<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉาก! คลังแจกโชคล้านบัตรเดบิต ปลื้มกระตุ้นยอดใช้พุ่ง 62.1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปิดฉาก! คลังแจกโชคล้านบัตรเดบิต ปลื้มกระตุ้นยอดผู้ใช้บัตรพุ่ง 62.1% ปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น 38.3% มูลค่าธุรกรรมทะลักแตะ 1.48 แสนล้านบาท พร้อมเร่งติดตั้งเครื่องอีดีซี หลังประชาชนใช้บริการคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 61 ๐ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตครั้งที่ 12 ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้าย นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (อีเพย์เม้นต์) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้บัตรเดบิตและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนเงินสด รวมถึงส่งเสริมให้ร้านค้าติดตั้งเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ใช้บัตรและร้านค้าขนาดเล็กที่ติดตั้งเครื่องอีดีซี จะได้รับรางวัลทุกเดือน อย่างละ 1 ล้านบาท มาเป็นเวลา 12 เดือน โดยกระทรวงการคลังจะไม่ต่ออายุมาตรการนี้ออกไปอีก เพราะมาตรการที่ดำเนินมาได้กระตุ้นให้มีผู้ใช้บัตรเดบิต และยอดเงินผ่านเดบิตเพิ่มขึ้นสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนมีมาตรการจับรางวัลบัตรเดบิตมีผู้ใช้บัตรเพียง 10 ล้านใบ แต่ล่าสุดเดือนเม.ย. 2561 มีผู้ใช้บัตรเดบิตเพิ่มขึ้นเป็น 62.1 ล้านใบ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 11.2% ประกอบกับธุรกรรมตลอดโครงการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีปริมาณธุรกรรมทั้งสิ้น 80.2 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 38.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนดำเนินโครงการ และมูลค่าธุรกรรมรวม 1.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;rdquo; นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้โครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตได้สิ้นสุดลง แต่ประโยชน์จากการรับจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด ทั้งในการลดต้นทุนการบริหารจัดการ การเพิ่มความรวดเร็ว ปลอดภัยในการชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวมยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสดต่อไป รวมถึงให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยส่งเสริมการใช้บัตรเดบิตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการติดตั้งเครื่องอีดีซี ตอนนี้ติดตั้งไปแล้ว 2 แสนเครื่อง โดยมีการเพิ่มเป้าหมายจะติดตั้งให้ได้ 5 แสนเครื่อง เนื่องจากมีร้านค้าเข้าโครงการร้านธงฟ้าเพื่อรับบัตรสวัสดิการภาครัฐจากผู้มีรายได้น้อยมาซื้อของได้ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอีกจำนวนมากที่มีเครื่องอีดีซีอยู่แล้ว แต่ต้องการติดเพิ่มเนื่องจากมีลูกค้ามาใช้บริการมาก ทำให้การชำระเงินไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของการติดตั้งเครื่องอีดีซีภาครัฐ ขณะนี้ได้ดำเนินการไปหมดแล้ว 1.8 หมื่นเครื่อง โดยการชำระเงินต่าง ๆ ต้องทำผ่านบัตรเดบิต ไม่สามารถรับเงินสดได้อีกต่อไป เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และลดปัญหาการรั่วไหลเงินของรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10387</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, บัตรเดบิต, ประสงค์ พูนธเนศ, ปลัดกระทรวงการคลัง, รูดบัตร, อีเพย์เมนต์, เครื่องอีดีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad612ed4d523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โมบายล์ เพย์เมนท์เดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมรภูมิ &amp;quot;อีเพย์เมนต์&amp;quot; ในประเทศไทย เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ หลังจากสถาบันการเงินชั้นนำในประเทศเริ่มช่วยกันโหม ช่วยกันโปรโมตบริการอีเพย์เมนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน การสนับสนุนการชำระเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ด หรือการใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเพียงไม่ถึงปี ด้วยการรุกการทำตลาดอย่างหนัก ทำให้คนไทยเริ่มหันมาใช้จ่ายผ่านระบบอีเพย์เมนต์มากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถึงอย่างไรก็ดี ในภาพของ &amp;quot;อีเพย์เมนต์&amp;quot; ทั้งหมด ยังมีอยู่สมรภูมิหนึ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ เพราะถึงจะมาเงียบๆ ไม่หวือหวา แต่ก็ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจไม่ใช่น้อย นั่นก็คือ &amp;quot;โมบายล์ เพย์เมนต์ (Mobile Payment)&amp;quot; ซึ่งในขณะนี้ผู้ให้บริการสัญญาณมือถือ เกือบทุกค่ายต่างหันมารุกตลาดนี้อย่างจริงจัง ขณะเดียวกันทางกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์แก็ตเจ็ตไอทีต่างๆ ก็หันมาท้าชิงบนเวทีของโมบายล์ เพย์เมนต์ ด้วยเช่นกัน ทำให้การแข่งขันของธุรกิจเริ่มทวีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมองถึงเจ้าตลาด &amp;quot;โมบายล์ เพย์เมนต์&amp;quot; คงหนีไม่พ้น True Money (ทรูมันนี่) ซึ่งปัจจุบันฐานลูกค้าทรูมันนี่อยู่ที่ 8 ล้านราย แต่แอคทีฟที่ยังทำธุรกรรมอยู่มีถึง 4 ล้านราย ซึ่งเป้าหมายของทรูมันนี่ในปีนี้ ตั้งเป้าให้มีลูกค้าที่แอคทีฟอยู่ในระดับ 5 ล้านราย ส่วนวงเงินหมุนเวียนผ่านบริการนี้รวมกันกว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยการที่คู่แข่งที่จะมาตีท้ายครัวของทรูมันนี่ จะต้องเก่งและแข็งแรงมาก เพราะอย่างที่ทราบ บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป เจ้าของทรูมันนี่ นอกจากเป็นธุรกิจที่มีทุนหนาจากเครือซีพีแล้ว พันธมิตรที่มาร่วมถือหุ้น ยังมีบริษัท แอนท์ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป บริษัทในเครือ อาลีบาบา ซึ่งเป็นเจ้าของ อาลีเพย์ มาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นพันธมิตรด้วย ส่งผลให้ สถานะของทรูมันนี่ จะไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการโมบายล์ เพย์เมนต์ ในประเทศไทยเท่านั้น แต่จะเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามข้อมูลระบุว่า บริษัทได้เข้าไปทำธุรกิจแล้วใน 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ทั้งนี้ ทรูมันนี่ในต่างประเทศมีผู้ใช้แพลตฟอร์มกว่า 5 ล้านราย ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนใน 6 ประเทศ รวมกันกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.65 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% จากปีก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับว่าสถานะของทรูมันนี่แข็งแกร่งและมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะเมื่อได้ความเก่งของแอนท์ไฟแนนเชียล ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์ทั้งเรื่องของการพัฒนาบริการให้เหมาะสมกับลูกค้า เทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งเอไอและบล็อกเชนเข้ามาเพิ่มความสามารถของทรูมันนี่ให้ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อกลุ่มทรูรุกหนักขนาดนี้ ผู้ให้บริการมือถือยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของไทย อย่างเอไอเอส (AIS) ก็คงอยู่เฉยไม่ได้ เพราะว่าชื่อเสียงของ &amp;quot;mPAY&amp;quot; (เอ็มเปย์) ที่ทำธุรกิจมาอย่างยาวนาน จำเป็นต้องเติบโตเช่นกัน แต่ด้วยศักยภาพของเอ็มเปย์เวลานี้ หากดำเนินการคนเดียวอาจจะเติบโตช้า ทำให้ค่ายเอไอเอสคิดใหม่ ด้วยการประกาศเข้าซื้อหุ้น &amp;quot;แรบบิท ไลน์ เพย์&amp;quot; แพลตฟอร์มโมบายล์ เพย์เมนต์ ในสัดส่วน 33.33%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประกาศร่วมทุนระหว่างแอดวานซ์ เอ็มเปย์ และแรบบิท ไลน์ เพย์ จึงกลายมาเป็นคำตอบที่น่าสนใจ และมีโอกาสทำให้ mPAY ที่จะผันตัวไปเป็นแพลตฟอร์มอีเพย์เมนต์ กลับมาเป็นผู้นำในตลาดนี้อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับพันธมิตรหลักอย่างแรบบิท (Rabbit) และไลน์ (LINE) และยิ่งไปกว่านั้น มันคือการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะจำนวนลูกค้าที่ใช้งาน LINE กว่า 42 ล้านรายในไทย และเอไอเอสซึ่งมีลูกค้าอีก 40 ล้านราย จะช่วยต่อจิ๊กซอว์ เพิ่มจำนวนผู้ใช้งานอย่างก้าวกระโดด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อมูลจำนวนผู้สมัครใช้งานล่าสุดของ mPAY จะอยู่ที่ราว 3-4 ล้านราย โดยในจำนวนนี้เป็นลูกค้าที่มีการใช้งานเป็นประจำ (Active User) ราว 4-5 แสนราย ในขณะที่ Rabbit LINE Pay (RLP) ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีลูกค้าสมัครใช้บริการราว 3 ล้านราย และจำนวนการใช้งานสูงสุดใน 1 วัน อยู่ที่ 1.5 ล้านราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นได้ชัดว่า จากลูกค้าหลักแสน ลงทุนได้เพิ่มทันทีอีก 3 ล้านราย ซึ่งการที่มีฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น ทำให้ Rabbit LINE Pay สามารถกลายเป็นผู้ท้าชิงบัลลังก์ของทรูมันนี่ได้อย่างสนุก และการที่ได้เอไอเอสมาเสริม ทำให้ Rabbit LINE Pay จะได้เครื่องมือและกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มขึ้นอีกมากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือยกที่ 2 ของธุรกิจโมบายล์ เพย์เมนต์ จากนี้จะต้องจับตาการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่านแน่นอน ซึ่งท้ายที่สุด ลูกค้าที่ใช้งานจะได้รับประโยชน์สูงสุดแน่นอน.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6008</URL_LINK>
                <HASHTAG>mPAY, กระจกไร้เงา, บัตรอิเล็กทรอนิกส์, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, อีเพย์เมนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
