<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 พยานปากเอก คดีแก้ 256  ศาล รธน.รอรับแรงกระแทก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัปดาห์นี้ &amp;quot;ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา&amp;rdquo; ได้นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา คือ ส.ส.และ ส.ว. ในวันที่ 24-25 ก.พ. เพื่อพิจารณาวาระสำคัญ &amp;quot;ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1)&amp;rdquo; ฉบับที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภาฯ พิจารณาแก้ไข รธน.มาตรา 256 โดยจะเป็นการพิจารณาในวาระสอง เรียงรายมาตรา ที่การเห็นชอบแต่ละมาตราตามร่างฯ ที่ผ่านการพิจารณาของ กมธ.จะใช้แค่เสียงข้างมากเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องได้เสียงเห็นชอบด้วยจากสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 เหมือนตอนวาระแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นสำคัญๆ ตามร่างดังกล่าว พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปจากร่างเดิมของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ผ่านวาระแรกมาพอสมควร เช่น เรื่องสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ตามร่างของ กมธ.ฯ เสียงส่วนใหญ่เอาด้วยกับร่างแก้ไข รธน.ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ได้เอาตามร่างพรรคร่วมรัฐบาล คือให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเดิมที่ร่างฯ พรรคร่วมรัฐบาลให้มาจากเลือกตั้ง 150 คนเท่านั้น ขณะที่ &amp;quot;กรรมการร่าง รธน.&amp;quot; ร่างของ กมธฯ ล็อกไว้ว่าต้องเป็น ส.ส.ร.เท่านั้น คนนอกหมดสิทธิ์จะมายกร่าง รธน.ฉบับใหม่ ส่วนกรอบเวลาการร่าง รธน. เขียนให้เวลา ส.ส.ร.ไม่เกิน 240 วัน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อผ่านการพิจารณาของรัฐสภาวาระสองแล้ว ต้องเว้นไว้ประมาณ 15 วันถึงจะมาโหวตวาระสาม ทำให้ ประธานรัฐสภาต้องทำเรื่องขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ กลางเดือนมีนาคมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางการถูกจับตาว่า สุดท้ายแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำกันมาทั้งหมดกินเวลาร่วมปี ผ่านการตั้งกรรมาธิการมาศึกษาหลายชุด จนถึงตอนนี้กำลังใกล้จะถึงโค้งสุดท้าย กำลังจะมี ส.ส.ร.มาร่าง รธน.ฉบับใหม่ กระบวนการต่อจากนี้จะเดินต่อไปได้หรือจะต้องล้มกระดาน ทุกอย่างโดนเซตซีโร เส้นทางเดินต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ถึงตอนนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินของ &amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ไปแล้ว ไม่ใช่เสียงโหวตของสมาชิกรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาล รธน.รับคำร้องคดีแก้ไข รธน.ซึ่งที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติส่งคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้มาตรา 256 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมกับมีคำสั่งให้ 4 บุคคลส่งหนังสือบันทึกความเห็นตามประเด็นที่กำหนดส่งมาให้ศาล รธน. ซึ่งพบว่าทั้ง 4 คนดังกล่าว จะมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการกำหนดทิศทางคำร้องคดีนี้ว่า จะทำให้การแก้ไข รธน.เดินหน้าต่อไปได้หรือสะดุดหยุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็น มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน - อุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่าง รธน.ฉบับปัจจุบัน - ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่าง รธน.ฉบับแท้งก่อนใช้ ในยุค คสช. เพราะโดนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเทเสียงคว่ำ - สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตเลขานุการกรรมการยกร่าง รธน.ปี 2550&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะน้ำหนัก-ความเห็นของ &amp;quot;มีชัย&amp;quot; ในฐานะประธานกรรมการยกร่าง รธน.ฉบับที่ใช้อยู่ขณะนี้ย่อมมีผลแน่นอนต่อทิศทางการตัดสินคดีของศาล รธน. หลังก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ดร.อุดม อดีตกรรมการยกร่าง รธน.เคยไปร่วมชี้แจงกับ กมธ.แก้ไข รธน.แล้ว และระบุกลางที่ประชุมด้วยความเห็นส่วนตัวว่า มาตรา 256 มุ่งหมายเขียนออกมาเพื่อให้ หากจะแก้ รธน.ก็ให้แก้เป็นรายมาตราเท่านั้น ไม่ได้เขียนมาเพื่อให้เป็นประตูนำไปสู่การยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ โดยหากมีชัย ในฐานะผู้ร่าง รธน.ฉบับนี้มากับมือ ยืนกรานสำทับเข้าไปอีกรอบแบบ ดร.อุดม ก็ย่อมทำให้การแก้ 256 เสี่ยงไม่น้อยที่จะถูกล้มกระดาน!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการคาดหมายกันในหมู่ ส.ว.ว่า คดีนี้ ศาล รธน.น่าจะตัดสินได้เร็ว เพราะเป็นคดีที่ไม่มีผู้ถูกร้อง เป็นแค่เรื่องการขอความเห็นในทางข้อกฎหมายจากสมาชิกรัฐสภา จึงทำให้ลดขั้นตอนการวินิจฉัยคดีไปได้มาก ดังนั้นหากตุลาการศาล รธน.เห็นว่าคำชี้แจงของทั้ง &amp;ldquo;มีชัย-อุดม-บวรศักดิ์-สมคิด&amp;rdquo; ได้ประเด็นครบถ้วนแล้ว รวมถึงได้เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น &amp;ldquo;บันทึกการประชุมกรรมการร่าง รธน. ตอนร่างมาตรา 256&amp;rdquo; เพื่อดูว่าตอนประชุม กรรมการมีเจตนา-จุดมุ่งหมายในการเขียนมาตรา 256 อย่างไร เพียงเท่านี้ก็น่าจะนัดลงมติตัดสินคดีได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีการคาดกันว่า หลังการประชุมตุลาการศาล รธน. วันที่ 4 มี.ค. หากทุกอย่างเคลียร์แล้ว เป็นไปได้ที่ศาล รธน.จะนัดลงมติตัดสินคดีแก้ รธน.ภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ต่อจากนั้น ที่ก็คือจะรู้ผลก่อนรัฐสภาโหวตเห็นชอบแก้ไข รธน.วาระสาม ที่มีข่าวว่าจะประชุม 17 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากสุดท้าย ศาล รธน.ตัดสินออกมาว่าการแก้ 256 เพื่อตั้งสภาร่าง รธน. มาร่าง รธน.ฉบับใหม่ ทำได้ ไม่ขัด รธน. ทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป แต่หากศาล รธน.วินิจฉัยว่ามาตรา 256 ให้แก้ รธน.รายมาตราเท่านั้น หากจะแก้เพื่อไปร่าง รธน.ฉบับใหม่ ทำไม่ได้ หากจะทำจะต้องมีการทำประชามติก่อน ถ้าผลออกมาแบบนี้จนทำให้การแก้ รธน.ที่กำลังเดินหน้าต้องล้มกระดานทั้งหมด ศาล รธน.ก็ต้องเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกกันให้ดีๆ เพราะคงยิ่งกว่าทัวร์ลงชุดใหญ่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, มีชัย ฤชุพันธุ์, สมคิด เลิศไพฑูรย์, อุดม รัฐอมฤต, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033ac25a0573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตกมธ.ร่างรธน. ชี้คำสั่งเรียก คสช.ขัดรัฐธรรมนูญ เปิดช่องผู้ลี้ภัยกลับมาต่อสู้คดีได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.63 - นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่าคำสั่ง คสช.&amp;nbsp;29/57&amp;nbsp;เรื่องเรียกคนมารายงานตัวและคำสั่ง คสช.41/57&amp;nbsp;ถ้าไม่มารายงานตัวเป็นความผิด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ว่า คำสั่งคสช. เกิดขึ้นในช่วงรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;แต่ก็เชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;279&amp;nbsp;รองรับการกระทำและการออกคำสั่งของคสช. เพียงแต่ส่วนตัวเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นมือเข้ามาเพื่อให้ความคุ้มครอง โดยเฉพาะทำให้ตัวบทรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;2560ซึ่งเป็นบท เรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ใช้ ศาลฯให้เหตุผลเรื่องความไม่ได้สัดส่วนในการใช้โทษอาญามาลงกับคนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคสช.และการมีคำสั่งเรียกควรให้เหตุผลตามสมควร โดยเป็นการสะท้อนว่าศาลรัฐธรรมนูญพยายามเข้าไปคุ้มครอง ส่วนใหญ่จะมีคำถามต่อมาว่า คสช. ผิดหรือไม่ ควรได้รับการเยียวยาหรือไม่ เห็นว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐ ที่ส่วนใหญ่ต้องดูว่ารัฐจงใจประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ มีลักษณะที่จะกลั่นแกล้งหรือทำไปโดยไม่ดูดำดูดีกับคนทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องเรียกไม่มาแล้วไปจับ แต่หากคนบอกต้องทำให้หนีไปเช่าบ้าน ทนทุกข์ทรมาน คิดว่าอาจจะยังอธิบายความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการจงใจประมาทเลินเล่อร้ายแรงไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุดมกล่าวว่า ผู้ที่ถูกเรียกไปจะฟ้องกลับก็สามารถทำได้ แต่อยู่ที่ศาลจะเห็นด้วยหรือไม่ว่าควรได้รับการเยียวยาหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่า สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือ คดีสิ้นสุดโดยไม่ต้องขึ้นศาล และผู้ที่อยู่ต่างประเทศสามารถเดินทางกลับไทยได้เพราะในความผิดเหล่านี้ไม่มีแล้ว.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;บิ๊กกวิ้น&amp;#39;หลอนหนัก ได้ข่าวจับแกนนำสังหารในคุก
	ทันควัน! ศาล รธน.แจ้ง ปอท.เอาผิด ม.198
	&amp;#39;บุ๊ง ปกรณ์&amp;#39; กลับลำ! เดินหน้าหนุนม็อบเต็มสูบ
	ไขปม &amp;#39;น้องชายธนาธร&amp;#39; ติดสินบนที่ดินสำนักทรัพย์สินฯ แต่ไม่ถูกดำเนินคดี
	น้องทอนรอด! &amp;#39;สว.สมชาย&amp;#39; ข้องใจคดีสินบนฮุบที่ดินทรัพย์สิน
	&amp;#39;บิ๊กกวิ้น&amp;#39; ไม่รอด! โดนแจ้งจับ ดูหมิ่นศาล-เจ้าพนักงาน
	ฉุน &amp;#39;บุ๊ง-ทราย&amp;#39; ไม่เห็นหัว ประชดลั่นม็อบมีเจ้าของเมื่อไหร่เลิกไปเมื่อนั้น!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85893</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่ง คสช., อดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc3269bd18d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง&#039;วิชา&#039;สางคดี&#039;ทายาทเจ้าสัว&#039; เท่ากับไฟเขียว&#039;ไม่ไว้หน้าใคร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิเสธไม่ได้ว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือ คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง ที่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 225/2563 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สามารถช่วยลดแรงกดดันจากสังคมได้ระดับหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลดลงมากกว่าตอนที่ทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากประชาชนรู้เท่าทันว่า วิธีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานต่างๆ นั้น เป็นเพียงการลดกระแสสังคมเท่านั้น แต่ผลที่ออกมาส่วนใหญ่มักจะออกมาในลักษณะมวยล้มต้มคนดู ดังนั้น แม้สององค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะออกแอคชัน มันจึงไม่ช่วยอะไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่างกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ที่เกิดขึ้นจากคำสั่งนายกฯ ซึ่งไม่ใช่เพราะ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; แต่งตั้ง แต่เพราะ &amp;ldquo;ตัวบุคคล&amp;rdquo; ที่ถูกแต่งตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะประธานคณะกรรมการฯ ชุดนี้ที่ชื่อ &amp;ldquo;วิชา มหาคุณ&amp;rdquo; อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า มันย่อมไม่ถูกใจฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลที่มอง &amp;ldquo;วิชา&amp;rdquo; เป็นศัตรู ตั้งแต่สมัยเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เนื่องจากรับผิดชอบคดีสำคัญของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ในภาพรวมของคนในสังคมยอมรับชื่อนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิชา&amp;rdquo; ได้ชื่อว่าเป็น &amp;ldquo;ตงฉิน&amp;rdquo; ที่ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ตั้งแต่สมัยเป็นเลขานุการศาลฎีกา ซึ่งได้ถูกคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ออกจากราชการด้วยข้อหาขัดคำสั่งรัฐมนตรี เมื่อครั้งเกิดกรณี &amp;quot;วิกฤติตุลาการ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ &amp;ldquo;วิชา&amp;rdquo; ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ในที่สุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสว่า ไม่สมควรออกจากราชการ รัฐมนตรีจึงมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งที่ให้ออกจากราชการ และดำรงตำแหน่งตุลาการต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ในช่วงเป็นกรรมการ ป.ป.ช. &amp;ldquo;วิชา&amp;rdquo; ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนเสื้อแดง เนื่องจากไม่พอใจที่มีส่วนสำคัญในการชี้มูลคดีของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะทำคดีโครงรับจำนำข้าว กลุ่มคนเสื้อแดงได้ชุมนุมหน้าสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อกดดัน จนต้องไปประชุมเรื่องคดีกันที่อื่นที่ปลอดภัยกว่า หรือแม้แต่เกิดกรณีผู้ไม่หวังดียิงเอ็ม 79 เข้าไปในสำนักงาน ป.ป.ช.กลางดึก แต่มันไม่สามารถทำให้ &amp;ldquo;วิชา&amp;rdquo; หยุดการไต่สวนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าแรงกดดันใด ไม่เคยมีผลต่อการทำคดีของ &amp;ldquo;วิชา&amp;rdquo; ตลอดที่ยังดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.รายนี้ยังมีบุคลิกเถรตรง ยากที่ใครจะแทรกแซง แม้แต่ตัว &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เอง เหตุนี้เมื่อชื่อของเขาปรากฏจึงทำให้สังคมพอเบาใจได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการเลือก &amp;ldquo;วิชา&amp;rdquo; มานั่งอยู่ตรงนี้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ย่อมรู้อุปนิสัยใจคอดีว่า ศาสตราจารย์ผู้นี้ไม่ใช่ประเภท &amp;ldquo;ตามสั่ง&amp;rdquo; แต่เป็นตัวของตัวเองสูง อันหมายความว่า งานนี้ &amp;ldquo;ไม่มีไว้หน้าใคร&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแม้คณะกรรมการชุดนี้จะไร้ซึ่งอำนาจลงโทษใคร แต่ก็สามารถฉายให้เห็นได้ว่า ความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นในคดีทายาทมหาเศรษฐีอยู่ตรงจุดใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องไม่ลืมว่า &amp;ldquo;อ.วิชา&amp;rdquo; เป็นอดีตผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 และภาค 1 กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิสองสมัย ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา และกรรมการ ป.ป.ช. พูดง่ายๆ คือ อยู่กับสำนวนคดีมาทั้งชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะครั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ที่ต้องเป็นผู้ทำสำนวนส่งอัยการ ต้องเจอปัญหาทั้งเรื่องสำนวนไม่สมบูรณ์ หรืออัยการเห็นไม่ตรงกับ ป.ป.ช. จน ป.ป.ช.ต้องสั่งฟ้องต่อศาลเองในหลายคดี จึงรู้ว่า &amp;ldquo;ช่องโหว่&amp;rdquo; มันอยู่ตรงไหน และใครบ้างที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้บ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงไม่แปลกที่ &amp;ldquo;อ.วิชา&amp;rdquo; จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เวลา 30 วันมันเหลือเฟือมากๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รู้อยู่แล้วว่าจะไปล่าความจริงจากไหน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่ต้องวิตกตอนนี้คือ ผู้ที่มีส่วนทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้องคดี &amp;ldquo;บอส อยู่วิทยา&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะหากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงออกมา แน่นอนว่าต้องมีบุคคลในสังคมนำผลการตรวจสอบไปยื่นต่อหน่วยงานอิสระต่างๆ ให้ตรวจสอบ หมายความว่ามันจะมีคดีความเกิดขึ้นอีกจากเรื่องนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกรรมการอีก 9 คนที่จะเข้ามาช่วยกันระดมสมองกับ &amp;ldquo;วิชา&amp;rdquo; ต้องบอกว่า &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เลือกได้ค่อนข้างสมดุลและหลากหลาย เพราะนอกจากจะเชี่ยวชาญทางกฎหมายโดยตรงแล้ว ยังเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีตั้งแต่อดีตอัยการสูงสุด ทนายความ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ข้าราชการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย, นายเข็มชัย ชุติวงศ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ, นางปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายอุดม รัฐอมฤต คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายสาธิน สุนทรพันธุ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นกรรมการ และนางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดนี้จึงเป็นสิ่งที่สังคมเฝ้ารออย่างมาก. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73227</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ปารีณา ศรีวนิชย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ, ว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ รุยาพร, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26beea8da5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัว ป.ป.ช.สอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เก็บตกจากงานมุทิตาจิตของ &amp;ldquo;อาจารย์อุดม รัฐอมฤต&amp;rdquo; อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโอกาสเกษียณอายุราชการครบ 60 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีลูกศิษย์ทั้งเก่าและปัจจุบันมาร่วมแสดงความยินดี รวมทั้งเพื่อนๆ จากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ นรนิติ เศรษฐบุตร, ชาติชาย ณ เชียงใหม่, ศุภชัย เยาวประภาส เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความอบอุ่น มีผู้ที่เคยร่วมงานกันกล่าวความในใจ อย่าง &amp;ldquo;อาจารย์นรนิติ&amp;rdquo; เมื่อเปิดใจเรื่องต่างๆระหว่างที่ร่วมงานกันจบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าตัวก็อวยพรให้ &amp;ldquo;อดีตโฆษก กรธ.&amp;rdquo; โดยอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองให้ได้ทำงานเป็นประโยชน์กับประเทศต่อไปนานๆ พร้อมกับมอบของที่ระลึกเป็นกลอนใส่กรอบสีทองให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนมอบ &amp;ldquo;อาจารย์นรนิติ&amp;rdquo; ออกตัว...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ของที่จะมอบให้นี้ไม่เกิน 3,000 บาทนะครับ ที่ต้องบอกไว้ก่อนเพราะกลัวจะถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบ และ ป.ป.ช.ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะหนึ่งในนั้นคือ ณรงค์ รัฐอมฤต พี่ชายของอาจารย์อุดมนั่นเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าแต่แก๊งยกร่างรัฐธรรมนูญนี้จะมีใครไปร่วมพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรอบใหม่บ้างน้า แต่ที่แน่ๆ อาจารย์อุดม ไม่ไปแล้วคนหนึ่ง โดยให้เหตุผลประมาณว่าเป็นคนยกร่างตั้งแต่แรก จะให้แก้ไขสิ่งที่ตัวเองมองว่าดีแล้วได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50146</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ชาติชาย ณ เชียงใหม่, นรนิติ เศรษฐบุตร, มินนี่เมาธ์, ศุภชัย เยาวประภาส, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอเป็นอธิการบดี มธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระแสข่าวการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแรง ท่าทีของนักการเมืองส่วนใหญ่มีความประสงค์ต้องการแก้ไข ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐและวุฒิสภา ที่ยังไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมุมของผู้เขียนรัฐธรรมนูญ แน่นอนว่าย่อมแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะเขียนมากับมือ ก็ต้องยืนยันอยู่แล้วว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น &amp;ldquo;อ.อุดม รัฐอมฤต&amp;rdquo; อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และอดีตคณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพิ่งแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ในทำนองไม่อยากให้แก้ไข เพราะกลัวจะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ หรือถ้าจะแก้กันจริงๆ ต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในงานเกษียณอายุราชการของ &amp;ldquo;อาจารย์อุดม&amp;rdquo; เมื่อวันศุกร์ที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงเรียกร้องแก้รัฐธรรมนูญฮึ่มๆ กระจอกข่าวจึงแอบถามว่าหากเขามาเทียบเชิญให้ยกร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งจะรับหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าตัวตอบชัด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้ยังไม่มีใครมาเชิญ แต่ถึงมาเชิญก็ไม่ไปอยู่ดี เพราะเราเขียนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อยู่ๆ จะให้ไปแก้รัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมากับมือได้อย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ &amp;ldquo;อดีตโฆษก กรธ.&amp;rdquo; บอกอีกว่า แม้เกษียณอายุแล้ว แต่ก็ยังทำงานให้มหาวิทยาลัยอยู่ ต่อสัญญาเป็นพนักงานของมหาลัยอีก 5 ปี และหากมีคนเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตอธิการบดีมหาวิทยาลัย ก็พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอเป็นอธิการบดี มธ., คันปากอยากเล่า, มินนี่เมาธ์, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาสาวกอนค.ไขก๊อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อนาคตดิ่งเหว! พรรคพ่อฟ้าอาการหนัก 50 อดีตผู้สมัคร ส.ส.ยกโขยงยื่นใบลาออก แฉยับคอร์รัปชันภายใน-ไม่เห็นหัว ส.ส.พื้นที่ ส่งเด็กฟันน้ำนมสายตรงหัวหน้าพรรคคุม ชี้ชะตาแกนนำทิ้งมวลชนเลือกตั้งหน้าหนาวแน่ ยิ่งช้ำหนักโพลตอกหน้าเฉยๆ หากถูกยุบ ด้านพี่ศรีไม่ปล่อยช่อ ร้อง กกต.สอบเงินบริจาค 1 ล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อพรรคอนาคตใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 28 ต.ค. อดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ในหลายพื้นที่ ประมาณ 50 คน เตรียมยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมทั้งยังมีแนวโน้มอีกหลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานว่าสาเหตุหลักมาจากไม่พอใจการบริหารงานของแกนนำพรรค โดยเฉพาะสาขาพรรคในจังหวัดต่างๆ ที่ส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางไปควบคุมดูแล ซึ่งคนเหล่านี้มีอายุระหว่าง 24-27 ปี และอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของคนสนิทของนายธนาธรอีกทีหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าผู้สมัครในพื้นที่จะทำกิจกรรมอะไร ต้องมีการรายงานให้คนจากส่วนกลางทราบ นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ ต้องมีการรายงาน หากมีการเบิกงบ ต้องทำผ่านเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ทำให้เกิดปัญหาด้วยเช่นกัน ขณะที่บางสาขามีการทุจริตภายในเกิดขึ้น เช่น ขอเบิกค่าน้ำมันรถ 1,000 บาท คนส่วนกลางอาจเขียนบิล 2,000 บาท เมื่อผู้สมัครพื้นที่ร้องเรียนก็ไม่สนใจ ส่วน ส.ส.สอบตกภายหลังการเลือกตั้งก็ไม่สามารถต่อโดยตรงกับนายธนาธรหรือนายปิยบุตรได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ลองคิดดูว่า ผู้สมัคร ส.ส.เขตส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 30-50 ปี ต้องคอยรายงาน คอยถาม หรือขออนุญาตกับคนอายุ 24-27 ปีตลอด แล้วแบบนี้ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นได้อย่างไร หากแค่เดือนเดียวพอรับได้ แต่มีหลายเขตที่เริ่มหาเสียงกันมาก่อนแล้ว พอปัญหาทับซ้อนกันเรื่อยๆ หลายคนก็ไม่ไหว ทำให้เกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ อย่างในจังหวัดอุบลราชธานี มหาสารคาม ขอนแก่น นครราชสีมา และอีกหลายจังหวัด มีปัญหาลักษณะนี้ทั้งหมด&amp;quot; รายงานข่าวระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ทางพรรคมีการตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจนว่า ในแต่ละพื้นที่จะต้องหาจำนวนสมาชิกได้จำนวนเท่าไรต่อเดือน รวมทั้งยอดขายของที่ระลึกด้วยเช่นกันว่าจะต้องทำยอดได้เท่าไร หากใครทำได้ไม่ตามเป้าหมายก็จะถูกจับตาจากพรรค และเมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น บางรายก็อาจจะโดนกดดันให้ลาออกเพื่อเปิดทางให้คนอื่นเข้ามาทำงานแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในช่วงการสัมมนาพรรคก่อนการเลือกตั้งในเดือน ธ.ค.2561 นั้น นายธนาธรและนายปิยบุตรกล่าวบนเวทีอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งในครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไร เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน เว้นแต่คนที่ทรยศ หักหลังพรรคเท่านั้น ทำให้บรรดาผู้สมัครแต่ละคนต่างเดินหน้าหาเสียง ทำงานกันอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานระบุว่า แต่พอหลังการเลือกตั้งจบ แล้วมีการสัมมนาส.ส.ทั้งหมดอีกครั้ง ปรากฏว่านายธนาธรกลับบอกว่าไม่ได้ตั้งพรรคมาให้ใครหาผลประโยชน์ รวมทั้งไม่ได้มีการให้กำลังใจหรือขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมระบุด้วยว่า อย่ามาเรียกร้องอะไรจากพรรค หรือคาดหวังอะไรจากพรรคทั้งสิ้น แบบนี้หรือคือเรื่องเสรีภาพ เรื่องความเท่าทียม หรือการเปิดโอกาสให้ทุกคนพูดอย่างที่พรรคกล่าวอ้าง ส.ส.สอบตกที่มีตำแหน่งส่วนใหญ่ ก็เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีความสนิทสนมกับแกนนำพรรค ลองนับจำนวนดูก็ได้ มีไม่ถึง 50 คนที่ได้ตำแหน่ง แล้วอีก 270 คนล่ะหายไปไหน หากยึดตามคำพูดที่นายธนาธรบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกระทำแบบนี้เป็นการสร้างศัตรูทั่วไปหมด อย่างจังหวัดภาคใต้ ส่วนใหญ่ไม่เอาเรื่องการเลือกตั้ง อบจ.แล้ว เพราะพวกเขารู้สึกถูกพรรคหักหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้น หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคอนาคตใหม่จะไม่ได้เสียงจากประชาชนมากเท่าการเลือกตั้งครั้งนี้อีกแล้ว เพราะบรรดาแกนนำพรรคทิ้งมวลชนในพื้นที่ไว้ข้างหลังโดยไม่สนใจไยดี หลังได้รับการเลือกตั้ง และหลายคนบอกว่าจะพรรคอนาคตใหม่จะไม่มีทางกลับเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะฐานมวลชนตามต่างจังหวัดเองก็แตกกับส่วนกลางไปเยอะ&amp;rdquo; รายงานข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุอีกว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อเคลียร์ปัญหา โดยเฉพาะกรณีของการโหวต พ.ร.ก.อัตรากำลัง ที่มีทั้ง 7 คนไม่ได้โหวตไปในแนวทางเดียวกันกับพรรค โดย ส.ส.ที่ได้รับการจับตาเป็นพิเศษคือ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ และ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ซึ่งกรณีของ น.ส.กวินนาถนั้น เป็นไปได้ยากมากที่จะได้รับโอกาสให้อยู่ในพรรคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ ที่อดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ประมาณ 25 คน เตรียมจะเดินทางไปยื่นหนังสือลาออกที่ กกต. เวลา 10.30 น. ซึ่งเดิมจะมี 50 คนนั้น ปรากฏว่าหลังกระแสข่าวออกมาช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ได้มีตัวแทนของพรรคติดต่อกับอดีตผู้สมัคร โดยการเสนอตำแหน่งอนุกรรมาธิการบางชุด ตำแหน่งผู้ช่วย ส.ส.บางราย เพื่อแลกกับการให้หยุดเคลื่อนไหว โดยมีอดีตผู้สมัครยอมรับในส่วนนี้ประมาณ 10-15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง คนคิดอย่างไรถ้าอนาคตใหม่ถูกยุบ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.4 รู้สึกเฉยๆ ถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และเมื่อจำแนกตามเพศ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.0 ของเพศชาย และร้อยละ 79.8 ของเพศหญิง ที่น่าสนใจคือ แม้ในกลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.8 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับสองรองจากคนช่วงอายุ 40-49 ปี ร้อยละ 83.1 ที่รู้สึกเฉยๆ ถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังมีความคืบหน้ากรณีเงินบริจาคของพรรคอย่างต่อเนื่อง โดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่ยื่นแบบแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเงินบริจาคให้กับพรรคอนาคตใหม่นั้น อาจเป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากมีเงินฝากไม่กี่หมื่นกี่แสน แต่ไปบริจาคเกินกว่าที่ตนเองมีรายได้อยู่ มันก็เป็นเรื่องผิดปกติวิสัยของคนทั่วไปพึงกระทำ หรืออาจเป็นเทคนิคในการกระจายการบริจาคของนายทุนพรรคตัวจริงเพื่อเลี่ยง ม.66 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2561 หรือไม่ หรือเป็นเงินที่ได้มาโดยวิธีการอื่นที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งต้องยื่นให้ กกต.ตรวจสอบในวันจันทร์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะการบริจาคเงินเกินกว่ารายได้ที่ตนเองมี ต้องไปชี้แจงให้ กกต.ทราบว่า 1 ล้านบาทมีรายได้มาจากไหน ได้มาอย่างไร มีการเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะหากพบว่าเงินดังกล่าวมิใช่ของคุณพรรณิการ์ หรืออาจเป็นเงินที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตาม ม.72 ประกอบ ม.74, ม.75 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2561 ซึ่งก็จะมีผลลุกลามไปถึงการถูกยุบพรรคการเมืองที่รับบริจาคตาม ม.92 วรรคหนึ่ง (3)&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษก กรธ. กล่าวกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บริจาคเงิน 10 ล้านบาท ขณะที่ภรรยาบริจาคเงิน 7.2 ล้านบาทว่า ไม่ถือว่าผิด พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 66 เพราะกฎหมายให้สิทธิบุคคลใดบริจาคก็ได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท และไม่ได้ห้ามให้ภรรยาบริจาค และไม่ถือว่าเป็นคนคนเดียวกัน เนื่องจากเป็นเงินของแต่ละคนบริจาคออกไป ต่างคนต่างให้ ไม่ได้มีการฉ้อฉลนำเงินเข้ามาเพื่อตัวเองหรือพวกพ้อง เว้นแต่กรณีดังกล่าวมีการไปบังคับให้อีกฝ่ายบริจาคแทนตัวเองจะถือว่ามีความผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับในกรณีของการบริจาคของนิติบุคคล หากบริจาคเกินปีละ 5 ล้านบาท จะต้องแจ้งให้ผู้ถือหุ้นรับทราบด้วย มิเช่นนั้นก็จะมีความผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48975</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db59a5e02a8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธนาธรและภรรยาบริจาคเงินเข้าพรรคเกิน 10 ล้านไม่ผิด จับตาสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 27 ตค.2562 นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษก กรธ. กล่าวกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บริจาคเงิน 10ล้านบาท ขณะที่ภรรยาบริจาคเงิน7.2ล้านบาทว่า ไม่ถือว่าผิด พรป.พรรคการเมืองมาตรา66 เพราะกฎหมายให้สิทธิบุคคลใดบริจาคก็ได้ ไม่เกิน10ล้านบาท และไม่ได้ห้ามให้ภรรยาบริจาคและไม่ถือว่าเป็นคนคนเดียวกัน เนื่องจากเป็นเงินของแต่ละคนบริจาคออกไปต่างคนต่างให้ ไม่ได้มีการฉ้อฉลนำเงินเข้ามาเพื่อตัวเองหรือพวกพ้อง เว้นแต่กรณีดังกล่าวมีการไปบังคับให้อีกฝ่ายบริจาคแทนตัวเองจะถือว่ามีความผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุดม กล่าวต่อ เช่นเดียวกับ ในกรณีของการบริจาคของนิติบุคคล หากบริจาคเกินปีละ5ล้านบาท จะต้องแจ้งให้ผู้ถือหุ้นรับทราบด้วยมิเช่นนั้นก็จะมีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรุ่งนี้ ทางกลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ ประมาณ 25 คนเตรียมจะเดินทางไปยื่นหนังสือลาออก ที่ ก.ก.ต. เวลา 10.30 น. สำหรับกระแสข่าวเดิมที่ระบุว่า จะมีผู้สมัครประมาณ 50 คนเดินทางไปยื่นนั้น รายงานข่าวระบุ ว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาได้มีตัวแทนของพรรคติดต่อกับอดีตผู้สมัคร โดยการ เสนอตำแหน่ง อนุกรรมาธิการบางชุด ตำแห่งผู้ช่วย ส.ส. บางราย เพื่อแลกกับการให้หยุดเคลื่อนไหว โดยมี อดีตผู้สมัครยอมรับในส่วนนี้ประมาณ10-15 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอรับบริจาคเงินเข้าพรรค, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190921/image_big_5d863737c0a87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
