<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยโดนซะแล้ว อียูถอดจากลิสต์ประเทศอนุญาตให้เดินทางเข้าได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหภาพยุโรป (อียู) ปรับปรุงรายชื่อประเทศที่สามารถเดินทางเข้าประเทศในกลุ่มอียูได้ ไทยและรวันดาโดนถอดจากบัญชี เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ไทยมีสัดส่วนผู้ติดเชื้อต่อจำนวนประชากรสูงเกินเกณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ที่อียูประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม ตามเวลากรุงบรัสเซลส์ ตัดสินใจเพิ่มยูเครน ซึ่งอยู่ในยุโรปตะวันออก เข้าในบัญชีรายชื่อที่มีอยู่ราว 20 ประเทศ ที่นักเดินทางจากประเทศนั้นๆ สามารถเข้าประเทศในกลุ่มอียูได้ ในขณะที่ไทยและรวันดาโดนถอดออกจากรายชื่อ &amp;quot;กรีนลิสต์&amp;quot; นี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า แต่เดิมนั้น อียูเริ่มปิดพรมแดนไม่อนุญาตให้นักเดินทางที่ไม่มีกิจธุระจำเป็นเดินทางเข้าประเทศสมาชิกเมื่อเดือนมีนาคม 2563 แต่หลังจากนั้นอียูได้ปรับปรุงรายชื่อประเทศและดินแดนที่ผู้คนจากประเทศนั้นสามารถเดินทางเข้าได้ ซึ่งรวมถึงผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน อย่างไรก็ดี การจัดรายชื่อของอียูไม่ได้ห้ามประเทศสมาชิกในการออกข้อกำหนดเอง เช่น การตรวจหรือกักกันโรคผู้ที่เดินทางมาจากประเทศในรายชื่อนี้ ส่วนนักเดินทางที่ฉีดวัคซีนแล้วยังสามารถเดินทางเข้ามาจากนอกกลุ่มอียูได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน ประเทศในกรีนลิสต์ ซึ่งอียูปรับปรุงเป็นประจำนี้ ประกอบด้วย แอลเบเนีย, อาร์เมเนีย, ออสเตรเลีย, อาเซอร์ไบจาน, บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา, บรูไน, แคนาดา, อิสราเอล, ญี่ปุ่น, จอร์แดน, โคโซโว, เลบานอน, มอนเตเนโกร, นิวซีแลนด์, กาตาร์, มอลโดวา, นอร์ทมาซิโดเนีย, ซาอุดีอาระเบีย, เซอร์เบีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจีนนั้น อียูตั้งเงื่อนไขว่าจะเปิดให้เดินทางเข้าได้ต่อเมื่อจีนยอมรับนักเดินทางจากอียูในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า การตัดสินใจว่าประเทศใดจะอยู่หรือโดนถอดออกจากรายชื่อนี้ อ้างอิงจากสถานการณ์การระบาด, ความคืบหน้าของการฉีดวัคซีน, ความเข้มข้นของการตรวจเชื้อไวรัส และการตัดสินของอียูว่าข้อมูลของประเทศนั้นเชื่อถือได้เพียงใด ประเทศที่จะถูกบรรจุเข้ารายชื่อประเทศที่ได้รับไฟเขียวให้เข้าอียูได้นั้นจะต้องมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ถึง 75 คนต่อจำนวนประชากร 100,000 คนในช่วงเวลา 14 วันก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อแห่งยุโรป กรณีของยูเครน ตัวเลขอยู่ที่ 18 รายเศษ ในขณะที่ของไทยอยู่ที่ 97.3 รายต่อ 100,000 ประชากร และรวันดาอยู่ที่ 90.9 รายต่อ 100,000 ประชากร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109958</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดไทยจากลิสต์, สหภาพยุโรป, อนุญาตให้เข้าอียู, อียู, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f143f7b40ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 22:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูเล็งอนุญาตนักเดินทางฉีดวัคซีนโควิดแล้วเที่ยวยุโรปได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอคำแนะนำใหม่ต่อชาติสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ ที่จะอนุญาตให้นักเดินทางจากภายนอกอียูเดินทางเข้ายุโรปได้ในเดือนหน้า แต่ต้องเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วนอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทางถึง และเป็นวัคซีนที่ผ่านการอนุมัติของอียูแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปเกิดจากความประสงค์ให้ยุโรปเปิดพรมแดนรับนักเดินทางที่ผ่านเกณฑ์กำหนด เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฤดูร้อนที่สำคัญต่อชาติยุโรป &amp;quot;ถึงเวลาพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของอียู และการก่อมิตรภาพข้ามพรมแดนได้อย่างปลอดภัย&amp;quot; อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม เป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชาติสมาชิกอียู ซึ่งแต่ละชาติสามารถพิจารณาตัดสินใจได้เองในประเด็นด้านสุขภาพ ให้ &amp;quot;ยกเลิกข้อจำกัดว่าด้วยการเดินทางที่ไม่จำเป็นสำหรับบุคคลที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วในการเดินทางเข้าอียู&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังต้องการให้เปิดรับนักเดินทางจากประเทศที่สามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ดี โดยอ้างอิงจากเกณฑ์จำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยต่อ 100,000 คนในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่่งเจ้าหน้าที่อียูผู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการร่างข้อเสนอนี้เปิดเผยว่า เกณฑ์ดังกล่าวจากปรับเพิ่มจาก 25 รายต่อ 100,000 ราย เป็น 100 รายต่อ 100,000 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวว่า ต่อไปนี้ชาติสมาชิกอียูอาจไม่ต้องเลือกรับนักเดินทางจากแค่ประมาณ 10-15 ประเทศ แต่จะสามารถรับนักเดินทางจากทั่วโลกที่มีมากถึง 100 ประเทศ หากสถานการณ์ยังพัฒนาไปในทิศทางบวกอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว ซึ่งต้องรับโดสสุดท้ายอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนมาถึงอียูเพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำงานเต็มที่ ยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ เช่นการตรวจเชื้อไวรัสโควิดไม่ว่าก่อนหรือหลังเดินทางมาถึง หรือการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอนี้ยังรวมถึงทางเลือก &amp;quot;การหยุดฉุกเฉิน&amp;quot; ที่เผื่อไว้สำหรับชาติสมาชิกเพื่อปิดรับนักเดินทางจากประเทศที่ &amp;quot;ตรวจพบไวรัสสายพันธุ์น่ากังวลหรือสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ&amp;quot; ได้โดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีไวรัส 4 ชนิดที่ผ่านการรับรองขององค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) แล้ว ได้แก่ วัคซีนของไบออนเทค/ไฟเซอร์, โมเดอร์นา, แอสตร้าเซนเนก้า และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ทั้งหมดยกเว้นเจแอนด์เจต้องฉีด 2 โดส ส่วนวัคซีนชนิดอื่นๆ นั้นอาจเพิ่มในบัญชีได้ในภายหลัง โดยอีเอ็มเอกำลังเริ่มพิจารณาวัคซีนสปุตนิก 5 ของรัสเซีย แต่ยังไม่มีการประเมินวัคซีนของจีนซึ่งใช้อยู่ในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า วัคซีนชนิดอื่นๆ อาจถูกเพิ่มในรายชื่อที่จะผ่านการอนุมัติให้เดินทางเข้าอียูได้ หากวัคซีนนั้นอยู่ในรายชื่อวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกอนุมัติการใช้งานฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ณ เวลานี้อียูแนะนำชาติสมาชิกห้ามนักเดินทางโดยทั่วไปเข้าอียู ยกเว้นการเดินทางด้านธุรกิจที่จำเป็น ซึ่งชาติสมาชิกส่วนใหญ่ยึดตามคำแนะนำนี้ โดยมีเพียง 7 ประเทศที่อยู่ในรายชื่อสามารถเดินทางแบบไม่ใช่กิจธุระจำเป็นเข้าอียูได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับชาติสมาชิกจะพิจารณายกเว้นข้อจำกัดเอง &amp;quot;โดยลำดับ&amp;quot; ได้แก่ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, รวันดา, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และไทย เนื่องจากตัวเลขจากประเทศเหล่านี้เผยว่าสามารถควบคุมการติดเชื้อโควิดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจีนซึ่งอยู่ในลิสต์ดังกล่าวด้วยเช่นกันนั้น อียูกำหนดว่าจะผ่อนคลายข้อกำหนดด้านการเดินทางต่อเมื่อจีนตอบแทนในแบบเดียวกัน ซึ่งจีนยังไม่ผ่อนคลายให้ในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์ประกอบสำคัญของข้อเสนอนี้คือ &amp;quot;ใบรับรองสีเขียวแบบดิจิทัล&amp;quot; ที่อียูวางแผนไว้เป็นใบผ่านสำหรับการเดินทางของผู้ที่ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว, ผู้ที่ผลตรวจโควิดล่าสุดเป็นลบ หรือมีภูมิคุ้มกันภายหลังหายจากการติดเชื้อโควิด อียูมีแผนจะเริ่มออกใบอนุญาตนี้สำหรับการเดินทางภายในอียูในเดือนหน้า โดยมีเป้าหมายจะขยายถึงนักเดินทางจากนอกอียูด้วยในท้ายที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101668</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการยุโรป, ฉีดวัคซีนโควิด, ท่องเที่ยวยุโรป, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, สหภาพยุโรป, อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน, อียู, เปิดรับนักเดินทางที่ฉีดวัคซีนแล้ว, ใบรับรองสีเขียวแบบดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_60901918b0262.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 23:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูชี้รัสเซียวางกำลังทหาร150,000นายประชิดยูเครน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โจเซป&amp;nbsp;บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียูระบุว่า รัสเซียระดมกำลังพลกว่า 150,000 นายวางกำลังตามแนวชายแดนยูเครนและในคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียยึดไปจากยูเครน อีกด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่าส่งมิก-31 ขึ้นสกัดกั้นเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐและนอร์เวย์ที่ทะเลแบเรนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ยุทธภัณฑ์ของรัสเซียร่วมการฝึกในไครเมียเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 (Photo by Sergei Malgavko\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอร์เรลล์เปิดเผยกับนักข่าวเมื่อวันจันทร์ ภายหลังรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ได้รับฟังรายงานสรุปจากรัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน &amp;quot;มีทหารรัสเซียมากกว่า 150,000 นายรวมตัวกับบริเวณชายแดนยูเครนและในไครเมีย&amp;quot; เขากล่าวโดยปฏิเสธจะบอกว่าได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวใด และเตือนว่า จำนวนดังกล่าวเป็นการวางกำลังทหารจำนวนมากที่สุดของรัสเซียที่ชายแดนยูเครน &amp;quot;ความเสี่ยงของการยกระดับเพิ่มขึ้นนั้นปรากฏชัด&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพรัสเซียอ้างว่ากำลังฝึกซ้อมทางทหารบนชายแดนด่านหน้าของรัสเซียเพื่อตอบโต้ความเคลื่อนไหวของกองกำลังนาโตที่ &amp;quot;คุกคามรัสเซีย&amp;quot; อย่างไรก็ดี ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดในช่วงเวลาที่การปะทะระหว่างยูเครน เพื่อนบ้านฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย กับกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลัง ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก่อความหวั่นเกรงว่าจะเกิดการสู้รบเป็นวงกว้างในยูเครนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า กองทัพ 2 กองทัพและหน่วยส่งทางอากาศ 3 หน่วยประสบความสำเร็จในการวางกำลังที่ชายแดนฝั่งตะวันตกของรัสเซีย และการฝึกจะยุติลงภายใน 2 สัปดาห์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ศูนย์ควบคุมการป้องกันแห่งชาติ (เอ็นดีซีซี) ของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวในวันจันทร์ว่า เรดาร์ของรัสเซียตรวจพบเป้าหมายทางอากาศ 2 เป้าหมายกำลังเคลื่อนเข้าหาพรมแดนรัสเซียเหนือน่านน้ำในทะเลแบเรนต์ จึงได้ส่งเครื่องบินขับไล่ มิก-31 ขึ้นสกัดกั้น เพื่อป้องกันการละเมิดพรมแดนของรัสเซีย และบังคับให้เครื่องบิน 2 ลำนี้บินกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกเรือของเครื่องบินมิก-31 ระบุเป้าหมายทางอากาศทั้ง 2 ว่าเป็นเครื่องบินลาดตระเวน อาร์-8เอ โพไซดอน ของกองทัพเรือสหรัฐ และเครื่องบินลาดตระเวนอาร์-3ซี โอไรออน ของกองทัพอากาศนอร์เวย์.&lt;/p&gt;
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
sbobet
ufabet168
ufa191
pxj
slotxo</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100027</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิก-31, ยูเครน, รัสเซีย, วางกำลังประชิดชายแดนยูเครน, อียู, โจเซป บอร์เรลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6067408e095df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาปล่อยนักข่าวบีบีซีแล้ว อียูประกาศคว่ำบาตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักข่าวชาวเมียนมาของบีบีซีที่โดนเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบควบคุมตัวที่กรุงเนปยีดอเมื่อวันศุกร์ ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ขณะอียูประกาศชื่อ 11 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐประหารและการปราบปรามผู้ประท้วงที่จะโดนอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางเข้าอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงเดินขบวนในย่างกุ้งเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 พร้อมกับป้ายขนาดใหญ่เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศปฏิบัติตามหลักการความรับผิดชอบในการคุ้มครอง (อาร์ทูพี) เข้ามาแทรกแซงวิกฤติในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่อง ตูรา ผู้สื่อข่าวชาวเมียนมาของบีบีซีภาคภาษาเมียนมา โดนชายในชุดพลเรือนพาตัวไปขณะทำงานด้านนอกศาลในกรุงเนปยีดอเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม รายงานบีบีซีกล่าวว่า กลุ่มชายที่มากันในรถตู้ที่ไม่ติดเครื่องหมายใดๆ มาขอพบเมื่อเวลาประมาณเที่ยงวัน แล้วพาตัวเขาไป บีบีซีไม่สามารถติดต่อกับนักข่าวรายนี้ได้นับแต่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ของบีบีซีเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2564 รายงานว่า อ่อง ตูรา ได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่รายงานไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม รายงานไม่ได้กล่าวถึงตาน ไท อ่อง นักข่าวชาวเมียนมาอีกคนที่ทำงานให้สำนักข่าวมิซซิมา ซึ่งโดนจับตัวไปพร้อมกัน สำนักข่าวอิสระแห่งนี้โดนรัฐบาลทหารเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) กลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมา เปิดเผยว่า นับแต่ทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีคนถูกจับกุมแล้วมากกว่า 2,600 คน และมีคนเสียชีวิตในเหตุการณ์รุนแรงจากการประท้วงและการปราบปรามมากกว่า 250 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเมียนมายังคงออกมาประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร แม้ฝ่ายความมั่นคงจะใช้กำลังปราบปรามก็ตาม ที่เมืองมัณฑะเลย์ ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง รวมถึงครู ออกมาลงถนนตั้งแต่เช้ามืด บางคนถือป้ายข้อความเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองใหญ่อันดับสองของเมียนมาที่มีประชากร 1.7 ล้านคนแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่โดนปราบปรามรุนแรงที่สุด แหล่งข่าวที่เป็นหน่วยแพทย์เผยกับเอเอฟพีว่า เมื่อวันอาทิตย์มีคนตายอีก 8 ราย บาดเจ็บราว 50 คน เสียงปืนกลดังจนถึงดึกดื่นค่อนคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงแห่งเมียนมารายงานว่า กลุ่มแพทย์ในเมืองนี้ประท้วงการปราบปรามอย่างโหดร้ายด้วยการใช้ป้ายกระดาษมาจัดวางบนถนนแทน กลุ่มพระภิกษุก็ใช้วิธีการประท้วงแบบ &amp;quot;ไม่มีพระ&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครย่างกุ้ง มีการประท้วงตั้งแต่รุ่งเช้าเช่นกัน คนขับรถพากันบีบแตรรถเพื่อสนับสนุนการต่อต้านรัฐประหาร ในตำบลไลง์ของย่างกุ้ง ชาวบ้านปล่อยลูกโป่งสีแดงหลายร้อยลูกพร้อมโปสเตอร์เรียกร้องให้ยูเอ็นเข้ามายุติการเข่นฆ่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันจันทร์ สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศรายชื่อบุคคล 11 คนที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารและการปราบปรามผู้ชุมนุม ซึ่งจะถูกคว่ำบาตรห้ามการเดินทางเข้าอียูและอายัดทรัพย์สิน นำขบวนโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารชุดนี้ วารสารทางการของอียูระบุว่า มิน อ่อง หล่าย รับผิดชอบต่อการบ่อนทำลายประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีนายทหารระดับสูงอีก 9 คน และผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาที่โดนอียูขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางและอายัดทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี กล่าวว่า การใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุที่ได้เห็นในเมียนมานั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง นั่นคือเหตุผลที่อียูไม่สามารถหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการลงโทษของอียูนี้มาทีหลังมาตรการของสหรัฐและอังกฤษที่คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมาแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี อียูได้ปิดล้อมการค้าอาวุธแก่เมียนมาและคว่ำบาตรนายทหารระดับสูงของเมียนมาหลายนายมาตั้งแต่ปี 2562 การคว่ำบาตรเพิ่มเติมนี้จะเป็นการตอบโต้ที่มีนัยสำคัญที่สุดนับแต่เกิดการรัฐประหาร โดยนักการทูตหลายคนกล่าวด้วยว่า ธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับกองทัพเมียนมาจะถูกคว่ำบาตรเพิ่มในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนวิจารณ์การใช้ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นในเมียนมา โดยอินโดนีเซียและมาเลเซียเรียกร้องให้อาเซียนประชุมฉุกเฉินผู้นำชาติสมาชิกเพื่อหารือวิกฤติ โดยวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ ตอบรับข้อเรียกร้องนี้ ในวันจันทร์เขาได้เดินทางไปบรูไน ชาติประธานอาเซียนวาระปัจจุบัน แล้วจะต่อด้วยการเยือนมาเลเซียในวันอังคาร และอินโดนีเซียหลังจากนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96906</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตร, นักข่าวบีบีซี, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, อียู, อ่อง ตูรา, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60587dab6da78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรอง ผอ.ข่าวกรองฯ ร่อนจดหมายประณาม &#039;ผู้แทน อียู&#039; ในไทยให้ท้ายม็อบ 3 นิ้ว-จุ้นกิจการภายใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ. 64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อียู​: ท่าทีที่น่ารังเกลียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงอียูในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ไม่พอใจบทบาทหน้าที่​ และท่าทีของอียูประจำประเทศไทย​ ที่ทำหน้าที่ไม่สมบทบาททางการทูตที่จะต้องส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอียูกับไทย &amp;nbsp;ประสานผลประโยชน์ระหว่างอียูและไทยให้แน่นแฟ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่​ทุกวันนี้​ ผู้แทนอียูประจำไทยกลับทำหน้าที่ไม่สมบทบาทหน้าที่​ &amp;nbsp;ทำตัวเป็นเอ็นจีโออียูประจำไทย &amp;nbsp;ทำหน้าที่รับลูกกับท่าทีการเคลื่อนไหวของเอ็นจีโอไทย ที่ต่อต้านสถาบันฯและต่อต้านมาตรา &amp;nbsp;112​ &amp;nbsp;ซึ่งการกระทำ​ดังกล่าว​ กระทบกับความมั่นคงของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพูดแทนคนไทยทั้งประเทศว่า &amp;nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะ &amp;nbsp;และจะไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นเหยียดหยาม​ &amp;nbsp;เราหวังว่า อียูจะไม่ร่วมสนับสนุนการกระทำของพวกหมิ่นสถาบันในไทย &amp;nbsp;และขอยืนยันว่า​ มาตรา 112 &amp;nbsp;ยังมีความจำเป็นที่ต้องคงไว้ &amp;nbsp;และกฎหมายนี้ไม่ได้มุ่งทำลายใคร &amp;nbsp;ยกเว้นกลุ่มคนที่มีอยู่ไม่ถึง .001% &amp;nbsp;ที่มุ่งทำลายบั่นทอนสถาบันฯ​ และกระทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ผู้แทนอียูยึดแนวทางการทูตที่นางแมร์เคิล​ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ไม่ต้องการให้ประเทศใดมาสั่งใครทำอะไรหรือต่อต้านประเทศใด &amp;nbsp;แต่ต้องมุ่งเดินไปข้างหน้าด้วยกันเพื่อฟื้นฟูความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำไว้ &amp;nbsp;คนไทยไม่ชอบให้ประเทศใดมาจุ้นจ้านวุ่นวายกับเรื่องภายในประเทศของเรา&lt;/p&gt;


	ขนลุกซู่ &amp;#39;อดีตบิ๊ก ศรภ.&amp;#39; เตือนแกนนำ 3 นิ้วที่รู้ &amp;#39;ความลับ&amp;#39; มามาก ขอให้ระวังตัวให้ดี!
	&amp;#39;ไผ่&amp;#39; ควง &amp;#39;ทราย&amp;#39; รณรงค์เลิก 112 ผวาเริ่มจับจริง!มีอีกกว่า 50 คน
	อุ๊ต๊ะ!ใกล้ถึงเส้นชัยอีกแล้ว &amp;#39;3 นิ้ว&amp;#39; นัดกันไปนับหนึ่งถึงล้าน ที่อนุสาวรีย์ ปชต.
	&amp;#39;กนก&amp;#39; มาแล้ว!จวกยับ ครูบาอาจารย์บางคนไร้ความรับผิดชอบ เชิญผู้ต้องหา ม.112 มาสอนเด็ก
	คณะเศรษฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ แจงปมเชิญ &amp;#39;ปวิน&amp;#39; สอนออนไลน์วิชาการต่างประเทศ
	ชาว 3 นิ้วรู้ยัง &amp;#39;วัดสระเกศ&amp;#39; ออกประกาศปิด 14 กุมภา ทำความสะอาดป้องกันโควิด-19

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92866</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, ม็อบ13กุมภาพันธ์, ม็อบราษฎร, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, อียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_60063c7182ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 19:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรูวิชั่นส์&#039;ส่ง&#039;SF8&#039;โปรเจ็คท์พิเศษจากเกาหลี เอาใจคอไซ-ไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แฟนๆซีรีส์เกาหลีที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนว Sci-Fi (ไซ-ไฟ) ห้ามพลาด เพราะ &amp;ldquo;ทรูวิชั่นส์&amp;rdquo; ส่งโปรเจ็คท์พิเศษ SF8 (เอสเอฟ 8) ซีรีส์กึ่งภาพยนตร์มิติใหม่ ที่จะนำเสนอเรื่องราวต่างๆของตัวละคร ผ่านเทคโนโลยีแขนงต่างๆ แบ่งเป็น 8 ตอน 8 ผู้กำกับ จากประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้นักแสดงมากฝีมือจำนวนมาก ซึ่งจะมาในคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจ และแตกต่างกันไป พร้อมแล้วที่จะเสิร์ฟให้ผู้ชมได้ตื่นเต้นถึงหน้าจอที่บ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;The Prayer&amp;rdquo; เรื่องราวของหุ่นยนต์ผู้ดูแลที่มีความเป็นมนุษย์มากกว่ามนุษย์ นำแสดงโดย &amp;ldquo;อียูยอง, ยอมฮเยรัน และเยซูจอง&amp;rdquo; กำกับโดย มินคยูคง หรือถ้าใครอยากตื่นเต้นไปกับเรื่องราวของนักสืบที่เสียพ่อและแม่ไปในอุบัติเหตุรถชน ที่ในวันหนึ่งเธอได้คู่หูคนใหม่ แต่มีชิพเอไอฝังอยู่ในสมอง แลต้องมาร่วมมือกันไขคดีฆาตกรรม อย่าง &amp;ldquo;Blink&amp;rdquo; ที่ได้ผู้กำกับมาฝีมืออย่าง &amp;ldquo;ฮันการัม&amp;rdquo; นำแสดงโดย &amp;ldquo;อีซียอง, ฮาจุน และอีจุนฮยอก&amp;rdquo; นอกจากนั้นยังมี &amp;ldquo;Joan&amp;rsquo;s Galaxy&amp;rdquo; เรื่องราวของโลกที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง เด็กเกิดใหม่ทุกคนต้องได้รับการฉีดแอนติบอดี้ราคาแพงเพื่อให้มีอายุยืนยาว แต่เมื่อเกิดความผิดพลาดจากโรงพยาบาล ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น กำกับโดย &amp;ldquo;อียุนจอง&amp;rdquo; นำแสดงโดย &amp;ldquo;คิมโบรา, ชเวซองอึน และจองจองฮุน&amp;rdquo; อีกทั้งยังรวมไปถึง &amp;ldquo;Manxin&amp;rdquo; เรื่องราวของโลกที่ผู้คนศรัทธาและนับถือในบริการการดูดวง แต่มีบางคนที่เจ็บปวดจากบาดแผลในอดีต จึงเกิดการร่วมมือกันตาหานักพัฒนา เพื่อผลลัพธ์ที่ค้างคาในใจพวกเขา กำกับโดย &amp;ldquo;โรด็อก&amp;rdquo;&amp;nbsp; รวมไปถึง &amp;ldquo;จางซอลซู&amp;rdquo; ผู้กำกับจากเรื่อง &amp;ldquo;White Crow&amp;rdquo; นำแสดงโดย &amp;ldquo;ฮานิ, อีเซฮี และวินโซยุล&amp;rdquo; เรื่องราวของนักแคสเกมตกอับที่อยากจะกอบกู้ชื่อเสียงของตัวเอง แต่ถ้าใครชื่นชอบเรื่องราวโรแมนติกเสมือนจริงในแอพหาคู่ ห้ามพลาด &amp;ldquo;Love Virtually&amp;rdquo; กำกับโดย &amp;ldquo;โอกีฮวาน&amp;rdquo; ซึ่งได้นักแสดงสุดฮอตอย่าง &amp;ldquo;ชเวซีวอน และอียู&amp;rdquo; มาเพิ่มความหวานให้กับผู้ชม และสองเรื่องปิดท้าย&amp;nbsp; &amp;ldquo;Baby it&amp;rsquo;s over outside&amp;rdquo; ชายหญิงที่มีพลังพิเศษพบรักกันในช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่โลกจะถึงจุดจบ เรื่องนี้ได้ &amp;ldquo;อันกุกจิน&amp;rdquo; มานั่งแท่นผู้กำกับให้ทุกคนได้ลุ้นถึงความสัมพันธ์ของคู่รักคู่นี้ ตามมาด้วย &amp;ldquo;Empty Boy&amp;rdquo; ที่ได้ &amp;ldquo;คิมอวีซอก&amp;rdquo; มากำกับ ในเรื่องราวของโลกอนาคตที่มนุษย์สามารถเชื่อมต่อสมองของคนที่เสียชีวิตเข้ากับเอไอ แต่วันหนึ่ง เมื่อมนุษย์โดยเอไอหลอก และทำลายจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ของคนคนนั้น มาดูกันว่า เขาจะแก้สถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปได้อย่างไร ซึ่งนำแสดงโดย &amp;ldquo;มุนโซรี และจางยูซัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สามารถติดตามชมซีรีส์ทั้ง 8 เรื่องได้ทุกคืนวันจันทร์ &amp;ndash; อังคาร เวลา 21.00 น. &amp;nbsp;เริ่ม 30 พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ทาง True Asian Series HD ช่อง 120, 239&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84906</URL_LINK>
                <HASHTAG>Baby it’s over outside, BLINK, Empty Boy, Joan’s Galaxy, Love Virtually, Manxin, SF8, The Prayer, White Crow, คิมอวีซอก, คิมโบรา, จองจองฮุน, จางซอลซู, จางยูซัง, ชเวซองอึน, ชเวซีวอน, มินคยูคง, มุนโซรี, ยอมฮเยรัน, วินโซยุล, อันกุกจิน, อีจุนฮยอก, อีซียอง, อียุนจอง, อียู, อียูยอง, อีเซฮี, ฮันการัม, ฮาจุน, ฮานิ, เยซูจอง, โรด็อก, โอกีฮวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcfe2a2943a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบว่าไง!ประธานผู้ลี้ภัยฟ้องอียู ในไทยกำลังต่อสู้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ไปสู่สาธรณรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63- นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Jaran Ditapichai ว่าวันนี้ อีเมล์สรุปสถานการณ์ประเทศไทยถึงเจ้าหน้าที่ดูแลไทยของอียู เจ้าหน้าที่โต๊ะไทยกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ เยอรมัน อเมริกาและฝรั่งเศส ว่า
1 เกิดกระแสสูของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนำโดยขบวนการนักเรียนนักศึกษาเจ้าเดือนที่3 แล้ว
2 กระแสนี้มีเป้าหมายปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ด้วย
3 กระแสวิจารณ์กษัตริย์เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่งอย่างเปิดเผย
4 เกิดความคิดสาธรณรัฐ(Republic)
5 รัฐบาลกำลังวางแผนการปราบปราม
ขอให้จับตาประเทศไทยอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79013</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัล ดิษฐาอภิชัย, สาธารณรัฐ, อียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f732b75f3216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
