<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EMAชี้วัคซีน2โดสเอาเดลตาอยู่ เยอรมนีแนะฉีดแอสตร้าร่วมกับวัคซีนmRNA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) ประเมินเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 โดสของทั้ง 4 ยี่ห้อที่ผ่านการอนุมัติในยุโรป สามารถป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เดลตาได้ ด้านทางการเยอรมนีแนะนำให้ฉีดวัคซีนผสม 2 ชนิด หากฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรกควรเปลี่ยนฉีดวัคซีน mRNA เข็มสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประเมินล่าสุดของอีเอ็มเอที่ช่วยให้ใจชื้นขึ้นนี้มีออกมาคล้อยหลังองค์การอนามัยโลกเตือนว่า ไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดีย อาจก่อให้เกิดคลื่นการระบาดระลอกใหม่ในยุโรป หลังจากเริ่มกลับมามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์โก คาวาเลรี หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์วัคซีนของอีเอ็มเอ กล่าวว่า องค์กรจากอัมสเตอร์ดัมแห่งนี้ตระหนักถึงความกังวลที่เกิดจากการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์เดลตา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า วัคซีน 4 ชนิดที่ได้รับการอนุมัติในสหภาพยุโรปป้องกันไวรัสโคโรนาทุกสายพันธุ์ที่กำลังแพร่อยู่ในยุโรปได้ รวมถึงสายพันธุ์เดลตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อมูลที่ได้มาใหม่จากหลักฐานในโลกแห่งความจริงกำลังแสดงให้เห็นว่า วัคซีน 2 โดสป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีน 4 ชนิดที่ผ่านการอนุมัติให้ใช้ได้ในสหภาพยุโรปแล้ว ได้แก่ ไฟเซอร์-ไบออนเทค, โมเดอร์นา, แอสตร้าเซนเนก้า และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการวัคซีนของเยอรมนี (STIKO) มีคำแนะนำว่า ใครก็ตามที่ได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าโดสแรก ควรเปลี่ยนไปฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค หรือโมเดอร์นา ในโดสที่ 2 เพื่อให้การป้องกันไวรัสโคโรนาทำได้ดีขึ้น อันรวมถึงกับไวรัสเดลตาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงอ้างผลการศึกษาหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันนั้น &amp;quot;เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด&amp;quot; เมื่อฉีดแอสตร้าเซนเนก้าร่วมกับวัคซีนแบบ mRNA ในโดสที่ 2 เมื่อเปรียบเทียบกับการฉีดแอสตร้าเซนเนก้าอย่างเดียวทั้ง 2 โดส ฉะนั้นคณะกรรมการชุดนี้จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนแบบผสม &amp;quot;โดยไม่คำนึงถึงอายุ&amp;quot; และให้เว้นช่วงห่างระหว่าง 2 โดสอย่างน้อย 4 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัท ไฟเซอร์ร่วมกับไบออนเทค และบริษท โมเดอร์นา ใช้เทคโนโลยีเมสเซนเจอร์​อาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่กล่าวถึงข้างต้น ซึ่งเป็นการผลิตวัคซีนจากสารพันธุกรรมที่จะฝึกให้ร่างกายผลิตสไปค์โปรตีนหรือโปรตีนส่วนหนามคล้ายกับที่พบในไวรัสโคโรนา เมื่อร่างกายเจอกับไวรัสจริงหลังจากนั้น ร่างกายจะจดจำสไปค์โปรตีนนี้ได้และสามารถต่อสู้กับไวรัสเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวัคซีนที่ผลิตโดยแอสตร้าเซนเนก้าและจอห์นสันแอนด์จอห์นสันนั้นเป็นวัคซีนแบบไวรัสเวคเตอร์ โดยการดัดแปงพันธุกรรมของไวรัสอะดีโนที่ก่อโรคหวัดธรรมดาให้เป็นไวรัสพาหะส่งคำแนะนำทางพันธุกรรมเข้าสู่เซลล์ของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมนี ก็ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาในโดสที่ 2 หลังจากฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในเข็มแรก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108366</URL_LINK>
                <HASHTAG>mRNA, ฉีดวัคซีนครบ2โดส, วัคซีนโควิด, สายพันธุ์เดลตา, องค์การยาแห่งยุโรป, อีเอ็มเอ, แอสตร้าเซนเนก้า, โควิด-19, โมเดอร์นา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7ace567ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 23:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 23:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนแอสตร้ายังวุ่น เยอรมนี-อิตาลี-ฝรั่งเศสสั่งระงับ อินโดฯก็ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินโดนีเซียประกาศชะลอการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าแล้วเมื่อวันจันทร์ ระหว่างรอการทบทวนขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับความวิตกเรื่องลิ่มเลือดอุดตัน ขณะเยอรมนี, อิตาลี และฝรั่งเศส ระงับด้วยเช่นกันรอผลการตัดสินใจขององค์การยายุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศระงับหรือชะลอการใช้วัคซีนของแอสตร้าฯ ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่องจากหลายประเทศ ถึงแม้ว่าองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ), องค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ), บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า และผู้เชี่ยวชาญหลายคนย้ำว่าวัคซีนนี้ปลอดภัย และไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงวัคซีนนี้กับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีสาธารณสุข บูดี กูนาดี ซาดิกิน ของอินโดนีเซีย แจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันจันทร์ว่า หน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศตัดสินใจชะลอการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าไว้ก่อนระหว่างรอการยืนยันจากดับเบิลยูเอชโอ กรณีความวิตกเรื่องภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ แล้ว 1.1 ล้านโดสในเดือนนี้ และคาดว่าจะได้รับอีก 10 ล้านโดสภายในปลายเดือนเมษายน ถึงขณะนี้อินโดนีเซียพึ่งพาวัคซีนซิโนแวคของจีนเป็นหลักในโครงการฉีดวัคซีน ซึ่งรัฐบาลวางแผนว่าจะฉีดให้ประชากรมากกว่า 181 ล้านคนจากทั้งหมดเกือบ 270 ล้านคนภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฝั่งยุโรป เยอรมนีเป็นประเทศล่าสุดที่สั่งระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ระหว่างรอการสอบสวนอย่างละเอียด คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า หลังจากมีรายงานใหม่ๆ เรื่องการเกิดภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตันที่เกี่ยวโยงกับการฉีดวัคซีนในเยอรมนีและยุโรป สถาบันเพาล์แอร์ลิชที่เป็นหน่วยงานด้านวัคซีนของเยอรมนี มีความเห็นว่าจำเป็นต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม องค์การยาแห่งยุโรปจะตัดสินต่อไปว่าผลการตรวจสอบใหม่จะส่งผลต่อการอนุมัติวัคซีนหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ เนเธอร์แลนด์และไอร์แลนด์ก็เพิ่งประกาศระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ตามหลังหลายประเทศในยุโรป เนื่องจากความวิตกเรื่องภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่มีรายงานพบในเดนมาร์ก, นอร์เวย์ และอีกหลายประเทศ ซึ่งล่าสุดเนเธอร์แลนด์ก็รายงานว่าพบผู้มีอาการดังกล่าวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ องค์การลาเร็บ ที่เป็นศูนย์ดูแลด้านความปลอดภัยยาของเนเธอร์แลนด์ แถลงว่า พบกรณีผู้ป่วยอาการลิ่มเลือดอุดตันอีก 10 รายที่เกี่ยวโยงกับการฉีดวัคซีนแอสตร้านับแต่เริ่มมีรายงานข่าวเกี่ยวกับปัญหานี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมารัฐบาลฝรั่งเศสและอิตาลีก็สั่งระงับการใช้วัคซีนแอสตร้าฯ ด้วย ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสกล่าวว่าตัดสินใจดังกล่าวเพื่อป้องกันไว้ก่อน ระหว่างรอการตัดสินใจด้านความปลอดภัยจากอีเอ็มเอที่คาดว่าจะเป็นในช่วงบ่ายวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอิตาลี องค์การยา AIFA ตัดสินใจขยายคำสั่งห้ามใช้วัคซีนแอสตร้าฯ ครอบคลุมทั่วอิตาลี ระหว่างรอการตัดสินใจของอีเอ็มเอเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96176</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝรั่งเศส, ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน, ระงับการใช้วัคซีน, วัคซีนโควิด, องค์การยาแห่งยุโรป, องค์การอนามัยโลก, อิตาลี, อินโดนีเซีย, อีเอ็มเอ, เยอรมนี, แอสตร้าเซนเนก้า, โคิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60464d749ef3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้ไปก่อนได้ องค์การยายุโรปไม่พบข้อบ่งชี้&#039;วัคซีนแอสตร้า&#039;ก่อลิ่มเลือดอุดตัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) ที่ครอบคลุม 30 ประเทศ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ประเทศในยุโรปสามารถใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าต่อไปได้ระหว่างรอการสอบสวนกรณีพบผู้ได้รับวัคซีนเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันจนทำให้เดนมาร์ก, นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ระงับการใช้วัคซีนนี้ เผยยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าวัคซีนนี้ก่อภาวะดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำแถลงของอีเอ็มเอจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า ถึงขณะนี้ยุโรปพบผู้ได้รับวัคซีนที่มีอาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตัน 30 ราย จากผู้ได้รับวัคซีนแล้วประมาณ 5 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มุมมองของคณะกรรมการด้านความปลอดภัยของอีเอ็มเอคือ ประโยชน์ของวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยง และวัคซีนสามารถใช้ฉีดต่อไปได้ในระหว่างที่การสอบสวนกรณีการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันยังดำเนินอยู่&amp;quot; คำแถลงขององค์การยาแห่งยุโรปกล่าว &amp;quot;ขณะนี้ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าการฉีดวัคซีนก่อให้เกิดภาวะเหล่านี้ ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในรายการผลข้างเคียงจากวัคซีนนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีเอ็มเอครอบคลุมสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ บวกกับนอร์เวย์, ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี เดนมาร์ก, นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ สั่งระงับการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าชั่วคราว เนื่องจากความวิตกกรณีพบผู้ป่วยเกิดภาวะลิ่มเลือดภายหลังรับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีเอ็มเอกล่าวว่า การตัดสินใจของเดนมาร์กเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อนระหว่างที่การสอบสวนครบถ้วนยังดำเนินอยู่เกี่ยวกับรายงานพบการเกิดลิ่มเลือดในผู้ที่รับวัคซีน ซึ่งรวมถึงรายหนึ่งที่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงระบุด้วยว่า จำนวนผู้ที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในยุโรป 30 ราย ก็ไม่ได้สูงไปกว่าจำนวนภาวะที่พบในหมู่ประชากรทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานที่กำกับดูแลด้านยาของอิตาลีมีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดี ห้ามการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า/ออกซ์ฟอร์ดจากการผลิตชุดหนึ่ง สืบเนื่องจากความวิตกกรณีดังกล่าว ขณะที่ออสเตรียก็ประกาศระงับการใช้วัคซีนชุดการผลิตอีกชุดหนึ่ง หลังจากพบว่าพยาบาลอายุ 49 ปีเสียชีวิตเพราะภาวะเลือดแข็งตัวเป็นลิ่มขั้นรุนแรง ไม่กี่วันหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าชุดการผลิตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสโตเนีย, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย และลักเซมเบิร์ก ก็สั่งระงับการใช้วัคซีนชุดการผลิตเดียวกับของออสเตรียด้วยเช่นกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95823</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน, ระงับวัคซีน, ว้คซีนโควิด-19, องค์การยาแห่งยุโรป, อีเอ็มเอ, แอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ae13c05c65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
