<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภิรัชต์-จักรทิพย์&#039;ลงใต้ &#039;ไทยโพสต์&#039;เยียวยา3.6ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ขอ ปชช.ชายแดนใต้อดทน &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สั่งใช้มาตรการเชิงรุก กำชับ กอ.รมน.ภาค 4 ทำทุกขั้นตอนตาม กม. &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; เผยคุม 11 ผู้ต้องสงสัยสอบเอี่ยวยิงถล่ม ชรบ.ลำพะยา &amp;quot;ศอ.บต.&amp;quot; เร่งเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย &amp;quot;ไทยโพสต์&amp;quot; ร่วมกับ &amp;quot;ผู้อ่าน&amp;quot; ส่งมอบเงิน 3.6 ล้านโครงการ &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; ช่วย 15 ครอบครัวผู้เสียชีวิตและ 5 ผู้บาดเจ็บชาวลำพะยา &amp;quot;ทหารพราน&amp;quot; บุกทลายเพิงพักกลุ่มก่อความไม่สงบบนเทือกเขาตะเว จ.นราธิวาส &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; ป่วนคนร้ายยิงผัวเมียดับ ลูกสาววัย 2 ขวบบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นหลายพื้นที่เพื่อจับผู้ก่อเหตุยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต.ลำพะยา จ.ยะลา ว่าเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ประชาชนรับรู้แล้ว แต่ก็ขอให้อดทน เพราะเจ้าหน้าที่ต้องการที่จะจับผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งขณะนี้ก็ตามจับได้จำนวนมากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ที่ห้องประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงถล่มป้อมจุดตรวจ ชรบ.ที่เกิดขึ้น ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ที่ลงมาในพื้นที่ล่าช้าเนื่องจากให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงได้ทำงานอย่างเต็มที่ ติดตามความคืบหน้าคดี ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างมาก ทั้งการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน การควบคุมผู้ต้องสงสัยได้หลายคน และการออกหมายจับผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนในการควบคุมให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการพูดคุยกระบวนการสันติสุข พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เป็นในส่วนของการพูดคุย ก็คุยกันไป ทางกองทัพบกก็ได้เตรียมมาตรการของกองทัพบกไว้แล้ว คณะผู้คุยก็เป็นคณะของการพูดคุยไป ก็พยายามที่จะคิดกับประเทศเพื่อนบ้านในฐานะมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมานาน พยายามทุกอย่างที่จะใช้การเจรจาในหลายๆ ระดับ ทั้งระดับรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้พูดจาหารือทุกครั้งที่มีการพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็ยังเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่ยังไม่มีความเข้าใจ ตนเชื่อว่าถ้าเราไม่ถอย ร่วมมือร่วมใจกัน เข้าใจกัน ในฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่โทษใคร เชื่อว่าสถานการณ์ต้องดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในประเทศ ไม่ใช่ปัญหาต่างชาติ เคยชี้แจงแล้วว่ามีหลายกลุ่มพยายามดึงเข้าสู่ระดับชาติ ระดับโลก เราไม่เคยแบ่งแยก ทุกวันนี้เชื่อว่าข้าราชการที่มาปฏิบัติหน้าที่กำลังเรียนรู้ ต้องใช้เวลา ถือว่าทุกท่านเสียสละมาทำงานในพื้นที่แห่งนี้&amp;quot; ผบ.ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์กำชับให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เข้มงวดการรักษาความปลอดภัยและดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้มาตรการเชิงรุกประสานงานบูรณาการกับทุกภาคส่วนเข้าดูแลความปลอดภัยพื้นที่ชุมชนล่อแหลม เพื่อสร้างความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีมีผู้ไม่หวังดีสร้างข้อมูลเท็จและเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียด้วยการนำภาพ พล.อ.อภิรัชต์ ไปประกอบข้อความที่ไม่เป็นจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภาพประกอบข้อความดังกล่าวอาจส่งผลให้สังคมเข้าใจผิดและเข้าข่ายในลักษณะ Fake News (ข่าวปลอม) ว่ากองทัพบกยืนยัน พล.อ.อภิรัชต์ไม่เคยให้ความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว ขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อหรือส่งต่อ เพราะเป็นการสร้างข้อความเท็จ และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งกองทัพบกจะพิจารณาส่งข้อมูลให้ Anti Fake News Center ดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมาย รวมทั้งสืบหาต้นตอของการกระทำผิดต่อไป
สอบ 11 ผู้ต้องสงสัยยิง ชรบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมืองฯ จ.ยะลา แถลงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจุดตรวจ ชรบ.ต.ลำพะยา จ.ยะลา ร่วมกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4, พล.ท.สมพล ปานกุล แม่ทัพน้อยที่ 4, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4, นายอิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต., นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผวจ.ยะลา, พล.ต.ท.รณศิลป์ &amp;nbsp;ภู่สาระ ผบ.ภ.9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ในวันที่คนร้ายยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จากการตรวจที่เกิดเหตุเชื่อว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 40 คน รวมทั้งผลตรวจปลอกกระสุนปืนยิงมาจากอาวุธปืนจำนวน &amp;nbsp;25 กระบอก พบประวัติเคยก่อเหตุคดีความมั่นคงจำนวน 17 กระบอก ในพื้นที่ อ.เมืองฯ อ.กรงปินัง อ.บันนังสตา อ.ยะหา อ.กาบัง ของ จ.ยะลา, อ.เมืองฯ &amp;nbsp;อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก อ.ยะหริ่ง ของ &amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี, &amp;nbsp;และ อ.เทพา ของ จ.สงขลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ยังพบรอยเลือด 5 รอยที่ไม่ตรงกับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นของคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ซึ่งรอยเลือด 5 รอยระบุได้ 1 คน คือ นายซะอุดี ติงอุเซ็ง ตามที่กล่าวมาแล้ว ส่วนรอยเลือดอีก 4 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อระบุตัวบุคคล รอตรวจเปรียบเทียบ จำนวน 5 โปรไฟล์ ส่วนระเบิดที่วางเสาไฟ 3 จุด มีตำหนิของเอกลักษณ์ที่ตรงกันทั้ง 3 ลูก จึงเชื่อว่าประกอบพร้อมกัน โดยบุคคลเดียวกัน&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า ในพื้นที่บาตัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถาม วันที่ 8-9 พ.ย.62 ควบคุมตัว 11 คน ปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาแล้ว 6 คน บางส่วนผลการซักถามรับสารภาพ 14 พ.ย.62 จึงขยายผลตรวจค้นควบคุมตัวเพิ่มเติม 6 คน และอยู่ระหว่างซักถามขยายผล และพิสูจน์ทราบคำซักถาม รวม 11 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า หลังการพระราชทานเพลิงศพของ ชรบ.ทั้ง 15 คนที่เสียชีวิตจากการโจมตีของคนร้ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนจะจบสิ้นไปแล้ว แต่ในเรื่องของการช่วยเหลือครอบครัวของผู้สูญเสียยังเพิ่งเริ่มต้น สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นมีการจ่ายเงินเยียวยาศพละ 500,000 บาท ตามระเบียบของการช่วยเหลือ รวมทั้งการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 5 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญคือการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบหรือสูญเสีย รวมทั้งเยียวยาสังคมในพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้นได้มีการลงพื้นที่สอบถามแต่ละครอบครัวผู้สูญเสีย เพื่อที่จะได้เยียวยาได้ตรงเป้าหมาย เช่น ในเรื่องการศึกษาบุตร-ธิดา ที่ต้องส่งให้เรียนจบปริญญาตรี หรือจนถึง 25 ปี ในส่วนที่ไม่มีอาชีพก็จะต้องหาอาชีพที่มั่นคง เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เรื่องของการศึกษา อาชีพ การมีชีวิตอยู่ด้วยความมั่นคงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยียวยาสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของคนในพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องมีการเยียวยาสภาพจิตใจของคนในสังคม และต้องสร้างความเข้าใจระหว่างคนในสังคมที่อาจจะยังมีความหวาดระแวงกับสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;quot; พล.ร.ต.สมเกียรติกล่าว
&amp;#39;เราไม่ทิ้งกัน&amp;#39;มอบเงิน3.6ล.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา จ.ยะลา ได้มีการมอบเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จนมีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 คน โดยในงานดังกล่าวมีญาติผู้เสียชีวิต 15 &amp;nbsp;รายและผู้บาดเจ็บอีก 4 คน มารับมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาตามโครงการ &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; ที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้เปิดรับบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือเยียวยาผู้สูญเสีย ซึ่งได้มีผู้อ่านไทยโพสต์จำนวนมากร่วมบริจาคเงิน และพนักงานหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ร่วมบริจาคเงินสมทบ เป็นจำนวนเงิน 3,600,000 บาท ซึ่งต่อมาหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้โอนเงินบริจาคทั้งหมดผ่านนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เพื่อให้นำไปมอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานมีประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากหลายภาคส่วน เช่น ทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา และประชาชน มาร่วมงานดังกล่าวจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษ์ศักดิ์กล่าวตอนหนึ่งขณะมอบเงินเยียวยาต่อญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลลำพะยามีความสามัคคีรวมใจกันเป็นหนึ่ง แม้จะมีความหลากหลายในชุมชน แต่ก็มีความผูกพันความรักสามัคคีกัน มีน้ำใจให้ต่อกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์สูญเสียดังกล่าวที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จะพบว่าทุกคนต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และความสามัคคีกันดังกล่าวของชุมชน สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้คนที่คิดไม่ดี ต้องการให้เกิดความแตกแยกในชุมชน ก็ไม่เกิดขึ้น เพราะปรากฏว่ามีแต่การให้กำลังใจซึ่งกันและกันมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังเกิดเหตุดังกล่าวเราได้ผู้ใหญ่ใจดี คือคุณโรจ งามแม้น เจ้าของนามปากกา เปลว สีเงิน ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ &amp;nbsp;คอลัมนิสต์นักหนังสือพิมพ์อาวุโสผู้มีชื่อเสียงในวงการสื่อสารมวลชน ที่ต้องการให้กำลังใจกับประชาชนและญาติผู้สูญเสีย จึงเปิดรับเงินบริจาคโดยใช้ชื่อโครงการ คนไทยไม่ทิ้งกัน ซึ่งตอนแรกตั้งเป้าไว้ที่ 2 แสนบาท แต่ปรากฏว่าไม่กี่ชั่วโมงหลังมีการเปิดรับบริจาค ก็มีประชาชนจำนวนมากร่วมกันบริจาคเงินเข้ามา จนได้ล้านกว่าบาทในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดปิดรับเงินบริจาค ก็มีประชาชนจำนวนมากต่างมีน้ำใจบริจาคเงินจนได้เงิน 3 ล้าน 6 แสนบาท เพื่อนำมามอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในครั้งนี้&amp;quot; นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลากล่าวว่า เงินบริจาคที่มอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเฉลี่ยแล้วได้รายละ 175,000 บาท ส่วนอีกรายหนึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารหลักฐานอีก 1 ราย จึงมีการมอบให้กับผู้บาดเจ็บในงานดังกล่าว 4 ราย นอกจากนี้ก็มีการมอบเงินอีกส่วนหนึ่งในโครงการประมาณ 1 แสนบาท ให้กับนายทนง ไหมเหลือง นายกฯ อบต.ลำพะยา เพื่อเป็นค่าทำเมรุเผาศพชั่วคราว 9 เมรุ โลงศพ 9 โลง สำหรับ 9 ร่างวีรชนลำพะยา รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์ศักดิ์ยังได้บริจาคเงินส่วนตัวอีกส่วนหนึ่งให้กับนายก อบต.ลำพะยา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเยียวยาผู้สูญเสียด้วยเช่นกัน ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตหลายคนรวมถึง ชรบ.ที่ได้รับบาดเจ็บที่มาร่วมงานมอบเงินในโครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ หลายคนต่างฝากขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ และนายโรจ งามแม้น เจ้าของนามปากกา เปลว สีเงิน ที่เป็นสื่อกลางในการรับบริจาคเงินตามโครงการดังกล่าว และต่างฝากขอบคุณประชาชนจำนวนมากที่ร่วมกันแสดงน้ำใจบริจาคเงินช่วยเหลือครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นราธิวาส เวลา 15.33 น. เจ้าหน้าที่ทหารพรานสนธิกำลังร่วมกันปิดล้อมเทือกเขาตะเว ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดย ฉก.ทพ.48 ร่วมกับ ชป.ร้อย.ทพ.4809, 4811, 4814, 4804 เข้าพิสูจน์ทราบเป้าหมายที่ 4 บนเทือกเขาตะเว เป็นเพิงที่พักขนาดใหญ่ คาดว่าเป็นของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี เวลา 17.45 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ลอบยิงชาวไทยพุทธเสียชีวิต 2 ราย คือนายอนุกูล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี และนางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี ส่วน ด.ญ.จันทราการต์ อินทพรหม อายุ 2 ขวบ 7 เดือน ได้รับบาดเจ็บ บริเวณรอยต่อ ม.5 บ.ตุปะ ต.ควนโนรี และ ม.3 บ.ละโพะ ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากตลาดนัด หลังเกิดเหตุคนร้ายมุ่งหน้าเส้นทางชลประทานไปทาง บ.วังกว้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ท.รณศิลป์  ภู่สาระ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ท.สมพล ปานกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิสระ ละอองสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dceb9ee86cda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
