<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EV :  ยานยนต์ไฟฟ้า รถพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โลกในปัจจุบันที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของมนุษย์ให้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคือเรื่องของคมนาคม ที่เทรนด์ตอนนี้สังคมกำลังให้ความสนใจและเตรียมตัวเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เป็นพลังงานสะอาดมากขึ้น เนื่องจากต้องยอมรับว่ามลพิษทางอากาศส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นบนโลกนั้น มาจากการคมนาคม ด้วยเทคโนโลยีเดิมของรถยนต์ที่ต้องมีการเผาผลาญเชื้อเพลิงให้เป็นพลังงานในการขับเคลื่อน ซึ่งเชื้อเพลิงเหล่านั้นมีบางส่วนที่ไม่สามารถเผาผลาญจนหมด และมีการปล่อยออกสู่บรรยากาศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ในยุคที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงสะอาดอย่างพลังงานไฟฟ้า ถูกหยิบยกขึ้นมาต่อยอดและใช้งานเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ จนทำให้การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า หรือที่รู้จักกันว่า อีวี (EV) นั้น กำลังจะเปลี่ยนผ่านสังคมอย่างแท้จริง ด้วยความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาวิกฤติมลภาวะและรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อมีการเปลี่ยนไปสู่สิ่งใหม่ ก็มักจะเกิดคำถามและจากหลากหลายประเด็นที่ว่าประเทศไทยพร้อมแค่ไหน สำหรับสังคมของรถไฟฟ้า และต้องวางโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร เพื่อเตรียมรองรับกับยุคสมัยที่จะเปลี่ยนไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประสงค์ อินทรหนองไผ่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ พัฒนานวัตกรรมและดิจิทัล บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) (ปตท.) ที่ปัจจุบันช่วยปฏิบัติงานในบริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) หรือเดิมชื่อบริษัท ออน-ไอออน โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น 100% จึงได้ตอบคำถามเหล่านี้ภายใต้หัวข้อ What if&amp;hellip; In the Future จะเป็นอย่างไรถ้าเราทุกคนใช้ EV &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อรุณ พลัส จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจในด้านEV Value Chain เพื่อเป็นการรองรับการขยายฐานธุรกิจด้านอีวี ซึ่งถือว่าเป็นพันธกิจใหม่สำหรับกลุ่ม ปตท. ที่จะศึกษาและดำเนินงานในด้านนี้ เพื่อเสริมศักยภาพความแข็งแรง และสร้างความครอบคลุมด้านพลังงานของบริษัท โดยการมุ่งเน้นไปยังธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมในสังคมและมีความมั่นคง ทั้งการเข้าไปพัฒนาแบตเตอรี่ที่เป็นหัวใจสำคัญของอีวี รวมไปถึงการพัฒนาตัวรถหรือโซลูชั่นต่างๆ ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อรุณ พลัส จะเป็นผู้ดำเนินการศึกษาทิศทางการตลาดสมัยใหม่ โดยจะทำดิจิทัลแพลตฟอร์มที่จะรวบรวมความต้องการของลูกค้าทั้งหมด และนำกลับมาตอบสนองผ่านบริการต่างๆ เพราะต้องยอมรับว่าคนไทยหลายกลุ่ม ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับอีวี และสำหรับคนที่ต้องการทดลองใช้ เพื่อเปรียบเทียบในการตัดสินใจ ก็จะสามารถเข้ามาลองใช้โดยผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยเริ่มมีการศึกษาเรื่องอีวีเพิ่มมากขึ้น แต่ปีนี้เป็นปีที่เห็นความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยเฉพาะภาครัฐที่มีการสนับสนุนเรื่องอีวีอย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อย้อนกลับไปดูวงจรการพัฒนาอีวีในกลุ่มประเทศอื่น หลายๆ แห่งสังคมอีวีเกิดขึ้นได้เพราะภาครัฐให้การสนับสนุนที่จริงจัง ภายใต้เป้าหมายที่สำคัญคือต้องการเปลี่ยนการใช้รถที่เป็นเครื่องยนต์มาใช้รถพลังงานสะอาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;หนึ่งในนั้นคือประเทศมหาอำนาจอย่างจีน ต้องชื่นชมนโยบายของรัฐบาล ที่เริ่มต้นจากแก้ไขวิกฤตที่เกิดกับปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ เนื่องด้วยในอดีตจีนเองก็เป็นหนึ่งประเทศที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติไปอย่างสิ้นเปลือง และสร้างมลพิษทางอากาศอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเริ่มมีการปรับตัว จีนเบนเข็มจากเดิมที่เคยใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงเดิม อย่างเช่นการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน หรือใช้น้ำมัน ปัจจุบันก็เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกเหนือจากนี้ คือการส่งเสริมให้ใช้อีวีเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่ส่งเสริมเฉพาะภาคการใช้งาน แต่สนับสนุนถึงภาคการผลิตไปด้วย จนปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านอีวีรายใหญ่ของโลก มีทั้งผู้ประกอบการผลิตรถยนต์รายเดิมเปลี่ยนมาเป็นรถไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตรายใหม่ก็เริ่มต้นได้ทันที รวมถึงมีสตาร์ทอัพที่ไม่ใช่เพียงแต่ออกแบบเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนานวัตกรรมและสร้างแบรนด์ขึ้นมาเองได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยในระยะของการดำเนินงาน ในมุมมองของอรุณ พลัสคือการมองถึงการลงทุน EV Charging Station นอกสถานีบริการน้ำมัน เพราะในสถานี บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR มีแผนดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทจะเน้นไปในจุดพื้นที่สาธารณะต่างๆ ทั้งศูนย์ประชุม ห้างสรรพสินค้า คอนโดหรือหมู่บ้าน ซึ่งเป็นแผนที่จะดำเนินการตามปริมาณการใช้อีวีที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และยังเป็นการสร้างความมั่นใจของผู้ใช้รถอีกช่องทางหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ในแง่มุมของการใช้รถยนต์นั้น ต้องยอมรับว่าอีวีนอกจากจะเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าแล้ว ยังมีการดูแลรักษาที่ง่ายกว่าด้วย รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็น้อยกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งการดูแลอีวีนั้นจะเป็นการดูแลแบบแห้ง เนื่องจากรถยนต์ไม่มีน้ำมันเครื่อง และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายของเสียออกจากตัวรถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นจุดน่าสนใจสำหรับกลุ่มที่ใช้รถในรูปแบบของบริการในเชิงพาณิชย์ ที่จะต้องใช้รถบ่อยกว่าคนทั่วไป เพราะนอกจากจะดูแลรักษาถูกกว่าแล้ว ค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานต่อกิโลเมตรก็ถูกกว่าเช่นกัน ขณะที่ข้อกังวลของผู้ใช้อีวีนั้น จะพูดถึงประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ที่เมื่อมีการชาร์จไฟเข้าออกก็จะต้องมีการเสื่อมอยู่ตลอดเวลา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะอย่างที่ทราบกันว่าปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพลงจึงสามารถนำไปใช้ในธุรกิจอื่นได้ เช่น สามารถนำแบตเตอรี่ไปกักเก็บพลังงาน ให้กับธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะผลิตไฟได้ในบางช่วงเท่านั้น หรือธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่เองในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและก้าวหน้า จนไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะเป็นขยะต่อโลกแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้เป็นปีที่จะเห็นความก้าวหน้าของธุรกิจต่างๆ ซึ่งในส่วนของอรุณ พลัสเองก็จะเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตจะเห็นพาร์ทเนอร์จากต่างประเทศที่เข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์กับความต้องการของสังคมมากขึ้น มีการเชื่อมโยงไปสู่โปรแกรมอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้บริการแบบครบวงจร ซึ่งเป้าหมายของบริษัทไม่ใช่เพียงจะลงทุนแต่ในประเทศเท่านั้น แต่มองถึงตลาดต่างประเทศเพื่อต่อยอดเป็นผู้นำในด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117629</URL_LINK>
                <HASHTAG>ARUN PLUS, EV, EV Charging Station, EV Value Chain, OR, What if… In the Future, การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน, คมนาคม, จะเป็นอย่างไรถ้าเราทุกคนใช้ EV, ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน, นายประสงค์ อินทรหนองไผ่, บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) (ปตท.), บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัท อรุณ พลัส จำกัด, พลังงานสะอาด, พลังงานไฟฟ้า, มลพิษทางอากาศ, ยานยนต์ไฟฟ้า, รถพลังงานสะอาด, อรุณ พลัส, อีวี, เชื้อเพลิงสะอาด, เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c2c045d12d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;สั่งเร่งแยกประเภทโครงสร้างค่าไฟฟ้ารองรับรถอีวี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2563 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานคณะกรรมการบริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(บอร์ดกฟผ.) เปิดเผยหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงาน &amp;ldquo;E Trans E&amp;rdquo; (Electric Transportation of EGAT) นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของกฟผ. ว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)หารือร่วมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ให้แยกประเภทอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ขึ้นมาโดยเฉพาะเนื่องจากมีแนวโน้มรถอีวีจะเกิดเร็วขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อัตราค่าไฟสำหรับรถอีวีเป็นอัตราทีโอยู และยังเป็นอัตราชั่วคราวอยู่ก็คงต้องมาดูให้ถาวร และแยกให้ชัดเจนว่าจะมีอัตราเท่าไหร่ ซึ่งขณะนี้รถไฟฟ้าสายสีต่างๆที่เปิดบริการก็มีการใช้ไฟมากขึ้นก็จะต้องนำการใช้ส่วนนี้ และรถอีวีอื่น ๆ ที่จะตามมาคำนวณ เพื่อพยากรณ์การใช้ไฟและบรรจุไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี)ฉบับใหม่ด้วย&amp;quot;นายกุลิศ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยานยนต์อีวีมาเร็วบทบาทของกฟผ.จะต้องเร่งวิจัยและพัฒนาไว้รองรับเพื่อให้ก้าวไทย โดยบทบาทของกฟผ.จะปักหมุดเป็นแหล่งพลังงานสำหรับขนส่งสาธารณะด้วยการมุ่งพัฒนาวิจัยแบตเตอรี่ และสถานีอัดประจุไฟฟ้าซึ่งการพัฒนาสถานีชาร์จจะร่วมมือกับ บมจ.ปตท.ในการติดตั้งที่สถานีบริการน้ำมันของปตท.และแผนยุทธศาสตร์ของกฟผ.การพัฒนานวัตกรรมพลังงานในรูปแบบธุรกิจจะดำเนินงานภายใต้บริษัท อีแกท อินโนเวชั่น โฮลดิ้งส์ คัมปานีส์ จำกัด ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ.กล่าวว่า งาน &amp;ldquo;E Trans E&amp;rdquo; &amp;nbsp; นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ กฟผ. พร้อมปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และเปิดตัวเรือโดยสารไฟฟ้าต้นแบบ ซึ่งกฟผ.ได้นำร่องวินมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าในพื้นที่ อ.บางกรวย จำนวน 51 คัน วิ่งได้ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ความเร็วสูงสุดมากกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีการติดตั้งระบบ GPS เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร โดยผู้ขับขี่สามารถสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำรองได้ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการได้ภายในธ.ค.นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78323</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถยนต์ไฟฟ้า, อีวี, แยกโครงสร้างค่าไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69bb5de52c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
