<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 00:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 00:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวกยับเวทีระดับนานาชาติ ลอยแพ&#039;นางงามไทย&#039;ติดโควิดที่อียิปต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ไลฟ์เฟซบุ๊กประณามเวทีการประกวดระดับนานาชาติ Miss Eco International 2021 ปล่อยนางงามติดโควิดเข้าประกวดและแพร่เชื้อ จนทำให้นางงามหลายประเทศติดเชื้อ โควิด-19 รวมถึง ออยล์- จุฑามาศ เมฆเสรี รองอัน 3 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2020 เจ้าของเวทีหนีหาย ลอยแพนางงามให้เผชิญชีวิตตามลำพังในโรงแรมโดยไร้การเหลียวแล ณวัฒน์ซัด จะไม่ส่งนางงามเข้าประกวดอีก พร้อมยื่นหนังสือถึงนานาชาติให้แบนเวทีการประกวดนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้งเวทีการประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ได้ไลฟ์แถลงข่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ณวัฒน์ อิสรไกรศีล-Mr.Nawat Itsaragrisil ตามที่มีข่าวลือออกมาว่ามีนางงามผู้เข้าประกวด Miss Eco International 2021 ซึ่งจัดประกวดขึ้นที่เมือง ชาร์ม เอล-ชีค (Sharm el Sheikh) ประเทศอียิปต์ ติดเชื้อโควิด -19 จริงหรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ยืนยันว่าจริงครับ และผมขอประณามเจ้าของเวที Miss Eco International ที่ไม่สนใจใยดีนางงามผู้เข้าประกวดเลยแม้แต่น้อย จัดการประกวดเสร็จบินหนีกลับทันที ทิ้งนางงามไว้ตามลำพัง เหมือนรู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งจากที่ทราบล่าสุดมีนางงามติดโควิด-19 มี มิสฟิลิปปินส์ อาเจนติน่า รียูเนียนไอซ์แลนด์ มาเลเซีย มอนเตเนโกร แคนาดา ไทยแลนด์ และคาดว่าเปรู ก็อาจจะติดเพราะมีอาการไข้ รอผลพรุ่งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมทราบว่ากองประกวดไม่มีการส่งนางงามไปตรวจโควิดก่อนเข้าประกวดแต่อย่างใด ซึ่งปกติจะต้องมีการกักตัวก่อน เพราะนางงามมาจากหลายทวีปทั่วโลก แต่ที่นี่กลับเพิกเฉย จนมีข่าววงในพูดว่ามีนางงามติดโควิดแล้วและกองประกวดก็ทราบแต่ยังอนุญาตให้เข้ามาประกวดอีก ขอไม่บอกประเทศ จึงกลายเป็นคนที่แพร่เชื้อให้กับคนอื่นๆ และก่อนขึ้นประกวดทราบว่า มิสฟิลิปปินส์ ติดโควิด กองประกวดก็ยังอนุญาตให้ขึ้นเวที ทำได้อย่างใด เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่นอน ซึ่งเธอก็ได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 ไปครอง ลงจากเวทีแล้วเป็นไงล่ะ พังกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ออยล์ มีอาการป่วยตั้งแต่ก่อนประกวดรอบตัดสินประมาณ 1 สัปดาห์ ไข้หวัด ตัวร้อน แต่เข้าใจว่าน้องคิดว่าตัวเองแพ้อากาศ หลังจบการประกวดจึงได้ไปตรวจ ผลปรากฏติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งแผนการรักษาของอียิปต์ไม่มีเลย ตรวจเสร็จก็ให้มาพักที่โรงแรม ทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเองและอยู่ให้ได้ น้องต้องกักตัว 14 วัน เมื่อเช้าผมได้ส่งอีเมล์มีข้อความค่อนข้างรุนแรงไปถึงเจ้าของเวทีนี้ ซึ่งก็ไม่ได้คำตอบ สำหรับออยล์ ทางผมจะดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ว่าจะค่ารักษา หรือค่าที่พัก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนางงามคนอื่นๆ ผมไม่ทราบว่าทุกคนจะเป็นอย่างไร และยังคงอยู่ในโรงแรมอีกนับ 10 คน ไม่มีใครดูแลเลย เขาทิ้งไปเลย เราก็ภาวนาให้ออยล์ รักษาหายโดยเร็ว ก็จะได้กลับเมืองไทย แต่ตอนนี้ยังกลับไม่ได้แน่นอน แฟนนางงามไม่ต้องห่วงผมจะดูแลน้องอย่างดี เน้นย้ำให้น้องพักผ่อน กินยา กินอาหารของโรงแรมเท่านั้น เพื่อให้หายโดยเร็วที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดออยล์มีกำลังใจดีมาก ผมยืนยันว่าจะไม่ส่งนางงามไปประกวดเวทีนี้อีกแล้ว และผมจะเรียกร้องให้นานาชาติรับทราบถึงปัญหา และความย่ำแย่ของเวทีนี้ ไม่ว่าจะระบบสาธารณสุข หรือแม้แต่น้ำใจ ขอประณามแรงๆเลย ถือว่าพังมาก ไม่น่าจะเป็นองค์กรประกวดนางงามระดับนานาชาติได้เลย ผมจะรณรงค์ไม่ให้ประเทศไหนส่งนางงามเข้าประกวดเลย ขอประจานหน่อยเถอะ ไม่ไหวแล้วจริงๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98575</URL_LINK>
                <HASHTAG>Miss Eco International 2021, ณวัฒน์ อิสรไกรศีล, รองมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2020, ออยล์- จุฑามาศ เมฆเสรี, อียิปต์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c929e7e505.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งกู้เรือสินค้ายักษ์ขวาง&#039;สุเอซ&#039; รัสเซียสบช่องดันเส้นทางอาร์กติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เรือลากจูงและเรือขุดกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อเร่งกู้เรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์ที่เกยตื้นขวางคลองสุเอซเป็นวันที่ 4 เมื่อวันศุกร์ บริษัทเดินเรือหลายแห่งพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางแล่นเรืออ้อมทวีปแอฟริกา ด้านรัสเซียสบช่องหนุนการพัฒนาเส้นทางอาร์กติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือเอเวอร์กิฟเวนขนาดยาวเท่า 4 สนามฟุตบอล ขวางคลองสุเอซปิดกั้นการเดินเรือมาตั้งแต่วันอังคาร (Photo by Roscosmos Press Office\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือเอ็มวี เอเวอร์ กิฟเวน เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดยักษ์ เกยตื้นขวางคลองสุเอซตั้งแต่เช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เส้นทางเดินเรือบนคลองสุเอซต้องหยุดชะงักทั้งขาขึ้นและขาล่อง บีบีซีรายงานว่า จากข้อมูลติดตามการเดินเรือของบริษัทลอยด์ลิสต์พบว่ามีเรือมากกว่า 160 ลำที่กำลังรอเดินเรือเข้าทั้งสองฝั่งของคลองสุเอซ ในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกสินค้า 41 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมันดิบ 24 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประเมินของลอยด์ลิสต์ การปิดการจราจรในคลองสุเอซกระทบต่อการขนส่งสินค้าวันละ 9,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการจราจรที่เคลื่อนไปทางฝั่งตะวันตกของคลองสุเอซมีมูลค่าวันละราว 5,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการจราจรเคลื่อนไปทางฝั่งตะวันออกของคลองมีมูลค่าวันละ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของบริษัท โชเอ กิเซน ไกชา บริษัทญี่ปุ่นเจ้าของเรือบรรทุกสินค้าที่เกยตื้นลำนี้ เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ว่า เรือลากจูงและเรือขุดกำลังขุดหินเพื่อให้เรือลำนี้หลุดจากเกยตื้น ด้านองค์การคลองสุเอซเผยต้องขุดทรายให้ได้ราว 15,000-20,000 ลูกบาศก์เมตรเพื่อให้ได้ความลึกราว 12-16 เมตร เพื่อให้เรือลำนี้กลับมาลอยลำได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท แมร์สค์ (Maersk) บริษัทขนส่งทางเรือยักษ์ใหญ่สัญชาติเดนมาร์ก และบริษัท ฮาแพค-ลอยด์ ของเยอรมนี เผยว่า กำลังพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือสินค้าที่หยุดชะงักอยู่ที่คลองสุเอซ โดยอ้อมไปทางทวีปแอฟริกา ผ่านแหลมกู๊ดโฮป เพื่อไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งเส้นทางนี้มีระยะทาง 3,500 ไมล์ ใช้เวลา 12 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัสเซีย ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีหน่วยงานรัฐบาลแห่งหนึ่งเพิ่งล้อเลียนเรือเอเวอร์ กิฟเวน และเสนอเส้นทางอาร์กติกเป็นทางเลือกใหม่ หยิบยกปัญหาที่เกิดกับการเดินเรือสินค้าเมื่อคลองสุเอซถูกปิดซึ่งอาจนานถึงหลายสัปดาห์ มาขับเน้นความสำคัญของการพัฒนาเส้นทางเดินเรือสินค้าขั้วโลกเหนือของรัสเซีย ซึ่งเปิดให้เดินเรือได้มากขึ้นเพราะภาวะโลกร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโคไล คอร์ชูนอฟ ทูตอาวุโส บอกกับสำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ว่า เหตุการณ์ที่คลองสุเอซจะทำให้ทุกคนพิจารณาความจำเป็นที่เพิ่มความหลากหลายของเส้นทางเดินเรือทางยุทธศาสตร์เมื่อการจราจรทางทะเลมีปริมาณมากขึ้น และเส้นทางสำคัญที่สุดอันดับแรกคือเส้นทางทะเลเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียลงทุนมหาศาลในการพัฒนาเส้นทางทะเลเหนือที่จะช่วยให้เรือร่นเวลาการเดินทางจากท่าเรือในเอเชียไปยุโรปได้ 15 วันเมื่อเทียบกับเส้นทางผ่านคลองสุเอซ ภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งละลายเปิดให้เส้นทางเดินเรือนอกชายฝั่งไซบีเรียเปิดมากขึ้น และรัสเซียกำลังมีแผนใช้เส้นทางนี้ในการส่งออกน้ำมันและก๊าซ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97411</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองสุเอซ, รัสเซียดันเส้นทางอาร์กติก, อียิปต์, เรือขวางคลองสุเอซ, เรือเอเวอร์กิฟเวน, เส้นทางเดินเรือขั้วโลกเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dfb9976466.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟโดยสารชนกันในอียิปต์ดับอย่างน้อย32ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดอุบัติเหตุรถไฟโดยสาร 2 ขบวนชนกันในภาคใต้ของอียิปต์เมื่อวันศุกร์ กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยเบื้องต้นว่ามีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 32 คน บาดเจ็บอีก 66 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอียิปต์สำรวจความเสียหายของตู้โดยสารรถไฟพุ่งชนกันใกล้กับเมืองทาห์ทาเมื่อวันศุกร์ (Photo by Mahmoud Maqboul/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขอียิปต์ว่า รถไฟ 2 ขบวนชนกันที่เขตทาห์ทา ในจังหวัดโซฮัก ห่างจากกรุงไคโรทางทิศใต้ราว 460 กิโลเมตร รถพยาบาลหลายสิบคันรุดไปยังที่เกิดเหตุ มีคนเสียชีวิต 32 คน และบาดเจ็บ 66 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีเผยว่า ภาพวิดีโอเผยให้เห็นตู้โดยสารหลายตู้พลิกคว่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรถไฟของอียิปต์เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่โทษว่าเป็นเพราะขาดการบำรุงรักษาและระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งเกิดเมื่อปี 2545 เกิดเพลิงไหม้บนขบวนรถโดยสารที่แน่นขนัดทางใต้ของกรุงไคโร มีคนเสียชีวิตถึง 373 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97396</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดโซฮัก, รถไฟชนกัน, อียิปต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd7d8301e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รร.สายน้ำผึ้งประกาศปิดเรียนด้วย(15-17ก.ค)ผวาคอนโดผู้ติดเชื้ออยู่ใกล้โรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

14ก.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟสบุค โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ - SainampeungSchool ได้เผยแพร่ประกาศโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เรื่อง ปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษ

อ้างถึงประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของ ศธ. ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ เนื่องด้วยสถานการณ์การแหร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 มีการแพร่ระบาดในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ศธ. ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียน นักศึกษา ที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในข้อ 9 วรรคหนึ่ง (4) ของระเบียบ ศธ. ว่าด้วยปีการศึกษาการเปิดและปิตสถานศึกษา พ.ศ.2549 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 จึงให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของ ศธ. ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษนั้น สถานการณ์ล่าสุด พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควีต-19 เข้าพักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา และเดินทางไปหลายสถานที่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่อยู่บริเวณโดยรอบของสถานศึกษาในการนี้ทางโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงประกาศปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษตั้งแต่วันที่ 15-17 กรกฎาคม 2563
โดยให้นักเรียนเรียนผ่านระบบออนไลน์ของทางโรงเรียน ทั้งนี้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ ในภาระงานที่เร่งด่วนให้มาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71424</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, รร.สายน้ำผึ้ง, อียิปต์, เหตุเกิดที่ระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d8c6fc6da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนไปหมด สรุปปิดรร.ที่ระยอง 222 แห่ง ส่วนรร.สามเสนปิดด้วย1วันพรุ่งนี้ เหตุมีนร.ไปเที่ยวระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ก.ค.63-นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ศธจ.ระยอง ได้รายงาน ว่า มีสถานศึกษาในจังหวัดระยองปิดการเรียนการสอนแล้ว 222&amp;nbsp; แห่ง แบ่งเป็น สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา 11 แห่ง โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 183&amp;nbsp; แห่ง โรงเรียนเอกชน จำนวน 27&amp;nbsp;แห่ง และสถานศึกษาสังกัดกศน.จำนวน 1&amp;nbsp;แห่ง ซึ่งการปิดสถานศึกษาครั้งนี้โรงเรียนจะปรับการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสหชัย สาสวน ผู้อำนวยโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กทม. กล่าวว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งเรื่องแจ้งปิดสถานศึกษาโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;15 กรกฎาคม 2563&amp;nbsp;เป็นเวลา 1 วัน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เนื่องจากโรงเรียนได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของนักเรียนรายหนึ่ง ว่า ครอบครัวได้เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่จ.ระยอง และได้เข้าพักในโรงแรม D Varee Diva Central จ.ระยอง ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวกับที่ทหารชาวอียิปต์ที่ติดเชื้อโควิด-19 เข้าพัก ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ ทางโรงเรียนจึงปิดโรงเรียน 1 วันเพื่อทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อกำจัดเชื้อโรค พร้อมให้นักเรียนรายดังกล่าวหยุดเรียนและกักตัวมาตรการคัดกรองสุขภาพ จำนวน 14 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71422</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ปิดโรงเรียน, #โควิด-19, จังหวัดระยอง, อียิปต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d7d5684773.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูแลไม่ดี สหรัฐหยุดส่งสุนัขดมกลิ่นให้จอร์แดน-อียิปต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาหยุดส่งสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิดให้จอร์แดนและอียิปต์ หลังพบสุนัขหลายตัวที่ส่งไปให้ตายเนื่องจากขาดการดูแลที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศสหรัฐแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม ว่าสหรัฐหยุดส่งสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิดให้จอร์แดนและอียิปต์เป็นการชั่วคราวแล้ว การเสียชีวิตของสุนัขดมกลิ่นระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องเศร้ามาก และเราต้องทำทุกมาตรการที่เป็นไปได้ที่ไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก สุนัขเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในความพยายามต่อต้านการก่อการร้ายในต่างประเทศและรักษาชีวิตชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานผู้ตรวจการของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ (โอไอจี) เริ่มตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขดมกลิ่นที่ส่งไปทำงานต่างประเทศ หลังได้รับรายงานว่าสุนัขเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูไม่ดี เมื่อกลางปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ตรวจการโอไอจีรายงานเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า พบสุนัขดมกลิ่นที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างปล่อยปละละเลยราว 135 ตัว รวมถึงสุนัขพันธุ์เบลเยียมมาลินอยส์, เยอรมันเชพเพิร์ดและลาบราดอร์ ประเทศที่น่ากังวลที่สุดคือจอร์แดน ที่สหรัฐส่งสุนัขดมกลิ่นไปปฏิบัติหน้าที่เกือบ 100 ตัว ในปี 2560 สุนัขตัวหนึ่งตายในจอร์แดนจากอาการฮีตสโตรก และสุนัข 2 ตัวที่ส่งกลับมาสหรัฐในสภาพป่วยหนัก ตัวหนึ่งต้องทำการุณยฆาต ส่วนอีกตัวต้องให้อาหารอย่างดีเนื่องจากผอมโซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายงานชิ้นใหม่เมื่อต้นเดือนธันวาคม ในเดือนมิถุนายนและกันยายนปีนี้ สุนัขดมกลิ่นตายอีก 2 ตัวในจอร์แดน ตัวหนึ่งตายจากฮีตสโตรกและตัวหนึ่งตายเพราะได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลงที่ตำรวจจอร์แดนฉีดใกล้คอกสุนัข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสุนัขดมกลิ่นที่ส่งไปอียิปต์ 10 ตัวในปีนี้ 3 ตัวตายก่อนวัยอันควร ตัวหนึ่งตายจากมะเร็งปอด, ตัวที่ 2 ตายด้วยโรคถุงน้ำดี และตัวที่ 3 ตายจากฮีตสโตรก เป็นผลจากการเลี้ยงดูอย่างละเลยและดูแลไม่เหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดการดูแล, จอร์แดน, สหรัฐ, สุนัขดมกลิ่น, อียิปต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นภัยก่อการร้าย บริติชแอร์เวย์ระงับบินไคโร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สายการบินบริติชแอร์เวย์ของอังกฤษประกาศระงับเที่ยวบินไปกรุงไคโรของอียิปต์ 7 วันเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ภายหลังทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย ขณะรัฐบาลอังกฤษเตือนมีความเสี่ยงสูงจากภัยก่อการร้ายในอียิปต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคมกล่าวว่า สายการบินลุฟต์ฮันซาของเยอรมนีก็ระงับเที่ยวบินจากนครมิวนิกและแฟรงก์เฟิร์ตไปยังกรุงไคโรเมื่อวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม โดยคำแถลงไม่ได้ระบุเหตุผล แต่สายการบินนี้กลับมาให้บริการตามปรกติแล้วเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริติชแอร์เวย์ (บีเอ) ประกาศระงับการบินไปยังกรุงไคโรนาน 7 วัน โดยแถลงการณ์อ้างเหตุผลว่า สายการบินทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัยของสนามบินทั่วโลกที่เราให้บริการทุกแห่งอย่างสม่ำเสมอ และได้ตัดสินใจระงับเที่ยวบินไปกรุงไคโร เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ระหว่างรอการประเมินเพิ่มเติม ว่ามีความปลอดภัยสำหรับการบินแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของลูกค้าและลูกเรือของเราเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอันดับแรกอยู่เสมอ และเราจะไม่ทำการบินจนกว่าจะปลอดภัย&amp;quot; แถลงการณ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการบินพลเรือนของอียิปต์กล่าวว่า กระทรวงกำลังทำงานร่วมกับสถานทูตอังกฤษประจำกรุงไคโร และตัวแทนของบีเอในอียิปต์ และได้ส่งเที่ยวบินพิเศษของอียิปต์แอร์ไปยังกรุงลอนดอนทุกวันเพื่อรับผู้โดยสารที่ตกค้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษมีคำแนะนำถึงชาวอังกฤษที่กำลังจะเดินทางไปอียิปต์ โดยเตือนว่ามีความเสี่ยงสูงของการก่อการร้ายโจมตีภาคการบิน และได้มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับเที่ยวบินจากอังกฤษไปยังอียิปต์แล้ว ขอให้พลเมืองอังกฤษให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสนามบินต่างๆ อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษแนะนำพลเมืองอังกฤษให้หลีกเลี่ยงการเดินทางทางอากาศทั้งขาเข้าและขาออกจากเมืองชาร์มเอลเชค เมืองพักตากอากาศของอียิปต์บนคาบสมุทรไซนาย หากไม่มีกิจธุระจำเป็น คำเตือนอ้างถึงความเป็นไปได้สูงที่ผู้ก่อการร้ายจะพยายามก่อเหตุในอียิปต์ แม้การโจมตีส่วนใหญ่จะเกิดในเขตไซนายเหนือ แต่ยังคงมีความเสี่ยงก่อการร้ายทั่วประเทศอียิปต์ รวมถึงในกรุงไคโร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงไคโร, บริติชแอร์เวย์, ภัยก่อการร้าย, ระงับเที่ยวบิน, อังกฤษ, อียิปต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d347d7346ee3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
