<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดข่าวนั่งเก้าอี้เอง ทำเนียบขาวยัน &#039;อิวานกา ทรัมป์&#039; แค่ร่วมสรรหา ปธ.เวิลด์แบงก์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเนียบขาวปฏิเสธข่าวที่ว่า สหรัฐจะเสนอชื่ออิวานกา ทรัมป์ บุตรีของประธานาธิบดี รับตำแหน่งประธานเวิลด์แบงก์คนใหม่ เผยรัฐบาลแค่ดึงเธอมาในกระบวนการสรรหาประธานคนใหม่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อิวานกา ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จิม ยองคิม ประธานธนาคารโลกประกาศว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีนี้ ทั้งที่การดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของเขาจะสิ้นวาระในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจสซิกา ดิตโต รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว แถลงว่า สตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมิก มัลวานีย์ หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว ขอให้อิวานกา ทรัมป์ ช่วยจัดการในกระบวนการที่สหรัฐจะเสนอชื่อประธานธนาคารโลกคนใหม่ เนื่องจากอิวานกาทำงานใกล้ชิดกับประธานธนาคารโลกคนปัจจุบันในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนรายงานก่อนหน้านี้ที่บอกว่าสหรัฐจะเสนอชื่ออิวานกา ทรัมป์ เป็นประธานธนาคารโลกคนใหม่นั้นไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ของอังกฤษรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเสนอชื่อบุตรสาวและที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือนิกกี เฮลีย์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ เป็นแคนดิเดตของสหรัฐในตำแหน่งประธานธนาคารโลกแทนจิม&amp;nbsp; ยองคิม ส่วนรายชื่ออื่นที่ได้รับการคาดหมายรวมถึงมาร์ก มัลพาสส์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลัง ฝ่ายกิจการต่างประเทศ และมาร์ก กรีน หัวหน้าหน่วยงานอินเตอร์เนชันแนล ดีเวลลอปเมนต์ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กรรมการบริหารธนาคารโลกเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จะเริ่มรับการเสนอชื่อประธานคนใหม่ในช่วงต้นเดือนหน้า และจะประกาศรายชื่อประธานคนใหม่ในกลางเดือนเมษายน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26659</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิม ยองคิม, ธนาคารโลก, ประธานเวิลด์แบงก์, อิวานกา, อิวานกา ทรัมป์, เวิลด์แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3de649aad26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลประโยชน์ทับซ้อน? จีนอนุมัติเครื่องหมายการค้า &#039;อีวานกา&#039; เพิ่ม ก่อนทรัมป์ผ่อนปรนให้ ZTE</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ครหาผลประโยชน์ทับซ้อนตามเล่นงานตระกูลทรัมป์อีกครั้ง กลุ่มนักเคลื่อนไหวพลเมืองที่ตามตรวจสอบจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเผย ทางการจีนเพิ่งอนุมัติเครื่องหมายการค้าของ &amp;quot;อีวานกา ทรัมป์&amp;quot; เพิ่มอีก 5 ชนิดเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นไม่กี่วันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ตัดสินใจปุบปับผ่อนปรนการลงโทษบริษัทแซดทีอีของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีวานกา ทรัมป์ แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 กล่าวว่า การอนุมัติเครื่องหมายการค้าของบริษัท อีวานกาทรัมป์มาร์กส์ จำกัด ของอีวานกา ทรัมป์ บุตรีคนโตของประธานาธิบดีสหรัฐเพิ่มเติมในครั้งนี้ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ในตระกูลทรัมป์ที่เกี่ยวโยงกับจีน ทำให้กลุ่มพลเมืองเพื่อความรับผิดชอบและจริยธรรมในวอชิงตัน (CREW) ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรตรวจสอบจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐแห่งนี้เปิดเผยว่า การอนุมัติเครื่องหมายการค้า 5 รายการ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม หรือ 1 สัปดาห์ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะอะลุ่มอล่วยให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่จากจีนแห่งนี้ ซึ่งถูกสหรัฐลงโทษเนื่องจากฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านและเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของ CREW ระบุว่า บริษัทของอีวานกายื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเหล่านี้ในจีนเมื่อเดือนมีนาคม 2550 ซึ่งจะทำให้บริษัทของเธอได้สิทธิ์ประทับตราเครื่องหมายการค้าบนสินค้าหลากหลายชนิด ตั้งแต่แผ่นรองกันลื่นในห้องน้ำ, สิ่งทอ และผ้าห่มเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักธุรกิจหญิงรายนี้ได้รับการแต่งตั้งโดยพ่อของเธอ ให้เป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดี ธุรกิจของเธอสร้างกำไรจากสินค้าหลากหลายชนิดที่มีจีนเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ โดยบริษัท อีวานกาทรัมป์มาร์กส์ จำกัด ถือสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าที่ขายในจีนอยู่แล้วมากกว่า 12 รายการ&amp;nbsp; และยังมีอีกหลายรายการที่รอการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์ได้เสนอให้รัฐบาลออกคำสั่งห้ามขายเทคโนโลยีที่สำคัญของสหรัฐแก่บริษัท แซดทีอี ของจีน คำสั่งห้ามนี้มีเป้าหมายเพื่อลงโทษบริษัทจีนแห่งนี้ กรณีที่แซดทีอีออกคำชี้แจงเท็จเกี่ยวกับการดำเนินการของบริษัทเกี่ยวเนื่องกับการขายสินค้าให้อิหร่านและเกาหลีเหนือที่ละเมิดกฎหมายคว่ำบาตร 2 ประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้ซึ่งมีลูกจ้างมากถึง 80,000 คนเผยว่า การดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐอาจทำให้บริษัทถึงขั้นล้มละลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทรัมป์ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า เขากำลังร่วมมือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน เพื่อช่วยให้แซดทีอีดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และส่วนหนึ่งก็จะช่วยรักษาการจ้างงานลูกจ้างชาวจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีของทรัมป์ต่างจากช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 ที่เขามักกล่าวหาวิธีทำการค้าของจีนว่ากำลังทำลายการจ้างงานคนอเมริกัน คำประกาศของเขาสร้างความงุนงงแก่หลายคนในวอชิงตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีนี้เองทรัมป์ได้เพิ่มแรงกดดันทางการค้าต่อรัฐบาลจีน โดยเฉพาะหลังจากประกาศขึ้นภาษีศุลกากรนำเข้าเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% เมื่อเดือนมีนาคม ทรัมป์ยังขู่ซ้ำๆ ในช่วงหลายสัปดาห์ต่อจากนั้นว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็นมูลค่าสูงถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์ และทำให้รัฐบาลจีนขู่จะใช้มาตรการตอบโต้แบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันศุกร์ที่แล้ว ทรัมป์เผยว่าเขาบรรลุข้อตกลงเพื่อจะช่วยให้แซดทีอีดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยจะยกเลิกมาตรการลงโทษบางอย่างเพื่อแลกกับการค้ำประกัน ทำให้สมาชิกพรรคเดโมแครตรวมถึงรีพับลิกันบางส่วนเป็นเดือดเป็นแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์นี้รัฐบาลทรัมป์เตรียมส่งผู้แทนทางการค้าไปกรุงปักกิ่ง เพื่อเจรจาผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10274</URL_LINK>
                <HASHTAG>CREW, จีน, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ลูกทรัมป์, อิวานกา, อีวานกา ทรัมป์, เครื่องหมายการค้า, แซดทีอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d59790f4d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
