<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นซะเอง &#039;ลูกสาว-ลูกเขยทรัมป์&#039;ฝ่าฝืนล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แล้วกัน ลูกสาวคนโตและลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ฝ่าฝืนคำสั่งล็อกดาวน์ของวอชิงตัน ดี.ซี.และรัฐนิวเจอร์ซีย์ เดินทางข้ามรัฐไปฉลองปัสกากับครอบครัว ทั้งที่เพิ่งเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียหยกๆ ให้ชาวอเมริกันอยู่บ้าน ด้านทำเนียบขาวปกป้องลูกนาย แค่ทริปพักผ่อนส่วนตัวไม่ได้ทำการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีวานกา ทรัมป์ ขณะร่วมการแถลงข่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พ่อของเธอ ที่ทำเนียบขาว เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีวานกา ทรัมป์ ลูกสาวคนโตของประธานาธิบดีทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ สามีชาวยิวของนาง ต่างกินตำแหน่งที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐด้วย ทั้งคู่ถูกสื่อแฉว่าเดินทางออกจากบ้านในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปอยู่ที่ทรัมป์เนชันแนลกอล์ฟคลับในเมืองเบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ เพื่อฉลองเทศกาลวันหยุดปัสกาของชาวยิว ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ถึงวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวยืนยันรายงานข่าวดังกล่าว ซึ่งนิวยอร์กไทมส์เปิดโปงเป็นเจ้าแรก แต่อ้างว่า ทริปของอีวานกา, จาเร็ด และลูกทั้ง 3 คนของพวกเขา เป็นทริปส่วนตัว และไม่ได้มีการข้องเกี่ยวกับบุคคลอื่นเลย การเดินทางของอีวานกาไม่แตกต่างจากการเดินทางไป-กลับสถานที่ทำงาน และสถานที่นั้นก็มีคนอยู่น้อยกว่าพื้นที่โดยรอบบ้านของเธอในดี.ซี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างที่อยู่เบดมินสเตอร์ เธอปฏิบัติตามการเว้นระยะห่างทางสังคมและทำงานทางไกล การเดินทางของเธอไม่ใช่เชิงพาณิชย์ เธอเลือกที่จะใช้เวลาวันหยุดส่วนตัวกับครอบครัวของเธอ&amp;quot; คำแถลงที่ทำเนียบขาวชี้แจงต่อสื่อกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวง และรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งอยู่ใกล้กับรัฐนิวยอร์ก ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่างมีคำสั่งให้ประชาชนอยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของทำเนียบขาวเอง ที่ขอให้ชาวอเมริกัน &amp;quot;หลีกเลี่ยงการเดินทางตามอำเภอใจ&amp;quot; เช่นการออกไปช็อปปิ้งหรือเยี่ยมเยียนญาติมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำนี้ทำให้ชาวอเมริกันหลายร้อยล้านคนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ รวมถึงวันหยุดปัสกา โดยยกเลิกการรวมญาติตามประเพณี แล้วรวมตัวกันผ่านทางออนไลน์แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน หนึ่งวันก่อนเข้าเทศกาลปัสกา อีวานกาเพิ่งแชร์ทวีตของฟิล เมอร์ฟี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่ขอร้องประชาชนฉลองให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วยการ &amp;quot;อยู่กับบ้านเพื่อพวกเขา&amp;quot; เดือนที่แล้วผู้ว่าการรัฐรายนี้ก็เคยเรียกร้องชาวนิวเจอร์ซีย์เลี่ยงการเดินทางไปยังบ้านหลังที่สองของพวกเขา จนกว่าจะผ่อนคลายมาตรการทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทวีตของเธอเอง อีวานกาใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียนี้วิงวอนคนอเมริกันเคารพคำแนะนำของรัฐบาลกลาง &amp;quot;ผู้ที่โชคดีพอที่จะอยู่กับบ้านได้ ได้โปรดทำเช่นนั้น&amp;quot; เธอกล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ทางทวิตเตอร์เมื่อปลายเดือนมีนาคม &amp;quot;เราทุกคนล้วนมีบทบาทในการชะลอการแพร่ระบาด และเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อรักษาชีวิต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว ดร.แคธรีน คัลเดอร์วูด หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของรัฐบาลสกอตแลนด์เคยฝ่าฝืนมาตรการห้ามการเดินทาง จนโดนตำรวจเตือน หลังจากมีภาพถ่ายเป็นหลักฐานว่าเธอไปบ้านหลังที่สองของเธอ ที่อยู่ห่างจากกรุงเอดินบะระด้วยการขับรถนานกว่า 1 ชั่วโมง ถึง 2 ครั้ง คัลเดอร์วูดต้องแถลงขอโทษ และสุดท้ายก็ยอมลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลล่าสุดของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 671,425 ราย เสียชีวิตแล้ว 33,286 ราย รัฐนิวยอร์กสถานการณ์รุนแรงที่สุด มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 226,000 ราย เสียชีวิตเกิน 16,000 ราย รัฐนิวเจอร์ซีย์หนักรองลงมา มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 75,000 ราย เสียชีวิตเกิน 3,500 ราย ส่วนดี.ซี. มีผู้ติดเชื้อ 2,350 ราย เสียชีวิต 81 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63435</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่าฝืนล็อกดาวน์, ลูกสาวทรัมป์, ลูกเขยทรัมป์, วันหยุดปัสกา, อีวานกา ทรัมป์, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9956d73b285.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ &#039;อีวานกา ทรัมป์&#039; ใช้อีเมลส่วนตัวติดต่องานราชการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แล้วกัน วอชิงตันโพสต์แฉ &amp;quot;อีวานกา ทรัมป์&amp;quot; บุตรีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรับตำแหน่งที่ปรึกษาให้พ่อ ใช้อีเมลส่วนตัวในการติดต่องานของรัฐบาล ถือเป็นการละเมิดกฎหมายการบันทึกข้อมูลของรัฐบาลกลางสหรัฐ ทั้งที่ทรัมป์เคยถล่มนางฮิลลารี คลินตัน เรื่องนี้อย่างรุนแรงสมัยหาเสียงเลือกตั้งว่าทำผิดกฎหมายและเป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีวานกา ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์เมื่อวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลตรวจพบว่า อีวานกา ทรัมป์ ใช้อีเมลส่วนตัวของเธอในการส่งจดหมายนับพันฉบับติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลเกี่ยวกับกิจธุระของทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว และถึงแม้ว่าอีเมลหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้จะเป็นข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลด้านลอจิสติกเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางฉบับที่อาจละเมิดกฎหมายการบันทึกข้อมูลของรัฐบาลกลางสหรัฐ ซึ่งระบุให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลส่งข้อมูลการติดต่อของราชการเข้าเก็บรักษาระเบียนของรัฐบาลกลางภายใน 20 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งในรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ชี้แจงกับซีบีเอสนิวส์ว่า อีเมลของอีวานกานั้นไม่ได้มีข้อมูลที่เป็นชั้นความลับ และเธอทำไปเพราะไม่เข้าใจกฎดังกล่าว อีวานกาเลิกใช้อีเมลส่วนตัวของเธอในการตอบโต้งานของรัฐบาลทันทีหลังจากเธอได้รับแจ้งว่าไม่สมควรปฏิบัติแบบนั้น ขณะที่ทนายความของอีวานกาอ้างว่า เธอได้ส่งมอบอีเมลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกิจการของรัฐบาลเข้าสู่ระเบียนของรัฐบาลกลางแล้วตั้งแต่หลายเดือนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชิงตันโพสต์ ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าวนิรนามหลายราย กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวตรวจพบเรื่องนี้ระหว่างการทบทวนตรวจสอบอีเมล ภายหลังมีผู้ยื่นคำร้องขอให้เปิดเผยต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีอ้างคำกล่าวของออสติน เอฟเวอร์ส ตัวแทนจากกลุ่มอเมริกันโอเวอร์ไซต์ ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำร้องนี้โดยอ้างมกฎหมายเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสารจนนำไปสู่การค้นพบเรื่องนี้ ว่า &amp;quot;ครอบครัวของประธานาธิบดีไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย&amp;quot; เขากล่าวไว้ในแถลงการณ์ด้วยว่า มีคำถามจริงจังที่สภาคองเกรสควรสอบสวนทันทีทันใด ว่าอีวานกาได้ส่งมอบอีเมลทั้งหมดของเธอเพื่อเก็บรักษาตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วหรือไม่ และเธอได้ส่งข้อมูลที่เป็นความลับผ่านระบบส่วนตัวด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้อีเมลส่วนตัวติดต่องานราชการเคยเป็นประเด็นที่โดนัลด์ ทรัมป์ พ่อของเธอ โจมตีนางฮิลลารี คลินตัน อย่างรุนแรง เมื่อครั้งที่ทั้งสองเป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559 คราวนั้นทรัมป์ระบุว่า การที่นางฮิลลารีใช้อีเมลที่เก็บบันทึกไว้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวในการติดต่องานราชการระหว่างที่นางดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเมื่อปี 2552 เป็นเรื่องอื้อฉาวที่ &amp;quot;ใหญ่โตกว่าคดีวอเตอร์เกต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า นางคลินตันทำให้สหรัฐตกอยู่ในอันตราย และกล่าวโจมตีพฤติกรรมของนางหลายครั้งว่า &amp;quot;ผิดกฎหมาย&amp;quot; และเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศ ระหว่างการปราศรัยหาเสียงมีหลายครั้งที่ทรัมป์และผู้สนับสนุนเขาพากันร้องตะโกนให้จับนางขังคุก เขายังเคยเรียกร้องให้รัสเซียช่วยขุดคุ้ยอีเมลราว 30,000 ฉบับ ที่นางคลินตันไม่ได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่สอบสวน หลังจากที่นางคลินตัน หรือทนายความของนาง ลงความเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเนื่องจากเป็นข้อความส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เคยทำการสอบสวน 2 ครั้ง แต่ตัดสินใจไม่ตั้งข้อหานางคลินตัน เพียงแต่ตำหนิการกระทำนี้ว่าเป็นความสะเพร่าอย่างที่สุดในการจัดการข้อมูลที่เป็นความลับ ว่ากันว่า คำประกาศเปิดการสอบสวนครั้งใหม่ของเจมส์ คอมีย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอในตอนนั้นซึ่งโดนประธานาธิบดีทรัมป์สั่งปลดเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้าวันเลือกตั้งเพียง 11 วัน มีส่วนทำให้นางคลินตันพ่ายแพ้แก่ทรัมป์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดต่องานราชการ, อีวานกา ทรัมป์, อีเมลส่วนตัว, ฮิลลารี คลินตัน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3d4c8a2078.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซักจริยธรรม &#039;อีวานกา&#039; ผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีได้เครื่องหมายการค้าในจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรพลเมืองตั้งคำถามแง่จริยธรรมต่ออีวานกา ทรัมป์ บุตรีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีจีนอนุมัติเครื่องหมายการค้าแบรนด์ของเธอเพิ่มอีก 16 รายการในช่วงยามที่สหรัฐเปิดสงครามการค้ากับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีวานกา ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรพลเมืองเพื่อความรับผิดชอบและจริยธรรมในวอชิงตันเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการตัดสินใจของทางการจีน ที่ให้การอนุมัติเบื้องต้นแก่เครื่องหมายการค้า 16 รายการของบริษัท อีวานกาทรัมป์มาร์กส์ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับระบุว่าการอนุมัติของทางการจีนได้ก่อให้เกิดคำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อีวานกาและจาเรด คุชเนอร์ สามีของเธอ ต่างรับตำแหน่งที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดประเด็นคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจของอีวานกา ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ก็ถูกวิจารณ์เช่นกันกรณีที่เขาไม่ละทิ้งธุรกิจส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคโรไลน์ จาง ผู้จัดการด้านโซเชียลมีเดียขององค์กรนี้กล่าวว่า เนื่องจากอีวานกายังคงได้รับเครื่องหมายการค้าในประเทศอยู่อีก สาธารณชนก็จะยังคงต้องตั้งคำถามว่าประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจด้านนโยบายต่างประเทศโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเขาและธุรกิจของครอบครัวเขาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารระบุว่า เครื่องหมายการค้าที่อีวานกาได้รับเป็นสินค้าหลายประเภท เช่น กระเป๋าถือ, ร่ม,&amp;nbsp; หมวกคลุมผมอาบน้ำ และชุดว่ายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปีเตอร์ มิริจาเนียน โฆษกของแอ็บบี โลเวลล์ ทนายความด้านจริยธรรมของอีวานกา อ้างว่า เครื่องหมายการค้าเหล่านี้บริษัทยื่นขอจดทะเบียนเมื่อปี 2559 ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะชนะเลือกตั้ง และก่อนหน้าที่อีวานกาจะเข้าทำงานในรัฐบาลนานมาก เครื่องหมายการค้าเหล่านี้ขอไว้เพื่อปกป้องชื่อของอีวานกาและป้องกันไม่ให้คนอื่นขโมยชื่อของเธอไปใช้เพื่อขายสินค้าของพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21563</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ผลประโยชน์ทับซ้อน, อีวานกา ทรัมป์, เครื่องหมายการค้า, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be2e9c782da6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีวานกา ทรัมป์&#039; ปิดธุรกิจแบรนด์แฟชั่น แต่ปัดข่าวของขายไม่ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อีวานกา ทรัมป์ ลูกสาวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยุบแบรนด์แฟชั่น &amp;quot;อีวานกา ทรัมป์&amp;quot; ของเธอแล้ว อ้างยังอยากทำงานการเมืองต่อ แต่สื่อเผยยอดขายสินค้าดิ่งฮวบ หลังมีเสียงวิจารณ์ผลประโยชน์ทับซ้อนและกระแสต่อต้านพ่อของเธอที่ทำให้ห้างค้าปลีกหลายแห่งเลิกขายแบรนด์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีวานกา ทรัมป์ ขณะฟังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนทนากับสมาชิกสภาคองเกรสและคณะรัฐมนตรีจากพรรครีพับลิกัน ที่ทำเนียบขาว วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2561 ว่าลูกสาววัย 36 ปีของประธานาธิบดีทรัมป์ได้วางมือจากการบริหารธุรกิจแฟชั่น &amp;quot;อีวานกา ทรัมป์&amp;quot; ของเธอภายหลังได้รับแต่งตั้งจากพ่อเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว แต่เธอยังคงเก็บเกี่ยวผลกำไรจากธุรกิจนี้ ในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร อีวานกากล่าวว่าภายหลังทำงานที่วอชิงตันมานาน 17 เดือน เธอไม่รู้ว่าเธอจะได้กลับไปทำธุรกิจอีกเมื่อใดหรือจะได้กลับไปหรือไม่ ที่รู้ในตอนนี้คืออนาคตเบื้องหน้าที่เธอทุ่มเทสมาธิให้คืองานที่เธอกำลังทำอยู่ที่วอชิงตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีวานกากับจาเรด คุชเนอร์ สามีของเธอซึ่งได้รับแต่งตั้งจากทรัมป์ให้เป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐด้วยเช่นกัน มีรายได้เมื่อปีที่แล้วอย่างน้อย 82 ล้านดอลลาร์ ทั้งคู่ไม่รับเงินเดือนจากตำแหน่งที่ปรึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีวานกาเริ่มก่อตั้งแบรนด์นี้ของเธอเมื่อปี 2550 โดยเริ่มจากธุรกิจอัญมณี ก่อนที่จะขยายแบรนด์ไปยังธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยจับกลุ่มลูกค้าในตลาดระดับกลางที่เป็นคนวัยทำงาน อาทิ รองเท้า, กระเป๋าและเสื้อผ้า สินค้าของเธอวางขายในห้างสรรพสินค้าของสหรัฐหลายแห่ง ทั้งห้างเมซีส์, ที.เจ.แมกซ์, นอร์ดสตอร์ม และนีแมน มาร์คัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2559 ที่พ่อของเธอลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี อีวานกาทุ่มเทช่วยพ่อหาเสียงอย่างหนัก ปีนี้แบรนด์ของเธอได้ขยายธุรกิจไปยังสินค้าประเภทผ้ายีนส์, ชุดออกกำลังกาย และชุดเครื่องนอนเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง อีวานกาก็ประกาศในเดือนมกราคมปีถัดมาว่า เธอกำลังวางมือจากทรัมป์ออร์แกไนเซชัน บริษัทที่ดูแลธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว และวางมือจากการบริหารแบรนด์แฟชั่นของเธอแล้วนำเข้าทรัสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น แบรนด์อีวานกา ทรัมป์ ยังคงถูกวิจารณ์และได้รับผลกระทบจากกระแสต่อต้านรัฐบาลของพ่อเธอ มีเสียงเรียกร้องให้บอยคอตพวกที่ทำธุรกิจกับครอบครัวทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รองเท้าส้นสูงแบรนด์อีวานกา ทรัมป์ ชายลดราคาที่ห้างเซนจูรี 21 ในนิวยอร์กซิตี เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยอดขายของแบรนด์อีวานกา ทรัมป์ ที่พุ่งพรวดในปี 2559 ที่ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง กลับดิ่งลงในปีที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งประกาศเลิกขายสินค้าแบรนด์นี้โดยอ้างเหตุผลว่ายอดขายไม่ดี อาทิ ห้างนอร์ดสตอร์มและนีแมน มาร์คัส และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วฮัดสันส์เบย์ เชนห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุดของแคนาดาก็อ้างยอดขายไม่ดี ยกเลิกสัญญากับแบรนด์นี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทของอีวานกาไม่ได้เปิดเผยยอดขายสินค้าของพวกเขา แต่บีบีซีอ้างรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัลที่อ้างอิงผลการค้นคว้าจากรากุเตนอินเทลลิเจนซ์ ว่ายอดขายออนไลน์ทางแอมะซอน, เมซีส์ และบลูมมิงเดลส์ตกลงเกือบ 45% ตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้นคว้าของวอชิงตันโพสต์เมื่อปีที่แล้วยังพบด้วยว่า เสื้อผ้าทั้งหมดของแบรนด์นี้ล้วนผลิตในประเทศกำลังพัฒนา เช่น บังกลาเทศ, อินโดนีเซีย และจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีวานกายังถูกวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย องค์กรพลเมืองเพื่อความรับผิดชอบและจริยธรรมในวอชิงตัน (ครูว์) เรียกร้องให้ครอบครัวทรัมป์วางมือจากธุรกิจทั้งหมด ซึ่งครอบครัวนี้ควรทำตั้งแต่ก่อนเข้าทำเนียบขาวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรนี้เคยเปิดโปงเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า แบรนด์ของอีวานกาได้รับอนุมัติเครื่องหมายการค้า 5&amp;nbsp; ประเภทในจีน เพียงไม่กี่วันหลังจากทรัมป์ตัดสินใจปุบปับยกเลิกคำสั่งห้ามบริษัทสหรัฐทำธุรกิจกับบริษัทโทรคมนาคม แซดทีอี ของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14114</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลประโยชน์ทับซ้อน, ยอดขายดิ่ง, ยุบแบรนด์, ลูกสาวทรัมป์, อีวานกา ทรัมป์, แบรนด์อีวานกา ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b58816b197e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าด้วยเรื่องทรงผมและสันติภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เห็นใครต่อใครเค้าออกอาการตื่นเต้น ฮือฮา กันอยู่พอสมควร สำหรับการพบปะ เจอหน้า เจอตา ระหว่าง &amp;ldquo;คิมน้อย&amp;rdquo; ผู้นำเกาหลีเหนือ กับ ทรัมป์บ้า ผู้นำอเมริกา ชนิดผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ กูรู กูรู้ ออกมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ กันยกใหญ่ ดังนั้น...แทนที่จะไปว่ากันเรื่องการมง การเมือง ระดับโลก ที่มันอาจซับซ้อน ยุ่งยาก ซะยิ่งกว่าการเมืองไทยไม่รู้จะกี่เท่าต่อกี่เท่า ในฐานะผู้สังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เลยคงต้องขออนุญาตชวนตามไปดู ทรงผม ของผู้นำทั้งสอง น่าจะสบายใจกว่า ลื่นไหลกว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเรื่องของ ทรงผม ไม่ว่าทั้งของ คิมน้อย และ ทรัมป์บ้า นั้น...ต้องเรียกว่า เป็นสิ่งที่น่าสะดุดตา สะดุดใจ น่าสนใจมิใช่น้อย เรียกว่า...กว่าจะดลบันดาลให้ทรงผมของตัวเอง เกิดเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ชนิดเข้าร้านตัดผมเมื่อไหร่ อาจต้องฉายสไลด์ ประกอบการบรรยาย นับเป็นชั่วโมงๆ ถึงจะสามารถทำให้ช่างตัดผม เนรมิตทรงผมตามที่ตัวเองหวัง และต้องการขึ้นมาได้จริงๆ เพราะสำหรับทรงผมสไตล์ของ คิมน้อย นั้น จะเรียกว่าทรงกระทุ่ม หรือทรงกระท้อน ก็ดูจะไม่ถนัดซักไหร่ คือมันปนๆ ระหว่างกระทุ่มกับกระท้อน กระทุ่มตรงที่ไถด้านข้างเรียบสนิทติดหนังหัว แต่ตรงตุ่มกะโหลกทั้งสอง กลับหนานุ่มบานแฉ่ง คล้ายๆ กระท้อนที่โดนทุบก่อนเอามารับประทาน อะไรประมาณนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนทรงผมของ ทรัมป์บ้า นั้น...ถ้าหากเรียกขานแบบไทยๆ อาจเรียกว่า ทรงเพิงหมาแหงน ก็น่าจะพอได้ เพราะมันมีเพิงๆ ย้วยๆ กระจุยกระจาย ออกมาตรงหน้าผาก ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่สามารถดลบันดาล จัดแต่ง ได้ง่ายๆ&amp;nbsp; แม้ว่าเวลาหวีผมในแต่ละวัน แต่ละชั่วโมง ใครที่เคยมีโอกาสได้อ่านหนังสือเรื่อง Fire and Fury-Inside the Trump White House ของนาย ไมเคิล วูล์ฟฟ์ (Michale Wolff) คงพอรับรู้ได้ว่า ขนาดลูกสาวของ ทรัมป์บ้า อย่าง อีวานกา ทรัมป์ (Ivanka Trump) ยังต้องถูกตั้งคำถามจากเพื่อนๆ สมัยยังเป็นวัยรุ่น คราวแล้ว คราวเล่า ว่าพ่อตัวเองมีวิธีหวีผม เสยผม กันในแบบไหน อย่างไร...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การนิรมิตทรงผมของตัวเอง...ให้กลายเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ชนิดยากซ์ซ์ซ์จะหาใครเลียนแบบได้ง่ายๆ จึงต้องถือเป็นความสามารถเฉพาะตัว ที่น่าทึ่ง น่าประทับใจ ตั้งแต่แรก ต่างไปจากผู้ที่ไม่มีเส้นผมจะให้นิรมิต ให้มีโอกาสจัดรูป จัดทรง อย่างเช่น ท่านขุนน้อย เป็นต้น (หัวล้าน) ที่เวลาเดินเข้าร้านตัดผม อย่างมาก...ก็ได้แต่พึมๆ พำๆ แบบเศร้าๆ ประมาณว่า ข้างๆ รองทรง...ข้างบนตัดเกลี่ย อะไรประมาณนั้น แทบไม่มีโอกาสเสย โอกาสหวี แถมยังขาดเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ชนิดแทบอยากไป เกิดใหม่ เอาเลยก็ว่าได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เอาเป็นว่า...เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ แห่งความเป็นผู้นำ ไม่ว่ามันจะโดดเด่น เป็นสง่า หรือน่าเกลียด น่าชัง ยังไงก็แล้วแต่ สุดท้ายแล้ว...คงไม่เท่ากับอุปนิสัย ใจคอ ของแต่ละคน แต่ละราย ว่าจะออกไปในแนวไหนกันแน่ แนวที่ก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อตัวเองและผู้อื่น ต่อสังคม ประเทศชาติ หรือต่อโลกทั้งโลก ได้มาก-น้อยขนาดไหน ไม่ก่อให้เกิดการเบียดเบียน ทำร้าย ทำลายใครต่อใคร อันนั้นนั่นแหละ...ที่อาจถือเป็นเครื่องชี้วัดตัดสิน เป็นตัวกำหนดมาตรฐานแห่งความเป็นผู้นำ ได้ดีซะยิ่งกว่าบุคลิกลักษณะภายนอก ไม่ว่าหน้าตา ทรงผม หรือไลฟ์สไตล์ในแบบไหน อย่างไร...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อมาถึงขั้นนี้...คงต้องสรุปว่า ไม่น่าจะเป็นแค่เฉพาะ ทรงผม ที่ทำให้ผู้นำประเทศมหาอำนาจสูงสุด อย่าง ทรัมป์บ้า ชักจะกลายเป็นที่น่าเกลียด น่าชัง ของใครต่อใครอยู่ไม่น้อย แม้แต่ผู้ที่เคยเป็นมิตร เป็นเพื่อน เป็นผู้ร่วมยืนหยัด เคียงบ่า เคียงไหล่กับอเมริกามาโดยตลอด อย่างเช่นบรรดาผู้นำประเทศยุโรปเป็นต้น ลามไปถึงเพื่อนบ้านใกล้ชิด ติดพรมแดน อย่างแคนาดา เม็กซิโก ที่ต่างดาหน้าออกมาตำหนิ ติเตียน ดุด่า ว่ากล่าวรัฐบาลอเมริกัน ภายใต้การนำของ ทรัมป์บ้า ชนิดแทบไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะต่อแนวนโยบายที่เรียกขานกันในนาม America First หรือ อเมริกาต้องมาก่อน ทุกสิ่งทุกอย่าง อันไม่ได้ต่างอะไรไปจากการนำเอา ความเห็นแก่ตัว มาใช้เป็นพื้นฐานรองรับนโยบายที่ว่านั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่า...อาจเป็นเรื่องปกติ สำหรับประเทศโดยทั่วไป ที่ ผลประโยชน์แห่งชาติ ย่อมต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด หรือมาก่อนสิ่งอื่นใดด้วยกันทั้งสิ้น แต่ถ้าหากผลประโยชน์นั้นๆ...เกิดขึ้นภายใต้การเบียดเบียน ทำร้าย ทำลายผู้อื่น อย่างชนิดไม่คิดหน้า คิดหลัง ไม่คำนึงถึงความเป็นมนุษย์ หรือความเป็นเพื่อนร่วมวัฏสงสารไว้บ้างเลย ชนิดไม่ว่า โลกจะร้อน ไปถึงขั้นไหน แต่ตัวกู-ของกู ขอเอาอเมริกาเข้าไว้ก่อน ไม่ว่าเคยร่วมผูกพัน สร้างพันธสัญญาไว้กับประชาคมระหว่างประเทศ แต่ถ้าไม่ถูกใจ-ไม่ถูกอารมณ์ตัวกู-ของกูขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็พร้อมฉีกพันธสัญญานั้นๆ ได้เสมอๆ ไม่ว่าใครที่เคยเป็นมิตร เคยร่วมเป็น ร่วมตาย ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันมาก่อน แต่ถ้าทำให้กูรู้สึกเสียเปรียบขึ้นมาเมื่อไหร่ กูก็พร้อมที่จะฆ่ามิตร ทำลายมิตร ได้ทุกเมื่อ...ฯลฯลฯ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันนี้นี่แหละ...ที่มันเลยทำให้ ไม่ว่าการพบปะเจรจา ระหว่าง คิมน้อย กับ ทรัมป์บ้า จะเป็นไปในรูปไหน อย่างไร แต่ในแง่ของ ทรงผม แล้วล่ะก็ ยังไงๆ...ทรงกระทุ่ม ทรงกระท้อน ก็น่าจะดูดี ดูเก๋ ดูมีเสน่ห์ กว่าทรงเพิงหมาแหงน ประมาณห้าเท่า สิบเท่า เป็นอย่างน้อย และอาจหยิบเอามาใช้เป็นอุทาหรณ์ สอนใจ สำหรับบรรดา ผู้นำ ในบ้านเราได้บ้างเหมือนกัน ว่าไม่ว่าไว้ผม ไว้เผ้า ออกมาในทรงไหน สไตล์ไหน ไม่ว่าจะดูเก๋ ดูดี ดูเก่ง ดูฉลาด หรือไม่ เพียงใด แต่ที่สำคัญเอามากๆ...คงต้องดูกันที่อุปนิสัย ใจคอ นั่นแหละเป็นหลัก คือยังไงๆ...คงต้องเอาแบบที่นิสัยดี ไม่ขี้โกรธ ขี้ยัวะ และที่สำคัญที่สุดคือต้อง ไม่เห็นแก่ตัว เข้าไว้ สังคม ประเทศชาติบ้านเมือง ถึงพอจะสงบ ร่มเย็น ได้มั่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Harry S. Truman ... The responsibility of the great states is to serve and not to dominate the world.- ความรับผิดชอบของมหาประเทศ...คือการรับใช้โลก ไม่ใช่การครองโลก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11235</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม, ทรัมป์, ท่านขุนน้อย, อัตลักษณ์, อีวานกา ทรัมป์, อเมริกา, เอกลักษณ์, ไมเคิล วูล์ฟฟ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลประโยชน์ทับซ้อน? จีนอนุมัติเครื่องหมายการค้า &#039;อีวานกา&#039; เพิ่ม ก่อนทรัมป์ผ่อนปรนให้ ZTE</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ครหาผลประโยชน์ทับซ้อนตามเล่นงานตระกูลทรัมป์อีกครั้ง กลุ่มนักเคลื่อนไหวพลเมืองที่ตามตรวจสอบจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเผย ทางการจีนเพิ่งอนุมัติเครื่องหมายการค้าของ &amp;quot;อีวานกา ทรัมป์&amp;quot; เพิ่มอีก 5 ชนิดเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นไม่กี่วันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ตัดสินใจปุบปับผ่อนปรนการลงโทษบริษัทแซดทีอีของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีวานกา ทรัมป์ แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 กล่าวว่า การอนุมัติเครื่องหมายการค้าของบริษัท อีวานกาทรัมป์มาร์กส์ จำกัด ของอีวานกา ทรัมป์ บุตรีคนโตของประธานาธิบดีสหรัฐเพิ่มเติมในครั้งนี้ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ในตระกูลทรัมป์ที่เกี่ยวโยงกับจีน ทำให้กลุ่มพลเมืองเพื่อความรับผิดชอบและจริยธรรมในวอชิงตัน (CREW) ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรตรวจสอบจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐแห่งนี้เปิดเผยว่า การอนุมัติเครื่องหมายการค้า 5 รายการ ลงวันที่ 7 พฤษภาคม หรือ 1 สัปดาห์ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะอะลุ่มอล่วยให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่จากจีนแห่งนี้ ซึ่งถูกสหรัฐลงโทษเนื่องจากฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านและเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของ CREW ระบุว่า บริษัทของอีวานกายื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเหล่านี้ในจีนเมื่อเดือนมีนาคม 2550 ซึ่งจะทำให้บริษัทของเธอได้สิทธิ์ประทับตราเครื่องหมายการค้าบนสินค้าหลากหลายชนิด ตั้งแต่แผ่นรองกันลื่นในห้องน้ำ, สิ่งทอ และผ้าห่มเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักธุรกิจหญิงรายนี้ได้รับการแต่งตั้งโดยพ่อของเธอ ให้เป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดี ธุรกิจของเธอสร้างกำไรจากสินค้าหลากหลายชนิดที่มีจีนเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ โดยบริษัท อีวานกาทรัมป์มาร์กส์ จำกัด ถือสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าที่ขายในจีนอยู่แล้วมากกว่า 12 รายการ&amp;nbsp; และยังมีอีกหลายรายการที่รอการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์ได้เสนอให้รัฐบาลออกคำสั่งห้ามขายเทคโนโลยีที่สำคัญของสหรัฐแก่บริษัท แซดทีอี ของจีน คำสั่งห้ามนี้มีเป้าหมายเพื่อลงโทษบริษัทจีนแห่งนี้ กรณีที่แซดทีอีออกคำชี้แจงเท็จเกี่ยวกับการดำเนินการของบริษัทเกี่ยวเนื่องกับการขายสินค้าให้อิหร่านและเกาหลีเหนือที่ละเมิดกฎหมายคว่ำบาตร 2 ประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้ซึ่งมีลูกจ้างมากถึง 80,000 คนเผยว่า การดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐอาจทำให้บริษัทถึงขั้นล้มละลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทรัมป์ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า เขากำลังร่วมมือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน เพื่อช่วยให้แซดทีอีดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และส่วนหนึ่งก็จะช่วยรักษาการจ้างงานลูกจ้างชาวจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีของทรัมป์ต่างจากช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 ที่เขามักกล่าวหาวิธีทำการค้าของจีนว่ากำลังทำลายการจ้างงานคนอเมริกัน คำประกาศของเขาสร้างความงุนงงแก่หลายคนในวอชิงตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีนี้เองทรัมป์ได้เพิ่มแรงกดดันทางการค้าต่อรัฐบาลจีน โดยเฉพาะหลังจากประกาศขึ้นภาษีศุลกากรนำเข้าเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% เมื่อเดือนมีนาคม ทรัมป์ยังขู่ซ้ำๆ ในช่วงหลายสัปดาห์ต่อจากนั้นว่าจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็นมูลค่าสูงถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์ และทำให้รัฐบาลจีนขู่จะใช้มาตรการตอบโต้แบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันศุกร์ที่แล้ว ทรัมป์เผยว่าเขาบรรลุข้อตกลงเพื่อจะช่วยให้แซดทีอีดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยจะยกเลิกมาตรการลงโทษบางอย่างเพื่อแลกกับการค้ำประกัน ทำให้สมาชิกพรรคเดโมแครตรวมถึงรีพับลิกันบางส่วนเป็นเดือดเป็นแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์นี้รัฐบาลทรัมป์เตรียมส่งผู้แทนทางการค้าไปกรุงปักกิ่ง เพื่อเจรจาผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10274</URL_LINK>
                <HASHTAG>CREW, จีน, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ลูกทรัมป์, อิวานกา, อีวานกา ทรัมป์, เครื่องหมายการค้า, แซดทีอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d59790f4d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โสมแดงส่งนายพล สหรัฐส่ง &#039;อีวานกา ทรัมป์&#039; ร่วมพิธีปิดโอลิมปิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;อีวานกา ทรัมป์&amp;quot; ลูกสาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ จะเข้าร่วมพิธีปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้สุดสัปดาห์นี้ และจะมีโอกาสเผชิญหน้ากับนายพลของเกาหลีเหนือที่จะเข้าร่วมพิธีนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;อีวานกา ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 กล่าวว่า การแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว พย็องชาง 2018 ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ กลายเป็นเวทีของการขับเคี่ยวทางภูมิรัฐศาสตร์ พอๆ กับการแข่งขันด้านกีฬา เมื่อเกาหลีเหนือใช้เวทีนี้เดินกลยุทธ์หว่านเสน่ห์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า มีเจตนาเพื่อคลายความเข้มงวดของการคว่ำบาตร และกัดเซาะมิตรภาพระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ส่งคิม โยจอง น้องสาวของเขา มาร่วมพิธีเปิดการแข่งขันเมื่อวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ ขณะที่สหรัฐส่งรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เป็นตัวแทน ระหว่างการเยือน 3 วันนั้น คิม โยจองได้ถ่ายทอดสารจากพี่ชาย ที่ต้องการเชิญประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ไปประชุมสุดยอดที่กรุงเปียงยางด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การหว่านเสน่ห์ผ่านสมาชิกในครอบครัวผู้นำประเทศจะสลับด้านกันในพิธีปิดการแข่งขัน เมื่อทำเนียบขาวแถลงในวันพุธว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขอให้ลูกสาวคนโตของเขา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาของเขาด้วย เดินทางมายังเมืองพย็องชางในฐานะผู้นำของ &amp;quot;คณะผู้แทนระดับสูง&amp;quot; ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า อีวานกา วัย 36 ปี จะเดินทางมาพร้อมกับซาราห์ แซนเดอร์ส เลขาธิการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาว โดยเธอจะมาร่วมโอลิมปิกครั้งนี้ส่วนหนึ่งเพราะเธอชื่นชอบกีฬาฤดูหนาวอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามคำแถลงของกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือจะส่งคณะผู้แทน 8 คน นำโดย คิม ยองชอล นายพลผู้ดูแลกิจการความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีของพรรคแรงงาน รายงานกล่าวด้วยว่า การส่งนายพลผู้นี้มาร่วมพิธี แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือกำลังทดสอบขีดจำกัดของการคว่ำบาตรต่างๆ ของนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นายพลคิม ยองชอล (กลาง) แฟ้มภาพเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2550 ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิม ยองชอล มีชื่ออยู่ในบัญชีดำของการคว่ำบาตรโดยฝ่ายเดียวของเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้เขาถูกอายัดทรัพย์สิน แต่เขาไม่มีชื่อติดบัญชีดำมาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3705</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, คิม ยองชอล, พย็องชางเกมส์, พิธีปิด, สหรัฐ, อีวานกา ทรัมป์, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, โอลิมปิกฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8ec043a07bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
