<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดอี-คอมเมิร์ซไทยมูลค่าแตะ 3 ล้านล้านบาทในปีนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อี-คอมเมิร์ซโตไม่หยุด ปี 61 มูลค่าแตะ 3 ล้านล้านบาท แต่ยังกระจุกตัวที่ B2B ด้าน ETDA ฟันธงซื้อขายสินค้าออนไลน์มาแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คาดว่ามูลค่าธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) ในปี 61 คิดเป็น 3,058,987.04 ล้านบาท ขยายตัว 8.76% จากปี 60 ที่มีมูลค่า e-Commerce ทั้งสิ้น 2,812,592.03 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่า E-Com merce ในปี 60 ส่วนใหญ่เป็นมูลค่าประเภท B2B ประมาณ 1,675,182.23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 59.56% รองลงมาเป็นมูลค่าประเภท B2C จำนวนมากกว่า 812,612.68 ล้านบาท หรือ 28.89% และส่วนที่เหลือราว 324,797.12 ล้านบาท หรือ 11.55% เป็นมูลค่าตามธุรกิจประเภท B2G ซึ่งเมื่อเทียบมูล ค่าอี-คอมเมิร์ซของปี 2560 กับปี 2559 จะพบว่ามูลค่าของประเภท B2B มีการเติบโตขึ้น 8.63% เช่นเดียวกับประเภท B2C ที่โตขึ้น 15.54%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แนวโน้ม e-Commerce ในปี 2561 จะเติบโตต่อเนื่อง โดย เฉพาะการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่กำลังเติบโต คือ วิดีโอช็อปปิ้ง, การใช้บิ๊กดาต้าวิเคราะห์ผู้บริโภค และการซื้อขายสินค้าและทรัพย์สินทางปัญญาด้วยบล็อกเชน ซึ่งเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปเจาะ ตลาดต่างประเทศ หากมีการส่งเสริมการขายและเลือกสรรผู้ประกอบการที่ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศในเชิงยุทธ ศาสตร์&amp;quot; นางสุรางคณากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลสำรวจมูลค่า e- Commerce ในไทยที่พบว่ามูลค่าสูงขึ้นทุกปี ETDA จึงเตรียมจัดตั้ง e-Commerce Park เพื่อพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นแรงงานในตลาดอี-คอมเมิร์ซต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ETDA, มูลค่าอีคอมเมิร์ซ, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, อี-คอมเมิร์ซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b57e5e8b789a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 00:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเอชแอล ขอชิงยอดลูกค้าตลาดอี-คอมเมิร์ซ หลังพบความต้องการโตพุ่ง 43% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีเอชแอล ขอชิงยอดลูกค้าตลาดอี-คอมเมิร์ซ เปิดตัวบริการจัดส่งสินค้าภายในวันเดียว เอาใจคนเมืองและย่านปริมณฑล หลังพบแนวโน้มความต้องการโตพุ่ง 43% ต่อปี พร้อมเร่งขยายจุดบริการครบ 1,000 สาขาสิ้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาร์ลส์ บรูเออร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เปิดตัวการให้บริการรับ-ส่งพัสดุด่วนภายในวันเดียว หรือ Same-day delivery ภายใต้ชื่อ ดีเอชแอล พาร์เซล เมโทร (DHL Parcel Metro) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงลูกค้าทั่วไป ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครอบคลุมไปยังจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ โดยค่าใช้จ่ายเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 100 บาท เชื่อว่าจะมีผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคคนเมืองอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากแนวโน้มของเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลกกำลังมีการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;หรือคาดการณ์กันว่าจะเติบโตมากขึ้นอีก 16 เท่า โดยเขตกรุงเทพฯ เองก็นับเป็นเมืองหลวงที่ตั้งสำคัญของประเทศไทย หรือดีจีพีมากกว่า 50% เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ คาดการณ์ว่าในอนาคตจำนวนประชากรจะมากกว่า 11 ล้านคน ขณะที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ส่งผลให้เกิดปริมาณการจัดส่งพัสดุที่เพิ่มมากขึ้น และพฤติกรรมของผู้บริโภคจะมีความต้องการด้านการจัดส่งพัสดุด่วนในเขตเมืองที่รวดเร็วทันใจภายในหนึ่งวันก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากการขยายตัวของเมืองแล้ว การเติบโตในเชิงมูลค่าอีคอมเมิร์ซของประเทศไทย ยังสูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือเฉลี่ยแล้วต่อปีเติบโต 20-25% และรักษาระดับการเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงสัดส่วนระหว่างการขายออนไลน์และอีคอมเมิร์ซยังอยู่ที่ 2.4% ยังมีโอกาสขยายมากถึง 3-4 เท่า ซึ่งก็นับเป็นโอกาสทางธุรกิจในส่วนของโลจิสติกส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมาจำนวนผู้บริโภคที่ต้องการใช้บริการรับ-ส่งพัสดุด่วนภายในวันเดียวจะสูงขึ้นกว่า 43% ต่อปี &amp;nbsp;และผู้ประกอบการที่สามารถให้บริการดังกล่าวได้จะเป็นผู้ได้เปรียบในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขณะเดียวกันทุกวันนี้ผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง และต้องใช้ชีวิตแข่งขันกับเวลามีความต้องการที่จะรับสินค้าออนไลน์ผ่านบริการจัดส่งแบบเร่งด่วนภายในหนึ่งวันเพิ่มมากขึ้น จุดเด่นของบริการ DHL Parcel Metro คือการรับ-ส่งพัสดุด่วนภายในวันเดียว การรับพัสดุที่มีน้ำหนักได้สูงสุดถึง 20 กิโลกรัม และการขยายเวลารับพัสดุจากสถานประกอบการถึงเวลาเที่ยงวัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขายและจัดส่งสินค้าได้ในปริมาณที่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและผู้ประกอบการในการเป็นทั้งจุดรับและฝากส่งพัสดุทั่วประเทศ ตั้งเป้าว่าจะเปิดจุดบริการ DHL ServicePoints มากกว่า 1,000 สาขาภายในสิ้นปี 2561 และภายในปี 2562 จะเพิ่มเป็น 2,500 จุด แม้ว่าผู้เล่นการจัดส่งพัสดุภายในวันเดียวจะมีอยู่ด้วยกันหลายราย แต่เชื่อว่าจะมีข้อแตกต่างที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ไม่เหมือนกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12617</URL_LINK>
                <HASHTAG>DHL ServicePoints, ดีเอชแอล, บริการรับ-ส่งพัสดุ, อี-คอมเมิร์ซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3a5abbd5cb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสซีจีลั่นยอดขายแพคเกจจิ้งโต 7% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอสซีจีลั่นยอดขายกลุ่มแพคเกจจิ้งโต 7% ในปีนี้ ชี้ตลาดอาเซียนโตต่อเนื่อง อี-คอมเมิร์ซช่วยหนุน พร้อมเตรียมงบลงทุน 3 พันล้านบาทเพิ่มกำลังการผลิตหนุนเดินเครื่องจักรต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค. 2561 - นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ในปี 2560 ที่ผ่านมาทำยอดขายได้ 81,000 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าว่าในปี 2561 นี้ ยอดขายจะเติบโตขึ้น 7% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการของตลาดอาเซียนเพิ่มมากขึ้น และการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงาน ที่จะให้มีการเดินเครื่องเครื่องจักรอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยจะใช้เงินลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่จะใช้ในการซ่อมแซมเครื่องจักรในทุกโรงงานด้วย ขณะเดียวกันจะเป็นการเติบโตจากการขายออนไลน์(อี-คอมเมิร์ซ) ที่ตั้งเป้าว่าจะเติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวจากปีก่อนที่ทำยอดขายได้ 100 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าการเติบโตของบริษัทในปีนี้ จะมากกว่าการเติบโตของตลาดอาเซียนที่คาดว่าจะอยู่ที่ 5-6% แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สัดส่วนรายได้ของบริษัทแบ่งเป็นในอาเซียนทั้งผลิตและส่งออกกว่า 30% แล้ว ซึ่งมั่นใจว่าในอนาคตจะมีเพิ่มมากขึ้นอีก เนื่องจากความต้องการมีเพิ่มมากขึ้น และเป็นตลาดใหญ่ระดับโลก ซึ่งคาดว่าในปีนี้มูลค่าของตลาดอาเชียจะอยู่ที่ประมาณ 1.61 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5% จากปีก่อน&amp;quot;นายธนวงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนวงษ์ อารีรัชชกุล, อาเซียน, อี-คอมเมิร์ซ, เอสซีจี, เอสซีจี แพคเกจจิ้ง, แพคเกจจิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba11b53f667.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2018 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2018 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ETDA ทุ่ม400ลบ. ไซเบอร์ซีเคียวริตี้แห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;เอ็ตด้า&amp;quot; เทงบ 400 ล้านบาท จัดระบบไซเบอร์ซีเคียวริตี้แห่งชาติ สร้างแพลตฟอร์ม-ตั้งสถาบันในอีอีซี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.61-นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;หรือ เอ็ตด้า (ETDA) เปิดเผยว่า ปี 2561 เอ็ตด้า ได้เตรียม 5 แผนงานหลักที่จะต้องเร่งทำในปีนี้ คือ 1.ภาระกิจด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ 2.อี-คอมเมิร์ซและดิจิทัลทัวริสซึม 3.แพลตฟอร์มวิดีโอ คอนเท้นต์ Durian 4.ดิจิทัล คอนเท้นต์ แอสโซซิเอทชั่น (Digital Content Association) และ5.เนชั่นแนล ดิจิทัล ไอดี (National Digital ID) โดยทุกแผนงานจะต้องมีโครงสร้างและรูปแบบการดำเนินงานที่ชัดเจนภายในกลางปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนงานที่มีความสำคัญและต้องเร่งดำเนินการคือ ภาระกิจด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยสำนักงานได้ใช้เงินงบประมาณจำนวน 400 ล้านบาท จากเงินงบประมาณประจำปี 2561 ทั้งหมด 700 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ในการจัดตั้งสถาบันไซเบอร์ซีเคียวริตี้ (Cybersecurity park) ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (EEC : Eastern Economic Corridor) โดยการพัฒนาระบบนิเวศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อนำไปสู่การสร้างผู้ประกอบการด้านนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกทั้งจะมีการสร้างแพลตฟอร์มไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและการพัฒนากำลังคนก็เป็นสิ่งสำคัญมากที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากญี่ปุ่นในการสร้างบุคลากรด้านนี้ เบื้องต้นจะต้องอบรมบุคลากรให้เข้าใจไซเบอร์ซีเคียวริตี้จำนวน 3,000 คน ภายในปีนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1679</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุรางคณา วายุภาพ, อี-คอมเมิร์ซ, เอ็ตด้า, ไซเบอร์ซีเคียวริตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a685d98c6ff3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
