<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลงานคุมโควิดได้ส่งโอ๊กแลนด์ครองแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมืองโอ๊กแลนด์ของนิวซีแลนด์ทะยานขึ้นอันดับ 1 เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก จากการจัดอันดับประจำปีของอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (อีไอยู) แซงหน้ากรุงเวียนนาที่ครองแชมป์มาหลายปี ปัจจัยหลักเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกายทาวเวอร์และตึกระฟ้าในเมืองโอ๊กแลนด์ของนิวซีแลนด์ (Photo by Xavier Laine/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย ติดอันดับ 1 เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกจากการจัดอันดับของอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (อีไอยู) มาตั้งแต่ปี 2561 โดยกรุงเวียนนาและนครเมลเบิร์นของออสเตรเลียมีคะแนนสูสีแย่งกันเป็นอันดับ 1 มาหลายปีในการสำรวจเมืองน่าอยู่ 140 เมืองทั่วโลกของอีไอยู แต่เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกในปีนี้มีแชมป์ใหม่เกิดขึ้น คือ นครโอ๊กแลนด์ของนิวซีแลนด์ ผลจากการควบคุมการระบาดของเชื้อโควิด-19 ของนิวซีแลนด์ผ่านมาตรการล็อกดาวน์ รวมถึงลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเกาะแยกตัวจากประเทศอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีไอยูกล่าวในการแถลงผลสำรวจเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกเมื่อวันพุธที่ 9 มิถุนายนว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดของนิวซีแลนด์ทำให้สังคมกลับมาเปิดใหม่ได้ และพลเมืองในนครโอ๊กแลนด์และกรุงเวลลิงตัน กลับมาใช้ชีวิตเหมือนช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งล่าสุดที่นครโอ๊กแลนด์ติดอันดับท็อป 10 ในการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ของอีไอยู คือเมื่อปี 2560 โดยอยู่อันดับที่ 8 ส่วนเมืองน่าอยู่อันดับ 8 ในปีนี้ นครเมลเบิร์นและนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ครองอันดับร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเวลลิงตันติดอันดับที่ 4 เมืองน่าอยู่ที่สุดในปีนี้, นครโอซากาของญี่ปุ่นขยับขึ้นมา 2 อันดับ อยู่อันดับที่ 2 ในปีนี้ อันดับที่ 3 คือนครแอดิเลดของออสเตรเลีย จากเดิมที่อยู่อันดับที่ 10 แซงหน้านครซิดนีย์และนครเมลเบิร์นของออสเตรเลียเช่นกัน ส่วนกรุงเวียนนาหล่นไปอยู่อันดับที่ 12&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองที่อันดับขยับขึ้นมากที่สุดคือ โฮโนลูลู รัฐฮาวายของสหรัฐ ที่ขึ้นมาอยู่อันดับ 14 ในปีนี้ ขยับขึ้น 46 อันดับ เหตุเพราะความสามารถในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และโครงการฉีดวัคซีนที่ทำได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงดามัสกัสของซีเรียยังคงเป็นเมืองใหญ่ที่ใช้ชีวิตอยู่ได้ยากลำบากที่สุด เนื่องจากสงครามกลางเมืองที่ยังดำเนินอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีไอยูจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกครั้งล่าสุดจากการสำรวจในปี 2561 ปีที่แล้วยกเลิกการจัดอันดับ สำหรับปีนี้ อีไอยูกล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมากกับความน่าอยู่ของโลก เมืองต่างๆ ทั่วโลกน่าอยู่น้อยลงเมื่อเปรียบเทียบก่อนการระบาดของโรคนี้ หลายภูมิภาค เช่น ทวีปยุโรปได้รับผลกระทบหนักมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประเมินเมืองน่าอยู่ที่สุดของอีไอยูใช้ 5 เกณฑ์ ได้แก่ เสถียรภาพ, สาธารณสุข, การศึกษา, โครงสร้างพื้นฐาน, วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105851</URL_LINK>
                <HASHTAG>อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต, อีไอยู, เมืองน่าอยุ่, โควิด-19, โอ๊กแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0c9a9db63e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เวียนนา&#039; รักษาแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกของดิอีโคโนมิสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดิอีโคโนมิสต์เปิดเผยการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2562 ยกให้กรุงเวียนนาของออสเตรียเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน นครเมลเบิร์นของออสเตรเลียรองแชมป์ ส่วนเมืองที่ไม่น่าอยู่ที่สุดคือกรุงดามัสกัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถม้าวิ่งผ่านวิหารเซนต์สตีเปนในกรุงเวียนนา เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 / JOE KLAMAR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีโคโนมิสต์อินเทลลิเจนซ์ยูนิต (อีไอยู) หน่วยวิจัยของนิตยสารดิอีโคโนมิสต์ ยกย่องให้เมืองหลวงของออสเตรีย ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือเรื่องดนตรีคลาสสิกและประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และยังมีพื้นที่สีเขียวและระบบบริการสาธารณะอันยอดเยี่ยม เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกเมื่อปี 2561 แทนที่นครเมลเบิร์นที่ครองแชมป์มา 7 ปีติดต่อกัน ในการจัดทำดัชนีเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกของอีไอยู ที่สำรวจ 140 เมืองใหญ่ทั่วโลก และในปีนี้ 2562 อีไอยูยังคงยกให้กรุงเวียนนาครองอันดับ 1 อีกเป็นปีที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 กล่าวว่า การจัดอันดับของอีไอยูที่เผยแพร่ในวันเดียวกัน เป็นการสำรวจจากปัจจัยหลากหลายด้าน เช่น มาตรการการครองชีพ, อาชญากรรม, โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม, การเข้าถึงการศึกษาและบริการสาธารณสุข รวมไปถึงความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยมีคะแนนเต็ม 100&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเวียนนา ซึ่งมีระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกสบาย, น้ำประปาที่สดชื่นจากเทือกเขาแอลป์ และชีวิตหลากวัฒนธรรม ได้คะแนนสูงสุดถึง 99.1 คะแนน เท่ากับคะแนนที่ได้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนเมลเบิร์นนั้นได้คะแนนน้อยกว่าแค่ 0.7 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จักรยานจอดเป็นแถวด้านนอกโรงอุปรากรในกรุงเวียนนา / JOE KLAMAR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับที่เหลือใน 10 อันดับแรก ได้แก่ 3. เมืองซิดนีย์ของออสเตรเลีย 4. เมืองโอซากาของญี่ปุ่น 5. เมืองแคลการีของแคนาดา 6. เมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดา 7. เมืองโทรอนโตของแคนาดา และกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น 9. กรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก และ 10. เมืองแอดิเลดของออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของอีไอยูชี้ว่า เมืองในยุโรปตะวันออกและอเมริกาเหนือยังคงเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน 20 อันดับแรกนั้น มีเมืองในยุโรป 8 เมือง ที่เหลือเป็นเมืองของญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และแคนาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ดัชนีเมืองน่าอยู่ของอีไอยูให้ความสำคัญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีต่อการดำรงชีวิต ซึ่งส่งผลให้กรุงนิวเดลีของอินเดียและกรุงไคโรของอียิปต์อันดับร่วงลงมาอยู่ที่ 118 และ 125 ตามลำดับ เนื่องจาก &amp;quot;คุณภาพอากาศแย่, อุณหภูมิเฉลี่ยที่ไม่น่าปรารถนา และการจัดสรรน้ำที่ไม่เพียงพอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหานครเช่นกรุงปารีสอันดับร่วงลง 3 อันดับ มาอยู่ที่ 25 ด้วยผลจากการประท้วงของคนเสื้อกั๊กเหลือง ส่วนลอนดอนและนิวยอร์กอยู่อันดับ 48 และ 58 จากภาพลักษณ์ของความเสี่ยงต่ออาชญากรรมและการก่อการร้าย ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่แบกรับภาระหนักเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเมืองที่น่าอยู่น้อยที่สุดคือ กรุงดามัสกัสของซีเรีย รองลงมาคือกรุงลากอสของไนจีเรีย, กรุงธากาของบังกลาเทศ, กรุงตริโปลีของลิเบีย, เมืองการาจีของปากีสถาน, กรุงพอร์ตมอร์สบีของปาปัวนิวกินี, กรุงฮาราเรของซิมบับเว, เมืองดูอาลาของแคเมอรูน, กรุงแอลเจียร์ของแอลจีเรีย และกรุงการากัสของเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นปีนี้ เวียนนาเพิ่งได้รับการยกย่องเป็นเมืองที่คุณภาพชีวิตดีที่สุดจากการจัดอันดับของบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ เมอร์เซอ เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44998</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเวียนนา, ครองแชมป์เมืองน่าอยู่, ดัชนีเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก, ดิอีโคโนมิสต์, อีโคโนมิสต์อินเทลลิเจนซ์ยูนิต, อีไอยู, เมลเบิร์น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f7d98afce3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเรือเฮ! รัฐบาลตั้งกองทุนบริหารจัดการประมงให้กู้เงินถูกกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุมรับทราบกรณีที่สหภาพยุโรป ปลดใบเหลืองประเทศไทยในทำประมงผิดกฎหมายไร้การควบคุม(ไอยูยู) และหลังจากนี้ รัฐบาลจะยังคงความต่อเนื่องในการจัดระเบียบ รักษามาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือกับภาคการประมง ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน โดยจะร่วมกันจัดตั้งกองทุนบริหารการจัดการประมง ซึ่งรัฐบาลและต่างประเทศจะสนับสนุนงบประมาณ ให้ชาวประมงได้กู้ยืม เพื่อส่งเสริมการทำประมงถูกกฎหมาย หลังจากนี้จะมีการปรับโครงสร้างกองเรืออย่างเหมาะสม ปรับปรุงท่าเทียบเรือ และสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการประมงพื้นบ้าน ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ม.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยชาวประมงพื้นบ้าน ที่ถูกยกเลิกทะเบียนเรือ ไม่สามารถออกเรือได้ โดยจะมีการจ่ายเงินชดเชย พร้อมอำนวยความสะดวกในการขายเรือประมง ที่ไม่ต้องการทำประมงต่อ โดยขายให้ต่างประเทศ เบื้องต้นขายไปแล้ว&amp;nbsp;70ลำ มูลค่ากว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ล้านบาท ส่วนเรือที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกทำการประมงนั้น ขณะนี้รัฐบาลได้เปิดอุทธรณ์ เพื่อให้กลับมาทำประมงได้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มวันทำประมง โดยนำจำนวนเรือที่ไม่สามารถออกทำประมง มาเฉลี่ยให้ เช่น ฝั่งอ่าวไทย เรืออวนลาก ทำประมงได้&amp;nbsp;24วัน เรืออวนล้อม ทำได้ทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียนปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ไทยจะยกระดับแก้ไขปัญหาประมงในระดับภูมิภาค ซึ่งจะมีบทบาทนำในการแก้ไขปัญหา โดยใช้กลไกกระทรวงกลาโหม ซึ่งที่ประชุมกระทรวงกลาโหมอาเซียน เห็นชอบร่วมกันแล้ว ให้ประเทศไทยนำการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนบริหารการจัดการประมง, ชาวประมงกู้ยืม, ปลดใบเหลือง, ส่งเสริมประมงถูกกฎหมาย, อีไอยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c36e7f1b28f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียนนาครองแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุด กรุงเทพฯ อันดับ 98 จาก 140</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรุงเวียนนาของออสเตรียสามารถโค่นนครเมลเบิร์นลงจากบัลลังก์แชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก 7 ปีซ้อนได้ตามการจัดอันดับของอีไอยูประจำปี 2561 นี้ ส่วนไทยขยับขึ้น 4 อันดับจากปีที่แล้วมาอยู่ที่อันดับ 98 จาก 140 เมืองทั่วโลก รั้วที่ 3 ในภูมิภาคนี้รองจากสิงคโปร์และกัวลาลัมเปอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นครเมลเบิร์นของออสเตรเลียครองแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกมา 7 ปีซ้อน แต่ปีนี้ได้อันดับที่ 2 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการจัดอันดับของอีโคโนมิสต์อินเทลลิเจนซ์ยูนิต (อีไอยู) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2561 ส่งให้เมืองหลวงของออสเตรียเป็นมหานครของยุโรปเมืองแรกที่สามารถครองแชมป์เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกของอีไอยูได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า แต่ละปี หน่วยงานวิเคราะห์ในสังกัดอีโคโนมิสต์กรุ๊ปแห่งนี้จัดอันดับเมืองใหญ่ทั่วโลก 140 เมือง โดยคำนึงถึงปัจจัยหลายด้านในการให้คะแนนซึ่งมีเต็ม 100 คะแนน อาทิ มาตรฐานการดำรงชีวิต, อาชญากรรม, โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม, การเข้าถึงการศึกษาและการดูแลสุขภาพ ไปจนถึงเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ กรุงเวียนนาได้คะแนน &amp;quot;เกือบสมบูรณ์แบบ&amp;quot; ที่ 99.1 คะแนน แซงนครเมลเบิร์นซึ่งได้อันดับสองด้วยคะแนนถึง 98.4 อันดับรองลงไปในท็อปเทนได้แก่ 3. โอซากา (ญี่ปุ่น) 4. แคลการี (แคนาดา) 5. ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) 6. แวนคูเวอร์ (แคนาดา) 7. โตเกียว (ญี่ปุ่น) และ โทรอนโต (แคนาดา) 9. โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) และ 10. แอดิเลด (ออสเตรเลีย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจัยของอีไอยูกล่าวว่า เมืองที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดมีแนวโน้มเป็นเมืองขนาดกลางในประเทศร่ำรวย หลายเมืองในท็อปเทนมีประชากรค่อนข้างเบาบาง ซึ่งเอื้อต่อกิจกรรมสันทนาการโดยไม่นำไปสู่การก่ออาชญากรรมในระดับสูงหรือเป็นภาระต่อโครงสร้างพื้นฐานมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออสเตรเลียและแคนาดาซึ่งมี 3 เมืองติดท็อปเทน มีสัดส่วนประชากรแค่ 3.2 และ 4 คนต่อตารางกิโลเมตรเท่านั้น ตามลำดับ เทียบกับอัตราเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ 58 คน/ตร.กม. อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นเป็นข้อยกเว้น โดยค่าเฉลี่ยความหนาแน่นประชากรทั่วประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ 347 คน/ตร.กม. แต่ญี่ปุ่นก็มีชื่อเสียงเรื่องเครือข่ายขนส่งที่ดีเยียมและมาตรฐานการครองชีพที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเมืองที่ไม่น่าอยู่ที่สุด ไล่จากอันดับล่างสุดขึ้นมาได้แก่ ดามัสกัส (ซีเรีย), ธากา (บังกลาเทศ), ลากอส (ไนจีเรีย), การาจี (ปากีสถาน), พอร์ตมอร์สบี (ปาปัวนิวกินี), ฮาราเร (ซิมบับเว), ตริโปลี (ลิเบีย), ดูอาลา (แคเมอรูน), แอลเจียร์ (แอลจีเรีย) และดาการ์ (เซเนกัล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมืองที่น่าอยู่ที่สุดได้แก่ สิงคโปร์ (อันดับ 37) ตามด้วยกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย (อันดับ 78) ส่วนกรุงเทพมหานครนั้น ปีนี้ได้อันดับ 98 ดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับ 102 ในปี 2560 ถือว่าขยับเข้าใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์มากที่สุดโดยห่างเพียง 20 อันดับ จากปีที่แล้วซึ่งห่างกันถึง 32 อันดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเทศที่มีพัฒนาการดีที่สุดในช่วง 5 ปีนั้น ได้แก่ อาบีจาน (ไอวอรีโคสต์), ฮานอย (เวียดนาม), เบลเกรด (เซอร์เบีย) และเตหะราน (อิหร่าน).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพฯ, อีไอยู, เมลเบิร์น, เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก, เวียนนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72c39e0eeb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
