<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ช้อปออนไลน์เพิ่มนับล้าน!! &#039;ลาซาด้า&#039; คาดปีนี้ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยทะลุ 2.2 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 มิ.ย.2563 นางสาวภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของลาซาด้าในช่วงล็อคดาวน์หรือเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ซื้อสินค้ารายใหม่ในไทยเป็นจำนวนหลายล้านราย และมีจำนวนผู้ขายรายใหม่ที่สามารถสร้างรายได้บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นกว่า 75% โดยในส่วนของแบรนด์และผู้ขายเพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์มลาซาด้ามากกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติกรรมของผู้ซื้อมีพบว่านักช้อปจำนวนมากใช้เวลาและซื้อสินค้าผ่านลาซาด้า หรือใช้เวลาบนแพลตฟอร์มลาซาด้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 30% ในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์ &amp;nbsp;โดยสินค้าเครื่องกีฬา ของเล่น อุปกรณ์สันทนาการกลางแจ้ง เครื่องครัวขนาดเล็ก เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงอุปกรณ์ออกกำลังกายนั้นมียอดขายพุ่งขึ้น 250- 500% คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2563 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะมีมูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านบาท สูงขึ้น 35% จากปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลยุทธ์ Shoppertainment คือการขยายฐานผู้บริโภคให้มากไปกว่าการซื้อขายสินค้า ผู้บริโภคสามารถใช้แพลตฟอร์มลาซาด้าในการชมไลฟ์สตรีมมิง เล่นเกมส์ หรือตามหาดีลสำหรับซื้อสินค้าในราคาดีๆ มองว่าช่วยยกระดับประสบการณ์ให้ผู้บริโภคด้วยรูปแบบสื่อโซเชียลที่สร้างการมีส่วนร่วม ทำให้มีจำนวนดิจิทัลเนทีฟ หรือกลุ่มคนที่เกิดและโตมาในยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว และผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่มาใช้บริการบนแอปพลิเคชันมากขึ้น เพื่อเชื่อมต่อกับแบรนด์โปรด และเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ต่างๆ เป็นประจำอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเอมิลี่ ลิว รองประธานอาวุโส ฝ่ายธุรกิจใหม่เชิงพาณิชย์ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไลฟ์สตรีมมิงกลายเป็นสิ่งที่ผูกติดกับกลยุทธ์ Shoppertainment ทำหน้าที่ผสมผสานการช้อปปิ้งเข้ากับความบันเทิง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรับชม เล่นสนุก และเพลิดเพลินได้อย่างง่ายดายที่บ้านของตัวเอง ด้วยการต่อยอดเทคโนโลยีของอาลีบาบา โดยลาซาด้ายังเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มแรกที่เปิดตัวฟีเจอร์ไลฟ์สตรีมมิ่งที่อยู่ภายในแอปพลิเคชันตั้งแต่ปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงล็อคดาวน์มีการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั่วไปบน LazLive มากกว่า 1,500 คอนเทนต์ต่อสัปดาห์ ขณะที่จำนวนไลฟ์พรีเซนเตอร์รายใหม่เพิ่มขึ้น 30% และไลฟ์คอนเทนต์เพิ่มขึ้น 25% &amp;nbsp;มีสินค้าที่ขายดีที่สุด ได้แก่ สินค้าในหมวดสุขภาพและความงาม เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าทั่วไป โดยจำนวนผู้เข้าชมรายวันเพิ่มขึ้น 13%จำนวนการคลิกเพิ่มขึ้น 30%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69029</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภารดี สินธวณรงค์, ลาซาด้า, อีคอมเมิร์ซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eead210d6c8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจซื้อขายออนไลน์แรง ‘ร้านหนังสือ-สิ่งพิมพ์’ร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิด 10 ธุรกิจดาวรุ่ง ธุรกิจแพลตฟอร์ม ที่เป็นตัวกลางซื้อขายออนไลน์มาแรงสุด กระโดดจากไม่เคยติดอันดับขึ้นมาครองแชมป์ ส่วนอีคอมเมิร์ซ เกม แอปพลิเคชัน โลจิสติกส์ ตามมาติดๆ อึ้งธุรกิจความเชื่อ พุ่งติดอันดับ 10 ส่วนดาวร่วง ร้านเช่าหนังสือครองแชมป์ ตามด้วยผลิตโทรศัพท์บ้าน แฟกซ์ ร้านเน็ต สิ่งพิมพ์ ไม่น่ารอด พร้อมจับตาร้านกาแฟ ชานม ในทำเลไม่ดีเสี่ยงเจ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลวิจัย 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่งและธุรกิจดาวร่วง ปี 2563 ที่ศึกษาโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ว่าธุรกิจที่จะเป็นดาวรุ่งในปี 2563 อันดับที่ 1 คือ ธุรกิจแพลตฟอร์ม (ธุรกิจตัวกลางหรือตลาดกลางทางด้านอิเล็กทรอนิกส์) เช่น ช้อปปี้, ลาซาด้า, ไลน์แมน, แกร็บฟู้ด เป็นต้น อันดับ 2 คือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและธุรกิจเทคโนโลยีและสารสนเทศและอุปกรณ์ รวมถึงผู้ให้บริการโครงข่าย 3.ธุรกิจเกมธุรกิจพัฒนาแอปพลิเคชัน 4.ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ ที่รับอานิสงส์การขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ 5.ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ที่มีคะแนนเท่ากัน 6.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและธุรกิจบนสตรีทฟู้ด 7.ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 8.ธุรกิจฟินเทค การชำระเงินผ่านระบบเทคโนโลยี และธุรกิจพลังงาน 9.ธุรกิจก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจที่ปรึกษากฎหมาย บัญชี และ 10.ธุรกิจความเชื่อ ธุรกิจเกี่ยวด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจแพลตฟอร์มมาแรงสุดในปี 2563 จากที่ปี 2562 ไม่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของธุรกิจดาวรุ่ง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง หันมาใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้น มีความเคยชินกับการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้น มีความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน และกระแสการพัฒนาแพลตฟอร์มทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงจุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าธุรกิจแพลตฟอร์มอาจมีความเสี่ยงในด้านการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากคู่แข่งในและต่างประเทศ ความไม่ชัดเจนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และด้านความปลอดภัยหรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนธุรกิจดาวรุ่งที่โดดเด่นอื่นๆ อย่างธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ได้รับผลดีจากการยกเลิกแอลทีเอฟ ทำให้เกิดโอกาสในการออมเพื่อลดหย่อนภาษี มีความต้องการซื้อประกันภัย เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงต่อบริษัทและครัวเรือน ประชาชนให้ความสำคัญในการออมระยะยาวมากขึ้น และไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีการวางแผนทางการเงินเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ธุรกิจบนสตรีทฟู้ด เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญรัฐบาลและภาคเอกชนมีนโยบายสนับสนุนการเปิดถนนคนเดิน เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว และเชื่อเสียงของประเทศด้านสตรีทฟู้ด ค่อนข้างมีชื่อเสียงในระดับโลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนธุรกิจความเชื่อ ที่ในปี 2562 ไม่ติด 1 ใน 10 ของธุรกิจดาวรุ่ง แต่มาติดในปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันคนจำนวนมากต้องการหาที่พึ่งยึดเหนี่ยวจิตใจทั้งด้านการงาน การเงิน ความรัก และความศรัทธา ประกอบกับความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่คู่กับอารยธรรมมาตลอด และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งต้องการเสริมบารมี และที่สำคัญลูกค้าบางกลุ่มพร้อมที่จ่ายในทุกราคาเพื่อสิ่งที่ตนเองเชื่อ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเสาวณีย์กล่าวว่า สำหรับ 10 อันดับธุรกิจร่วงปี 2563 ธุรกิจเช่าหนังสือ มาเป็นอันดับ 1 รองลงมา 2.ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐานและเครื่องโทรสาร 3.ธุรกิจร้านให้บริการอินเทอร์เน็ต 4.ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และวารสาร 5.ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ใช้แรงงาน และธุรกิจหัตถกรรมและเฟอร์นิเจอร์ไม้ 6.ธุรกิจการค้าแบบดั้งเดิม 7.ธุรกิจคนกลาง 8.ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้บรรจุข้อมูล 9.ธุรกิจดั้งเดิมไม่มีการดีไซน์และใช้แรงงานมาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น และ 10.ธุรกิจร้านถ่ายรูป ซึ่งธุรกิจดาวร่วงเหล่านี้ ผู้ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ต้องเร่งปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน หากไม่ปรับตัวก็จะยิ่งมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจยังได้มีการศึกษาธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงในปี 2563 แต่ยังไม่ถึงกับเป็นธุรกิจดาวร่วง คือ ธุรกิจร้านกาแฟ ที่ทำเลไม่ดี ไม่มีแฟรนไชส์ และขนาดเล็ก รวมถึงธุรกิจร้านชานมไข่มุก ที่ทำเลไม่ดี เพราะปัจจุบันมีร้านกาแฟและชานมไข่มุกเปิดใหม่จำนวนมาก และที่สำคัญมีการแข่งขันในการตัดราคากันด้วย และยังมีธุรกิจที่มีความเสี่ยงปานกลาง เช่น คลินิกเสริมความงาม ธุรกิจเครื่องสำอาง และอาหารเสริม ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ทำเลไม่ดี และธุรกิจเบเกอรี่และร้านอาหารที่เพิ่งเปิด และมีขนาดเล็ก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52722</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อขายออนไลน์, ดิจิทัลแพลตฟอร์ม, ธุรกิจซื้อขายออนไลน์, ธุรกิจโลจิสติกส์, รกิจซื้อขายออนไลน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีคอมเมิร์ซ, เกม, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8e4f7a268c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้’อาลีบาบา’ดาบสองคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 - &amp;nbsp;ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตกล่าวถึงผลกระทบของอาลีบาบาและยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอื่นๆ อย่าง JD.com, Amazon, Shoppee, 11Street, Lazada ต่อเศรษฐกิจไทยว่า จะส่งผลให้เกิดการเติบโตและขยายตัวเพิ่มขึ้นของธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบก้าวกระโดด ทำให้ไทยพัฒนาเป็นศูนย์กลางของการกระจายสินค้าและบริการในภูมิภาคได้ผ่าน Digital Hub ต่างๆ แต่อีกด้านหนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ของไทย และที่มีผลกระทบหนักคือธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ทั้งหลาย โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าขนาดกลางและร้านค้าปลีกรายย่อยและโชว์ห่วยของไทย หากธุรกิจไทยทั้งออฟไลน์และออนไลน์ไม่สามารถปรับตัวให้แข่งขันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประกาศลงทุนของอาลีบาบาด้วยเม็ดเงิน 11,000 ล้านบาทในพื้นที่ EEC ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปตื่นเต้นจนเกินเหตุเพราะมันเป็นเงินเพียงแค่ 5% ของกำไร 200,000 ล้านบาทของอาลีบาบาเมื่อปีที่แล้ว เช่นเดียวกัน หากหวังว่าอาลีบาบาจะมาช่วยเกษตรกรรายย่อยของไทย ขายข้าว ขายทุเรียน ขายผลไม้หรือช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยโดยเขาไม่ได้กำไรหรือไม่ได้ผลประโยชน์ที่จูงใจเพียงพอน่าจะเป็นการเล็งผลเลิศมากเกินไปในเชิงนโยบาย สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือ ทำให้ผู้ผลิตของไทยโดยเฉพาะเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย มีอำนาจต่อรองและได้รับแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมมากขึ้นภายใต้โครงสร้างตลาดที่ถูกครอบงำจากทุนยักษ์ใหญ่มากขึ้นตามลำดับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.อนุสรณ์กล่าวอีกว่า ธนาคารและกิจการธุรกิจทางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ต้องปรับตัวด้วย เพราะจะได้ผลกระทบจากการลงทุนของอาลีบาบา และยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์ ซึ่งจะมาพร้อมกับระบบขนส่งและระบบการจ่ายเงินออนไลน์แบบครบวงจร เช่น Alipay, E-Wallet, E-Finance จะแย่งส่วนแบ่งตลาดของการบริการทางการเงินจากธนาคาร ขณะที่การท่องเที่ยวของชาวจีนอาจเพิ่มขึ้นจากระบบการจองผ่าน Digital Platform ของอาลีบาบา กระทบต่อกิจการท่องเที่ยวที่ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์หรือคนกลางของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำลายล้างผ่านการสร้างสรรค์นี้ได้ทำให้สิ่งเก่าและวิถีแบบเก่าถูกทำลายลงผ่านการเกิดขึ้นของสิ่งใหม่และวิถีใหม่ที่เข้ามาแทนที่ทุนในรูปของบริษัทต่างแข่งขันกันสะสมทุนและขึ้นมาเป็นผู้นำตลาด เป้าหมายของทุนเหล่านี้คือการสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงผ่านการคิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่สามารถทำลายระบบตลาดแบบเก่าและทุนคู่แข่งลงอย่างสิ้นเชิง การสร้างระบบเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบหรือประคับประคองเพื่อให้เกิดการปรับตัวจึงมีความสำคัญในมิติการสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและดูแลไม่ให้เกิดปัญหาทางสังคมหรือการเมืองจากการเปลี่ยนแปลงที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.อนุสรณ์ยังเสนอแนะว่า รัฐบาลควรไปศึกษาเรื่องการจัดเก็บภาษีจากธุรกรรมออนไลน์อย่างไรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพในการจัดเก็บ เนื่องจากฐานรายได้ภาษีของรัฐบาลจะหายไปจำนวนมาก หากพฤติกรรมของคนเปลี่ยนจากการทำธุรกรรมซื้อขายในร้านค้าแบบเดิมมาเป็นออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ธุรกรรมออนไลน์ระหว่างประเทศบางส่วนจะสามารถหลบเลี่ยงการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีจากธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ &amp;nbsp;ซึ่งทำให้รัฐไทยสูญเสียรายได้ไปจำนวนมากเช่นเดียวกัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7580</URL_LINK>
                <HASHTAG>11Street, Amazon, JD.com, Lazada, Shoppee, คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยรังสิต, อนุสรณ์ ธรรมใจ, อาลีบาบา, อีคอมเมิร์ซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
