<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับหนุ่มโหดยิง3ศพ พบแม่นั่งรถไปด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้วหนุ่มวัย 27 มือปืนฆ่ายกครัว 3 ศพ ขับรถหลบหนีไปพร้อมแม่ จนมุมที่เชียงใหม่ สารภาพหึงหวงแฟนสาวที่แฟนเก่ายังไลน์มาหา อารมณ์ชั่ววูบยิงแฟนตายคาบ้านแล้วยิงพ่อแม่เพื่อปิดปากอีก 2 ศพ ญาติผู้ตายเรียกร้องได้รับโทษตายตกตามกัน ชาวบ้านเกือบร้อยดูทำแผนฮือจะประชาทัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.ภาค 5 ได้ติดตามจับกุมนายนวราธร คุณะแสงคำ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 2 ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ผู้ต้องหาฆ่า 3 ศพ พ่อแม่ลูก ขณะขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีดำ หมายเลขทะเบียน กอ 8068 เชียงราย หลบหนีเข้าจังหวัดเชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่พบนายนวราธรขับรถคันดังกล่าวไปจอดอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น หน้าสนามกอล์ฟลานนา ถนนโชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ภายในรถมีนางพัศทร คุณะแสงคำ แม่นายนวราธร นั่งไปด้วย นอกจากนี้ยังพบปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ cz 75d พร้อมซองบรรจุกระสุน 14 นัด ที่ใช้ก่อเหตุ และโทรศัพท์มือถือไอโฟน x ของผู้ต้องหา ก่อนจะนำตัวไปสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.นี้ มีผู้พบศพนายอุดม กิมสี อายุ 57 ปี พนักงานเทศบาลตำบลบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย, นางณัชชา กิมสี อายุ 51 ปี ภรรยา ทำงานอยู่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ลาว และ น.ส.เสาวรส กิมสี อายุ 26 ปี เพิ่งเรียนจบชั้นปริญญาตรี ทั้ง 3 ศพเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน อยู่ในบ้านพักที่ ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย และเชื่อว่าถูกฆาตกรรม โดยพยานระบุว่า เมื่อคืนวันที่ 28 พ.ย. ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด แต่ไม่มีใครเอะใจ ส่วนผู้ก่อเหตุคาดว่าน่าจะเป็นแฟนหนุ่มของ น.ส.เสาวรสที่เพิ่งคบหากัน เพราะปกติจะแวะเวียนมาประจำ แต่หลังเกิดเหตุได้หายตัวไป สาเหตุอาจจะมีปัญหาเรื่องหึงหวง หรือไม่พอใจที่ถูกแม่ฝ่ายหญิงกีดกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายนวราธรให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุยิงทั้ง 3 ศพ สาเหตุจากทะเลาะกับ น.ส.เสาวรส แฟนสาว เนื่องจากแฟนเก่าของ น.ส.เสาวรสไลน์มาหา จึงทะเลาะกันแล้วตนบันดาลโทสะชักปืนยิงแฟนสาวเสียชีวิต ก่อนที่จะยิงพ่อแม่แฟนอีก 2 ศพเพื่อปิดปาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 3 ธันวาคมนี้ พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พร้อมชุดสืบสวน บก.สส.ภ.5 ได้ควบคุมตัวนายนวราธร ผู้ต้องหาคดีฆ่ายกครัวแฟนสาวพร้อมพ่อแม่ ไปยังห้องคุมขัง สภ.บ้านดู่ โดยได้แยกเอาตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำที่ชั้น 3 สภ.บ้านดู่ เพื่อให้สำนวนมีความละเอียดที่สุดก่อนที่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. จะเดินทางมาประชุมชุดคลี่คลายคดีในวันเดียวกันนี้ที่ ภ.จว.เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกสอบปากคำบิดา มารดา และแฟนเก่าของนายนวราธร ซึ่งแต่ละคนปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลผ่านสื่อมวลชน แต่จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่านายนวราธรคบหากับแฟนเก่ามาได้กว่า 8 ปีแล้ว จนเกือบจะมีการจดทะเบียนสมรสกันและยังคบหากันอยู่ด้วย ต่อมาเมื่อ น.ส.เสาวรส กิมสี ซึ่งไปทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วกลับมาอยู่บ้านที่เกิดเหตุได้ประมาณ 2-3 เดือน ก็ได้มีโอกาสพบปะกับนายนวราธรและคบหาเป็นแฟน กระทั่งมาเกิดเหตุยิง น ส.เสาวรส และพ่อแม่ภายในบ้านจนเสียชีวิตคาบ้านดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปถึง สภ.บ้านดู่ แล้วเข้าร่วมประชุมลับกับพนักสอบสวนคดีดังกล่าว ก่อนสอบปากคำผู้ต้องหา จากนั้นเปิดเผยว่า นายนวราธรยอมรับสารภาพทั้งหมด โดยอ้างว่าทำไปเพราะหึงหวงและอารมณ์ชั่ววูบ โดยก่อนเกิดเหตุได้ออกไปเที่ยวกับ น.ส.เสาวรส ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง จากนั้นกลับมาบ้านฝ่ายหญิงแล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน จนเกิดอารมณ์โมโหชั่ววูบใช้อาวุธปืนยิงแฟนสาวตาย แล้วหันไปยิงพ่อกับแม่แฟนเพื่อปิดปาก สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุซื้อมาจากร้านแห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย มีทะเบียนครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ค่อยได้นำออกมาใช้หรือพกพา จึงแจ้งข้อหา&amp;nbsp;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไว้ก่อน หลังจากนี้หากสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับมีข้อมูลเพิ่มเติมก็จะพิจารณาว่าจะตั้งข้อหาเพิ่มหรือมีบุคคลอื่นร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ เพราะช่วงที่ผู้ต้องหาหลบหนีได้มีการเดินทางไปร่วมกันมากกว่า 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่บ้านหลังเกิดเหตุ มีญาติพี่น้องผู้ตายและชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าวว่าคนร้ายถูกจับกุมตัวได้แล้ว และอาจจะนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันเดียวกัน ต่างพากันไปเฝ้ารอดูหน้าผู้ต้องหาจำนวนมาก พร้อมก่นด่าสาปแช่ง เรียกร้องให้คนร้ายได้รับโทษประหารชีวิตตายตกไปตามกัน อีกทั้งญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตก็ประกาศไม่รับการกราบขมาศพ&amp;nbsp;ส่วนศพพ่อแม่ลูกจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดดงหนองเป็ด อ.เมือง จ.เชียงราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านเกือบร้อยคนได้ยืนรอเจ้าหน้าที่คุมผู้ต้องหาไปทำแผนเป็นเวลานาน จนคิดว่าไม่มีการทำแผน ส่วนใหญ่จึงพากันเดินทางกลับ เหลือที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ราว 10 คน ก็ได้มีกำลังตำรวจ สภ.บ้านดู่ ประมาณ 20 นาย นำตัวนายนวราธรนั่งรถตู้สีขาวตราโล่เข้าไปในรั้วบ้าน ก่อนปิดประตูกันไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป ทำให้ชาวบ้านต่างกลับมารวมตัวกันที่หน้าบ้านเกิดเหตุกว่า 30 คน ก่อนจะทยอยมาสมทบจนเต็มพื้นที่เกือบ 100 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ได้นำนายนวราธรไปชี้จุดยิงผู้ตายในบ้านพัก ใช้เวลาราว 15 นาที แล้วรีบพาขึ้นรถ แต่ก็ไม่สามารถขับรถฝ่าออกไปได้ เพราะชาวบ้านล็อกประตูรั้วและยืนขวางไว้ พร้อมเรียกร้องให้นำนายนวราธรออกมาให้ชาวบ้านดูหน้า แต่ไม่เป็นผล เหตุการณ์ยิ่งตึงเครียดเกือบจะบานปลายเมื่อผู้ชุมนุมพากันปาสิ่งของใส่รถผู้ต้องหาและเจ้าหน้าที่ กระทั่งผู้นำชุมชนได้ขอร้องให้ชาวบ้านเปิดทางเจ้าหน้าที่ พร้อมอธิบายให้เข้าใจว่าตำรวจต้องทำหน้าที่ หากผู้ต้องหาเป็นอะไรขึ้นมา ตำรวจชุดคุ้มกันก็จะต้องถูกสอบสวนมีความผิดได้ ชาวบ้านจึงยินยอมให้รถของเจ้าหน้าที่ผ่านไป แต่ก็ยังมีญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตบางรายไม่พอใจ เข้าทุบรถด่าทอ กระทั่งรถตู้นำผู้ต้องหากลับไปอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กล่าวชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของกองกำกับการสืบสวน จว.เชียงราย และกองบัญชาการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกภาคส่วนที่บูรณาการการทำงานร่วมกัน จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็วภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51709</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัชชา กิมสี, นวราธร คุณะแสงคำ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุดม กิมสี, เสาวรส กิมสี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de65b7410721.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกฆ่ายกครัว 3ศพพ่อแม่ลูก ขึ้นอืดคาบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานเทศบาลเป็นศพพร้อมเมียและลูก เจ้านายสงสัยอยู่ดีๆ หายตัว ไปตามถึงบ้านพบขึ้นอืดเสียชีวิต 3-4 วันมาแล้ว เพื่อนบ้านเผยได้ยินเสียงปืนแต่ไม่เอะใจ พุ่งเป้าแฟนลูกสาวต้องสงสัยเหตุถูกญาติกีดกัน ตำรวจเร่งตามตัวสอบปากคำคลี่คลายคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ร.ต.อ.นนท์ แสงมะณี รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านดู่ รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่งใน หมู่ 3 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.รัชพล สะสม สว.สส.สภ.บ้านดู่ และกำลังจำนวนหนึ่ง พร้อมแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวตั้งอยู่ภายในซอย ห่างจากถนนพหลโยธินและวัดบ้านดู่เพียงเล็กน้อย เมื่อเข้าไปในบ้านก็พบศพนายอุดม กิมสี อายุ 57 ปี พนักงานกองคลังเทศบาลตำบลบ้านดู่ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องโถง สภาพศพขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน นอกจากนี้ที่ห้องนอนยังพบศพนางณัชชา กิมสี อายุ 51 ปี ภรรยานายอุดม ทำงานอยู่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ลาว โดยกระจกบานเกล็ดภายในห้องแตกเสียหาย และที่ห้องนอนถัดไป พบศพ น.ส.เสาวรส กิมสี หรือน้องแป้ง อายุ 26 ปี ลูกสาว นอนอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำภายในห้องนอนดังกล่าว ทั้ง 3 ศพคาดว่าเสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากศพพ่อแม่ลูกอยู่ในสภาพขึ้นอืด เจ้าหน้าที่จึงยังไม่สามารถตรวจหาร่องรอยการเสียชีวิตได้ ตำรวจจึงมอบหมายให้หน่วยกู้ภัยส่งศพไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.เสาวรสเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี ยังไม่ได้ทำงาน และเพิ่งคบหากับชายคนหนึ่ง อายุ 27 ปี เป็นชาว อ.แม่จัน จ.เชียงราย กระทั่งเมื่อคืนวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อนบ้านข้างเคียงได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้นหลายนัดบริเวณบ้าน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้าย จึงไม่ได้ให้ความสนใจ กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 2 ธ.ค. ผู้บังคับบัญชาเห็นว่านายอุดมไม่ไปทำงาน โดยวันศุกร์ก็ขาดงานไป 1 วัน ทั้งที่ปกตินายอุดมแทบจะไม่เคยขาดงานเลย นายพัฒนพงษ์ โพธิ์เกตุ นายกเทศมนตรี ต.บ้านดู่ จึงมาสอบถามญาตินายอุดม เนื่องจากสำนักงานเทศบาล ต.บ้านดู่ อยู่ใกล้กัน ปรากฏญาติก็ไม่ทราบเหมือนกัน จึงพากันไปดูที่บ้านเกิดเหตุและพบว่าทั้งหมดเสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพัฒนพงษ์กล่าวว่า นายอุดมเป็นคนร่าเริง ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน ที่ผ่านมาก็ไม่เคยบ่นว่ามีเรื่องคับแค้นใจอะไร ก่อนเกิดเหตุยังได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ และแม้แต่ตนก็เคยพูดคุยด้วยเสมอ เพราะนายอุดมถือเป็นคนเก่าแก่ที่ทำงานในเทศบาลมากว่า 10 ปี ส่วนสาเหตุการตายนั้นไม่อาจทราบได้ แต่ไม่เชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เพราะดูแล้วไม่มีสิ่งใดจะมากดดันให้เขาต้องทำ ส่วนจะเกิดจากถูกฆาตกรรมหรือไม่นั้นคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่สรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.สันติ กองสมัคร รอง ผบภ.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตของทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่ยังไม่ฟันธงว่าเกิดจากเรื่องภายในครอบครัวหรือเกิดจากการฆาตกรรม แม้แต่สาเหตุร่องรอยการเสียชีวิตก็ยังไม่ชัดเจน ยังต้องรอผลการชันสูตร เพราะศพมีสภาพขึ้นอืด อีกทั้งของกลางในที่เกิดเหตุยังไม่พบอาวุธ แต่จะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตำรวจสันนิษฐานว่าทั้ง 3 ศพถูกยิงตายในคืนวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ญาติของผู้ตายส่วนหนึ่งระบุว่าชายหนุ่มที่มาติดพัน น.ส.เสาวรสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งปกติจะแวะเวียนมาที่บ้านเกิดเหตุบ่อยครั้ง แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมาหายหน้าไป ตำรวจจึงจัดกำลังชุดสืบสวนออกติดตามหาตัวมาสอบปากคำ พร้อมทั้งแจ้งตำรวจท้องที่ข้างเคียงไปจนถึงชายแดน อ.แม่สาย และ อ.เชียงแสน ให้ช่วยติดตามหาตัวด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51623</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัชชา กิมสี, พ.ต.อ.สันติ กองสมัคร, ร.ต.อ.นนท์ แสงมะณี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุดม กิมสี, เสาวรส กิมสี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de50e0ae3772.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
