<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัวเนีย!ดีเอสไอบุกสน.ทุ่งสองห้องฟ้อง&#039;อัจฉริยะ&#039;หมิ่นประมาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63- &amp;nbsp;ที่​สน.ทุ่งสองห้องพ.ต.ท. กรวัชร์ ปานประภากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มอบอำนาจให้นางกวิสรา เฉลียวศิลป์ ผู้อำนวยการส่วนที่ปรึกษากฎหมาย 2 กองกฎหมาย นำรายละเอียดการถอดถ้อยคำที่มีการไลฟ์สด และ เทปบันทึกภาพการไลฟ์สด มาร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มี.ค.63 ดีเอสไอได้ตรวจพบว่ามีการนำคลิปวีดีโอที่ระบุข้อความว่าเป็นของ &amp;ldquo;ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม&amp;rdquo; เผยแพร่บนระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยในคลิปวีดีโอดังกล่าวเป็นการพูดของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มีเนื้อหาหลายส่วนพาดพิงการปฏิบัติงานของดีเอสไอในลักษณะที่เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับความเสียหาย เข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา จึงมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่กองกฎหมายเป็นผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนท้องที่ที่พบเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวเป็นผลมาจากการโพสต์คลิปวีดีโอ ระบุชื่อ &amp;nbsp;&amp;quot;เปิดปมฆ่าปิดปาก นายธวัชชัย อนุกูล&amp;quot; อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเมือง ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต กว่า 1 พันไร่ ที่เสียชีวิตภายในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559 &amp;nbsp;หลัง นายอัจฉริยะ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊คของตนเอง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม เวลา 19.46 น. มีข้อความเกี่ยวข้องกับการปฎิบัติหน้าที่ของ ดีเอสไอ ซึ่งข้อความดังกล่าวมีลักษณะใส่ความการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊คเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่อาชญากรรม ทำให้ประชาชนที่เข้ามารับฟังและแสดงความคิดเห็นเข้าใจผิด ส่งผลให้องค์กรเสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59352</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้องหมิ่นประมาท, อัจริยะ เรืองรัตนพงศ์, อีเอสไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e6740727621d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวัฒน์&#039;หนาว!ป.ป.ท.ส่งสำนวน&#039;คดีบิลลี่&#039;ให้ป.ป.ช. ส่งต่อไปรวมคดีที่ดีเอสไอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.62- ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการป.ป.ท.และพ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก ร่วมกันแถลงข่าวคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ซึ่งปัจจุบันพบหลักฐานการเสียชีวิต ว่า ในวันนี้กรรมการป.ป.ท.ได้ประชุมและมีมติให้ส่งสำนวนการไต่สวนกรณีนายชัยวัฒน์กับพวก กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่เปรียบเทียบปรับและไม่นำตัวบิลลี่ ซึ่งกระทำความผิดตามพ.ร.บ.อุทยานฯ พร้อมของกลางน้ำผึ้งป่าให้ตำรวจสภ.แก่งกระจานดำเนินคดี เนื่องจากมีสาเหตุโกรธแค้นกับนายบิลลี่มาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคดีดังกล่าวป.ป.ท.ได้ไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานไว้อย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะรับเป็นคดีพิเศษ แต่เนื่องจากผู้เสียหายในคดีได้ยื่นร้องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประกอบกับผลการสอบสวนของดีเอสไอได้หลักฐานทางคดีลึกไปกว่าการหายตัว บอร์ดป.ป.ท.จึงมีมติให้ส่งสำนวนไปให้ป.ป.ช. เพื่อส่งต่อให้ดีเอสไอสอบสวนทั้งคดีฆาตกรรมและความผิดอาญาที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันทั้งหมด โดยป.ป.ท.จะเร่งส่งสำนวนไปยังป.ป.ช.ภายในวันนี้ เพื่อให้สำนวนคดีส่งถึงดีเอสไอเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.ท.สิริพงษ์ กล่าวว่า การไต่สวนของป.ป.ท.ไม่ได้มีความล่าช้า มีการลงพื้นที่สอบพยานกว่า 30 ปาก รวมถึงการตรวจสอบพยานหลักฐานอื่นๆร่วมกับตำรวจภูธรภาค 7 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และดีเอสไอ โดยคณะอนุกรรมการฯสรุปสำนวนส่งให้บอร์ดป.ป.ท.พิจารณาตั้งแต่ปี 60 แต่บอร์ดสั่งไต่สวนเพิ่มเติม จนปี 61 ดีเอสไอรับคดีบิลลี่ไว้สอบสวน ล่าสุดเมื่อบอร์ดป.ป.ท.มีมติให้ส่งสำนวนไปให้ป.ป.ช. เพื่อให้ทุกสำนวนถูกส่งไปรวมที่ดีเอสไอ จะทำให้ดีเอสไอมีอำนาจเต็มในการสอบสวนทั้งคดีความผิด 157 และคดีฆาตกรรม สำหรับหลักฐานที่ป.ป.ท.ตรวจสอบพบไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี บอกได้เพียงว่าเราทำงานละเอียดตามกรอบกฎหมายเป็นการแสวงหาหลักฐานและข้อเท็จจริงในเชิงลึก และสำนวนค่อนข้างสมบูรณ์สามารถนำไปใช้สนับสนุนการสอบสวนของดีเอสไอได้ครบทุกมิติทั้งประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.ต.ท.สิริพงษ์ กล่าวอีกว่า คดีนี้ป.ป.ท.ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทั้งน.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ และลูกอีก 5 คนที่เป็นฝ่ายสูญเสียนายบิลลี่ ขณะเดียวกันก็ให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งในคดีคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ร้องขอความเป็นธรรม ขอให้สอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งป.ป.ท.ได้ดำเนินการให้ครบถ้วนทั้งสองฝ่าย หลังจากนี้เชื่อว่าดีเอสไอจะนำหลักฐานที่ป.ป.ท.ตรวจสอบพบไปใช้ประกอบในสำนวนคดี และสรุปสำนวนคดีภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้คือ ภายใน 2-3 เดือน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45419</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบิลลี่, ป.ป.ช., ป.ป.ท., สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, อีเอสไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d774777818bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
