที่อยู่ในสายตาของเด็กๆ แล้วจะนำมุมมองเหล่านี้ในฐานะมิสยูนิเวิร์ส มองหาสิ่งดีๆ ที่ทำอย่างไรจะสามารถช่วย ทำอย่างไรที่จะสามารถให้ ในฐานะคนที่พูดออกมาได้ และอยากจะสอนให้คนรู้จักความกตัญญู ซึ่งจะทำให้เรามีโลกที่สวยงาม ที่ทัศนคติในแง่ลบจะไม่สามารถมาบั่นทอนความสวยงามนี้ได้ และเด็กทุกคนก็จะได้มีรอยยิ้ม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ แทมมาริน กรีน จากแอฟริกาใต้ ตอบว่า &amp;ldquo;ตลอดช่วงชีวิตนี้ ฉันได้เจอคนที่ได้รับโอกาสมากมาย เราทุกคนเกิดมาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน เราทุกคนควรจะได้รับความรักและได้รับการยอมรับ เพราะฉะนั้นเราควรจะปฏิบัติกับคนอื่นเช่นเดียวกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน เอสเตฟานิ กูเตียเรซ จากเวเนซุเอลา ตอบว่า &amp;ldquo;นี่คือบทเรียนสำคัญในชีวิตของฉัน ฉันเติบโตมาในครอบครัวที่เป็นผู้หญิง พวกท่านสอนสิ่งสำคัญในชีวิตให้กับฉันหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันจำได้ขึ้นใจเลยคือเราต้องทำงานหนักให้ได้มากที่สุด ด้วยความกล้าและความมั่นใจจะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายได้ และคืนนี้ก็ทำให้ฉันได้มาอยู่ที่นี่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้าย มิสยูนิเวิร์ส 2018 ก็ได้แก่ แคทรีโอนา จากฟิลิปปินส์ โดยนางงามแอฟริกาใต้ได้รองอันดับ 1 และนางงามเวเนซุเอลาได้รองอันดับ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคทรีโอนา เกรย์ นางแบบลูกครึ่งออสเตรเลีย-ฟิลิปปินส์ วัย 24 ปี สำเร็จปริญญาโทด้านทฤษฎีดนตรี และเป็นนักรณรงค์เรื่องเอดส์ให้กับองค์กร Love Yourself PH ทั้งยังเป็นอาสาสมัครผู้ช่วยสอนนักเรียนในโครงการ Young Focus NGO.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24458</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางงามฟิลิปปินส์, มิสยูนิเวิร์ส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิมแพ็ค เมืองทองธานี, เอสเตฟานิ กูเตียเรซ, แคทรีโอนา เกรย์, แทมมาริน กรีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c17a63c1dcaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีพรฎ.เลือกตั้งรบ.คงอำนาจเต็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นฟ้าเปิดเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ ปลุกประชาชนอย่ายอมให้ใครมาล้ม แจงลงพื้นที่มุ่งเติมเงินให้จังหวัดเข้มแข็ง ปัดใช้งบหลอกล่อชาวบ้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; &amp;nbsp;ยันรัฐบาลมีอำนาจเต็ม แม้มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง อนุมัติงบ-โยกย้ายได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 27 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดการประชุมประจำปี 61 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;quot;ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา&amp;quot; โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้แทนภาครัฐ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมรับฟัง 2,500 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้อากาศปลอดโปร่ง แจ่มใส ฟ้าสว่าง แสดงว่าประเทศไทยฟ้าเปิดแล้ว มีทุกภาคส่วน รวมทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง แสดงว่ายุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องที่สำคัญ และทุกคนถือเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ ที่จะทำให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าต่อไปได้ มีอนาคตเหมือนกับคำที่กล่าวไว้ว่า อนาคตไทยอนาคตเรา คือการมองที่มีส่วนรวมมาก่อน แล้วค่อยมาคิดถึงตัวเองเป็นอันดับสอง รวมทั้งไม่ว่าจะยุทธศาสตร์ใด จะเดินหน้าไปได้หมด ทั้งนี้ การจะทำอะไรก็ตาม จะต้องมีก้าวแรกเสมอ ไม่ว่าจะเท้าซ้ายหรือเท้าขวา จะต้องเดินต่อ และคิดต่อว่าจะทำอย่างไรถึงจะไม่ล้ม เปรียบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทเป็นถนนหรือทางเดินของทุกคน แต่ถึงเวลาหากรถติดก็อาจเปลี่ยนเส้นทางได้ ปรับแก้ได้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ปี 61-80 ตัวเลขดูเยอะ ใครจะอยู่ถึงยังไม่รู้เลย แต่ผมต้องการให้มันไปถึง ยังไงมันก็อยู่ ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแล้ว วันนี้หลายพรรคการเมืองบอกเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ ล้มยุทธศาสตร์ชาติ ล้มประเทศของท่านเอง ประชาชนยอมหรือไม่ ไม่ได้หรอก นี่คืออเวนิว ถนนของท่าน ต้องไปให้ได้ ถ้าท่านอยากจะเจริญอย่างบางประเทศในอาเซียน ในประเทศอียู ประเทศตะวันตก ทุกประเทศเขามีหมด ทุกรัฐบาลจะได้ไม่บิดพลิ้ว ไม่ก้าวออกไปข้างนอก สะเปะสะปะ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เวลารัฐบาลไปประชุมในพื้นที่เยี่ยมจังหวัดต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าเอางบประมาณไปหลอกล่อประชาชน แต่การลงพื้นที่จะให้ได้เฉพาะที่มีแผนงานอยู่แล้ว ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาเกษตรกร จะอยู่ประชุมด้วยกันทั้งหมด โดยจะมีการเสนอโครงการมาที่รัฐบาล หากโครงการไหนที่ตรงกับของเราที่มีอยู่แล้วสามารถดำเนินการได้ในปีนี้หรือปีไหน เพื่อจะตอบโจทย์งบประมาณค้างท่อในทุกปี ไม่ใช่ตนจะเอางบไปให้อย่างที่เคยเกิดแต่ก่อน จะมีคนถือโครงการลงไปแล้วก็บอกว่าได้มาแล้ว ได้มาได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่เข้า ครม. ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไทยนิยมหลายคนบอกเป็นโครงการเพื่อการสร้างผลทางการเมือง แต่เกิดขึ้นมาก่อนเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง โครงการเหล่านี้ให้ประชาชนคิดเองว่าจะเอาอะไร ซึ่งบางคนไม่มาเพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้สตางค์โดยตรง แต่คนที่มาร่วมตัดสินว่าจะเอาอะไร นี่เป็นประชาธิปไตยใช่ไหม แล้วจะไปล้มเขาได้อย่างไร ดังนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วม ทั้งผลประโยชน์โดยตรงและโดยอ้อม วันนี้จังหวัดที่อยู่ท้ายตารางประมาณ 18 จังหวัด ต้องเติมเงินเพื่อให้เขาเข้มแข็ง บอกเป็นการเมืองตนไม่เข้าใจ ไปดูเสียบ้างข้อมูลต่างๆ ใครก็พูดได้ พูดแต่ปากไม่รับผิดชอบก็พูดได้หมด สังคมและประชาชนต้องช่วยกัน จะเชื่อตนหรือเชื่อเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯ ใช้เวลาพูดไปกว่า 1 ชั่วโมง ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้กล่าวขอโทษผู้ที่มาร่วมประชุม พร้อมหยุดพักเพื่อดื่มน้ำ แล้วถามผู้ร่วมประชุมว่า &amp;ldquo;เหนื่อยหรือไม่ ฟังนานแล้วจะเบื่อ ผมพูดเองก็เบื่อเหมือนกัน&amp;rdquo; จากนั้นนายกฯ ได้สั่งให้ผู้ร่วมประชุมทั้งหมดลุกขึ้นยืนและยกมือขึ้นโบกไปทางซ้าย-ขวา พร้อมบอกว่าเราจะทำตามสัญญา และสั่งให้ทุกคนนั่งลงอย่างเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ที่พูดไปในวันนี้ จะเห็นว่ามีปัญหาสังคม คือความใจร้อน ใจร้อนที่สุดก็คืออยากจะเลือกตั้ง หวังว่ามันจะดีขึ้น ก็คอยดูก็แล้วกันว่าเป็นอย่างไร เราต้องทำบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยให้ได้ในรัชกาลนี้ และรัชกาลต่อๆ ไป วันหน้าจะกี่ร้อยปี ต้องทำให้ได้ทั้งหมดทั้งยุคเราและยุคคนอื่นต่อไปในวันหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเปิดการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยโบกมือพร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าขึงขังว่า &amp;quot;ไม่มีอะไรจ้ะ เพื่อประเทศชาติ อนาคตใคร อนาคตเรา เข้าใจไหม เราๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุหลังมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งแล้ว หากคนในรัฐบาลใช้เวลาราชการหาเสียงถือว่ามีความผิดว่า เรื่องนี้เป็นวิธีปฏิบัติที่ทราบกันอยู่แล้ว หากใช้เวลาราชการถือว่าเสี่ยงมาก แต่ไม่เกี่ยวกับบทบาทของนายกฯ เพราะความเป็นรัฐบาล ถึงอย่างไรต้องปฏิบัติหน้าที่ สื่ออย่าไปมองว่าเมื่อรัฐบาลขยับอะไรจะเป็นการหาเสียงไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ระหว่างมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งออกมา ไม่ควรจัด ครม.สัญจรใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีได้ ส่วนจะมีหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะหน้าที่ของครม.ยังต้องมีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครม.ชุดปัจจุบันถือว่าเป็นรัฐบาลเต็มรูปแบบ ไม่เหมือนกับกรณีการยุบสภาแล้วรัฐบาลพ้นจากตำแหน่ง &amp;nbsp;จึงไม่ใช่การรักษาการ มีอำนาจเต็ม สามารถอนุมัติงบประมาณและโยกย้ายข้าราชการได้ ทำอะไรได้หมด แม้แต่ คสช.ยังใช้มาตรา 44 ได้ถึงนายกฯ คนใหม่ถวายสัตย์ฯ&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว และว่า เรื่องนี้ไม่เหลื่อมล้ำ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งใจเขียนเช่นนี้ ส่วนเหตุผลขอให้ถามนายมีชัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก, &amp;nbsp;พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่ออำลาในโอกาสเกษียณอายุราชการ โดยนายกฯ ได้กล่าวอวยพรและขอบคุณคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ทำให้ประเทศเดินหน้าไปด้วยความสงบเรียบร้อย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2561 เรื่องแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ คสช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ให้ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 2/2560 เรื่องแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. ลงวันที่ 20 ก.ย.2560 โดยให้แต่งตั้งให้บุคคลต่อไปนี้ดำรงตำแหน่งใน คสช. ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองหัวหน้า คสช. 3.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองหัวหน้า คสช. 4.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรองหัวหน้า คสช. 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นรองหัวหน้า คสช. 6.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรองหัวหน้า คสช. 7.พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นสมาชิก คสช. 8.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นสมาชิก คสช. 9.พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ เป็นสมาชิก คสช. 10.พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เป็นสมาชิก คสช. 11.พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เป็นสมาชิก คสช. 12.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน เป็นสมาชิก คสช. 13.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นสมาชิก คสช. 14.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นสมาชิก คสช. &amp;nbsp;และ 15.พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นเลขาธิการ คสช. &amp;nbsp;โดยให้สำนักเลขาธิการ คสช. ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของ คสช. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการปรับเปลี่ยน ผบ.เหล่าทัพคนใหม่เข้ามาเป็นสมาชิก คสช.แทนคนเก่าที่เกษียณอายุราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18593</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bace5254fc72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงแรงงาน พร้อมเปิดศูนย์สื่อมวลชน เผยแพร่งานแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ณ มีเดีย เซ็นเตอร์ ชั้น 2 อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์สื่อมวลชน (Media Center) เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลข่าวสาร บริการสื่อมวลชนของไทยและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังจากเป็นประธานเปิดศูนย์สื่อมวลชน (Media Center) ว่า ตามที่ประเทศไทย โดยกระทรวงแรงงาน ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม &amp;ndash; 2 กันยายน 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานในวันที่ 30 สิงหาคม 2561 เวลา 17.15 น. และมีกำหนดจัดพิธีปิดการแข่งขันในวันที่ 4 กันยายน 2561 โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียนในครั้งนี้ มีตัวแทนผู้เข้าร่วมแข่งขันจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมกว่า 335 คน และมีการแข่งขันใน 26 สาขา จึงถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาค และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศสื่อมวลชนจึงมีบทบาทอย่างยิ่งในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การแข่งขันไปสู่เยาวชนและสังคม โดยมีสื่อมวลชนสนใจเข้าร่วมประชาสัมพันธ์การจัดงาน และถ่ายทอดสถานการณ์การแข่งขัน มากกว่า 100 คน กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในฐานะผู้จัดงานจึงจัดให้มีศูนย์สื่อมวลชน หรือ Media Center ขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้สื่อมวลชนทุกแขนงใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการข่าวสารและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขัน จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน อาทิ คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร อินเตอร์เน็ต ตู้เก็บสัมภาระ พร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม ทั้งนี้ศูนย์สื่อมวลชน จะเปิดใช้งานระหว่าง เวลา 08.00 &amp;ndash; 21.00 น. ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียนเป็นการรวมสุดยอดเยาวชนที่มีฝีมือในภูมิภาคอาเซียน เพื่อมาเป็นตัวแทนของแต่ละประเทศสมาชิกในการแสดงความสามารถ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน รวมถึงคนรุ่นใหม่ ในการพัฒนาทักษะของตนเองให้มีความพร้อมรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาประเทศในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศูนย์สื่อมวลชน (Media Center) โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน อีกทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่สำหรับตอบข้อซักถามต่างๆ ซึ่งสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี เพื่อให้คำแนะนำแก่สื่อมวลชนที่เข้ามาปฏิบัติงานในห้อง Media Center&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกแก่บุคคลทั่วไปที่สนใจรับชมบรรยากาศในงาน และสามารถดาวน์โหลดภาพงานแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 ผ่านเว็ปไซด์ www.wsasean2018.com ได้อีกด้วย&amp;rdquo; รมว.แรงงาน กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16436</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว, ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสาร, ศูนย์สื่อมวลชน (Media Center), อิมแพ็ค เมืองทองธานี, เปิดศูนย์สื่อมวลชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b86a45dafa9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงแรงงานแถลงจัดการแข่งขันฝีมืออาเซียน ชิงชัย 26 สาขา รับยุคอุตสาหกรรม 4.0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานแถลงข่าวการแข่งขันฝีมือแรงงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันฝีมือแรงงานฝีมืออาเซียน ครั้งที่ 12 แข่งขันระหว่างวันที่ &amp;nbsp;31 &amp;nbsp;สิงหาคม &amp;ndash; 2 กันยายน &amp;nbsp;2561 &amp;nbsp;ณ อาคารชาเลนเจอร์ &amp;nbsp;1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานในวันที่ 30 สิงหาคม &amp;nbsp;2561 &amp;nbsp;เวลา 17.15 น. และพิธีปิดในวันที่ 4 กันยายน มีผู้เข้าร่วมแข่งขันเป็นเยาวชนในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน จำนวน &amp;nbsp;335 &amp;nbsp;คน จาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน บรูไน กัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ใน 6 กลุ่มอาเซียน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16418</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, สมาชิกอาเซียน, อิมแพ็ค เมืองทองธานี, อุตสาหกรรม 4.0, แรงงานฝีมืออาเซียน ครั้งที่ 12</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b864bb8a6a3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม.ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบฐานข้อมูล และการบังคับคดีค้ามนุษย์ เพื่อเยียวยาให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น.&amp;nbsp; พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ภายในงาน Thailand Social Expo 2018 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอก อนันตพรฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มุ่งมั่นเป็นองค์กรที่มีบทบาทนำด้านการพัฒนาสังคม และแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบ เพื่อนำพาประเทศไทย ไปสู่ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ด้วยตระหนักว่า ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวง พม. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผนึกกำลังพัฒนางานในการคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามหลักมาตรฐานสากล โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการบังคับคดี จนนำไปสู่การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง 2 ฉบับ ในวันนี้ คือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1) บันทึกข้อตกลงว่าด้วยแนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ระบบฐานข้อมูลของประเทศไทยด้านการดำเนินคดีและการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2561 ประกอบด้วย&amp;nbsp; 


save168&amp;nbsp;หน่วยงาน ดังนี้ กระทรวง พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp; 


fifa356&amp;nbsp;สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมการปกครอง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล&amp;nbsp;


สล็อต&amp;nbsp; (องค์การมหาชน) เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วน และครอบคลุม และเพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2) บันทึกความร่วมมือว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน ดังนี้ กระทรวง พม. สำนักงานศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี กรมการขนส่ง และกรมการปกครอง เพื่อร่วมมือกันอำนวยความสะดวกในการบังคับคดี และช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้เสียหายฯ ให้ได้รับเงินชดเชยตามคำพิพากษาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ พลเอก อนันตพรฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับข้างต้น เป็นความพยายามอย่างสำคัญของประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยเฉพาะระบบฐานข้อมูลถือเป็นต้นแบบในการบูรณาการระบบฐานข้อมูลที่ก้าวหน้ากว่าหลายประเทศในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะได้นำไปต่อยอดการศึกษาวิเคราะห์เส้นทางและรูปแบบของการค้ามนุษย์ เพื่อประโยชน์ในการหารือกับประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์ ในการป้องกันมิให้เกิดการค้ามนุษย์โดยแก้ที่สาเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง และเพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืนของประเทศไทยสืบไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14908</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo 2018, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ค้ามนุษย์, พม., พลเอกอนันตพร  กาญจนรัตน์, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b696da8ee3bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน :  ประสบการณ์จากอาเซียน  “การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี/&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดงาน &amp;nbsp;&amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย &amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;3 &amp;ndash; 5&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ณ ฮอลล์&amp;nbsp;5-8 &amp;nbsp;ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค &amp;nbsp;เมืองทองธานี &amp;nbsp;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และขบวนองค์กรชุมชนได้จัดเวทีวิชาการ &amp;ldquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีการเสวนาในประเด็นต่างๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;Inslusive&amp;nbsp;City Development&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยวิทยากรจากประเทศอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;Yap Kioe Sheng&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Urban Poverty and Housing Advisor) &amp;nbsp;จากประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ผู้คนอาศัยอยู่ในชนบท&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันคนย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตอนนี้เรามีเมืองที่ใหญ่มาก&amp;nbsp;ทั้งคนที่รวย &amp;nbsp;คนจนมาอาศัยอยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;การพัฒนาเมืองก็มีข้อดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะทุกคนเข้าเมืองมาเพื่อทำงานหาเงิน&amp;nbsp;โอกาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความรู้ก็มีมาก&amp;nbsp;ในเมืองใหญ่สิ่งที่ยากคือ&amp;nbsp;การหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp;และต้องเรียนรู้การอยู่อาศัยร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากในชนบทที่ทุกคนเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมือง&amp;nbsp;ต่างก็เป็นพลเมืองของพื้นที่และได้ทำหน้าที่ที่สำคัญ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะขายอาหารริมถนน &amp;nbsp; ขับรถมอเตอร์ไซค์ &amp;nbsp;คนเก็บขยะ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง&amp;nbsp;ดังนั้นทุกคนในเมืองจึงควรได้รับการดูแลและได้รับการสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ควรเป็นพื้นที่ของทุกคน&amp;nbsp;เป็นเมืองของทุกคน &amp;nbsp;คนจน&amp;nbsp;คนแก่&amp;nbsp;เด็ก&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;แต่ในบางครั้งเมืองก็กลับกลายเป็นพื้นที่ของคนรวยเท่านั้น&amp;nbsp;กรุงเทพฯ เป็นเมืองของคนขับรถ&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่สำหรับเดิน&amp;nbsp;ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ถูก (มีรถไฟฟ้าที่ราคาแพง)&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับคนพิการที่ใช้รถเข็น&amp;rdquo;ศาสตราจารย์ &amp;nbsp;Yap&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และว่า &amp;nbsp;เราคงไม่ได้ร้องขอให้รัฐบาลมาทำอะไรให้เราเพียงฝ่ายเดียว&amp;nbsp;แต่ในฐานะประชาชนเราต้องลุกขึ้นมาจัดการปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ของเราเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เวลาเราพูดถึงเรื่องการพัฒนา&amp;nbsp;มักพูดถึงแต่เรื่องเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เศรษฐกิจแต่เพียงเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ยังไม่พอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราควรมองถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;การมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกคนมีอยู่มีกิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าถึงการรักษาสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มีกระทรวง&amp;nbsp;พม. ซึ่งเป็นกระทรวงหลักในการดำเนินการเรื่องเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Marco &amp;nbsp;Kusumawijaya&amp;nbsp;(Senior Advisor,&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;for Urban Studies Jakarta)&amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมืองในยุค&amp;nbsp;1.0เป็นเมืองที่รัฐเป็นผู้จัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เมือง&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;คือชุมชนและรัฐร่วมกันจัดการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&amp;nbsp;เมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;(เมืองหลวงของประเทศ) เผชิญกับการไล่รื้อครั้งใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้ดำเนินการอย่างหนักในการต่อสู้เรื่องการไล่รื้อ&amp;nbsp;เรานำเสนอแนวทางการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม&amp;nbsp;โดยได้รับความรู้และประสบการณ์จาก พอช. และกรณีตัวอย่างจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเริ่มงานในจาการ์ตา&amp;nbsp;เริ่มต้นเหมือนที่ดำเนินการในโครงการบ้านมั่นคงในประเทศไทย&amp;nbsp;มีการดำเนินงานสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนในเมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการดำเนินงานเมืองเทียบกับประชากรทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคนในประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้สร้างกลยุทธ์ในการออกแบบชุดให้กับคนหาบเร่แผงลอย &amp;nbsp;เพื่อใช้ในการพูดคุยชักชวนเจ้าหน้าที่รัฐให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็ยังมีปัญหา &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;ที่ไม่เชื่อมั่นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้การสร้างที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนจากเดิมที่รัฐเป็นหน่วยงานที่ไล่รื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องเปลี่ยนมาเป็นสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Marco&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;และบอกว่า ระบบการบริหารของรัฐต้องเปลี่ยนมาสนับสนุนชุมชน &amp;nbsp;แต่หน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินงานของชุมชนก็ไม่มีอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งคนทำงานในพื้นที่ก็ยังไม่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ตอนนี้เรามีหน่วยงานใหม่ในการสนับสนุนทุนเพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยในหน่วยงานที่มีอยู่เดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการจัดสรรที่ดินที่เหมาะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และขณะนี้เราพยายามตั้งองค์กรที่คล้ายๆ พอช.ในระดับจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งมีความพยายามในการร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;จากโครงการ&amp;nbsp;Think city&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสังคมที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล &amp;nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณลงไปสู่ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ปีนัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการอนุรักษ์บ้านเก่า&amp;nbsp;ตึกเก่า &amp;nbsp;อนุรักษ์วัฒนธรรมและพื้นที่ทางวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;200&amp;nbsp;ปีที่แล้ว&amp;nbsp;ปีนังเป็นเมืองท่าที่คึกคัก&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเมืองได้เปลี่ยนไป&amp;nbsp;กลายเป็นอาคารบ้านช่องที่ทรุดโทรม&amp;nbsp;ผู้คน จึงอพยพย้ายออกจากเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการฯ&amp;nbsp;จึงมาหาจุดแข็งของเมืองว่าเรื่องใดที่เราจะฟื้นฟูเมืองได้&amp;nbsp;ซึ่งก็คือเรื่องวัฒนธรรม อาคารบ้านเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเรื่องอาหาร&amp;nbsp;เราจึงเริ่มฟื้นฟูโดยทำงานร่วมกับชุมชนมัสยิดในการอนุรักษ์มัสยิด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างความเชื่อใจของคนในพื้นที่ &amp;nbsp; โดยทำการอนุรักษ์อาคารเก่าในพื้นที่&amp;nbsp;และพัฒนาปรับปรุงจนกลายมาเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจของเมือง&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;มีการจัดงาน&amp;nbsp;Grorge Town Festival&amp;nbsp;ซึ่งเป็นงานที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;มีการบันทึกเรื่องราว&amp;nbsp;ดนตรี จนสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;Grorge Town&amp;nbsp;เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็สามารถพัฒนาให้เป็นเมืองที่มีชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้คนเข้ามาใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจในเมืองได้&amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่อาศัยในเมืองใหญ่&amp;nbsp;มีการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะในเมืองด้วยการทำงานร่วมกับคนในเมือง&amp;nbsp;ทำให้คนรู้สึกอยากกลับเข้ามาอยู่ในเมืองเพราะมีพื้นที่ที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับปรุงกลุ่มบ้านแถว&amp;nbsp;จากเดิมที่มีแผนในการไล่รื้อคนที่อยู่อาศัยออก&amp;nbsp;จึงลงพื้นที่เข้าไปดำเนินการกับกลุ่มเจ้าของบ้านเช่าและผู้เช่าในการปรับปรุงอาคาร&amp;nbsp;ทำงานร่วมกับ&amp;nbsp;ACHR(มูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย) &amp;nbsp;มีการจัดกระบวนการการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เพื่อให้คนที่อาศัยอยู่เดิมได้มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ซึ่งคนเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่นั้นๆ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบัตเตอร์เวิร์ธ&amp;nbsp;การฟื้นฟูพัฒนาย่าน&amp;nbsp;เริ่มต้นด้วยการค้นหาจุดเด่นของพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการเริ่มต้นการสำรวจและการพูดคุยกับคนในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อค้นหาอัตลักษณ์และศักยภาพของพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp;ด้วยกระบวนการเดินสำรวจเมือง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้คนเข้าใจเมืองตนเองมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Parked&amp;nbsp;Angkera&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Deputy Director General of the Housing)จากประเทศกัมพูชา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การเจริญเติบโตของเมืองพนมเปญดึงดูดให้คนเข้ามาในเมืองมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับปัญหาของภาคชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรรมไม่สร้างรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงผลักดันประชากรให้เข้ามาในเมือง&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้คนในพนมเปญ&amp;nbsp;55%&amp;nbsp;ต้องเผชิญกับปัญหาความยากจน&amp;nbsp;การไม่มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชากรต้องอยู่ในสลัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับทางการไม่ยอมรับว่าในเมืองมีปัญหาคนจนที่อาศัยในสลัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับประเทศ&amp;nbsp;รัฐบาลมีแผนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;ยูนิตต่อปี &amp;nbsp;แผนการพัฒนานี้มีเป้าหมายเข้าถึงกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลได้ทำงานร่วมกับเอกชนเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐ (ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท) &amp;nbsp;เพื่อให้คนมีรายได้น้อยเข้าถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้หากเอกชนทำโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;รัฐบาลจะทำการสนับสนุนงบประมาณให้กับเอกชนด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Parked &amp;nbsp;กล่าวและบอกว่า &amp;nbsp;การจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;รัฐบาลจะมีแผนการพัฒนาแบบองค์รวม&amp;nbsp;เพื่อให้คนรายได้น้อย &amp;nbsp;ปานกลาง&amp;nbsp;รายได้สูง &amp;nbsp;สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของชุมชน&amp;nbsp;ขณะนี้ได้มีการร่างแผนการพัฒนาชุมชนและจะเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญต่อไป&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการประสานความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งเอกชน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และภาคีความร่วมมืออื่นๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Natalja&amp;nbsp;Wehmer&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากโครงการที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UN-Habitat)&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อไหร่ก็ตามที่คนพัฒนา&amp;nbsp;ประเทศนั้นก็จะพัฒนาไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันประชากร&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในประเทศต้องอาศัยอยู่ในสลัม&amp;nbsp;อยู่ในที่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี&amp;nbsp;เราจะทำอะไรกับปัญหานี้ได้หรือไม่&amp;nbsp;? &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;และปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตัดสินใจร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในการเข้าถึงที่ดิน&amp;nbsp;การเข้าถึงทรัพยากรจากภาครัฐ&amp;nbsp;เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;มีแผนเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;nbsp;มีเป้าหมายบรรลุภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;(SDGs&amp;nbsp;2030 Agenda)&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงที่รัฐบาลทุกรัฐบาลที่เป็นสมาชิก&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้การเห็นชอบในการดำเนินงานตามแนวทางนี้&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงของรัฐบาลในการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้&amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;ผู้มีรายได้น้อยจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง และตัวเองต้องลุกขึ้นมาพัฒนาตนเองด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผู้แทนสหประชาชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่เพียงแต่มีเป้าหมายเพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ยังมีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งทุกคนสามารถใช้เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเจรจาต่อรองกับหน่วยงานรัฐได้&amp;nbsp;ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งสิ้น&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว&amp;nbsp;จึงอยากให้แต่ละเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ละพื้นที่ได้วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของตนเอง&amp;nbsp;และพัฒนาต่อยอดเรื่องเหล่านี้ให้ไปสู่ระดับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่าเมืองต่างๆ ในประเทศไทยและในเอเซียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่จะเกิดขึ้นได้ก็จะเกิดการไล่รื้อ&amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้คน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ระบบโครงสร้างความสัมพันธ์ผู้คนในเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประชากรในโลกยังต้องอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง&amp;nbsp;บางเมืองคนมากกว่าครึ่งต้องอาศัยอยู่ในสลัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวโน้มความท้าทายของการพัฒนาในประเทศเอเชีย&amp;nbsp;จะเกิดการเคลื่อนย้ายผู้คนจากชนบทเข้าเมือง&amp;nbsp;รัฐบาลแต่ละประเทศมีแนวโน้มในการรวมศูนย์มากขึ้น&amp;nbsp;เกิดการไล่ที่&amp;nbsp;เกิดการอพยพย้ายถิ่นเพื่อทำมาหากิน&amp;nbsp;การอยู่อาศัยแบบปัจเจกมากขึ้น&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยอยู่ไกล&amp;nbsp;ต่างคนต่างอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่มีงบประมาณในการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;ใช้เรื่องที่อยู่อาศัยในการสร้างสถานภาพ&amp;nbsp;สร้างความเป็นพลเมืองให้กับผู้คนในเมือง คนสิงคโปร์มากกว่า&amp;nbsp;90 %&amp;nbsp;อาศัยอยู่ในแฟลต&amp;nbsp;หลายประเทศทั่วโลกอยากนำแนวทางนี้มาพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นต้นแบบ แต่โมเดลนี้ไม่ได้เหมาะสมกับทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเมืองไทย ได้มีกระบวนการคิดค้นเรื่องการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างก้าวหน้าและรวดเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือการแก้ไขปัญหาโดยประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องของที่อยู่อาศัยไม่ใช่สินค้า&amp;nbsp;ไม่ใช่ให้ใครมาสร้าง&amp;nbsp;แต่ที่อยู่อาศัยคือการสร้างชุมชน&amp;nbsp;ต้องให้คนในชุมชนเป็นหลักในการพัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุขกล่าวถึงเรื่องการพัฒนาเมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทิศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.เศรษฐกิจนำ&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กายภาพเป็นหลัก (ต้องมีชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเมืองที่ดี&amp;nbsp;สวยงาม )&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;คนและสังคมเป็นหลัก&amp;nbsp;ดังนั้นเมืองจะพัฒนาไปทำไมถ้าไม่พัฒนาเพื่อคนในเมือง&amp;nbsp;?&amp;nbsp;และให้ประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เชื่อมโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;วางแผน&amp;nbsp;และมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน &amp;nbsp;ซึ่งการทำเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;คือระบบการอยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องที่อยู่ที่นอน&amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างสิทธิขั้นพื้นฐานร่วมกัน&amp;nbsp;มีสวัสดิการ&amp;nbsp;มีสังคมร่วมกัน&amp;nbsp;ช่วยเหลือกัน&amp;nbsp;ชุมชนเป็นรากฐานของการสร้างเมือง&amp;nbsp;เป็นประชาชนที่ตื่นรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป&amp;nbsp;แต่เป็นการเปลี่ยนการพัฒนาใหม่&amp;nbsp;คนเดิม &amp;nbsp;ชุมชนเดิม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรับปรุงที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp;จัดพื้นที่ใหม่&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;inclusive&amp;nbsp;city&amp;nbsp;หมายถึงการที่คนทุกคนในเมืองได้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีที่อยู่อาศัยที่ดี &amp;nbsp;สวยงาม &amp;nbsp;ปลอดภัยในที่ดินเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเรื่องบ้านและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;จึงเป็นจุดเริ่มต้น &amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp;อย่างรอบด้าน&amp;nbsp;เป็นการสร้างระบบใหม่ของเมืองที่มีองค์ประกอบจากท้องถิ่น &amp;nbsp; ชุมชน &amp;nbsp;สถาบันการศึกษา &amp;nbsp;และภาคีอื่นๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในงานเสวนาครั้งนี้ &amp;nbsp;ในช่วงท้ายตัวแทนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนได้ร่วมกันมอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือ &amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้แก่ผู้แทนจากลาวที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ &amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;31,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14687</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, Thailand Social Expo 2018, ขบวนการองค์กรชุมชน, คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ, ชุมชน, นวัตกรรมชุมชน, บ้านประชารัฐ, พอช, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b6571b383c6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
