<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 23:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 23:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สดร. แจงแสงวาบ-เสียงดังสนั่น คาด &#039;ดาวตกชนิดระเบิด&#039; เหตุการณ์ปกติทางดาราศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22​ มิ.ย.64 - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อมูลจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย ช่วงเย็นวันที่ 22 มิถุนายน 2564 มีผู้พบเห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า สีฟ้าอมเขียว หลังจากนั้นได้ยินเสียงดังสนั่นพร้อมกันในหลายพื้นที่บริเวณภาคเหนือของไทย เขตจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง ฯลฯ ไม่พบรายงานความเสียหายหรือได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จากหลักฐานที่รวมรวมได้ อาทิ ข้อมูลการโพสต์จากหลายแหล่ง และภาพถ่าย เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจาก ดาวตกชนิดระเบิด (Bolide) เป็นเหตุการณ์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ตามที่มีข้อมูลเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ช่วงเย็นวันที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 18:30 น. หลายพื้นที่ในจังหวัดทางภาคเหนือ มีรายงานผู้พบเห็นแสงสีฟ้าอมเขียว พุ่งจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก หลังจากนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น เกิดแรงสั่นสะเทือน สร้างความตกใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานและไม่มีรายงานความเสียหาย​ ซึ่งจากหลักฐานภาพ และคลิปจากการโพสต์เฟสบุ๊ค​โดยคุณอาลิสา เซยะ ที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เบื้องต้นคาดว่าเป็น ดาวตกชนิดระเบิด (Bolide)&amp;rdquo; โดยปกติแล้ว ดาวตกที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศจะเริ่มเกิดความร้อนสูงจนเกิดการลุกไหม้ที่ความสูงประมาณ 80-120 กิโลเมตร จึงมักจะสูงเกินกว่าที่จะได้ยินเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งดาวตกอาจจะแผ่คลื่นเสียงกระแทก (sonic boom) ในลักษณะเดียวกันกับเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการพบเห็นที่ระบุว่าเห็นแสงวาบก่อนที่จะเห็นเสียงตามมา ซึ่งระยะเวลาระหว่างการพบเสียงและแสงนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะห่างของดาวตกในขณะที่พบเห็น​ ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าวัตถุดังกล่าวนั้นจะตกลงมาถึงพื้นโลกเป็นอุกกาบาตหรือไม่ ดาวตกส่วนมากที่ตกลงมานั้นจะไหม้หมดไปในชั้นบรรยากาศ สำหรับอุกกาบาตที่ใหญ่พอจนตกลงมาถึงพื้นโลกได้นั้น มีการประมาณการกันว่ามีอยู่ประมาณ 6,000 ดวงในทุกๆ ปี แต่ส่วนมากนั้นตกลงในมหาสมุทร หรือพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีผู้ใดพบเห็น ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์นั้น มีอุกกาบาตเพียงไม่กี่ชิ้นที่มนุษย์สามารถเก็บขึ้นมาได้หลังจากมีผู้พบเห็นเป็นดาวตกอยู่บนท้องฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแต่ละวันจะมีอุกกาบาตเข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลกเป็นจำนวนมาก แต่โดยทั่วไปจะไหม้หมดไปตั้งแต่ความสูงนับร้อยกม. ในชั้นบรรยากาศ ในทางดาราศาสตร์ถือเป็นเรื่องปกติและสามารถอธิบายได้ ไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจเพราะโอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107303</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ดาวตก, สดร., สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, อุกกาบาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d20a1c3fb8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไดโนเสาร์แล้วไง! &#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;รับเป็นคนรุ่นเก่าป้อง3สถาบัน สวนม็อบแค่หินอวกาศไร้จุดหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย. 63 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ไดโนเสาร์แล้วไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม็อบเดินล้อเลียนไดโนเสาร์​&amp;nbsp; จะหมายว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปจากโลก​ หากไดโนเสาร์จะหมายถึงคนรุ่นเก่า​ ที่มีความคิดเก่า​ อนุรักษ์​ รักษาสิ่งที่ดีงาม​ รักษาวัฒนธรรม​ คุณค่าที่ดีงามของประเทศ​ ปกป้องสามเสาหลักของประเทศ​ ชาติ​ ศาสนาและพระมหากษัตริย์​ ผมเป็นคนหนึ่งที่ยอมรับว่าตัวเองก็เป็นไดโนเสาร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นไดโนเสาร์แล้วเป็นไง​ สาเหตุที่สูญพันธ์ไม่ใช่จากน้ำมือมนุษย์​ อย่าเปรียบตัวเองเป็นอุกกาบาต​เลย น่าสงสาร​ เป็นหินอวกาศที่ไม่มีจุดหมายปลายทาง​ วนเวียนไปในอวกาศไม่มีที่สิ้นสุด​ นานๆ จะตกมาบนโลกเสียที&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84723</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, ม็อบ, อดีตบิ๊กข่าวกรอง, อุกกาบาต, ไดโนเสาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35e35ad8c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังทางนี้&#039;สดร.&#039;เฉลยแล้ววัตถุประหลาดแม่แจ่มไม่ใช่อุกกาบาตแค่หินภูเขาไฟ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;27​ ก.ย.63 - นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)&amp;nbsp;กล่าวว่า ตามที่มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา มีชาวบ้านพากันไปเก็บวัตถุรูปร่างคล้ายอุกกาบาตในบริเวณพื้นที่ป่าชุมชน เขตติดต่อหมู่บ้านแม่สะต๊อก บ้านนาฮ่อง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม หลังจากมีชาวบ้านในพื้นที่พบเห็นลำแสงพุ่งตกจากฟ้าลงมาในบริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา จึงสันนิษฐานว่าเป็นอุกกาบาตและพากันออกตามหา ก่อนพบวัตถุประหลาด แต่เก็บไว้ไม่ได้เปิดเผยให้ใครทราบ จนกระทั่งมีข่าวแพร่สะพัดขึ้นมา ทางอำเภอแม่แจ่มจึงนำวัตถุดังกล่าวส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภฤกษ์ กล่าวต่อว่า จากหลักฐานที่รวบรวมได้ พบว่า​ วัตถุที่พบมีลักษณะเป็นรูพรุน น้ำหนักเบากว่าหินและโลหะทั่วไป รูปร่างคล้ายวัตถุที่ถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนจนหลอมละลายแล้วเย็นตัวลง หลังจากสังเกตและวิเคราะห์ด้วยลักษณะทางกายภาพ เบื้องต้นคาดว่า ไม่ใช่อุกกาบาต เนื่องจากอุกกาบาตจะมีลักษณะไม่เป็นรูพรุน และอาจเป็นไปได้ว่าจะเป็นหินประเภทหินอัคนีพุ (Extrusive Rock) หรือหินภูเขาไฟ (Volcanic Rock) ที่เกิดขึ้นนานมาแล้วในอดีต เกิดจากการเย็นตัวและตกผลึกของลาวาเหลวที่มีไอน้ำ แก๊สและสารละลายอื่น ๆ ปนอยู่มาก เมื่อลาวาขึ้นมาบนผิวโลกและเย็นตัวลง ฟองแก๊สเหล่านี้จึงทำให้เกิดโพรง ดูเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำนอกจากนี้ จากข้อมูลแผนที่ธรณีวิทยาของพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าหินอัคนีสามารถพบได้ในหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงบริเวณอำเภอแม่แจ่มด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภฤกษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นลำแสงพุ่งตกจากฟ้าในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนั้น คาดว่าเป็นดาวตก ตามปกติแล้วเราสามารถสังเกตเห็นดาวตกได้ทุกคืน เนื่องจากในอวกาศมีเศษฝุ่นละอองที่ดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางเหลือทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าว จะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า จึงนับเป็นเหตุการณ์ปกติที่จะมีโอกาสสังเกตเห็นได้ดาวตกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ หรือฝนดาวตกวันแม่ ก็จะมีโอกาสเห็นดาวตกที่มีลักษณะเป็นแสงวาบผ่านพาดท้องฟ้าได้มากกว่าช่วงเวลาปกติ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78773</URL_LINK>
                <HASHTAG>สดร., หินภูเขาไฟ, อุกกาบาต, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f703ac8821fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านนำหินอุกกาบาตหนัก 180 กก.ไปลอยน้ำได้จริง คนขอซื้อหลักล้านก็ไม่ขาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.63 - ที่บ้านเลขที่ 101/2 บ้านเกาะเคี่ยม หมู่ที่ 4 ต.กันตังใต้ อ.กันตัง จ.ตรัง นางสมพร เตะเส็น อายุ 45 ปีเจ้าของบ้านพร้อมบรรดาลูกหลาน ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านกว่า 10 คน ช่วยกันยกก้อนหินน้ำหนัก 180 กิโลกรัม ความสูงเกือบ 80 เซนติเมตร ออกจากบ้านเพื่อนำก้อนหินดังกล่าวไปลอยในทะเลห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร เพื่อเป็นการทำความสะอาดและต้องการพิสูจน์ให้ชาวบ้านได้เห็นว่า หินประหลาดก้อนนี้ลอยน้ำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีผู้พบก้อนหินลอยอยู่กลางทะเลเมื่อปี 2549 แม้เวลาจะผ่านมานานเกือบ 14 ปี แล้ว ก็ยังคงลอยน้ำได้&amp;nbsp;โดยนายเริงศักดิ์ มิเละ อายุ 43 ปีสามีของนางสมพร&amp;nbsp;ไปพบลอยอยู่ในทะเล โดยมีงูจงอางความยาวกว่า 4 เมตรนอนขดอยู่บนก้อนหิน ครั้งแรกก็ไม่สนใจ แต่พอกลับมาบ้านนางสมพร&amp;nbsp;ฝันว่ามีคนให้เอาก้อนหินมาเก็บรักษาไว้เพราะเป็นของดีที่หายาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเริงศักดิ์จึงชวนเพื่อนๆออกเรือไปหาก้อนหิน&amp;nbsp;เมื่อยกมือไหว้งูจงอางตัวดังกล่าวก็ได้เลื้อยหายไป แต่เมื่อจะกลับขึ้นฝั่ง ก็ใช้แรงคน 7-8 คนยกขึ้นมา โดยนำมาบูชาไว้ภายในบ้าน ซึ่ง 14 ปีที่ผ่านมา ได้พาไปลอยน้ำเพียง 1 ครั้ง แต่หลังจากนี้ต่อไป ครอบครัวของนายเริงศักดิ์&amp;nbsp;ตั้งใจว่า จะนำก้อนหินก้อนนี้ไปลอยน้ำให้ได้ทุกปี ตามที่ได้ฝันเห็นโต๊ะอิหม่าม ขอให้ตนพาท่าน(ก้อนหิน) ไปอาบน้ำทะเลให้ได้ปีละครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับก้อนหินก้อนนี้ เคยมีนักธรณีวิทยามาตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นหินอุกกาบาต ที่มีลักษณะเป็นมันวาว ผิวหยาบและมีรูพรุนจำนวนมาก ทำให้สามารถลอยน้ำได้ แต่แปลกที่หนักอึ้งเกือบ 200 กิโลกรัมและพบเพียงก้อนเดียว โดยตกลงมาเป็นทางยาวทำให้ต้นไม้ในบริเวณดังกล่าวไหม้เกรียม ซึ่งตามความเชื่อถือว่าหินอุกกาบาตมีความเข้มขลัง สามารถป้องกันศัตรู แคล้วคลาดและให้โชคลาภกับผู้บูชาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่บ้านของนางสมพร&amp;nbsp;ยอมรับว่ามีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก หลังนำอุกกาบาตก้อนนี้กลับมาบูชาและไม่เคยคิดจะขายแม้จะมีคนมาขอซื้อในราคาหลักล้านก็ตาม ส่วนชาวบ้านหลังทราบข่าวว่าจะมีการนำหินอุกกาบาตไปลอยทะเลเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 14 ปี ต่างก็พากันมาช่วยยกก้อนหินดังกล่าวไปอาบน้ำพร้อมเช็ดถูและลูบคลำ เผื่อจะมีโชคลาภ&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อนำขึ้นจากน้ำเค็มแล้วก็นำมาล้างน้ำจืด ก่อนจะประพรมน้ำหอมและทาแป้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสมพร เตะเส็น อายุ 45 ปีเจ้าของบ้านกล่าวว่า สำรวจแล้วพบว่าเป็นอุกกาบาตมีรูกลวงข้างใน เคยมีคนมาขอซื้อหลายครั้งแล้วแต่ตนไม่ขาย&amp;nbsp;เพราะเขาจะมาให้โชคกับเรา ทุกคนเชื่อเหมือนกันว่าเป็นของแปลกและจะมาให้โชคให้ลาภเพราะชีวิตมีแต่ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหินก้อนนี้เคยเข้าฝันมาขอของกิน ขอแป้งและของสวยๆงามๆ โดยหลังจากนี้จะพาอาบน้ำทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59470</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเชื่อชาวบ้าน, จังหวัดตรัง, นักธรณีวิทยา, หินลอยน้ำ, อุกกาบาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68a4ce92c42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
