<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเตรียมส่งออกข้าว 44,000 ตัน ไปอิรักครั้งแรกในรอบ 7 ปีหลังถูกระงับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานการเตรียมส่งออกข้าวไทยจำนวน 44,000 ตันไปยังอิรักเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี เรียกคืนความเชื่อมั่นข้าวไทยในตลาดอิรัก โดยรัฐบาลพร้อมผลักดันภาคเอกชนและผู้ส่งออกไทย เปิดตลาดข้าวไทยในประเทศใหม่ๆ เพิ่มเติมจาก 3 ตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดพรีเมียม ตลาดทั่วไป และตลาดเฉพาะ ซึ่งการส่งออกข้าวไปอิรักในครั้งนี้ ยังจะส่งผลดีแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล ยังเปิดเผยว่า ข้าวขาว 100% ของไทยจำนวน 44,000 ตัน ซึ่งจะส่งออกไปในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ถือเป็นข้าวไทยล็อตแรกที่ถูกส่งออกไปยังตลาดอิรักในรอบ 7 ปี หลังจากที่อิรักได้ระงับการนำเข้าข้าวจากไทย ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้ ผู้ส่งออกไทยจะสามารถส่งออกข้าวไทยไปยังอิรักได้ต่อเนื่อง รวมทั้งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้ผู้ส่งออกไทยทำการตลาดสินค้าเกษตรไทยในประเทศเอเชีย ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่นๆอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์เร่งประชาสัมพันธ์ข้าวและสินค้าเกษตรไทยเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดโลก ทดแทนความต้องการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส่งออกข้าวไทย, อิรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d0327a5314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 23:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ประกาศยุติปฏิบัติการรบในอิรักสิ้นปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ได้ฤกษ์เสียที ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดทำเนียบขาวต้อนรับนายกฯ มุสตาฟา อัลคาดิมี ของอิรักเมื่อวันจันทร์ ประกาศความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิรักจะเข้าสู่ระยะใหม่ โดยทหารอเมริกันจะหยุดปฏิบัติการสู้รบในอิรักภายในสิ้นปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (ขวา) ให้การต้อนรับนายกฯ มุสตาฟา อัลคาดิมี ของอิรัก ที่ห้องทำงานรูปไข่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ (Photo by Iraqi Prime Ministry Press Office / Handout/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของผู้นำสหรัฐมีออกมาในช่วงเวลาที่อิรักยังคงเผชิญภัยคุกคามจากการผุดขึ้นใหม่ของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) และอิทธิพลอันทรงพลังของอิหร่านในอิรัก และเกิดขึ้นต่อจากการถอนกำลังทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการพบกันที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม ไบเดนย้ำว่า สหรัฐยังคงยึดมั่นกับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอิรัก ทหารสหรัฐในอิรักจะฝึก, ช่วยเหลือทหารอิรักในการปราบปรามไอเอส ขณะที่คาดิมีก็ย้ำกับไบเดนถึงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่า ไบเดนยืนยันอีกว่า ทหารอเมริกันที่มีอยู่ในอิรัก 2,500 นาย จะไม่เข้าร่วมในปฏิบัติการสู้รบอีกภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐส่งทหารรุกรานอิรักเพื่อโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน เมื่อ 18 ปีที่แล้ว แต่หลังจากกองกำลังพันธมิตรที่สหรัฐเป็นผู้นำ ปราบปรามนักรบไอเอสที่คุกคามอิรักลงได้เมื่อ 7 ปีก่อน สหรัฐก็เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับความช่วยเหลืออิรักในด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐกล่าวว่า จากนี้สหรัฐจะเพิ่มความช่วยเหลือด้านการจัดหาพลังงานไฟฟ้า, การต่อสู้กับโควิด-19, การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และให้การสนับสนุนการพัฒนาของภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนบอกกับคาดิมีด้วยว่า วัคซีนไวรัสโคโรนาที่ให้สัญญาไว้ 500,000 โดส จะส่งถึงกรุงแบกแดดในอีก 2-3 สัปดาห์หน้า นอกจากนี้ สหรัฐจะสนับสนุนการเลือกตั้งของอิรักในเดือนตุลาคม โดยร่วมมือกับอิรัก, กลุ่มประเทศความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ และองค์การสหประชาชาติ เพื่อรับประกันว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111335</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯมุสตาฟา อัลคาดิมีร, ยุติปฏิบัติการรบในอิรัก, อิรัก, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_61002d2d8344f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลดซ้ำ ไฟไหม้วอร์ดผู้ป่วยโควิด-19 ในอิรัก สังเวย64ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดโศกนาฏกรรมไฟคลอกผู้ป่วยโควิด-19 ในอิรักซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน เพลิงไหม้ที่คาดว่าเกิดจากถังออกซิเจนระเบิดที่วอร์ดรักษาผู้ป่วยโควิดในเมืองนาซิริยาห์เมื่อคืนวันจันทร์คร่าชีวิตผู้ป่วยอย่างน้อย 64 คน แต่เจ้าหน้าที่หวั่นยังมีศพติดอยู่ใต้ซากอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มควันและไฟพวยพุ่งจากวอร์ดรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ของโรงพยาบาลอัลฮุสเซนในเมืองนาซิริยาห์ของอิรักเมื่อเช้ามืดวันอังคารที่ 13 ก.ค. 2564 (Arshad Mohammed/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม 2564 กล่าวว่า เพลิงไหม้รุนแรงครั้งนี้เกิดที่วอร์ดสำหรับผู้ป่วยโควิด-16 ของโรงพยาบาลอัลฮุสเซน ในเมืองนาซิริยาห์ เมืองเอกของจังหวัดดิการ์ทางภาคใต้ของอิรัก เพลิงเกิดเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ โดยเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์กล่าวกันว่า ต้นเพลิงเกิดจากถังออกซิเจนระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากแผนกนิติวิทยาศาสตร์ดิการ์เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า เจ้าหน้าที่กู้ศพได้แล้ว 64 ศพ โดย 39 ศพที่สามารถระบุเอกลักษณ์บุคคลได้ถูกส่งมอบให้ครอบครัวแล้ว หน่วยแพทย์และญาติของผู้ประสบภัยพบว่าการระบุเอกลักษณ์บุคคลของศพที่เหลือทำได้ยาก เขาเตือนด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นเนื่องจากเกรงว่ายังมีศพอยู่ใต้ซากอาคารเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า วอร์ดผู้ป่วยโควิด-19 แห่งนี้มีขนาด 70 เตียง นอกจากผู้เสียชีวิต ยังมีผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้อีก 100 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ด้านนอกโรงพยาบาล คนหนุ่มหลายร้อยคนชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อจัดการกับการคอร์รัปชัน พวกที่รับผิดชอบในเหตุการณ์นี้ต้องถูกลงโทษ โดยต้องมีการสอบสวนอย่างโปร่งใส เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่ารัฐจริงจังกับการยุติโศกนาฏกรรมลักษณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีมุสตาฟา อัลคาดิมี ออกคำสั่งให้จับกุมผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแห่งนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงหลายร้อยคนยังปิดโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งในเมืองนาซิริยาห์ เพื่อกดดันให้ทางการเปิดใช้งานโรงพยาบาลรัฐแห่งใหม่ในเมืองนี้ที่เพิ่งสร้างเสร็จ และนายกฯ คาเดมี เพิ่งมาทำพิธีเปิดเมื่อเดือนที่แล้ว โรงพยาบาลแห่งนี้รับคนไข้ได้มากกว่า 400 เตียง แต่ยังไม่เปิดรับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ส่งต่อกันทางสื่อโซเชียลเผยภาพที่ผู้ประท้วงพ่นสเปรย์ประตูทางเข้าของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งว่า &amp;quot;ปิด ตามคำสั่งของประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีบาร์ฮัม ซาลีห์ กล่าวโทษความหายนะที่โรงพยาบาลอัลฮุสเซนว่า เป็นเพราะการคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่องและการบริหารจัดการที่ด้อยค่าชีวิตของชาวอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวถึงเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในกรุงแบกแดดเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยถึง 82 คน ทำให้บาดเจ็บ 110 คน เพลิงไหม้ครั้งนั้นมีสาเหตุจากถังออกซิเจนที่เก็บรักษาไม่ดีระเบิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไฟไหม้ครั้งนั้นกระพือความโกรธแค้นอย่างกว้างขวาง และทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อัสซัส อัลทามินี โดนพักงานและลาออกในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอิรัก ซึ่งเศรษฐกิจพึ่งพารายได้จากการขายน้ำมัน กำลังพยายามฟื้นตัวจากภัยสงครามและการโดนนานาชาติคว่ำบาตรมานานหลายทศวรรษ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอิรักขณะนี้มีมากกว่า 1.4 ล้านคน เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 17,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109568</URL_LINK>
                <HASHTAG>วอร์ดผู้ป่วยโควิด, อิรัก, เมืองนาซิริยาห์, โควิด-19, โรงพยาบาลอัลฮุสเซน, ไฟไหม้โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed5f9598ea5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด ไฟไหม้รพ.โควิดในอิรักดับ82ศพ คาดถังออกซิเจนระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไฟไหม้โรงพยาบาลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อคืนวันเสาร์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 82 คน คาดต้นเพลิงเกิดจากถังออกซิเจนระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพด้านนอกโรงพยาบาลอิบนัลคาติบในกรุงแบกแดดที่เกิดเพลิงไหม้เมื่อคืนวันเสาร์ (Photo by Murtadha Al-Sudani/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลอิบนัลคาติบ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ชานกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 24 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของกระทรวงมหาดไทยอิรักเมื่อวันอาทิตย์ ปรับเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดในอัคคีภัยครั้งนี้ว่ามีไม่น้อยกว่า 82 คน และมีคนบาดเจ็บอีก 110 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหล่งข่าวทางการแพทย์เผยกับเอเอฟพีว่า ต้นเพลิงมาจากระเบิดที่เกิดจากความผิดพลาดในการเก็บถังออกซิเจนของโรงพยาบาล ขณะที่บีบีซีรายงานว่าต้นเพลิงเกิดจากถังออกซิเจนถังหนึ่งระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานป้องกันพลเรือนอิรักเผยว่า ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่มีระบบป้องกันไฟไหม้ และเพดานของโรงพยาบาลไม่ได้ใช้วัสดุทนไฟ ทำให้ไฟลามไปไหม้วัสดุติดไฟง่ายในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวทางการแพทย์อีกคนเผยว่า โรงพยาบาลแห่งนี้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีอาการหนักมากในห้องไอซียู 30 ราย และมีญาติผู้ป่วยหลายสิบคนที่มาเฝ้าผู้ป่วยอยู่ข้างเตียง เกิดไฟไหม้เมื่อกลางดึกวันเสาร์ จากนั้นไฟลุกลามไหม้หลายชั้นของโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนอิรักเผยว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ขณะเกิดไฟไหม้ต้องนำตัวออกจากห้องไอซียู ทำให้ต้องถอดเครื่องช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตคนอื่นจากหายใจไม่ออกเนื่องจากสำลักควัน สมาชิกของหน่วยป้องกันภัยพลเรือนช่วยผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยได้ 90 คน จากทั้งหมด 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมของอิรักถึงวันพุธที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อ 1,025,288 ราย เป็นประเทศอาหรับที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด และเสียชีวิตจากติดเชื้อไวรัสนี้ 15,217 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิรักเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เมื่อเดือนที่แล้ว โดยได้รับวัคซีนเกือบ 650,000 โดส จากหลายบริษัท ส่วนใหญ่ได้รับจากการบริจาคหรือผ่านทางโครงการโคแว็กซ์&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุขอิรักเผยว่า ถึงวันพุธ ชาวอิรักรับการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 274,343 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถังออกซิเจนระเบิด, อิรัก, แบกแดด, โควิด-19, ไฟไหม้โรงพยาบาลรักษาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_608532e77a09e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 22:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มฆ่าตัวตาย2ครั้งซ้อนในกรุงแบกแดด ตาย32 เจ็บเกิน100</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือระเบิดฆ่าตัวตายกดชนวนระเบิดกลางตลาดนัดในกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อวันพฤหัสบดี จากนั้นมือระเบิดคนที่ 2 กดบึ้มซ้ำสังหารพวกที่เข้ามาช่วยเหลือเหยื่อ ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตรวม 32 ราย บาดเจ็บมากกว่า 100 ราย เผยเป็นเหตุโจมตีนองเลือดที่สุดในเมืองหลวงในรอบ 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองกำลังความมั่นคงอิรักตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนกลางตลาดนัดในกรุงแบกแดดเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยของอิรักเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคมว่า มือระเบิดโจมตีภายในตลาดนัดที่ผู้คนพลุกพล่านในจัตุรัสทายารัน มือระเบิดคนแรกเรียกร้องความสนใจจากผู้คนในตลาดนั้นด้วยการอ้างว่าป่วย ก่อนที่จะกดชนวนเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตาย และเมื่อผู้คนเข้ามาช่วยเหลือเหยื่อระเบิด มือระเบิดฆ่าตัวตายรายที่ 2 ก็กดระเบิดซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลาดนัดขายเสื้อผ้ามือสองแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้ที่เข้ามาจับจ่ายสินค้าภายหลังรัฐบาลยกเลิกมาตรการจำกัดเพื่อควบคุมไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศเกือบตลอดทั้งปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ผู้ที่เสียชีวิต 32 คนนั้นตายในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บ 110 คนส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและออกจากโรงพยาบาลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เป็นการโจมตีนองเลือดที่สุดในกรุงแบกแดดนับแต่เดือนมกราคม 2561 ที่มือระเบิดฆ่าตัวตายสังหารเหยื่อมากกว่า 30 คนในจัตุรัสเดียวกันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ที่ผ่านมาการระเบิดฆ่าตัวตายเป็นวิธีโจมตีของพวกกลุ่มญิฮาดิสต์ ซึ่งช่วงหลังคือพวกสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงแบกแดด, ระเบิดฆ่าตัวตาย, อิรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60099bcf46ef2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านก่อกวนบ่อย สหรัฐส่งระบบมิสไซล์แพทริออตวางกำลังในอิรัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตมาวางกำลังที่ฐานทัพหลายแห่งในอิรัก เพื่อปกป้องทหารอเมริกัน ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีจากมิสไซล์อิหร่านเมื่อไม่นานมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม อ้างแหล่งข่าวทางทหารของทั้งสหรัฐและอิรักว่า กลุ่มอาวุธแพทริออตหน่วยหนึ่งถูกส่งมาวางกำลังที่ฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า แพทริออตอีกหน่วยหนึ่งถูกวางกำลังไว้ที่ฐานทัพในเมืองอาบิล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเขตปกครองตนเองของชาวเคิร์ด แพทริออตอีก 2 หน่วยที่จะส่งมาวางกำลังที่อิรักเช่นกันขณะนี้ยังอยู่ในคูเวต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐและอิรักเจรจาต่อรองกันเรื่องการวางระบบป้องกันภัยทางอากาศมาตั้งแต่เดือนมกราคม เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อิหร่านยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีฐานทัพไอน์อัลอาซัดในภาคตะวันตกของอิรัก ที่ทหารอเมริกันและทหารต่างชาติในกองกำลังผสมประจำการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีความชัดเจนว่า สุดท้ายแล้วสหรัฐได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลอิรักให้ส่งกลุ่มอาวุธเหล่านี้มาประจำการที่อิรักได้หรือไม่ ระบบแพทริออตนี้ประกอบด้วยเรดาร์ความแม่นยำสูงและมิสไซล์สกัดกั้นที่สามารถทำลายขีปนาวุธที่ยิงมาโจมตีได้กลางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิรักขัดขวางการวางกำลังแพทริออตของสหรัฐด้วยเกรงว่า อิหร่าน เพื่อนบ้านที่ทรงอิทธิพลที่เป็นคู่ปรับของสหรัฐ จะมองว่ากลุ่มอาวุธของสหรัฐเป็นภัยคุกคาม ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวในกองทัพสหรัฐรายหนึ่งที่รับรู้เรื่องการเจรจา บอกกับเอเอฟพีว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิรักที่พบกับพลเอกเคนเนธ แม็กเคนซี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางของสหรัฐ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แนะนำว่า สหรัฐควรช่วยให้อิรักมีข้ออ้างบังหน้าการวางกำลังกลุ่มอาวุธนี้ ด้วยการลดกำลังพลสหรัฐในอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ากองกำลังผสมนานาชาติที่สหรัฐเป็นแกนนำ ได้ถอนทหารของตนออกจากอิรักแล้วพอสมควร เมื่อวันจันทร์กองกำลังผสมเพิ่งถอนทหารออกจากฐานทัพในเมืองโมซุล ซึ่งเป็นการถอนกำลังจากฐานทัพแห่งที่ 4 ของอิรักในเดือนมีนาคม เจ้าหน้าที่จากกองกำลังผสมกล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดคือการสนับสนุนกองทัพอิรักในการต่อสู้กับนักรบญิฮาดต่อไป โดยใช้กำลังน้อยลงจากฐานทัพไม่กี่แห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61638</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, ระบบป้องกันภัยทางอากาศ, อิรัก, แพทริออต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐจัดหนัก เอาคืนจรวดถล่มฐานทัพในอิรักฆ่าทหารอเมริกัน-อังกฤษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เสียวตอบโต้บานปลายรอบใหม่ รัฐบาลอิรักและยูเอ็นรีบประณามเหตุการณ์ยิงจรวดโจมตีฐานทัพอากาศในอิรัก ฆ่าทหารอเมริกัน 2 นายและอังกฤษ 1 นาย สหรัฐโทษกองกำลังชีอะห์ใกล้ชิดอิหร่าน ไม่กี่ชั่วโมงคล้อยหลังส่งเครื่องบินรบถล่มฆ่านักรบพวกพ้องอิหร่าน 26 คนในซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การยิงจรวดหลายลูกถล่มฐานทัพอากาศทาจิ ทางเหนือของกรุงแบกแดดเมื่อวันพุธที่ 11 มีนาคม เป็นการโจมตีฐานทัพของกองกำลังผสมในอิรักที่สหรัฐเป็นแกนนำ ครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี และเกิดไม่ถึง 3 เดือนหลังเหตุการณ์ยิงจรวดสังหารทหารสัญญาจ้างของสหรัฐเสียชีวิต 1 คนในภาคเหนือของอิรัก อันนำไปสู่การตอบโต้ล้างแค้นกันระหว่างสหรัฐกับอิหร่านโดยมีอิรักเป็นสนามประลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลอิรักและองค์การสหประชาชาติซึ่งหวั่นเกรงสถานการณ์บานปลาย ต่างรีบแถลงประณามการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ โดยกองบัญชาการทหารอิรักกล่าวว่าเป็นการท้าทายด้านความมั่นคงอย่างร้ายแรง และรับปากว่าจะเปิดการสอบสวน ส่วนประธานาธิบดีบาร์ฮัม ซาเลห์ และโมฮัมเหม็ด อัลอัลบุสซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประณามว่าเป็นการก่อการร้ายต่ออิรักและความมั่นคงของอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้แทนยูเอ็นในอิรักเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด การโจมตีที่ดำเนินอยู่นี้เป็นภัยคุกคามที่มีนัยสำคัญและชัดเจนต่ออิรัก และความเสี่ยงจากการกระทำแหกกฎโดยกลุ่มติดอาวุธยังคงเป็นเรื่องน่าห่วงกังวลเสมอ &amp;quot;สิ่งสุดท้ายที่อิรักต้องการคือการถูกใช้เป็นสนามสำหรับการล้างแค้นและการสู้รบจากภายนอก&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีด้วยจรวดไม่ทราบที่มา 18 ลูกเมื่อวันพุธ เป็นการโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐในอิรักครั้งที่ 22 นับแต่ปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ฐานทัพอากาศทาจิแห่งนี้เป็นที่ตั้งทางทหารหนึ่งในประมาณ 12 แห่งของกองกำลังผสมในอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังผสมยืนยันว่ามีทหารเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บอีกราว 12 นาย ขณะกองทัพอังกฤษยืนยันเช่นกันว่ามีทหารเสนารักษ์ของอังกฤษเสียชีวิต 1 นาย เจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีว่า มีทหารอเมริกัน 1 นาย และทหารสัญญาจ้างชาวอเมริกัน 1 นายเสียชีวิตด้วย แต่ยังไม่มีรายงานว่ามีทหารอิรักบาดเจ็บล้มตายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศว่าอยู่เบื้องหลังการยิงจรวดเมื่อวันพุธ แต่สหรัฐกล่าวโทษกลุ่มฮาชิด อัลชาบี ของอิรักที่เป็นกองกำลังทหารกึ่งบ้านแนวทางแข็งกร้าวว่าก่อเหตุโจมตีลักษณะเดียวกันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มฮาชิดเป็นโครงข่ายกลุ่มติดอาวุธที่ส่วนใหญ่เป็นชีอะห์ หลายคนมีความใกล้ชิดกับอิหร่าน และได้เข้าร่วมกับกองทัพอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย สหรัฐกล่าวโทษกลุ่มคาเต็บ ฮิซบุลเลาะห์ ที่เป็นพวกเดียวกับอิหร่าน ว่าโจมตีฐานทัพแห่งหนึ่งทางเหนือของอิรัก ทำให้ทหารสัญญาจ้างชาวอเมริกันเสียชีวิต 1 นาย เพื่อตอบโต้ สหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศในภาคตะวันตกของอิรัก ฆ่านักรบกลุ่มนี้ไป 25 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่วันต่อมา สหรัฐส่งโดรนโจมตีรถคันหนึ่งใกล้สนามบินแบกแดด สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน และอาบู มะห์ดี อัลมูฮันดิส รองผู้บัญชาการกลุ่มฮาชิด การฆ่านายพลคนสำคัญทำให้อิหร่านเอาคืนด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพของสหรัฐในภาคตะวันตกของอิรัก แม้ไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิต แต่ทหารหลายสิบนายได้รับบาดเจ็บทางสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรียเผยว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังการโจมตีเมื่อวันพุธ กองกำลังผสมส่งเครื่องบิน 3 ลำโจมตีทางอากาศในซีเรีย ฆ่านักรบอิรักที่เป็นพวกเดียวกับอิหร่านไป 26 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59615</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าทหารอเมริกัน, จรวดถล่มฐานทัพ, ฐานทัพอากาศทาจิ, อิรัก, โจมตีทางอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
