<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำเร็จซะที จรวดสตาร์ชิพของสเปซเอกซ์ลงจอดปลอดภัยครั้งแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท สเปซเอกซ์ ของอีลอน มัสก์ ประสบความสำเร็จในการทดสอบปล่อยจรวดต้นแบบเจเนอเรชันใหม่ &amp;quot;สตาร์ชิพ&amp;quot; จากฐานปล่อยในรัฐเทกซัสเมื่อวันพุธ และจรวดร่อนกลับมาลงจอดแนวดิ่งอย่างปลอดภัยเป็นครั้งแรก หลังจากเคยระเบิดหมดในการทดสอบ 4 ครั้งก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพสกรีนชอตจากวิดีโอถ่ายทอดสดการปล่อยจรวดต้นแบบ สตาร์ชิพ เอสเอ็น15 เมื่อวันพุธ (Image credit: SpaceX)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความสำเร็จในการทดสอบครั้งที่ 5 เป็นหลักหมุดสำคัญของบริษัทผลิตจรวดของมัสก์ในการพัฒนาจรวดขนาดใหญ่ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าท้ายที่สุดจะสามารถนำนักบินอวกาศและบรรทุกสินค้าน้ำหนักมหาศาลไปยังดวงจันทร์และดาวอังคารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จรวดสตาร์ชิพ เอสเอ็น15 ซึ่งมีความสูงเท่ากับตึก 16 ชั้น พุ่งขึ้นจากฐานปล่อยจรวดสตาร์เบสของสเปซเอกซ์ในเมืองโบกาชิกา รัฐเทกซัส ใกล้ชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก เมื่อเวลาประมาณ 17.25 น.ของวันพุธที่ 5 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น จรวดพุ่งขึ้นสู่ระดับความสูง 10 กิโลเมตร และร่อนในทิศทางต่างๆ รวมถึงแนวราบ ก่อนที่กลับสู่พื้นโลกอย่างนุ่มนวลในแนวดิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราลงมาแล้ว สตาร์ชิพลงจอดแล้ว&amp;quot; คำประกาศของจอห์น อินสปรักเกอร์ วิศวกรบูรณาการหลักของสเปซเอกซ์ที่เป็นผู้บรรยายการถ่ายทอดสดการทดสอบจรวดครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอการถ่ายทอดสดเผยให้เห็นเปลวไฟที่ฐานของจรวดหลังจากเครื่องยนต์ดับลงแล้ว แต่ระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่แท่นจอดสามารถฉีดน้ำดับไฟได้ในท้ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทดสอบจรวดสตาร์ชิพต้นแบบ 4 ครั้งก่อนหน้านี้ล้วนล้มเหลว เมื่อจรวดระเบิดเป็นเสี่ยงๆ เริ่มตั้งแต่เอสเอ็น8 เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว, เอสเอ็น9 ในเดือนกุมภาพันธ์ และเอสเอ็น 10 กับเอสเอ็น 11 ในเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปซเอกซ์วางแผนว่า จะนำยานอวกาศสตาร์ชิพประกอบเข้ากับจรวดนำส่งซูเปอร์เฮฟวีท่อนแรก ที่จะทำให้จรวดมีความสูงถึง 394 ฟุต (120 เมตร) โดยเป็นส่วนหนึ่งของยานนำส่งเจเนอเรชันใหม่ซึ่งสร้างจากระบบที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด ที่จะพามนุษย์เดินทางสู่อวกาศได้ง่ายยิ่งขึ้นและเป็นปกติวิสัยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบินโคจรเที่ยวแรกของสตาร์ชิพวางแผนไว้ภายในสิ้นปีนี้ มัสก์ยังเคยกล่าวไว้ด้วยว่า เขาตั้งใจจะพา ยูซากุ มาเอะซาวะ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น เดินทางไปวนรอบดวงจันทร์ในปี 2566.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบจรวดต้นแบบ, สตาร์ชิพ เอสเอ็น15, สเปซเอกซ์, อีลอน มัสก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093a0b83d6ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีลอน มัสก์&#039;ยืนยันรถเทสลาไม่ได้ใช้สอดแนมจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา ยืนกรานปฏิเสธว่า รถยนต์เทสลา ซึ่งสามารถรวบรวมข้อมูลไว้จำนวนมาก อาจถูกใช้ล้วงความลับของจีน ตามข้ออ้างที่ทางการจีนมีคำสั่งห้ามกองทัพและพนักงานบริษัทรัฐวิสาหกิจบางแห่งใช้รถไฟฟ้ายี่ห้อนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีลอน มัสก์ (Photo by Win McNamee/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานวอลล์สตรีทเจอร์นัลกล่าวว่า มัสก์ให้ทัศนะผ่านการร่วมประชุมทางวิดีโอลิงค์กับที่ประชุมไชน่าดีเวลอปเมนต์ฟอรัม ที่รัฐบาลปักกิ่งให้การสนับสนุน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทางการจีนมีคำสั่งห้ามบุคลากรของกองทัพหรือพนักงานของรัฐวิสาหิจบางแห่งใช้รถยนต์เทสลา เนื่องจากหวั่นเกรงว่าข้อมูลที่รวบรวมโดยรถยนต์ยี่ห้อนี้ ซึ่งรวมถึงภาพจากกล้องติดรถยนต์ อาจถูกส่งต่อไปให้รัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า จีนเป็นตลาดสำคัญของเทสลา ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ในเซี่ยงไฮ้และมียอดขายรถยนต์ 1 ใน 4 ที่จริง บริษัท เทสลา หวังว่าจะขายรถในจีนได้ 200,000 คันในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำชี้แจง มัสก์ยืนกรานว่า ไม่มีบริษัทของอเมริกันหรือของจีนบริษัทใดจะยอมเสี่ยงด้วยการรวบรวมข้อมูลของเอกชน แล้วแชร์ข้อมูลนั้นกับรัฐบาลของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจีนหรือสหรัฐ ผลกระทบในเชิงลบหากบริษัทพาณิชย์มีส่วนในการจารกรรมจะเลวร้ายอย่างยิ่ง และหากเทสลาใช้รถยนต์ของตนสอดแนมในประเทศใด บริษัทก็ต้องปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีแรงจูงใจที่เข้มแข็งมากที่เราจะต้องเก็บข้อมูลใดๆ ไว้เป็นความลับ&amp;quot; มัสก์กล่าวต่อที่ประชุมธุรกิจชาวจีนที่ทรงอิทธิพล &amp;quot;ถ้าเทสลาใช้รถยนต์สอดแนมในจีน หรือที่ใดก็ตาม เราจะต้องปิดตัวลง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนกลัวว่า ข้อมูลที่รวบรวมโดยกลุ่มบริษัทเช่นเทสลานี้อาจคุกคามความมั่นคงแห่งชาติในช่วงยามที่สหรัฐและจีนเผชิญหน้าการอย่างต่อเนื่องในด้านเทคโนโลยีและการค้า สัปดาห์ที่แล้วทางการสหรัฐเพิ่งจัดให้กลุ่มหัวเว่ยและผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมของจีน 4 แห่ง เป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งบั่นทอนความหวังว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะสามารถผ่อนคลายความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เคยขึ้นบัญชีดำบริษัท หัวเว่ย ของจีนเมื่อปี 2562 โดยกล่าวหาอย่างปราศจากหลักฐานว่ารัฐบาลจีนอาจใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยสอดแนมการสื่อสารและการรับส่งข้อมูลในประเทศอื่นๆ รัฐบาลทรัมป์ยังกล่าวหาแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยม &amp;quot;TikTok&amp;quot; ของกลุ่มบริษัท ไบต์แดนซ์ ว่ารวบรวมข้อมูลลับแชร์กับรัฐบาลจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำกล่าวเมื่อวันเสาร์ มัสก์ปฏิเสธความหวาดกลัวของทางการสหรัฐเกี่ยวกับ &amp;quot;TikTok&amp;quot; ว่า &amp;quot;ไม่มีเหตุผล&amp;quot; แพลตฟอร์มนี้ซึ่งวัยรุ่นอเมริกันนิยมกันมาก ส่วนใหญ่ก็แค่เผยแพร่วิดีโอการเต้นโง่ๆ เท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96753</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนห้ามใช้รถเทสลา, รถไฟฟ้าเทสลา, สอดแนมจีน, อีลอน มัสก์, เทสลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056c16996314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จรวดสตาร์ชิพของสเปซเอ็กซ์ระเบิดแม้ลงจอดสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดีใจเก้อ สเปซเอ็กซ์ทดสอบจรวดต้นแบบ &amp;quot;สตาร์ชิพ&amp;quot;ครั้งที่ 3 เมื่อวันพุธตามเวลาสหรัฐ จรวดกลับมาลงจอดแนวดิ่งสำเร็จ แต่ไม่นานหลังจากนั้นเกิดระเบิดเป็นลูกไฟขนาดมหึมา ซ้ำรอยจรวดที่ทดสอบ 2 ลูกก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;ช่วงหนึ่งของวิดีโอถ่ายทอดสดการทดสอบของสเปซเอ็กซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปซเอ็กซ์ ของอีลอน มัสก์ วาดหวังไว้ว่าวันหนึ่งจรวดสตาร์ชิพของพวกเขาจะพาไปถึงดาวอังคารได้ แต่การทดสอบจรวดที่ออกแบบให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ทั้ง 3 ครั้ง รวมครั้งล่าสุดนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการลงจอดอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จรวดต้นแบบลูกล่าสุดนี้มีชื่อเรียกว่า เอสเอ็น 10 ทะยานขึ้นจากกลางทะเลทรายในเมืองโบกาชิกา รัฐเทกซัส เมื่อเวลาใกล้ 06.20 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม ตามเวลาประเทศไทย จรวดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงามจนถึงระดับความสูงที่ต้องการที่ 10 กิโลเมตร เครื่องยนต์ทั้ง 3 เครื่องจึงดับลง จรวดลดระดับแล้วเปลี่ยนตำแหน่งเป็นแนวนอน ก่อนที่จะตะแคงกลับมาแนวตั้งตามเดิมแล้วลงจอด ณ จุดเดิม สร้างความดีใจว่าการทดสอบครั้งนี้ประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การลงจอดที่นุ่มนวลสวยงาม&amp;quot; ผู้บรรยายของสเปซเอ็กซ์กล่าวในคลิปที่ถ่ายทอดสดการทดสอบครั้งนี้ แม้จะมองเห็นว่ามีเปลวไฟออกมาจากส่วนฐานและลูกทีมกำลังพยายามดับไฟ ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น จรวดระเบิดแล้วกระเด็นขึ้นสู่อากาศก่อนจะตกกระแทก ยังไม่มีคำอธิบายตามมาจากสเปซเอ็กซ์&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งสเปซเอ็กซ์ พัฒนาจรวดสตาร์ชิพเจเนอเรชันใหม่สำหรับการเดินทางสู่ดาวอังคาร ถึงแม้ว่าจรวดต้นแบบ 2 ลูกแรก คือเอสเอ็น8 และเอสเอ็น9 จะระเบิดรุนแรงในการทดสอบเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากพาไปดาวอังคารแล้ว หากจรวดนี้ใช้การได้ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับการเดินทางทางอวกาศใกล้ๆ เช่นดวงจันทร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการทดสอบครั้งนี้ ยูซากุ มาเอะซาวะ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น ผู้ซื้อตั๋วทัวร์ดวงจันทร์ไว้กับสเปซเอ็กซ์ เพิ่งประกาศหาเพื่อนร่วมเดินทางอีก 8 คนจากทั่วโลก เพื่อขึ้นยานไปวนรอบดวงจันทร์กับเขาในปี 2566.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94991</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบจรวดเอสเอ็น10, ระเบิดหลังลงจอด, สตาร์ชิพ, สเปซเอ็กซ์, อีลอน มัสก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_60408365bc50e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 22:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 22:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีลอน มัสก์&#039;ควัก100ล้าน$ ตั้งรางวัลเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เศรษฐีใจป้ำ อีลอน มัสก์ ผู้บริหารบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า เทสลา ประกาศผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาจะมอบเงินรางวัล 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,000 ล้านบาท) แก่ผู้ที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีดักจับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ &amp;quot;ดีที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า การดักจับก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของแผนการมากมายในการควบคุมสภาพภูมิอากาศโลก แต่ถึงขณะนี้เทคโนโลยีดังกล่าวมีความคืบหน้าน้อยมาก โดยความพยายามในการต่อสู้โลกร้อนหันไปมุ่งเน้นด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าการกำจัดก๊าซคาร์บอนนี้ออกจากอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศเคยกล่าวไว้เมื่อปีที่แล้วว่า การใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนมีความจำเป็นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากประเทศต่างๆ อยากบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กำลังบริจาคเงิน 100 ล้าน$ เป็นรางวัลสำหรับเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนที่ดีที่สุด&amp;quot; มัสก์ทวีตในทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของเขา พร้อมกับทวีตตามมาอีกข้อความว่า &amp;quot;รายละเอียดในสัปดาห์หน้า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของเทสลายังไม่ให้ทัศนะตอบคำขอข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90708</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซเรือนกระจก, คาร์บอนไดออกไซด์, อีลอน มัสก์, เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน, ให้รางวัล100ล้าน$</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb8050a58dfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีลอน มัสก์&#039;แซง&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;ขึ้นแท่นรวยสุดในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท เทสลา ขึ้นแท่นเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลก แซงหน้าเจฟฟ์ เบโซส เจ้าของแอมะซอน ด้วยทรัพย์สินมูลค่ามากกว่า 185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีซีเอ็นบีซีของสหรัฐประเมินเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคมว่า อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท เทสลา และบริษัท สเปซเอ็กซ์ มีทรัพย์สินสุทธิมากกว่า 185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.56 ล้านล้านบาท) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เทสลา และราคาหุ้นของเทสลาขึ้นสูงอย่างมากในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ้นของเทสลามีมูลค่าราคาตลาดสูงขึ้นถึง 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้เทสลาเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของบริษัทผลิตรถยนต์อย่างโตโยต้า, โฟล์กสวาเกน, ฮุนได, จีเอ็ม และฟอร์ด รวมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัสก์กลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกแซงหน้าเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของแอมะซอน ที่ครองตำแหน่งบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกมาตั้งแต่ปี 2560 ขณะนี้เบโซสมีทรัพย์สินสุทธิราว 184,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.53 ล้านล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัสก์โพสต์ทางทวิตเตอร์หลังทราบรายงานข่าวเรื่องนี้ตามสไตล์ของเขาว่า &amp;quot;แปลกใจจัง&amp;quot; และ &amp;quot;กลับไปทำงาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโพสต์ก่อนหน้านี้ของมัสก์ที่ขึ้นมาอยู่หน้าฟีดของเขา บอกถึงเรื่องการใช้ทรัพย์สินของเขาว่า ราวครึ่งหนึ่งของเงินที่มี เขาตั้งใจที่นำไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาของโลก และเงินครึ่งหนึ่งที่เหลือจะช่วยสร้างเมืองที่มีความยั่งยืนพึ่งตัวเองได้บนดาวอังคาร เพื่อให้มั่นใจว่าชีวิตของทุกสปีชีส์จะดำรงอยู่ต่อไปได้ ในกรณีที่โลกโดนอุกกาบาตพุ่งชนเหมือนตอนไดโนเสาร์สูญพันธุ์ หรือเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 และเราทำลายกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัสก์ประสบปัญหารุมเร้าในปี 2561 โดยคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐขอให้เขาลาออกจากประธานบริษัท เทสลา และต้องเสียค่าปรับ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติคดีที่เขาโพสต์ทางทวิตเตอร์ถึงความเป็นไปได้ที่จะนำบริษัทเทสลาออกจากตลาดหุ้น หลังจากนั้นเขายังโดนเวอร์นอน อันส์เวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ ฟ้องร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา โรงงานผลิตรถยนต์เทสลาในรัฐแคลิฟอร์เนียและนครเซี่ยงไฮ้ เพิ่มกำลังการผลิตรถอย่างต่อเนื่อง และสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ใหม่ที่รัฐเทกซัสและที่ชานกรุงเบอร์ลิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89226</URL_LINK>
                <HASHTAG>รวยสุดในโลก, อีลอน มัสก์, เจฟฟ์ เบโซส, เทสลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb8050a58dfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2564 : นอกจากโควิด ยังมีเรื่องต้องลุ้นอีกมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีใหม่ 2564 เป็นปีที่มีคำถามมากมายว่าปีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของโควิด เพราะมีวัคซีนหรือจะเป็นเพียงปีที่สองของการระบาดของโคโรนาไวรัส?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่น่าจะเป็นคำถามอันดับหนึ่งของผู้คนทั่วโลกเมื่อย่างเข้าสู่ปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถ้าโควิดไม่สงบในปีนี้ก็จะเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความท้าทายอนาคตของสุขภาพ, เศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกเพียงสองสัปดาห์เศษๆ สหรัฐจะมีประธานาธิบดีคนใหม่ที่ชื่อโจ ไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาจะสามารถระงับการระบาดของโควิดได้ดีกว่าโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แน่ๆ คืองานข้างหน้าไม่ง่ายสำหรับเขาเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสัปดาห์ก่อนสิ้นปี ไบเดนออกมาบ่นเสียงดังว่าการส่งงานต่อจากทีมของทรัมป์ให้กับทีมของเขามีอุปสรรคมากมายที่ทำให้ไม่มีความราบรื่นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการแจกจ่ายวัคซีนให้กระจายไปทั่วอเมริกาโดยเร็วที่สุด...ก็ยังไม่สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนจึงส่งเสียงเตือนอย่างน่ากลัวว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสองสามสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เราจะเผชิญกับความยากลำบากกว่าที่ผ่านมามาก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงกับคำเตือนของผู้ว่าฯ โตเกียวว่า &amp;ldquo;เรากำลังจะเจอกับการระเบิดของการระบาดของโควิดในระดับที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้มีเรื่องราวมากมายที่ต้องเกาะติด เพราะจะมีผลต่อการเมืองระหว่างประเทศที่จะกระทบประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้จะครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นโอกาสที่สี จิ้นผิง จะต้องแสดงความยิ่งใหญ่ของจีนในจังหวะที่สำคัญเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะเมื่อตรงกับปีที่สหรัฐมีผู้นำใหม่ในช่วงเวลาที่ดูเหมือนว่าประเทศทรงอิทธิพลอันดับ 1 ของโลกกำลังเพลี่ยงพล้ำต่อโควิด และจีนสามารถบริหารวิกฤติครั้งนี้ได้ดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญกว่านั้นคือ สี จิ้นผิง จะฉวยจังหวะนี้กระชับฐานอำนาจการปกครองจีนให้เหนียวแน่นขึ้นอีก โดยอ้างความเป็นแกนนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เป็นเสาหลักของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมเกาะติดปีนี้มีอีกหลายเรื่องใหญ่ๆ เช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.จีนกับอเมริกาจะตกลงเลิกสงครามการค้าได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ญี่ปุ่นจะสามารถจัดงานโอลิมปิกในปีนี้ได้หรือไม่ หลังจากที่เลื่อนมาจากปีที่ผ่านมาเพราะโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.แจ็ก หม่า จะหลุดรอดจากการ &amp;ldquo;ลงโทษ&amp;rdquo; โดยรัฐบาล เพราะความระแวงของผู้นำจีนว่าบรรดาเจ้าสัว Big Techs กำลังจะสยายปีกกว้างไกลเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.Ant Group ของอาลีบาบาจะสามารถทำ IPO ที่ถูกทางการจีนระงับเอาไว้ในปีที่ผ่านมาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.&amp;ldquo;รถอัจฉริยะ&amp;rdquo; หรือ Smart Cars จะแสดงความฉลาดมากขึ้นและจะกลายเป็นวิถีชีวิตปกติของคนทั้งโลกมากขึ้นมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.รถไฟฟ้าจะแซงหน้าทดแทนรถใช้น้ำมันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.Tesla ของอีลอน มัสก์ จะรุกตลาดจีนได้อย่างกว้างขวางมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.ในแวดวง Startup และการลงทุนระดับภูมิภาคจะมีการลุ้นว่า Grab กับ Gojek จะควบรวมกันกลายเป็นอภิมหาอำนาจธุรกิจยุคใหม่ในปีนี้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.หัวเว่ยของจีนผงาดขึ้นมาในระดับโลกต่ออย่างไร...ภายใต้ไบเดน อเมริกาจะปฏิบัติต่อหัวเว่ยและผู้บริหารที่ถูกข้อหาของสหรัฐแตกต่างไปจากยุคของทรัมป์อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.Bitcoin จะเพิ่มบทบาทคึกคักขึ้นหลังจากที่ราคาพุ่งพรวดพราดทำสถิติใหม่ทุกสัปดาห์ก่อนสิ้นปีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.อเมริกาจะกลับมา CPTPP หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;12.RCEP จะออกเดินได้เร็วเพียงใดในปีนี้ หลังจากที่ 15 (รวมถึงไทย) ได้ลงนามรับรองให้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.สภาพอากาศและมลพิษทางอากาศจะกลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติโควิดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นเพียงบางเรื่องบางราวในระดับโลกที่ผมจับตาเพื่อจะได้วิเคราะห์ความท้าทายสำหรับประเทศไทย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงปัจจัยที่พอจะคาดการณ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ &amp;ldquo;คิดไม่ถึง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;คาดล่วงหน้าไม่ได้&amp;rdquo; จะมีอะไรบ้าง ไม่มีใครสามารถจะบอกได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนที่โควิด-19 ระเบิดขึ้นมาเมื่อต้นปีก่อน โดยที่ทั้งโลกช็อกและตั้งรับกันอย่างทุลักทุเลอย่างที่เห็นกันวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88697</URL_LINK>
                <HASHTAG>Gojek, Grab, กาแฟดำ, อีลอน มัสก์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทสลาฟ้องเมืองแคลิฟอร์เนียล็อกดาวน์ปิดรง. &#039;อีลอน มัสก์&#039;ขู่ย้ายฐานผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เทสลา ฟ้องรัฐบาลท้องถิ่นอลาเมดาเคาน์ตีที่ไม่ยอมอนุญาตให้เปิดโรงงานหลังรัฐแคลิฟอร์เนียผ่อนคลายล็อกดาวน์ ขณะ &amp;quot;อีลอน มัสก์&amp;quot; ขู่ย้ายสำนักงานใหญ่ไปรัฐเทกซัสหรือเนวาดาแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีลอน มัสก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีลอน มัสก์ เจ้าของบริษัท เทสลา อิงก์ พยายามกดดันเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของอลาเมดาเคาน์ตีในรัฐแคลิฟอร์เนีย อนุญาตให้โรงงานฟรีมอนต์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์เทสลาเพียงแห่งเดียวในสหรัฐ เปิดดำเนินการอีกครั้ง หลังจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขยืนกรานว่า โรงงานผลิตรถยนต์แห่งนี้ไม่ใช่ธุรกิจจำเป็นและต้องปิดภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ควบคุมโรคของเมืองนี้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บอกตามตรง นี่คือฟางเส้นสุดท้าย ตอนนี้เทสกลาจะย้ายสำนักงานใหญ่และโครงการในอนาคตไปเทกซัสหรือเนวาดาทันที&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของมหาเศรษฐีปากร้ายเจ้าอารมณ์ที่โพสต์ทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ พร้อมกับบริภาษเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นชุดใหญ่ และบอกว่า บริษัทของเขาจะฟ้องรัฐบาลอลาเมดาเคาน์ตีทันที เพราะการกระทำที่ไร้เหตุผลและแยกจากความเป็นจริง ขัดแย้งกับคำสั่งของผู้ว่าการรัฐ, ประธานาธิบดี และเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า บริษัท เทสลา เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า จุดยืนของอลาเมดาเคาน์ตีทำให้บริษัทไม่มีทางเลือก ต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลกลางนครซานฟรานซิสโกวันเดียวกันนี้ เพื่อให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานได้ คำฟ้องกล่าวด้วยว่า ข้อห้ามของเคาน์ตีเป็นการชิงอำนาจจากผู้ว่าการรัฐ ซึ่งมีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วให้โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายในรัฐนี้กลับมาเปิดดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว โรงงานฟรีมอนต์แห่งนี้ผลิตรถยนต์ได้เกือบ 500,000 คัน โดยจ้างแรงงานหลายพันคน เทสลาอ้างว่าบริษัทมีรองรับการกลับเข้าทำงานอย่างละเอียด รวมถึงการฝึกทางออนไลน์, การแยกพื้นที่เป็นสัดส่วน, การวัดอุณหภูมิร่างกาย, การสวมชุดและอุปกรณ์ป้องกัน และการทำความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างเคร่งครัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65576</URL_LINK>
                <HASHTAG>ย้ายฐานการผลิต, ล็อกดาวน์, อีลอน มัสก์, เทสลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb8050a58dfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
