<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;คนเท่เที่ยวไทย เลาะอีสานบ้านใต้&quot; จ.ศรีสะเกษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ Mono Next (โมโน เน็กซ์) และบริษัทในเครือ จัดกิจกรรมท่องเที่ยวครั้งใหม่ ด้วยการชวนคนเท่มาช่วยเที่ยวไทย กลับมาท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่ดีงามและเป็นเอกลักษณ์ ในโครงการ &amp;quot;คนเท่เที่ยวไทย&amp;quot; ประเดิมเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ กับ อีเวนต์รวมของดีน่าลองอีสานใต้ ชมหนังกลางแปลงและดนตรีท้องถิ่น ในงาน &amp;quot;คนเท่เที่ยวไทย เลาะอีสานบ้านใต้&amp;quot; ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (เกาะห้วยน้ำคำ) เมื่อวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีเปิดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์, คุณสิริพงศ์ &amp;nbsp;อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ศรีสะเกษ, คุณกัญญภัทร สุขสมาน ผู้อำนวยการหน่วยกลยุทธ์อีเวนต์และการตลาดออนไลน์ บริษัท โมโน ไซเบ้อร์ จำกัด และ คุณนันทพันธ์ แสงไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ช่อง MONO 29 ร่วมงาน พร้อมเชิญชวนพี่น้องชาวศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียงที่มาเที่ยวงานร่วมสัมผัสวัฒนธรรมอีสานด้วยการกิน-ช้อป-เที่ยวงาน รับความบันเทิงม่วนซื่นอย่างจุใจ!!! &amp;nbsp;กับไฮไลท์เด็ดในการนำสองนักแสดงคู่จิ้นจาก ภาพยนตร์ไทบ้านเดอะซีรีส์ เฟิร์ส-ธนาดล บัวระบัติ และ แก้ม-ณัฐกานต์ ปินะถา มาย้อนวันวานเล่าเรื่องราวความสนุกกับการถ่ายทอดความเป็นลูกอีสานได้อย่างถูกอกถูกใจแฟนๆ พร้อมชวนทุกคนชมหนังกลางแปลง ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.1 ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มินิคอนเสิร์ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน กอดเสาเถียง ที่นำเพลงฮอต &amp;quot;กอดเสาเถียง&amp;quot; ที่มียอดคนชมทางยูทูปกว่า300ล้านวิว มาขับกล่อมแฟนเพลงชาวอีสานอย่างโดนใจ พร้อมกิจกรรมอื่นๆ การแสดงลีลาศจากเยาวชน, พูดคุยกับผู้กำกับภาพยนตร์ไทบ้านเดอะซีรีส์, มินิคอนเสิร์ต วงอภิรมย์ ฯลฯ ชมฟรีตลอดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟิร์ส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เฟิร์ส กล่าวว่า ดีใจมาก &amp;nbsp;ที่ได้โอกาสมาเจอแฟนๆ หนัง ไทบ้านฯ อีกครั้ง ครั้งนี้ได้กลับมา จ.ศรีสะเกษ ทุกคนน่ารักและเป็นกันเองมากๆ ขอบคุณที่มาพบปะ ชิม ช้อป เที่ยวสัมผัสจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก้ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน&amp;quot; แก้ม&amp;quot; เสริมว่า แก้มก็เป็นชาวศรีสะเกษ &amp;nbsp;ได้อยู่กับวิถีอีสานมาตั้งแต่เล็กจนโต ได้ซึมซับวัฒนธรรมต่างๆ และหลงรักความเป็นอีสานมากๆ อยากให้ทุกคนได้มารู้จักศรีสะเกษผ่านการท่องเที่ยวด้วยกันในโอกาสต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนมเบื้องญวณสุดอร่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซูปเปอร์ฮีโร่มามอบความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูหนังกลางแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อร่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78243</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเท่เที่ยวไทย, จ.ศรีสะเกษ, ททท., อีสานใต้, โมโนเน็กซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69adfacfecd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.กกล.สุรนารี&#039;เกาะติดกลุ่มเคลื่อนไหวอีสานใต้ช่วงเลือกตั้งกันป่วน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.62- ที่กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) จ.สุรินทร์ พล.ต.กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 (ผบ.พล.ร.6) และผบ.กกล.สุรนารี กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์การเมืองในพื้นที่ หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ว่า ขณะนี้นักการเมืองในพื้นที่ก็เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และมีโอกาสเข้าไปพบปะสมาชิกพรรค รวมถึงประชาชนในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ยังไม่มีรายงานว่าจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้น โดยทุกอย่างยังคงเป็นไปตามปกติ ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบนั้นยังไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าหลังจากที่มีพ.ร.ฎ.การเลือกตั้งส.ส.อาจจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้น พล.ต.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า มีทางจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย คือทหาร ตำรวจ และพลเรือนก็จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งขณะนี้กฎหมายก็ได้เปิดช่องให้พรรคการเมืองสามารถเคลื่อนไหวได้ และให้ฝ่ายรัฐได้ทำตามหน้าที่ สำหรับหน่วยทหารขณะนี้ยังไม่ได้เข้าไปชี้แจงประชาชนในเรื่องการเลื่อนวันเลือกตั้ง เพราะเรายังไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งวันใด &amp;nbsp;ต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศพ.ร.ฎ.การเลือกตั้งส.ส.อย่างเป็นทางการก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26497</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง, คสช., ปลดล็อค, ผบ.กกล.สุรนารี, พล.ต.กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย, อีสานใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c0efc6e8ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2019 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2019 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่กลับเข้ากรุง!อีสานใต้สาย24&#039;โชคชัย- เดชอุดม&#039;ติดหนึบลากยาวถึงค่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.62- &amp;nbsp;บรรยากาศการใช้รถใช้ถนนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ของประชาชนและ นักท่องเที่ยว ทางจังหวัดอีสานใต้ หลังเสร็จจากการเฉลิมฉลองปีใหม่ยังในช่วงหยุดยาว 4 วัน เป็นไปอย่างคึกคัก &amp;nbsp;ส่งผลให้ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24&amp;nbsp;สีคิ้ว-เดชอุดม ช่วงระหว่าง อ.นางรอง และ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;คาดว่าวันนี้จะมีรถสัญจรเดินทางกลับหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสภาพการจราจรของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับ &amp;nbsp;บนถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24 เขตอำเภอนางรอง หลังเที่ยวเทศกาลปีใหม่หนาแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า และคาดว่าจะหนาแน่นไปจนถึงช่วงกลางคืน &amp;nbsp;ทำให้มีการปรับแผนการจราจร โดยการใช้สัญญาณมือ และควบคุมตู้ไฟจราจร แบบแมนน่วล ปล่อยไปตามปริมาณรถที่หนาแน่นในเส้นทางขาล่อง เพราะในเส้นทางขาขึ้นจะมีรถวิ่งเบาบาง พร้อมทั้งปิดจุดกลับรถในเขตเทศบาลชั่วคราว เพื่อไม่ให้รถติดสะสมทั้งป้องกันการเกิดอุบัติเหตุด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจรูญ จงไกรจักร รองผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา นักวิชาการขนส่งชำนาญการ กล่าวว่า &amp;nbsp;การเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ ของประชาชนเริ่มทยอยเข้ากรุงเทพฯวันนี้เป็นวันที่ 2 ซึ่งเมื่อวานช่วงเย็นและค่ำผู้โดยสารจำนวนมากหลายหมื่นคนได้ส่งไปยังปลายทางเรียบร้อยดี ได้เตรียมรถไว้จำนวน 291 เที่ยว โดยมีการเพิ่มเป็นกว่า 400 เที่ยว และรถโดยสารไม่ประจำทางอีก 40-50 คัน ซึ่งน่าจะเพียงพอกับประชาชนที่ทยอยเข้ามาและช่วงเช้า สาย บ่ายจะมีผู้โดยสารกว่า 2-3 หมื่นคนตลอดทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่าในวันนี้และพรุ่งนี้ 3 ม.ค. อีกหนึ่งวันที่จะมีที่เหลือตกค้างที่จะให้พี่น้องจะทยอยเดินทางกลับจนเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนระหว่างเดินทางหากประชาชนพบเห็นพนักงานขับรถประมาทหวาดเสียวหรือมีการเอารัดเอาเปรียบผู้โดยสารขอให้โทรศัพท์แจ้งที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ของ จ.นครราชสีมาได้ตลอด 24 ชั่วโมง และกรณีทรัพย์สินของมีค่า เช่น กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ค สร้อย แหวน ทองรูปพรรณขอให้ประชาชนนำติดตัวไว้กับตัวผู้โดยสารเองตลอด เพื่อปกป้องการสูญหายระหว่างเดินทาง หรือมิจฉาชีพแฝงตัวมาหยิบฉวยไปได้ง่าย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25597</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับเข้ากรุง, ขนส่งโคราช, ตำรวจจราจร, ถนนสาย24, อีสานใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2c5d54a5f6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ลุยอีสานใต้ สั่งปราบมาเฟีย-ยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 61 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจราชการและมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp; ณ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งภาพรวมพื้นที่ของภาคอีสานตอนล่าง เป็นประตูสู่การค้าและการลงทุนที่สำคัญติดชายแดน 2 ประเทศ คือ กัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการระบบงานความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจผ่านแดน ทั้งสินค้า แรงงานต่างด้าว รวมทั้งเป็นช่องทางนำเข้าและลำเลียงยาเสพติดที่ต้องเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวชื่นชมและเป็นกำลังใจ ให้กับทุกส่วนราชการในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้กำชับให้ฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจในทุกอำเภอและจังหวัดยึดมั่นเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และร่วมกันขับเคลื่อนเดินหน้าแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความเป็นธรรมในพื้นที่ ให้ปรากฏผลชัดเจนเป็นที่เชื่อมั่นจากประชาชนมากขึ้น&amp;nbsp; โดยเฉพาะต้องลดปัญหาอาชญากรรม และคงความต่อเนื่องปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้ง 16 ฐานความผิด ในกลุ่มมือปืนรับจ้างและการค้าอาวุธสงคราม ที่เป็นเหตุความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp; รวมทั้งกลุ่มอิทธิพลอื่นๆที่ยังคงปรากฏการเอารัด เอาเปรียบประชาชน&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิและมีเสรีภาพอันชอบธรรมสามารถประกอบสัมมาชีพได้อย่างเสมอภาคและปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันให้ติดตามปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดที่ยังคงมีกระจายตัวในชุมชนเมือง และสกัดกั้นในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำต้องไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องและต้องไม่มีใครมีอิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาหนี้นอกระบบในแต่ละพื้นที่ ขอให้ถือเป็นหน้าที่ร่วมกันสำรวจและให้ความสำคัญ เร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาทั้งการไกล่เกลี่ยและส่งให้ตำรวจสืบสวนขยายผล ดำเนินคดีกับนายทุนฉ้อโกง ที่เอาเปรียบข่มขู่ประชาชน โดยพยายามช่วยเหลือนำคืนโฉนดที่ดินทำกินกลับมา พร้อมทั้งขอให้มีกลไกติดตามดูแล เสริมความเข้มแข็งและพัฒนาทักษะอาชีพให้เกษตรกรกลับมายืนเข้มแข็งอย่างพอเพียงให้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13921</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, ปราบมาเฟีย-ยาเสพติด, พล.องประวิตร, อีสานใต้, อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b5571b83c3a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &quot;ผ้าโฮลโบราณ- ผ้าซิ่นตีนแดง&quot; เสน่ห์ภูมิปัญญาอีสานใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าโฮลโบราณ ลวดลายต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นโดยครูสุรโชติ ตามเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผืนผ้าแต่ละผืน นอกจากจะถักทอด้วยความประณีตแล้ว ยังถูกร้อยเรียงด้วยเรื่องราวภูมิปัญญา วิถีชีวิต ความเชื่อ สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ แฝงไว้ด้วยวัฒนธรรมประเพณี ความผูกพันเกี่ยวเนื่องกับที่มาของการนำผ้าไปใช้ในอดีตของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น คุณค่าเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านกระบวนการถักทออันงดงามวิจิตร นำมาซึ่งความภาคภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ อย่างเช่นเรื่องของผ้ามัดหมี่จากอีสานใต้อย่าง &amp;ldquo;ผ้าโฮลโบราณ&amp;rdquo; จ.สุรินทร์ ที่สืบทอดโดย ครูสุรโชติ ตามเจริญ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2559 และ &amp;ldquo;ผ้าซิ่นตีนแดง&amp;rdquo; จ.บุรีรัมย์ ของครูรุจาภา เนียนไธสง ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2557 จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ก็เป็นผ้ามัดหมี่ที่มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มัดหมี่ลายผ้า เพื่อรังสรรค์ผ้าโฮลโบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ้ามัดหมี่ของทั้งสองจังหวัดมีเสน่ห์ สีสันและเทคนิคการทอที่ต่างกันอย่างชัดเจน โดย &amp;ldquo;ผ้าโฮลโบราณ&amp;rdquo; คือผ้า ที่เป็นเสน่ห์เฉพาะของคนไทยเชื้อสายเขมรใน จ.สุรินทร์ ที่เรียกว่าผ้าโฮล เพราะคำว่าโฮล เป็นภาษาเขมร ที่เรียกกรรมวิธีการผลิตผ้าไหมที่สร้างลวดลายขึ้นมาจากกระบวนการมัดย้อมเส้นไหม ในจ.สุรินทร์มีทอกันอย่างมากมาย โดยเฉพาะบ้านนาตัง หมู่ 8 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ นับว่ามีชื่อเสียงมากสุดในจังหวัดเลยก็ว่าได้ โดยครูสุรโชติ ตามเจริญ เป็นผู้สืบทอดผ้าโฮลโบราณรุ่นที่ 3 ของหมู่บ้าน นอกจากได้รับรางวัลครูศิลป์ของแผ่นดิน จากSACICT แล้วยังได้รับรางวัลประกวดผ้าไหมมามากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบุรีรัมย์สาวไหมด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครูสุรโชติ ตามเจริญ เล่าว่า ได้เข้ามาสืบทอดผ้าโฮลก็เพราะว่าเป็นเขยสุรินทร์ เห็นคุณยายของภรรยาทอผ้าและมัดหมี่ลายผ้า จึงเกิดความสนใจที่จะเรียนรู้ และเริ่มฝึกฝนการมัดหมี่ รวมถึงการย้อมสีธรรมชาติจากคุณยาย พอทำได้ชำนาญแล้วก็รู้สึกผูกพันจึงสร้างสรรค์ผืนผ้าด้วยลวดลายและวิธีกรรมใหม่ๆ พร้อมทั้งสืบค้นลายผ้าเก่าจากพิพิธภัณฑ์บ้าง หนังสือผ้าโบราณบ้าง ตามแหล่งต่างๆ นำกลับมารังสรรค์เป็นผืนผ้าใหม่เพื่อรักษามรดกทางภูมิปัญญานี้ไว้ไม่ให้สูญหาย งานผ้าโฮลของตน จะมีสีสดด้วยการย้อมสีธรรมชาติ นำมาผสานกับภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ช่วยให้สีติดทนสวย โดยใช้ครั่งย้อมร้อนใส่ใบเหมือดแอ ใบชงโค ใบมะขาม สีเหลืองย้อมด้วยมะพูดผสมกับแก่นเข จนได้เป็นสีเหลืองทองอร่ามตา และย้อมครามด้วยด้วยวิธีย้อมเย็นทำให้ยังคงเอกลักษณ์ของผ้าที่มีสีสันสดสวย ส่วนลวดลายที่โดดเด่นของอีสานคือ ลายกรวยเชิงลายหมาแหงน ลายปะกากะตึบเครือ ลายดอกทับทิม และลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูสุรโชติ ตามเจริญ กำลังสาธิตการย้อมครามด้วยด้วยวิธีย้อมเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้ผ้าโฮลของครูสุรโชติมีความโดดเด่นงดงามคือการเลือกใช้ไหมน้อย หรือไหมเส้นในสุด ครูสุรโชติ อธิบายว่า ถือเป็นไหมชั้นดีที่มีความมันวาว เส้นเล็กสม่ำเสมอกันตลอดเส้น ซึ่งนำมามัดหมี่ตามลวดลายก่อนนำไปย้อมทำเป็นเส้นยืนและเส้นพุ่งด้วยวิธีการเฉพาะเรียกว่า &amp;ldquo;จนองโฮล&amp;rdquo; แล้วก็ยังได้นำลวดลายต่างๆ มาประยุกต์เพื่อสร้างเอกลักษณ์และเพิ่มคุณค่าได้ แล้วก็มีอีกหลายเทคนิคที่คิดขึ้นจากประสบการณ์ทำงานกับผ้าโฮลมากว่า 30 ปี&amp;nbsp;


fifa356 ซึ่งตนก็จะถ่ายทอดด้านนี้ต่อไป โดยถ่ายทอดให้ลูกชายตนก่อน ทั้งคนในหมู่บ้านที่มาทำงานด้วยยังมีรายได้เพิ่มด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนงานผ้ามัดหมี่ที่เรียกว่า &amp;ldquo;ผ้าซิ่นตีนแดง&amp;rdquo; จ.บุรีรัมย์ เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่สวยงามไม่แพ้กัน&amp;nbsp;


bnk789 เสน่ห์ของผ้าซิ่นชนิดนี้อยู่ที่หัวซิ่น และตีนซิ่นสีแดงสด เปลี่ยนจากสมัยก่อนที่นิยมใช้โครงสีเข้ม หรือสีเม็ดมะขามทอเป็นลวดลายโบราณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ มีการทอผ้าซิ่นตีนแดงกันหลายครัวเรือน&amp;nbsp;


save168 โดยครูรุจาภา เนียนไธสง ผู้ชำนาญผ้าซิ่นตีนแดงแห่งบุรีรัมย์ เล่าว่า ความเป็นมาของผ้าซิ่นตีนแดง ในยุคแรกเริ่มเป็นงานประณีตศิลป์ที่เกิดขึ้นในจวนเจ้าเมืองในสมัยพระยาเสนาสงครามเป็นเจ้าเมืองพุทไธสง เมื่อประมาณ 200 ปีมาแล้ว พระยาเสนาสงครามได้มีคำสั่งให้กลุ่มสตรีในจวนทอผ้าซิ่นตีนแดงขึ้นเพื่อนำไปมอบให้ภรรยาของตนเอง เมื่อมีงานพิธีต่างๆ ภรรยาของพระยาเสนาสงครามจึงสั่งให้สตรีในจวนนุ่งซิ่นตีนแดงเหมือนกันทุกคน&amp;nbsp;


สล็อต ทำให้ผ้าซิ่นตีนแดงเป็นที่รู้จักมากขึ้น และแพร่หลายมาจากรุ่นสู่รุ่นถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูรุจาภา เนียนไธสง นำเสนอผ้าลวดลายต่างๆ เอกลักษณ์ผ้าซิ่นตีนแดงบุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครูรุจาภา เล่าอีกว่า ปัจจุบัน ราคาของผ้าซิ่นมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ด้วยวิธีการทำผ้าซิ่นตีนแดง ได้เลี้ยงไหมและสาวไหมเอง ซึ่งเป็นไหมไทยพื้นบ้านใช้การสาวลงตะกร้าด้วยมือ ส่วนลายที่โดดเด่นคือลายนกยูงทอง ที่ใช้เทคนิคใหม่การทอผสมผสานกับการเขียนทองสร้างมิติของลวดลาย ในปัจจุบันมีการพัฒนาเพิ่มเติมสีสัน และลวดลายในส่วนของตัวซิ่นมากขึ้น เช่นสีฟ้า น้ำเงิน แดง หรือสีอื่นๆ ตามความต้องการตลาด ในอดีตการย้อมเส้นไหมสำหรับทอซิ่นตีนแดงใช้สีจากธรรมชาติ เช่น ครั่ง เปลือกมะพูด และคราม เป็นวิธีการย้อมแต่โบราณดั้งเดิม แม้จะมีสีเคมีเข้ามาใช้บ้าง แต่ก็ยังคงรักษาการย้อมสีด้วยวัสดุจากธรรมชาติไว้มาจนถึงปัจจุบัน ส่วนลายที่ได้รับความนิยมคือลายประตูวัง และลายบันไดสวรรค์ เพราะความเชื่อที่ว่าหากผู้ใดมีผ้าลายนี้ก็จะได้ขึ้นสวรรค์ อีกทั้งยังเป็นผ้าประจำบ้าน ที่หากบ้านใดมีไว้ก็เชื่อว่าจะมีบุญวาสนาแก่คนในบ้านนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในชุมชนมีความเชื่อว่าถ้าใครมีผ้าซิ่นตีนแดงครอบครองจะมีบุญวาสนา เรื่องราวความเชื่อเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตผู้คนตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น ใช้สำหรับรับขวัญแดงแรกเกิด โดยเชื่อว่าถ้านำผ้าซิ่นตีนแดงมารองรับขวัญเด็กแรกเกิดแล้วจะถือเป็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ทั้งภูตผี ผีศาจ ไม่ให้มาเข้าใกล้ และเพื่อความเป็นสิริมงคลกับเด็กด้วย แล้วก็ในพิธีกรรมศาสนายังใช้สำหรับงานบุญ งานมงตลต่างๆ เช่นงานบวช งานมงคลสมรส งานบายศรีสู่ขวัญ งานขึ้นบ้านใหม่ด้วย&amp;rdquo; ครูรุจาภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผ้ามัดหมี่ทั้งสองแบบถือได้ว่ามีเสน่ห์ที่ต่างกัน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่หลากหลายของชาวอีสานใต้ ที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ และอนุรักษ์ อีกทั้งความสวยงามของผืนผ้าสองแบบน่าจะเป็นที่ถูกใจของคนรักผ้าไทยไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างการสวมผ้าซิ่นตีนแดงให้สวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10663</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, ผ้าซิ่นตีนแดง, ผ้าโฮลโบราณ, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT, สุรินทร์, อีสานใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b15377fbbf0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ทุ่มงบซื้อใจอีสานใต้ ไฟเขียวสารพัดโครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.เอาใจ &amp;ldquo;อีสานใต้&amp;rdquo; ไฟเขียวโครงการน้ำทันที 40 โครงการ งบกว่าพันล้านบาท ส่วนที่เหลือให้หน่วยงานเกี่ยวข้องรับข้อเสนอไปดูความเหมาะสม &amp;nbsp; พร้อมรับทราบข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐาน 14 โครงการ ทั้งทางบก น้ำ อากาศ รวมกว่า 5.2 หมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปรารภในตอนต้นของการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครชัยบุรินทร์: นครราชสีมา-ชัยภูมิ-บุรีรัมย์-สุรินทร์) ที่มีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคประชาชนเข้าร่วมประชุมว่า ความตั้งใจในการลงพื้นที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ เพื่อรับทราบปัญหาจากต้นทางว่านโยบายที่ส่งลงมาได้รับการปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน และประสบปัญหาอะไรบ้างหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า การนำเสนอข่าวการลงพื้นที่ถูกสื่อออกไปใน 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือเข้าใจว่ารัฐบาลมีความตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อีกลักษณะคือพยายามนำเสนอเรื่องนัยทางการเมือง เช่น การดูด ส.ส.หรือทุ่มงบประมาณหลายหมื่นล้าน เพื่อแลกกับผลทางการเมือง ซึ่งนายกฯ ได้ให้สติกับที่ประชุมว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมความคิดของคน พูดไปมีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อ จึงไม่จำเป็นต้องพิรี้พิไรเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่จะพิสูจน์การทำงานของรัฐบาลได้คือ เมื่อประชาชนได้เปรียบเทียบระหว่างเรื่องที่มีคนขอจากรัฐบาลกับเรื่องที่รัฐบาลให้ไป ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถให้ได้ทุกเรื่อง เนื่องจากต้องพิจารณาถึงความสอดคล้องของแผนงานและความพร้อมของพื้นที่ ทั้งนี้ นายกฯ ยังย้ำถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจ และขอให้ ครม.มุ่งมั่นทำงานตามแผนงานทั้งแผนปฏิรูปประเทศ &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาประเทศของสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และแผนพัฒนาจังหวัด ให้สอดรับกับความต้องการของประชาชนพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงด้วยว่า ครม.เห็นชอบผลการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์) ทั้งนี้ ในข้อเสนอทั้งหมดแยกออกเป็นเรื่องสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเกษตรและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ที่ประชุมได้เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการสำคัญเร่งด่วนที่มีความพร้อมและทำได้ทันทีรวม 40 โครงการ วงเงิน 1,015 ล้านบาท จากที่เสนอมา 84 โครงการ วงเงิน 3,476 ล้านบาท ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การจัดทำแก้มลิงในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำใกล้เคียง ขณะที่โครงการที่เหลืออีก 44 โครงการ ขอให้ไปจัดลำดับความสำคัญเพื่อเสนอขอใช้งบประมาณในปี 62-64 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยว ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอการดำเนินโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่สำคัญ คือ โครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์เฉลิมพระเกียรติ นครราชสีมา โครงการโลกของช้าง หรืออีเลฟเฟนท์เวิลด์ จังหวัดสุรินทร์ โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ รับข้อเสนอไปพิจารณาอีกครั้ง ขณะที่โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก จ.บุรีรัมย์ และโครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเพื่อการท่องเที่ยวรอบบึงละหาน ซึ่งที่มีการทำทางจักรยานนั้น ให้รับข้อเสนอไปพิจารณาเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาได้ชี้แจงว่า ได้มอบหมายหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวหาทางส่งเสริมให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังอีสานใต้มากขึ้น เพราะปัจจุบันพื้นที่ภาคอีสานมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพียง 3% เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนอีสานเที่ยวกันเอง จึงต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยดึงชุมชนที่มีความพร้อมก่อน 20 ชุมชน มานำร่องจัดโปรแกรมร่วมกับบริษัททัวร์ เพื่อดึงคนเข้ามาในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนการจัดงานโมโตจีพี เดือน ต.ค.61 ที่บุรีรัมย์นั้น เห็นว่าปัจจุบันได้มีการเตรียมความพร้อมไปแล้วหลายส่วน โดยภาครัฐจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เช่น การจัดรถชัตเติลบัสจากสนามบินบุรีรัมย์มายังสนามแข่งขันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณภาพชีวิต ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ และคณะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เพื่อสร้างบุคลาการทางการแพทย์ในพื้นที่ ซึ่งจากการสำรวจความต้องการของเด็กที่เรียนจบมัธยมปลาย 80% ต้องการเรียนในด้านนี้เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ยังเห็นชอบโครงการก่อสร้างความเป็นเลิศทางการแพทย์ และโครงการก่อสร้างอาคารรองรับการให้บริการผู้ป่วยโรงพยาบาลนางรอง จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐาน 14 โครงการ โดยในด้านถนนนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาความเหมาะสม และจัดลำดับความสำคัญ ซึ่งในปี 57-61 มีการโครงการด้านนี้ รวมกว่า 52,876 ล้านบาท ส่วนปี 62 มีโครงการเบื้องต้นรวม 14,588 ล้านบาท ทางด้านอากาศ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมในโครงการพัฒนาสนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งเสนอขอสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ 2 ชั้น และขยายความยาวทางวิ่งจาก 2,100 เมตร เป็น 3,000 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพรกล่าวว่า ส่วนด้านการค้าและการลงทุนมีโครงการก่อสร้างศูนย์รวบรวมตู้คอนเทนเนอร์ และเปลี่ยนโหมดการขนส่ง หรือไอซีดี ที่นครราชสีมา เพื่อทำให้นครราชสีมาเป็นศูนย์กลางของการขนส่งสินค้าทางรถไฟไปท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งที่ประชุมให้ไปดูความเหมาะสมของโครงการก่อน พร้อมกันนี้ยังให้คมนาคมไปศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อสร้างสนามบินสุรินทร์เพื่อการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังรับทราบข้อเสนอของโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและจัดแสดงนิทรรศการที่นครราชสีมา และการศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาเมืองใหม่นครราชสีมา รองรับเมืองอัจฉริยะด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฐ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ภาคเอกชนมีความพอใจที่รัฐบาลได้รับข้อเสนอของภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่ เพราะจะช่วยพัฒนาพื้นที่ให้รองรับการค้าการลงทุน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8801</URL_LINK>
                <HASHTAG>การดูด ส.ส., ทุ่มงบประมาณหลายหมื่นล้าน, นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฐ, ประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจ, ผลทางการเมือง, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีสานใต้, ไฟเขียวโครงการน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1aafa43508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
