<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 00:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 00:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ลุ้นศึกพรีเมียร์ลีกเริ่มซ้อมกลาง พ.ค. จากนั้น 3 วีคเปิดฉากฟาดแข้งต่อให้จบซีซั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังหาทางออกเพื่อได้ข้อสรุปกำหนดวันที่จะกลับมาเปิดการแข่งขันได้ใหม่&amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงสัปดาห์แรกของ เดือน มิถุนายน ภายหลังจากการประชุม เมื่อวันศุกร์ ซึ่งมีการเปิดเผยว่า หนึ่งในประเด็นหลักอีกอย่างคือ เมื่อไหร่ที่นักเตะจะได้รับอนุญาติกลับมาซ้อมได้ ส่วนกรณีที่จะให้กำหนดคัทออฟให้เป็นวันไหนนั้น ไม่ได้มีการพูดขึ้นเป็นประเด็นหลักในการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สโมสรต่างๆในพรีเมียร์ลีก ได้รับแจ้งว่า ทาง รัฐบาลของอังกฤษ จะไม่ออกมาตรการผ่อนคลายอะลุ่มอล่วยเอื้อประโยชน์ให้เป็นกรณีพิเศษเพื่อวงการฟุตบอลเป็นการเฉพาะโดยต้องเห็นส่วนรวมเป็นสำคัญ ในการประชุมทางไกล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดีที่สุดที่คิดกันไว้ คือ นักเตะน่าจะกลับมาซ้อมได้ในวันที่ 18 พฤษภาคม และแมทช์การแข่งขันจะเริ่มต้นตามหลังในอีก 3 สัปดาห์ถัดไปในแบบระบบปิดไม่ให้มีผู้ชมในสนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สโมสรต่างได้สร้างกลุ่มเพื่อปรึกษากันเป็นการส่วนตัว ถึงเรื่องการกำหนดเดดไลน์ วันที่ 30 มิถุนายน เพื่อตัดจบปิดฤดูกาลนี้ เนื่องจากติดในเรื่องข้อกฏหมายและสัญญา ไม่ว่าจะเรื่องตัวผู้เล่น หรือ สปอนเซอร์ และผู้สนับสนุน มีบางสโมสรมีการผลักดันเรื่องนี้ในการประชุมแบบคอนเฟอเรนซ์คอลล์ แต่ก็ไม่ได้มีการจับขึ้นมาเป็นประเด็นหลักในการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสโมสรที่เรียกว่าเป็น บิ๊ก ซิกซ์ ของลีก ต้องการที่จะเตะให้จบครบทุกนัดของฤดูกาล เนื่องจากมีเรื่องของเงินรางวัล และการได้สิทธิไปเตะในศึกลูกหนังยุโรปเป็นเดิมพัน โดยยินดีที่จะลุยเตะกันยาไปจนถึงเดือนสิงหาคมถ้าจำเป็น ซึ่งปกติช่วงเดือนนั้น จะเป็นช่วงของการเปิดฤดูกาลใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจว่า ทางพรีเมียร์ลีก ได้มีการแจ้งเตือนต่อสโมสรต่างๆแล้วว่า อย่าได้คาดหวังว่าจะได้รับการเอื้อประโยชน์เป็นกรณีพิเศษจากรัฐบาล โดยพวกเขาจะต้องปฏิบัติตามมาตรการเดียวกันกับทุกคนในประเทศ ในเรื่องของการเว้นระยะห่างทางกายภาพทางสังคม ตามมาตรการช่วงโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลลัพท์คือ มีแนวโน้มที่ หากกลับมาเริ่มจัดการแข่งขันต่อกันได้แล้ว สิ่งที่จำเป็นคือชุดตรวจเบื้องต้นสำหรับแมทช์ต่างๆ เพื่อทั้งนักเตะทั้งหมด สตาฟ และบุคลากรต่างๆ ที่ทำงานในสนามวันนั้น ต้องได้รับการตรวจทั้งหมด ซึ่งคาดว่า ต่อนัดจะมีจำนวนหลายร้อยคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนักเตะ อาจต้องเปลี่ยนชุดมาพร้อมสำหรับการซ้อมมาจากบ้าน ไม่มีการเข้าใช้ห้องแต่งตัวเหมือนเคย และจะมีการตรวจวัดกันตั้งแต่ในรถที่พวกเขาขับมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่เพิ่งผ่อนคลายมาตรการตอนนั้น คาดว่าแต่ละสโมสรจะพยายามให้นักเตะใช้เวลาน้อยสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ที่สนามซ้อม ขณะที่การซ้อมก็คาดว่าจะมีการแบ่งกลุ่มซ้อมเล็กๆ เช่นกลุ่มละ 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมในวันนั้นยังเปิดโอกาสให้แต่ละสโมสรได้เสนอแผนต่างๆที่เป็นไปได้ในการปรับโปรแกรมแข่งขันใหม่ ซึ่งอย่างเร็วที่สุด น่าจะเป็นช่วงสัปดาห์ไหน หรือหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาาย จะเขยิบโปรแกรมอย่างไร ไปจนถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ สัปดาห์ไหน และเรื่องคัทออฟ หรือ ให้ฤดูกาลนี้ เป็นโมฆะ ก็ยังเป็นไปได้ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป้าหมายหักของเรา คือให้การแข่งขันดำเนินต่อจนจบซีซั่น 2019-20 ได้อย่างบริบูรณ์ แต่ ณ ตอนนี้ กำหนดวันต่างๆ ยังแค่ชั่วคราว เพราะผลกระทบจาก โควิด-19 ยังเพิ่มมากขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรดานักเตะในพรีเมียร์ลีก กับ อีเอฟแอล เชื่อว่า ทางสโมสรต้นสังกัด จะพยายามใส่เงื่อนไขปรับเงินเดินลดลงกรณีฟุตบอลเจอชัทดาวน์อีกในอนาคตของการทำสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนับจากที่กิจกรรมทั้งหมด รวมถึงการแข่งขันฟุตบอล ต้องพักไปตังแต่เมื่อเดือนที่แล้ว หลายสโมสรพยายามที่จะให้ นักเตะของตน ยอมรับการลดค่าจ้างของตัวเอง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสโมสร ที่ไม่มีรายได้ ขณะที่นักเตะก็ไม่ได้ลงสนาม และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีกฎข้อบังคับใดๆออกมาให้ นักเตะต้องยอมรับสภาพ หลายคนยินดีเต็มใจช่วยแบ่งเบา ลดไป 30 เปอร์เซนต์ บ้าง 50 เปอร์เซนต์บ้าง บางคนอยู่ในช่วงเจรจา บางคนก็ไม่ยอมตกลงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63566</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, อีเอฟแอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9b3a0a5544c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
