<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดโผแคนดิเดทชิงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายวรวิทย์ กังศศิเทียม , นายทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์ , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ,นายจิรนิตติ หะวานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.63 - ความคืบหน้าหลังวุฒิสภามีการลงมติโหวตลับ เห็นชอบรายชื่อว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 รายชื่อ ประกอบด้วยนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งและอนุญาตในศาลฎีกา นายวิรุฬ แสงเทียน อดีตรองประธานศาลฎีกา และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายจิรนิตติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนายนภพล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัคราชทูตฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนต่อจากนี้ ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คน ต้องดำเนินการเรื่องต่างๆเพื่อเตรียมตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้ขาดคุณสมบัติการเป็นตุลาการศาลรัฐมธรรมนูญ เช่นการลาออกจากราชการภายในกำหนดเวลาคือไม่เกินสิบห้าวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น สำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ จะได้ประสานเป็นการภายในกับ 4 ว่าที่ตุลาการศาลรับธรรมนูญ เพื่อให้มาร่วมประชุมกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันจำนวนสี่คน ที่ยังไม่พ้นวาระให้มาประชุมร่วมกันเพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่แทนนายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ.คนปัจจุบัน ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 8 คน จะต้องลงมติเลือกบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมมาเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนต่อไป จนเมื่อได้ชื่อประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการส่งชื่อประธานศาลรธน.และว่าที่ตุลาการศาลรธน.ทั้งหมด ให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพื่อนำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีการคาดหมายกันว่าขั้นตอนดังกล่าวน่าจะแล็วเสร็จภายในต้นเดือนมีนาคมนี้ จนเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว จากนั้นทั้งหมดจะเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ที่ยื่นคำร้องมายังศาลรับธรรมนูญต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการจับตามองกันว่า ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ก่อนหน้านี้ มีการเก็งกันว่า อาจจะมีแคนดิเดทมาจาก 2 ทาง คือมาจาก 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันที่จะลงชิงเป็นแคนดิเดท ที่อาจจะมีชื่อของ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม &amp;nbsp;ที่เป็นอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด และ นายทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์ &amp;nbsp;อดีตอาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;และอีกปีกอาจมาจากสายว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ 4 คน ที่แวดวงตุลาการศาลฎีกา มีการเก็งกันว่านายอุดม &amp;nbsp; และนายจิรนิติ &amp;nbsp;อาจจะสนใจลงชิงแคนดิเดท เป็นประธานคนใหม่ ส่วนนายวิรุฬ แม้จะมีดีกรีเป็นอดีตรองประธานศาลฎีกา แต่แวดวงตุลาการประเมินกันว่าน่าจะไม่สนใจลงชิงเป็นแคนดิเดทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดยังเป็นแค่กระแสข่าวและการคาดการณ์จากบางฝ่ายเช่นวงการผู้พิพากษาศาลฎีกาเท่านั้น เพราะสุดท้าย เมื่อถึงช่วงเวลาที่จะต้องมีการประชุมเพื่อเลือกประธานศาลรธน.คนใหม่ อาจจะมีความเคลื่อนไหวใหม่เกิดขึ้นก็ได้ เช่นอาจจะมีชื่อคนอื่นสนใจเสนอตัวเป็นแคนดิเดทประธานศาลรธน.คนใหม่ นอกเหนือจากสี่ชื่อดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็มีการวิเคราะห์กันว่า ว่าที่ตุลาการศาลรธน.ทั้งสี่คน ที่กำลังจะเข้าทำหน้าที่ สุดท้าย อาจจะไม่สนใจลงสมัครก็ได้ เพราะอาจถือว่าเพิ่งจะเข้าไปทำหน้าที่ จึงไม่ควรไปลงสมัครเป็นแคนดิเดท เพราะควรให้ตุลาการศาลรธน. ที่อยู่ในปัจจุบัน ขึ้นมาจะดีกว่า เพราะเป็นที่รู้กันว่าวงการตุลาการจะให้ความสำคัญกับเรื่องความอาวุโสค่อนข้างมาก จึงทำให้สุดท้ายการชิงประธานศาลรธน.คนใหม่ อาจจะมาจากสาย 4 ตุลาการศาลรธน.ชุดปัจจุบันที่ยังไม่หมดวาระ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามพรบ.วิธีพิจารณาคดีของศาลรธน.พ.ศ. 2561 บัญญัติให้ การทำหน้าที่ของตุลาการศาลรธน.หากมีตุลาการแค่ 7 คน ก็สามารถทำหน้าที่วินิจฉัยคดีต่างๆ ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องครบ 9 คนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การที่ตุลาการศาลรธน.หลังจากนี้จะมีแค่ 8 เสียง ทำให้การลงมติต่างๆ ที่อาจต้องใช้เสียงข้างมากหากตุลาการมีความเห็นที่ต่างกันในการลงมติแล้วเสียงเสมอกันคือ 4 ต่อ 4 &amp;nbsp;ก็อาจทำให้เกิดข้อถกเถียงกันหนักพอสมควรในการลงมติ เพื่อทำให้เสียงออกมาเป็นเลขคี่จนเป็นมติเสียงข้างมากต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57015</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิตติ หะวานนท์, ทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, วรวิทย์ กังศศิเทียม, ศาลรธน., อุดม สิทธิวิรัชธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e43e4f9491ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงเก้าอี้ &#039;ปธ.ศาล รธน.คนใหม่&#039; อนค.เลือดเข้าตาดิ้นเฮือกสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นไปตามความคาดหมายของหลายฝ่าย ที่สุดท้ายผลการลงมติ ลับ ของที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันอังคารที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ครบตามจำนวนที่วุฒิสภาได้รับชื่อมา 5 ชื่อ โดยโหวตเห็นชอบเพียงแค่ 4 ชื่อเท่านั้น หลังมีกระแสข่าวออกมาตลอดหลายสัปดาห์ว่า บางรายชื่อที่มาจากสายศาลอาจมีปัญหาจนทำให้วุฒิสภาโหวตไม่เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการลงมติ เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ ที่เป็นการลงคะแนน ลับ ซึ่งบุคคลที่จะเข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน.จะต้องได้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ว.คือไม่น้อยกว่า 125 เสียง ผลออกมาสรุปได้ว่า รายชื่อที่ส่งมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 3 รายชื่อ ได้เข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน.ทั้งหมดคือ อุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตในศาลฎีกา เห็นชอบ 216 ไม่เห็นชอบ 3 เสียง วิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เห็นชอบ 216 ไม่เห็นชอบ 3 เสียง จิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เห็นชอบ 217 ไม่เห็นชอบ 2 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับชื่อที่ส่งมาจากคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก็ได้รับการโหวตเห็นชอบคือ นภดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูต เห็นชอบ 203 ไม่เห็นชอบ 12 ไม่ออกเสียง&amp;nbsp; 4 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ชื่อที่มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดคือ ชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ไม่ผ่านความเห็นชอบ เพราะมีเสียงเห็นชอบเพียง 52 เสียง แต่มีเสียงไม่เห็นชอบถึง 139 เสียง ไม่ออกเสียง 28 เสียง ถือเป็นจำนวนเสียงไม่เห็นชอบที่สูงมาก ชนิดที่ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยครั้งนักในการโหวตเลือกองค์กรอิสระหรือองค์กรศาลหลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีของ ชั่งทอง อดีตผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุดอยู่ในปัจจุบัน พบว่าหลังศาลปกครองสูงสุดเปิดรับสมัครตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่จะเข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน. แต่ปรากฏว่าไม่มีคนสมัคร จนศาลปกครองสูงสุดต้องทำหนังสือถึงคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน เพื่อขอหารือเรื่องการลดสเปกระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดลง จนสุดท้ายกรรมการสรรหาฯ ให้ลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลปกครองสูงสุด จากไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นไม่น้อยกว่า 3 ปี ศาลปกครองจึงเปิดรับสมัครอีกรอบ ทำให้ชั่งทองไปสมัครคัดเลือกเพียงคนเดียว จนได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และสุดท้ายวุฒิสภาก็โหวตไม่เห็นชอบ ชั่งทอง ไม่ได้ไปต่อในเก้าอี้ตุลาการศาล รธน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 12&amp;nbsp; บัญญัติเรื่องขั้นตอนการเข้าทำหน้าที่ตุลาการศาล รธน.ไว้ โดยสรุปความว่า &amp;quot;เมื่อมีผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว หากเป็นกรณีที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่งด้วย ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบประชุมร่วมกับตุลาการซึ่งยังไม่พ้นจากตําแหน่ง ถ้ามีเพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และในกรณีที่ผู้ซึ่งวุฒิสภาให้ความเห็นชอบยังได้ไม่ครบจํานวนที่ต้องสรรหาหรือคัดเลือก แต่เมื่อรวมกับตุลาการซึ่งยังดํารงตําแหน่งอยู่ ถ้ามีจํานวนถึงเจ็ดคนก็ให้ดําเนินการประชุมเพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ และเมื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว ให้ศาลดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจต่อไปพลางก่อนได้ โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่าศาลประกอบด้วยตุลาการเท่าที่มีอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่ากับว่าหลังจากนี้ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 ตุลาการจากศาลฎีกาต้องไปลาออกจากการเป็นข้าราชการตุลาการให้เรียบร้อย ภายในเวลาไม่เกิน 15 วัน ขณะที่ นภดล ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว&amp;nbsp; จากนั้นพอเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้ง 4 คนก็ต้องไปร่วมประชุมกับตุลาการศาล รธน.อีก 4 คนชุดปัจจุบันที่ยังไม่หมดวาระ คือ วรวิทย์ กังศศิเทียม, ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และ ปัญญา อุดชาชน เพื่อเลือกประธานศาล รธน.คนใหม่แทน นุรักษ์ มาประณีต ประธานศาล รธน.&amp;nbsp; เมื่อได้ชื่อแล้วประธานวุฒิสภาจึงนำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป เท่ากับจะทำให้ตุลาการศาล รธน.แผงใหม่มีด้วยกัน 8 เสียงเป็นเลขคู่ จากปกติที่ตุลาการศาล รธน.ที่ปฏิบัติหน้าที่จะเป็นเลขคี่ กันไปก่อนชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนตำแหน่ง ประธานศาล รธน.คนใหม่ ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าแคนดิเดตอาจมีชื่อของ&amp;nbsp; วรวิทย์ กังศศิเทียม อดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด กับ ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อาจเป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานศาล รธน.ในกลุ่ม 4 ตุลาการชุดปัจจุบันที่ยังไม่ครบวาระ ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่าในส่วนของ 4 ว่าที่ตุลาการศาล รธน.ชุดใหม่ ให้จับตาชื่อของ อุดม-จิรนิติ ที่อาจเข้าชิงเก้าอี้ประธานศาล รธน.คนใหม่เช่นกัน ซึ่งในส่วนของ ดร.จิรนิติ เป็นผู้พิพากษาที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาล รธน. เพราะเคยทำงานที่สำนักประธานศาลฎีกาด้วยกันหลายปี และยังพบว่าก่อนหน้านี้เคยเข้าไปเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ในยุคหลัง คมช.ทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 ด้วย แต่ต่อมาได้ลาออกกลางคัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเรื่อง คดีความ-คำร้อง ในชั้นศาล รธน. ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจใหม่ในศาลรธน. พบว่า พรรคอนาคตใหม่ กำลังเลือดเข้าตา ดิ้นสู้อย่างหนัก ก่อนที่จะถึงวันนัดฟังคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่กรณีเงินกู้ 191 ล้านบาท ในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นได้จากเมื่อวันอังคารที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ฝ่ายกฎหมายของพรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นหนังสือไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาล รธน.ที่กำหนดให้พรรคจัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง หรือความเห็นเป็นหนังสือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 12 ก.พ. เพราะให้เวลากระชั้นชิดเกินไป รวมถึงเรียกร้องให้ศาลเปิดกระบวนการพิจารณาในศาลเพื่อเรียกพยานบุคคล 17 รายมาไต่สวนเบิกความ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าประเมินแล้วศาล รธน.คงไม่มีการทบทวนเรื่องการไม่เปิดห้องพิจารณาไต่สวนตามที่พรรคอนาคตใหม่ต้องการ เพราะถือว่าศาล รธน.มีมติและมีคำสั่งไปแล้วให้นัดประชุมลงมติและอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ 21 ก.พ. ดังนั้นการจะมากลับความเห็น เปลี่ยนท่าทีกลางคันคงยากที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ทำได้อย่างเดียวต่อจากนี้ก็คือ ลุ้นให้พรรคไม่โดนยุบและกรรมการบริหารพรรคไม่โดนตัดสิทธิทางการเมืองในวันที่ 21 ก.พ. ที่ศาล รธน.จะเริ่มอ่านคำวินิจฉัยเวลา&amp;nbsp; 15.00 น.ที่เป็นช่วงเวลาที่คนอนาคตใหม่บอกว่าเป็นสัญญาณไม่ค่อยดี!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จิรนิติ หะวานนท์, ชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์, นภดล เทพพิทักษ์, วิรุฬห์ แสงเทียน, อุดม สิทธิวิรัชธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42c517aae8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; เมื่อวันจันทร์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งถึงรัฐมนตรีและข้าราชการขอให้ร่วมกันแต่งชุดดำไว้อาลัยเป็นเวลา 1 วัน แก่ผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ที่เสียสละชีวิตจากเหตุกราดยิง 30 ศพ บาดเจ็บ 58 ราย ที่ จ.นครราชสีมา แต่เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กลับใส่เสื้อสีเทา ขาว กางเกงดำ เช่นเดียวกับ ครม.คนอื่น เนื่องจากนายกฯ ได้พิจารณาเพิ่มเติมเรื่องการแต่งกายเพื่อไม่ให้บรรยากาศโศกเศร้าเกินไป และในเวลาที่ทุกคนต้องการกำลังใจ ไม่จำเป็นต้องแต่งกายสีดำเช่นเดียวกับการไว้ทุกข์ แต่ขอความร่วมมือเพียงแต่งดสีฉูดฉาด แต่ในการประชุมวุฒิสภาวันเดียวกัน ส.ว.และหน่วยงานอื่นยังแต่งชุดดำ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แถลงทั้งน้ำตาขอโทษกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา นายทหารสังกัดกองพันกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 ก่อเหตุยิงกราดยิงรวม 30 ศพ โดยเปิดเผยถึงมูลเหตุจูงใจว่า &amp;quot;เริ่มจากผู้ก่อเหตุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติที่ได้มีการซื้อขายที่ดิน และผิดสัญญากัน รวมถึงเรื่องผลตอบแทน&amp;quot; พร้อมวิงวอนสังคมอย่าด่าทหารและกองทัพ ให้มาลงที่ตัวเอง และประกาศขอ 3 เดือน จะล้างบางธุรกิจในกองทัพนี้ตั้งแต่ระดับนายพลถึงพันเอกหลายคนไม่มีงานแน่ สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้วและยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหาร ต้องย้ายออกเพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่ จับตาว่าอีก 3 เดือน จะทำตามคำพูดตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความเป็นห่วงคือพฤติกรรมเลียนแบบ แต่นั่นปัญหาปลายเหตุมากกว่า เช่น เหตุกราดยิงในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ ส่วนใหญ่ต้นเหตุมาจากปัญหาทางเชื้อชาติ เหยียดผิว ทำให้พวก ขวาจัดสุดโต่ง ก่อเหตุ สำหรับสังคมไทยมีเหตุประชาชน เจ้าหน้าที่ ไม่ได้รับความยุติธรรมและไร้ทางออกอยู่มากมาย ส่วนเหตุยิงผู้บังคับบัญชาเกิดหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เสียชีวิตมากขนาดนี้ ส่วนใหญ่มาจากความคับแค้นใจเช่นเดียวกับ จ.ส.อ.จักรพันธ์ กรณี ผบ.ทบ.จะเปิดช่องทางร้องเรียนส่งข้อมูลตรงถึงตัวเอง แต่ต้องแสดงตนว่าเป็นใคร จะมีหลักประกันอย่างไรว่าจะเป็นความลับ โดยเฉพาะใน ระบบชั้นยศแบบทหาร หากผู้บังคับบัญชารู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชา แข็งข้อ ก็ชะตาขาดไปครึ่งตัวแล้ว ดังนั้นการร้องเรียนโดยไม่แสดงตัวตนก็สามารถรับเรื่องไปตรวจสอบได้ หากพบว่ามีข้อเท็จจริงต้องรีบแก้ไขให้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การโหวตวาระ 2 และ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ของสภาผู้แทนราษฎร ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ 13 ก.พ.นี้ พรรคร่วมรัฐบาลคงต้องทำหน้าที่รับผิดชอบฝ่ายเดียวในการระดม ส.ส.มาร่วมประชุม เพราะฝ่ายค้านโดยพรรคเพื่อไทย จะไม่เข้าร่วมประชุมด้วย โดยจะเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมเท่านั้น เพราะเห็นว่าปัญหาเกิดจาก ส.ส.รัฐบาล และที่ผ่านมาฝ่ายค้านก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลโดยตลอด แต่สุดท้าย พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็มาพังเพราะมือของฝ่ายรัฐบาลเอง การบอยคอตเช่นนี้ยิ่งจะเข้าทางรัฐบาลไม่ต้องอภิปรายให้เสียเวลา...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ประชุม ส.ว.ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์ และ นายนภดล เทพพิทักษ์ ยกเว้น นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ที่ไม่ให้ความเห็นชอบ ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยื่นศาล รธน.ขอเปิดไต่สวนพยาน 17 ปากอย่างเปิดเผย ก่อนชี้ชะตาคดีกู้เงิน 21 ก.พ.นี้ แต่คงไม่ทันแล้วล่ะ เพราะหากช้าไปกว่านี้จะเข้าสู่ช่วงทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อทั้ง 4 คน ดังนั้นตุลาการ 5 คนที่จะต้องพ้นตำแหน่งต้องทิ้งทวนวินิจฉัยคดีเงินกู้ในวันที่ 21 ก.พ.นี้แน่นอน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าเห็นใจ เรือเอ็มเอส เวสเตอร์ดัม ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 2,200 คน ที่มีข่าวจะเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี 13 ก.พ.นี้ หลังจากถูกทางการฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เกาะกวม และญี่ปุ่น ปฏิเสธให้เทียบท่า เพราะความกังวลเรื่องไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากแวะรับผู้โดยสารที่ฮ่องกง 687 คน โดยทางการไทยปฏิเสธให้เทียบท่าเช่นกัน แต่ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ มองตรงข้าม เสนอให้ไปใช้ facilities - สิ่งอำนวยความสะดวกของทหารเรือที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จากนั้นคัดกรอง กักบริเวณ เพื่อสังเกตอาการ คือเรื่องของมนุษยธรรม คนที่อยู่ในเรือเขาเดือดร้อน ถ้าเขาขึ้นฝั่งได้ที่ประเทศไทย เขาจะซาบซึ้ง และจดจำนึกถึงประเทศไทยตลอดไป ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ จากทั่วโลกให้มาเป็นลูกค้าประเทศไทยไปอีกนาน...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56920</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิติ หะวานนท์, ชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์, ดร.ปิติ ศรีแสงนาม, บันทึกหน้า4, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, วิรุฬห์ แสงเทียน, อุดม สิทธิวิรัชธรรม, เรือเอ็มเอส เวสเตอร์ดัม, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
