<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’ รองนายกฯ เดินสายทัวร์อุดรธานี-ขอนแก่นเยี่ยม ‘บ้านมั่นคง’ ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัยคนจน 1.3 ล้านหลังภายในปี 2579</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานยกเสาเอกสร้างบ้านมั่นคงที่จังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ภาคอีสาน / ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะได้เดินทางมาที่จังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมเยียนกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp; และติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; และการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; โดยตั้งเป้าภายในปี 2579 จะแก้ปัญหาให้คนจนมีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง 1.3 ล้านหลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โดยในวันที่ 17 มิถุนายน&amp;nbsp; นายจุรินทร์ได้เดินทางมาที่อำเภอกุมภวาปี&amp;nbsp; จ.อุดรธานี&amp;nbsp; เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงที่ชุมชนบ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูน &amp;nbsp;ตำบลพันดอน &amp;nbsp;อ.กุมภวาปี &amp;nbsp;ซึ่งมีการจัดงาน &amp;ldquo;บ้านมั่นคงพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจชุมชน&amp;rdquo; และเป็นประธานในพิธีมอบบ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูนที่สร้างเสร็จแล้วจำนวน 37 &amp;nbsp;จากทั้งหมด 107 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี &amp;nbsp;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp; และพี่น้องประชาชนให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;รองนายกรัฐมนตรี (ขวา) ทักทายประชาชน จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยคนจน 1.3 ล้านหลังภายในปี 2579&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp; กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงเป็นงานที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายชวน&amp;nbsp; หลีกภัย&amp;nbsp; ในปี&amp;nbsp; 2543 ซึ่งในขณะนั้นตนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบโครงการ โดยมีเป้าหมายให้คนจนหรือคนที่ไม่มีบ้านอยู่อาศัยหรือมีแต่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง &amp;nbsp; ได้มีโอกาสมีบ้านอยู่&amp;nbsp; มีที่ดินเป็นของตนเอง&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงจึงก่อกำเนิดขึ้นภายใต้หลักการที่มีองค์กรขึ้นมาบริหารจัดการเป็นการเฉพาะ &amp;nbsp; โดยรัฐบาลช่วยหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp; โดยให้ประชาชนที่ไร้บ้านไร้ที่ดินรวมตัวกันเป็นสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใช้เงินของสหกรณ์เช่าซื้อหรือซื้อที่ดิน เพื่อสร้างบ้านราคาพิเศษให้สมาชิก&amp;nbsp; โดยสมาชิกผ่อนชำระเพื่อจะได้มีบ้านและที่ดินเป็นของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;นายจุรินทร์กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 &amp;nbsp; จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; สร้างบ้านเสร็จแล้วประมาณ  200,000 หลัง&amp;nbsp; แต่ขณะนี้ได้มีการกำหนดเป้าหมายใหม่ &amp;nbsp; เพื่อเร่งรัดดำเนินการภายใน 15 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยภายในปี 2579&amp;nbsp; จะต้องสร้างบ้านให้ได้&amp;nbsp; 1,300,000 หลัง เพื่อให้คนจนได้มีที่ดินทำกินและมีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตนเอง&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; ซึ่งเป็นโครงการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณผ่านทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&amp;ldquo;จังหวัดอุดรธานีได้ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงทั้งหมด 18 โครงการ  สร้างบ้านเสร็จแล้ว  1,700 หลัง วันนี้มาทำหน้าที่มอบบ้านมั่นคงที่สร้างเสร็จแล้ว 37 หลัง และมอบเงินสร้างบ้านเพิ่มอีก 70 หลัง  ช่วยให้พี่น้องมีบ้านรวม 107 หลัง และมอบเงินช่วยซ่อมแซมบ้านพอเพียงอีก 104 หลัง&amp;nbsp; เป็นเงิน 2 ล้านบาท &amp;nbsp; มอบเงินสวัสดิการชุมชนเพื่อช่วยสมาชิก 7,500 คนอีก 2 ล้านบาท มอบงบพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเรื่องผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของตลาด 5 แสนบาท และมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอีก 300 ครัวเรือน&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;รองนายกฯ มอบเงินสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดอุดรธานี 12 กองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp; รัฐบาลมีแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; ประมาณ 3 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการ&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ว่า &amp;ldquo;คนไทยทุกคนจะมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;แยกเป็น&amp;nbsp; 1.การเคหะแห่งชาติดำเนินการในรูปแบบการเช่าหรือเช่าซื้อประมาณ 2 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; 2.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; รวมทั้งกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว-คลองเปรมประชากร&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านเรือนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพทรุดโทรม)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวม 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;บ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 5 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โครงการบ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูน &amp;nbsp;เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้าน 5 ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลพันดอน&amp;nbsp; อำเภอกุมภวาปีที่มีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยและมีฐานะยากจน&amp;nbsp; โดยชาวบ้านเริ่มรวมกลุ่มกันตั้งแต่ปี 2557 จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินงาน&amp;nbsp; ช่วยกันสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; พบว่า มีผู้เดือดร้อนจำนวน 732 &amp;nbsp;ราย จาก 5 ชุมชน&amp;nbsp; แบ่งเป็น&amp;nbsp; กลุ่มบุกรุกที่ดินเอกชน 29 ครัวเรือน&amp;nbsp; กลุ่มเช่าที่ดินราชพัสดุสร้างบ้าน &amp;nbsp;15 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มบ้านเช่า 16 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และกลุ่มครอบครัวขยาย &amp;nbsp;รวม 107 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ต่อมาในปี 2559&amp;nbsp; ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; ใช้ชื่อว่า &amp;lsquo;สหกรณ์เคหสถานทรัพย์เพิ่มพูน จำกัด&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพื่อเตรียมจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; มีชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยเข้าเป็นสมาชิกจำนวน 106 ครัวเรือน&amp;nbsp; และต่อมาได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำโครงการบ้านมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;บ้านมั่นคงชุมชนทรัพย์เพิ่มพูน &amp;nbsp;ตำบลพันดอน &amp;nbsp;อ.กุมภวาปี&amp;nbsp; ส่วนที่กำลังก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โดยสหกรณ์ฯ ขอใช้สินเชื่อจาก พอช. เพื่อซื้อที่ดิน&amp;nbsp; เนื้อที่&amp;nbsp; 4 ไร่ 2 งานเศษ&amp;nbsp; และปลูกสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; รวม 107 หลัง&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุน 1.สินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้าน&amp;nbsp; รวม 24 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; 2.อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; พัฒนาด้านสาธารณูปโภค &amp;nbsp;และงบบริหารจัดการชุมชน &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 8.5&amp;nbsp; ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ส่วนแบบบ้านมี 2 แบบ&amp;nbsp; คือ 1.บ้านแถวชั้นเดียว &amp;nbsp;ขนาด 10 และ 16.5 ตารางวา &amp;nbsp;ราคาก่อสร้างหลังละ &amp;nbsp;181,312 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ่อนชำระเดือนละ 2,055 บาท&amp;nbsp; จำนวน 30 หลัง &amp;nbsp;และ 2. บ้านแถวสองชั้น &amp;nbsp;ขนาด 11 ตารางวา &amp;nbsp;ราคาก่อสร้างหลังละ 277,137 บาท &amp;nbsp;ผ่อนชำระเดือนละ 2,155 บาท&amp;nbsp; จำนวน 76 &amp;nbsp;หลัง &amp;nbsp;(ผ่อน 15 ปี) &amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างบ้านในเดือนธันวาคม 2562 &amp;nbsp;ขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 37 หลัง&amp;nbsp; อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 70 หลัง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนงานจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;รองนายกฯ ยกเสาเอกบ้านมั่นคงแก่นนคร&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;นอกจากภารกิจที่จังหวัดอุดรธานีแล้ว&amp;nbsp; ในวันนี้ (18 มิถุนายน) นายจุรินทร์&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี และคณะได้เดินทางมาที่จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; เพื่อร่วมพิธียกเสาเอกสร้างบ้านมั่นคงสหกรณ์เคหสถานแก่นนคร&amp;nbsp; จำกัด &amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านมั่นคงเฟสสุดท้าย&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 46 หลัง&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้วจำนวน&amp;nbsp; 287 หลัง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้านและที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; รวม 333 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;รองนายกฯ ยกเสาเอกบ้านมั่นคงสหกรณ์เคหสถานแก่นนคร จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.25in&quot;&gt;นายปฏิภาณ จุมผา &amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช. เป็นองค์กรในการกำกับดูแลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;สร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนคนจนในเมือง ครอบคลุมทั้งมิติด้านกายภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp; และความเข้มแข็งของชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;พอช.มียุทธศาสตร์การดำเนินงาน&amp;nbsp; โดยส่งเสริมให้ชุมชนและเครือข่ายเป็น &amp;lsquo;เจ้าของโครงการ&amp;rsquo; &amp;nbsp;ทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น &amp;nbsp;ตั้งแต่กระบวนการรวมกลุ่ม &amp;nbsp;การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ &amp;nbsp;การหาที่ดินรองรับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบบ้านและผังชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงการบริหารจัดการโครงการ &amp;nbsp;และการบริหารการเงินด้วยระบบกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานท้องถิ่นทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินการ&amp;rdquo; &amp;nbsp;รอง ผอ.พอช.กล่าวถึงกระบวนการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;รอง ผอ.พอช. กล่าวว่า &amp;nbsp;พอช.จะสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค &amp;nbsp;และสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ซึ่งรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงมีความหลากหลายตามสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การปรับปรุงที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมการรื้อย้ายสร้างชุมชนใหม่ &amp;nbsp;การแบ่งปันที่ดินสร้างชุมชนใหม่ ฯลฯ &amp;nbsp;โดยขณะนี้ พอช.ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว 19 จังหวัด &amp;nbsp;84 เมือง &amp;nbsp;537 ชุมชน &amp;nbsp;รวม 28,912&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;เฉพาะจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;พอช.ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง รวม 75 โครงการ 163&amp;nbsp; ชุมชน &amp;nbsp;จำนวน 7,057&amp;nbsp; ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ครัวเรือนยากจน &amp;nbsp;กลุ่มคนเปราะบางที่มีปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 2560 &amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 831ครัวเรือน &amp;nbsp;ใน 81 ตำบล &amp;nbsp;รวมทั้งเกิดการประสานความร่วมมือกับภาคีพัฒนามากกว่า &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;องค์กร&amp;rdquo; &amp;nbsp;รอง ผอ. พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;บ้านมั่นคงสหกรณ์เคหสถานแก่นนคร&amp;nbsp; จำกัด &amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; สร้างเสร็จแล้ว 287 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106802</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงพาณิชย์, กลุ่มเกษตรกร, การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่มีรายได้น้อย, ขอนแก่น, ตั้งเป้าแก้ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยคนจน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายปฏิภาณ  จุมผา, นายสยาม ศิริมงคล, บ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูน, บ้านมั่นคงพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจชุมชน, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สหกรณ์เคหสถานทรัพย์เพิ่มพูน จำกัด, อุดรธานี, โครงการ ‘บ้านมั่นคง’, โครงการบ้านมั่นคงทรัพย์เพิ่มพูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc46ed2e51e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยือนคำชะโนด เสี่ยงโชคใน &#039;อุดรธานี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันที่ 16 กับวันที่ 1 ทีไร ใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว นั่งรอเวลา 4 โมงเย็นลุ้นเลขสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ทุกเดือน และจากอำนาจของ &amp;ldquo;หวย&amp;rdquo; นี้ส่งคนจนไปเป็นเศรษฐีใหม่กันมาหลายต่อหลายคนแล้ว แต่ก็เป็นดาบสองคม เพราะพานพาคนขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องเรื่องผลประโยชน์กันมาแล้วก็หลายคู่ ไหนจะเรื่องผิดกฎหมายที่พ่วงมาด้วยกันอย่างหวยใต้ดิน ที่ทำให้ใครต่อใครเสียทรัพย์มาแล้ว จึงเป็นอีกเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบ! แต่ผู้เขียนเองก็คงปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าไม่อยากเป็นเศรษฐี แต่ละงวดเลยมีติดมือไว้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;อาทิตย์เอกเขนก&amp;rdquo; ฉบับนี้ไม่ได้มาชวนเชื่อ หรือตั้งสำนักชี้นำอะไร แต่จะพาไปเที่ยวชมจังหวัดในประเทศไทยที่นักเสี่ยงดวงที่ไหนก็อยากไปเยี่ยมเยือน อย่างอุดรธานี ที่ไม่ได้มีดีแค่ที่ป่าคำชะโนดอย่างเดียว แต่อุดรฯ ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์หลายอย่าง แถมยังเป็นเมืองน่ารักๆ ที่ใครก็ไปเที่ยวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มต้นการเดินทางไปกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ครั้งนี้มีภารกิจในการเยี่ยมชมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ที่มีเป้าหมายจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งนิคมดังกล่าวมีพื้นที่ทั้งหมด 2,170 ไร่ โดยปัจจุบันมีความคืบหน้าด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ การก่อสร้างถนนในนิคม ไฟฟ้า น้ำประปา และบ่อกักเก็บน้ำหรือบ่อหน่วงน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย และศูนย์คลังสินค้าและกระจายสินค้าแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสร็จสิ้นภารกิจงานเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่รอคอย เมื่อหมดแรงไปกับการดูงานก็ต้องเติมพลังงานด้วยอาหารขึ้นชื่อของอุดรธานีอย่าง &amp;ldquo;แหนมเนือง&amp;rdquo; โดยครั้งนี้ได้เลือกไปที่ร้านดังอย่าง วีทีแหนมเนือง ที่เป็นร้านมีประวัติยาวนาน และไม่ใช่ดังแค่ในอุดรธานี แต่ยังมีแฟรนไชส์เสิร์ฟแหนมเนืองให้คนได้ทานแทบจะครบทุกจังหวัดของประเทศไปแล้ว และจากการไปทานครั้งนี้ก็ยังได้ลองลิ้มชิมรสอาหารอื่นๆ นอกเหนือจากแหนมเนืองอีกเพียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน แบบนี้ตัวช่วยที่ดีที่สุดที่จะทำให้ตาตื่นคงหนีไม่พ้นกาเฟอีนเข้มๆ ที่ได้จากกาแฟ แต่เมื่อเปิดดูรีวิวในร้านกาแฟในตัวเมืองอุดรฯ ก็ขึ้นมาพรึบพรับแทบนับไม่ไหว มีมากกว่า 10 ร้าน และแต่ละร้านก็มีจุดเด่นลูกเล่นไว้ดึงดูดใจลูกค้าแบบไม่ซ้ำกันเลย จิ้มเลือกมาหนึ่งร้านที่ดูแล้วว่าจะตอบโจทย์ที่สุด ก็ได้เป็นร้านคาเฟ่กลางเมืองอุดรฯ อย่าง BEYOND CAFE ที่นอกจากจะมีกาแฟให้เลือกมากมายแล้ว เครื่องดื่มอื่นๆ ก็เพียบ ขนมก็เพียบ แถมมุมถ่ายรูปก็เพียบ ถูกใจสายชิลสายชิมสายแชะอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จบวันแรกของการเยือนเมืองอุดรธานี เป้าหมายหลักนอกจากจะศึกษาดูงานแล้ว ก็คือการได้ไปสักการะเจ้าปู่ศรีสุทโธและเจ้าย่าศรีปทุมมา ที่ศาลเจ้าปู่เจ้าย่าในพื้นที่คำชะโนด ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 2 ตอนเช้าตรู่ จึงอยากพามารู้จักคำชะโนดกันก่อน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดศิริสุทโธ หรือวัดป่าคำชะโนด อ.บ้านดุง ที่เป็นอีกหนึ่งตำนานเกี่ยวกับพญานาคที่คนไทยศรัทธาและเชื่อว่าเป็นพื้นที่ของพญานาค ซึ่งหลายคนอาจจะรู้จักคำชะโนดจากตำนานผีจ้างหนัง ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ คำชะโนด เป็นเหมือนเกาะกลางน้ำ มีเนื้อที่ประมาณ 20 กว่าไร่ มีต้นไม้ชนิดหนึ่งเรียกว่า &amp;ldquo;ต้นชะโนด&amp;rdquo; ขึ้นเต็มไปหมด และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือมีผู้ศรัทธาเข้าไปสักการะบนบานศาลกล่าวขอเรื่องโชคลาภ หรือขอสิ่งอื่นๆ ก็มักจะสัมฤทธิผล ด้วยเหตุนี้เองจึงมีนักเสี่ยงโชคหรือกลุ่มผู้ศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศไปเยี่ยมเยือนอยู่ทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อวันที่ 2 เริ่มต้นขึ้นก็ได้มุ่งตรงไปยังคำชะโนดตั้งแต่เช้า เพราะต้องไปจองคิวเข้าไปด้านใน โดยความนิยมของสถานที่แห่งนี้ทำให้จำเป็นต้องจัดคิวเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าไปสักการะได้อย่างทั่วถึง โดยจะมีเจ้าหน้าที่แนะนำอยู่ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวผู้แสวงบุญทั้งหลายจะต้องถอดรองเท้าเดินเข้าไป โดยสิ่งที่จะใช้สักการะคือพานพุ่มที่ถูกพับจับจีบมาอย่างสวยงาม ส่วนขนาดความเล็กใหญ่อยู่ที่เราเป็นผู้เลือก ซึ่งจะมีจุดบริการมากมาย หรือใครจะนำมาเองก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็นหรือสัมผัสเอง วันที่ไปอากาศค่อนข้างร้อน แดดแรง แต่เมื่อเดินเข้าไปยังส่วนด้านในของคำชะโนดนั้น บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปคนละขั้ว ใช่ว่าจะหนาวเหน็บเหมือนห้องแอร์ เพราะเข้าใจว่าเป็นฤดูร้อน แต่ก็ยังทำให้รู้สึกเย็นกายเย็นใจลงได้บ้าง หลังจากสักการะเสร็จก็มีเวลาให้เดินเยี่ยมชมในจุดอื่นๆ ด้วย ใครใคร่จะดูเลขตามจุดต่างๆ ก็ทำได้เลยเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกมาจากภายในคำชะโนดก็มีแผงลอตเตอรี่รอสแตนด์บายให้เลือกสรรมากกว่า 20 เจ้า ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ทำให้กำลังแรงใจอยากที่จะซื้อไปหมด จากกลยุทธ์แม่ค้าพ่อค้าขายหวยที่คอยบอกว่าเรามีโหงวเฮ้งดี จะร่ำรวย ก็ทำเอาใจอ่อนหยิบติดไม้ติดมือมาหลายเลขเหมือนกัน เท่านี้ก็พร้อมแล้วที่จะกลับมารอลุ้นเลขต่อไปในงวดวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับจริงๆ ว่าอุดรธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ของภาคอีสานเมืองหนึ่งเลย วัดผลได้จากร้านคาเฟ่ กาแฟและขนม ที่เตรียมเสิร์ฟให้นักท่องเที่ยวแบบจัดเต็ม และจุดดึงดูดอีกแห่งอย่างคำชะโนด รวมถึงสถานที่อื่นๆ อีกมากมายที่สวยงามรอนักเดินทางอยู่ แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์โควิดจะทำให้การท่องเที่ยวมีความเสี่ยง แต่ก็อยากให้เก็บอุดรธานีไว้เป็นอีกหนึ่งที่ ที่อยากแนะนำให้ไปเยี่ยมเยือนเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105193</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำชะโนด, ท่องเที่ยว, ลอตเตอรี่, อุดรธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8e17cad427.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผยช่วยเหลือวาตภัยใน3จังหวัดแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค. 64 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 64 -ปัจจุบัน เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ปราจีนบุรี และศรีสะเกษ รวม 3 อำเภอ 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 14 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 64 - ปัจจุบัน (วันที่ 3 มี.ค. 64 เวลา 06.00 น.) เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ปราจีนบุรี และศรีสะเกษ รวม 3 อำเภอ 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 14 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94842</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ปภ., ปราจีนบุรี, ศรีสะเกษ, อุดรธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2c0956678a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักษาความเป็นไทย ปลื้มปีติ‘ในหลวง’ทรงพระอักษรแก่ชาวอุดรที่เฝ้าฯรับเสด็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวง-พระราชินี ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์&amp;nbsp; และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว จ.อุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 128 ล้านบาท แก่เรือนจำ 19 แห่ง และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ณ ที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานีจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ และทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ออกจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 ไปยังที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา, นายวิเชียร แสงเจริญถาวร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4, นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม, นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี พร้อมข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นเมื่อเสด็จฯ เข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี และนางสาวสาวิตรี ศรีบุญเรือง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึก จากนั้นเสด็จฯ ไปยังมณฑลพิธี ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทรงวางแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ ลงในหลุม ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย &amp;quot;อาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุดรธานี&amp;quot; แล้วเสด็จฯ เข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรม กราบบังคมทูลเบิกผู้มีอุปการคุณแก่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึกจำนวน 120 ราย นายวิเชียร แสงเจริญถาวร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และทรงลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย ในแผ่นศิลาที่นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ทูลเกล้าฯ ถวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเสด็จฯ ขึ้นยังห้องประทับรับรอง ชั้น 3 ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ในสมุดเยี่ยม และพระราชทานพระบรมราชานุญาตฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ศาลยุติธรรม และข้าราชการจังหวัดอุดรธานี ตามลำดับ และก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ นายวิรัช ไตรพิทยากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญหลวงพ่อนาคปางนาคปรก ขนาดน้ำหนัก 18.50 กรัม กว้าง 2.5 ซม. สูง 3.9 ซม. หนา 1 มิลลิเมตร กรอบ 8.36 กรัม แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 1 องค์ และทูลเกล้าฯ ถวายผ้าไหมมัดหมี่ขิดทอมือ ลายพญานาค 3 สี ที่ทอโดยนางลานี โสภาพรม หัวหน้ากลุ่มประธานกลุ่มทอผ้าไหมขิดสีชมชื่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จำนวน 1 ผืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เดิมศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี เป็นเพียงแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดอุดรธานี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ที่ให้จัดตั้งแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลจังหวัดทุกศาล มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2538 ต่อมาในปี พ.ศ.2533 ได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว โดยกำหนดให้ยกฐานะแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวเป็นศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2533 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2534 เป็นต้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ตั้งอยู่เลขที่ 569 หมู่ 9 ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี สร้างอยู่บนที่ราชพัสดุ เนื้อที่ 11 ไร่ 96 ตารางวา เป็นอาคารที่ทำการถาวรสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 3 ชั้น ขนาด 6 บัลลังก์&amp;nbsp; ซึ่งบริเวณด้านหลังอาคารศาลได้สร้างบ้านพักผู้พิพากษา จำนวน 4 หลัง และอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรมขนาด 12 หน่วย จำนวน 1 หลัง โดยอำนาจพิจารณาคดีพิพากษาคดี ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี มีเขตอำนาจท้องที่ จ.อุดรธานี รวม 20 อำเภอ ส่งผลให้การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ สวัสดิภาพ และการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนสตรี และบุคคลในครอบครัวเป็นไปอย่างทั่วถึงตลอดท้องที่ จ.อุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารข่าวโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล โดยทรงเห็นว่าสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดีนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ต้องขัง ซึ่งก็คือประชาชนเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทรงเห็นว่าการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การพยาบาล รวมไปถึงการได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง เป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่ควรได้รับเท่าเทียมกับบุคคลภายนอกตามหลักมนุษยธรรม ข้อจำกัดในด้านการได้รับความรู้ด้านสุขอนามัย ตลอดจนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ต้องขัง จึงมีความสำคัญที่จะต้องพิจารณาปรับปรุง จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp; ให้ริเริ่มโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ขึ้น เพื่อเป็นการเติมเต็มสิทธิของผู้ต้องขังให้ได้รับบริการทางสุขภาพ เฉกเช่นประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกรมราชทัณฑ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 217 ล้านบาท ในระยะที่ 1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2562 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้จัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 756 รายการ พระราชทานให้กับเรือนจำทัณฑสถานเป้าหมาย 25 แห่ง ประกอบด้วย เรือนจำความมั่นคงสูงสุด 5 แห่ง, เรือนจำกำหนดโทษสูง 12 แห่ง, ทัณฑสถานหญิง 7 แห่ง และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 1 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งในปลายปีนี้ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ได้ดำเนินงานเป็นระยะเวลา 1 ปี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 128 ล้านบาท เพื่อดำเนินงานโครงการเข้าสู่ระยะที่ 2 สำหรับจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เรือนจำ 19 แห่ง และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ ซึ่งได้แก่ เรือนจำอำเภอฝาง, เรือนจำอำเภอเทิง, เรือนจำอำเภอแม่สอด, เรือนจำอำเภอสวรรคโลก, เรือนจำอำเภอแม่สะเรียง, เรือนจำอำเภอพล, เรือนจำอำเภอสีคิ้ว, เรือนจำอำเภอนางรอง, เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์,&amp;nbsp; เรือนจำอำเภอรัตนบุรี, เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี, เรือนจำอำเภอธัญบุรี, เรือนจำอำเภอทุ่งสง, เรือนจำอำเภอปากพนัง, เรือนจำอำเภอนาทวี, เรือนจำอำเภอเบตง, เรือนจำอำเภอหลังสวน, เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ และเรือนจำอำเภอหล่มสัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมราชทัณฑ์ และผู้ต้องราชทัณฑ์ รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ นับเป็นขวัญ กำลังใจ และสิริมงคลของข้าราชการ ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ต้องราชทัณฑ์ ที่ต่างพร้อมน้อมรับพระบรมราโชบายใส่เกล้าใส่กระหม่อม นำไปดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเกิดสัมฤทธิผลต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83432</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีวางศิลาฤกษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว, อุดรธานี, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa4b853eed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039;ทรงพระอักษรแก่ประชาชน ขอบใจในความรัก,ห่วงประเทศชาติ,หวงแหนความเป็นไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10 พ.ย.63- เวลา 17.53 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ณ ที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีประชาชนเฝ้า ฯ รับเสด็จท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 19.37 น. ภายหลังแล้วเสร็จพิธีวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ เพื่อแสดงความจงรักภักดี ที่ลานจอดเครื่องบินพระที่นั่งท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 จ.อุดรธานี อย่างใกล้ชิด ซึ่งพสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีทั้ง 20 อำเภอ ต่างพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง และเสื้อสีส้ม ซึ่งเป็นสีประจำจังหวัด มาเฝ้าฯรับเสด็จอย่างเนืองแน่น &amp;nbsp;พร้อมโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย วปร. และธงพระนามาภิไธย สท. พร้อมเปล่งเสียงถวายพระพร&amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; ดังกึกก้อง อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดเส้นทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงแย้มพระสรวลและมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิด ยังความปลื้มปีติแก่ราษฎรอย่างหาที่สุดมิได้ สมควรแก่เวลา จึงประทับเครื่องบินพระที่นั่ง &amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระอักษรด้านหลังพระบรมฉายาลักษณ์ขอบใจชาวจังหวัดอุดรธานีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอบใจในความรักและกำลังใจ เราต่างรักกันห่วงกันห่วงประเทศชาติ ช่วยกันรักษา บ้านเราด้วยความดี เพื่อความสุขและความเจริญรักษาความวิเศษของความเป็นไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีที่มาเฝ้าฯรับเสด็จต่างปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้ที่มีโอกาสมาเฝ้าฯรับเสด็จอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเพ็ญประภา พึ่งตระกูล ครูโรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคม อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี วันนี้เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มคนอุดรรักในหลวง กว่า 200 คน กล่าวว่า ตนและเพื่อนเดินทางมาจากอำเภอกุมภวาปี ตั้งแต่7โมงเช้าเพื่อมารอเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ซึ่งการได้มาเฝ้าฯรับเสด็จในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มีโอกาสได้ชื่นชมพระบารมีของในหลวงอย่างใกล้ชิดนับเป็นความปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พอทราบว่าในหลวง และพระราชินี จะเสด็จฯมาทรงประกอบพิธีเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ก็ดีใจมาก เพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยได้เฝ้าฯรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์มาก่อนเลย ครอบครัวเราและชาวจ.อุดรธานี รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มหัวใจติดตามข่าวในพระราชสำนักตั้งแต่ทีวีเป็นภาพขาวดำ เราเห็นพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ที่สำคัญน้องสาวเป็นผู้ดำเนินรายโทรทัศน์ที่ทีเนื้อหาเกี่ยวกับการเผยพระราชกรณียกิจ เราจึงภูมิใจรักและ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และด้วยความที่เราเป็นคุณครูทุกครั้งเราก็จะสอนให้ลูกศิษย์ทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจปวงพสกนิกรชาวไทยมาช้านาน&amp;rdquo;นางเพ็ญประภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ชาวบ้านชนเผ่า 3 ชนเผ่า ลาว ย้อ ภูไท จากอำเภอศรีธาตุ จ.อุดรธานี นางสาวบุญเยี่ยม พรหมศร ผู้ใหญ่บ้าน ต.ศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ กล่าวว่า ตนและกลุ่มแม่บ้านชน3เผ่ารู้สึกซาบซึ้งและปลื้มปิติเป็นล้นพ้นที่ในหลวง และสมเด็จพระราชินี เสด็จฯมาที่จ.อุดรฯ พวกเราทุกคนตื่นตั้งตี4 เพื่อแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าของตัวเองเพื่อมาเฝ้าฯรับเสด็จด้วยเพราะต้องการแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นสถาบันหลักที่นำพาความเจริญและความสงบร่มเย็นมาสู่ของประเทศชาติมาทุกยุคสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และมีสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้แก่ปวงพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าเสมอมา เราพยายามสอนลูกสอนหลานทุกคนในหมู่บ้านให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะตั้งแต่เราเกิดมาลืมตาดูโลกเราก็เห็นพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงงานหนักเพื่อความอยู่ดีมีสุขของปวงประชามาโดยตลอด&amp;rdquo;นางสาวบุญเยี่ยม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กองแพทย์หลวงมาดูแลสุขภาพประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และได้พระราชทานอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็น​แก่พสกนิกรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จฯสร้างความปลาบปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ราษฎรในพื้นที่เป็นล้นพ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83419</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพระอักษร, อุดรธานี, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa9069bbcd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มัฐธิณี&#039; สาวอุดรฯ ฟันธง ปชป.ให้โอกาส-นโยบายทำได้จริงเข้าถึงง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และผลงานเขียนชิ้นหนึ่งเปลี่ยนชีวิตของ &amp;ldquo;มัฐธิณี มูลทิพย์&amp;rdquo; สาวกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ให้วันนี้เธอได้ยืนอยู่ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 52 ของพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มัฐ&amp;rdquo; มัฐธิณี สาวแดนอีสานในครอบครัวยากจน พ่อประกอบอาชีพขับรถสามล้อรับจ้าง แม่มีอาชีพค้าขาย ฝันทางการศึกษาของเธอต้องการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา แต่เพราะครอบครัวมีรายได้น้อย จึงไปไกลได้เพียงมัธยมศึกษาตอนปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่า ด้วย กยศ.ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ กลับทำให้ &amp;ldquo;มัฐ&amp;rdquo; ได้เรียนต่อและคว้าใบปริญญาในคณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หนูเป็นคนต่างจังหวัด นโยบายของพรรคเข้าถึงจริงๆ ครอบครัวมัฐไม่ได้ร่ำรวย แต่นโยบาย กยศ.นี้ให้โอกาสเรา จากเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อทำให้ได้จบปริญญา เพราะสมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา แม่ไม่มีเงินจะส่งให้เรียนมหาวิทยาลัย แต่ในใจเราอยากเรียนให้ได้ปริญญาตรี ซึ่งโครงการ กยศ.เข้ามา และเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เราจริงๆ&amp;rdquo; เธอเล่าย้อนขณะสอบประวัติส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามต่อถึงที่มาที่ไป จุดเชื่อมโยงว่ากลายเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของประชาธิปัตย์ได้อย่างไร เธอบอกว่า เริ่มต้นจากการส่งบทความชิ้นหนึ่งเข้าร่วมประกวดในโครงการ &amp;ldquo;คิดสร้างชาติ&amp;rdquo; ของสถาบันออกแบบประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้มูลนิธิควง อภัยวงศ์ ซึ่งในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และมีนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นเลขาธิการพรรค พรรคได้ตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาขึ้น เพราะต้องการเปลี่ยนพรรคจริงๆ ดังนั้นทางมูลนิธิจึงได้จัดโครงการ &amp;ldquo;คิดสร้างชาติ&amp;rdquo; เพื่อเปิดรับฟังเสียงจากทั่วประเทศขึ้น โดยได้รับเสียงตอบรับดี มีคนส่งเนื้อหาเข้าสู่โครงการจำนวนมาก และเราก็ได้เข้ารอบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มัฐกล่าวว่า มาทราบภายหลังว่างานเขียนของเราสะดุดตากรรมการ เพราะนำเสนอความคิดที่แตกต่างจนกรรมการคาดไม่ถึง โดยมองเห็นปัญหาประเทศและมีทางออกให้กับปัญหานั้น นอกจากนี้ คณะกรรมการและผู้ใหญ่ในพรรคเห็นว่างานเขียนที่ส่งประกวด ทำให้เขาสรุปได้ว่าการแก้ไขความเหลื่อมล้ำของประเทศ ต้องแก้ด้วยสวัสดิการที่ดี จากนั้นพรรคก็ดึงตัวเรามาช่วยงานในด้านการวิจัยและพัฒนานโยบายตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ใหญ่ให้เราลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้านต่างๆ และปัญหาความเหลื่อมล้ำของภาคอีสานมารายงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริงของคนอีสานแบบมุมมองคนอีสานเอง ไม่ใช่แบบคนเมืองมอง และคิดเป็นนโยบายของประชาธิปัตย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อโยนคำถามว่า ส่วนใหญ่ชาวอีสานจะชื่นชอบบางพรรคการเมือง แต่อะไรที่ทำให้ครอบครัวมูลทิพย์เลือกอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ &amp;ldquo;มัฐธิณี&amp;rdquo; ระบุว่า ครอบครัวของมัฐชื่นชอบประชาธิปัตย์ตั้งแต่รุ่นคุณย่า เพราะชอบนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 300 บาท ของรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ส่วนในรุ่นคุณพ่อนั้น เป็นคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารการเมืองค่อนข้างมาก ศึกษา อ่านด้วยตัวเอง จนรู้ว่านโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ เป็นดี ไม่ดี อย่างไร จนกระทั่งรุ่นของมัฐได้รับประโยชน์จากโครงการ กยศ. ซึ่งพรรคทำไว้โดยตรง เป็นโครงการที่ให้โอกาสเราจริงๆ ทำให้เราเรียนจบปริญญาตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไม่ได้มีใครบอกให้ชอบพรรคประชาธิปัตย์ เราก็มีความคิดของเรา เพราะเรารู้สึกได้รับโอกาสจากพรรคนี้ แม้จะฐานะยากจน อยากจะบอกว่าเข้ามาพรรคได้ง่าย เข้าถึงง่าย นโยบายเข้าถึงคนจนจริงๆ และดูแลทุกคนไม่เคยทิ้งใคร&amp;rdquo; พร้อมขยายความว่า ในเวลาที่เราอยู่ในทีมคิดนโยบาย ท่านหัวหน้าพรรคย้ำอยู่เสมอว่า นโยบายต่างๆ ต้องมีประโยชน์กับคนทุกกลุ่มและปฏิบัติได้จริง กระบวนการตามกฎหมายต้องทำได้จริงและไม่เป็นภาระงบประมาณแผ่นดินมากเกินไป และกว่าจะออกมาเป็นนโยบายสู่ประชาชนต้องกลั่นกรองจนตกผลึก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้มัฐยังบอกเพิ่มเติมว่า พรรคขอเชื้อเชิญให้ชาวอีสานเข้ามาลอง และช่องทางการเข้าถึงอาจจะง่ายกว่าพรรคอื่นๆ ก็ได้ เสนอความคิดเข้ามา เพราะเราไม่ได้ตั้งธงอะไรเลย เราอิสระมาก สายตาคนภายนอกอาจมองพรรคประชาธิปัตย์ คือ พรรคอนุรักษนิยม และเต็มไปด้วยทายาทนักการเมือง ซึ่งความจริงสิ่งที่คนมองเห็นในพรรคประชาธิปัตย์เป็นเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 70 เปอร์เซ็นต์ คือคนที่ทำงานเบื้องหลังทั้งหมด และเรามีคนจากทั่วประเทศที่ทยอยหมุนเวียนเข้าสู่การเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอระบุด้วยว่า สำหรับหลายคนที่มองว่าคนอีสานคือเสื้อแดงทั้งหมด ตอบว่าไม่ใช่ เพียงแต่ว่าคนที่แสดงออกในอีสาน ซึ่งมีไม่เยอะเป็นเสื้อแดงต่างหาก ขณะเดียวกันเราขาดบุคคลที่จะแสดงออกทางการเมืองที่เป็นประชาธิปัตย์ในพื้นที่ และไม่ได้แปลว่าคนในพื้นที่ที่ชอบประชาธิปัตย์จะไม่มี เพียงแต่ไม่ได้แสดงออก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มัฐทิ้งท้ายความตั้งใจของเธอบนเส้นทางการเมืองที่ปักหลักลงฐานกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตั้งใจจะใช้นโยบายประกันรายได้ของพรรคแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ให้ได้ โดยเริ่มจากการปิดช่องว่างให้กับราคาผลผลิตของเกษตรกร เพราะทราบดีว่าชาวอีสานไม่ได้อยากจะจากบ้านเกิดเข้ากรุงเทพมหานครมาทำงาน เพราะรู้ว่าชีวิตกรุงเทพฯ ไม่ได้สบายอย่างที่คิดไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ชื่อ มัฐธิณี นามสกุล มูลทิพย์ ชื่อเล่น มัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกิดวันที่ 16 ตุลาคม 2533 ปัจจุบันอายุ 28 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การศึกษา ระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประสบการณ์ทำงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- เยาวชนในโครงการ &amp;quot;คิดสร้างชาติ&amp;quot; สถาบันออกแบบประเทศไทย ภายใต้มูลนิธิควง อภัยวงศ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- ทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ด้านวิจัยและพัฒนานโยบายของพรรค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29072</URL_LINK>
                <HASHTAG>มัฐธิณี มูลทิพย์, อุดรธานี, โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c64245ea7af2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชารัฐ &#039;กวาดทิ้ง&#039; เพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปซะหลายวัน กลับมาประเดิม &amp;quot;บอกบุญ&amp;quot; ก่อนเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสาร์ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๑
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก&amp;quot; วัดป่านาคำน้อย อุดรธานี จะนำคณะศิษย์ และผู้ศรัทธา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทอดผ้าป่าสามัคคี &amp;quot;รวมศรัทธาคณะศิษย์หลวงตาพระมหาบัว ครั้งที่ ๑&amp;quot; ณ วัดป่าบ้านตาด เมือง อุดรธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมทบสร้าง &amp;quot;พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล&amp;quot; (ยอดฉัตร, ปลียอดทองคำ รวม ๑๙ &amp;nbsp;เมตร)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ การก่อสร้างคืบหน้ากว่า ๕๐% แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพระอาจารย์อินทร์ถวาย ผู้ศิษย์หลวงตาพระมหาบัว หนึ่งในองค์นำสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ นำทอดเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปได้ ก็ไปร่วมกันที่วัดป่าบ้านตาด &amp;quot;๑ ธันวา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไปไม่ได้ แต่ &amp;quot;ใจมุ่ง-ใจตั้ง&amp;quot; กับพระอาจารย์ เพื่อสมทบทำยอดฉัตรเจดีย์หลวงตา โอนเงินเข้าบัญชีได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขที่บัญชี ๔๐๘-๘๕๙๑๗๖-๐ ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี &amp;quot;วัดป่านาคำน้อยเพื่อทำยอดฉัตรเจดีย์หลวงตามหาบัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบเรื่องบุญ ต่อเรื่องเลือกตั้ง ทุกวันนี้ &amp;quot;นักวิชาการ&amp;quot; ทั่วไปพูด ผมเฉยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นักวิชาการชื่อ &amp;quot;ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์&amp;quot; พูด ผมต้องฟัง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะท่านนี้......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เส้นตรง&amp;quot; ในรอยเท้า เหมือนมีทองหนุนหลัง &amp;quot;สิ่งพูด-สิ่งทำ&amp;quot; ให้มีค่า เชื่อได้-รับฟังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงโพล &amp;quot;โครงการสำรวจความนิยมในนักการเมืองที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ จากเลือกตั้ง ๒๔ กุมภา ๖๒&amp;quot; ที่ ดร.สังศิตทำด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งทำภายใต้ยี่ห้อ &amp;quot;มหาวิทยาลัยรังสิต&amp;quot; ของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ผู้ยืน &amp;quot;คนละมุม&amp;quot; กับ &amp;quot;นายกฯ ประยุทธ์&amp;quot; ด้วยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลโพล ยิ่งตอกย้ำ &amp;quot;ถึงน้ำหนัก&amp;quot; ให้รับฟังได้ ทบทวี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะยี่ห้อนี้ ไม่ใช่ร้านอาหารตามสั่ง เป็นที่ประจักษ์ชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำโพลมาแล้ว ๓ ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤษภา ครั้งนี้ ๒๔ พฤศจิกา เป็นครั้งที่ ๔
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลโพล สะท้อน &amp;quot;สังคมต้องการ&amp;quot; ออกมา ว่า........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้ &amp;quot;พลเอกประยุทธ์&amp;quot; กลับมาเป็นนายกฯ เป็นอันดับ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยคะแนนนิยม ๒๗.๐๖%!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดร.สังศิต&amp;quot; คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ในฐานะ &amp;quot;ผอ.โครงการ&amp;quot; มีมุมมองประกอบผลโพลอย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังเอาเอง นี่ไง........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความนิยมใน &amp;#39;พรรคเพื่อไทย&amp;#39; ของทักษิณ ลดน้อยลง เหตุมาจากความแตกแยกภายในของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นักคิด, นักเขียน, เอ็นจีโอ ของเพื่อไทย กลายมาเป็นฝ่ายตรงข้ามกันไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กับกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องนำไปใช้ ทำให้ทุกคนคิดถึงทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;#39;พรรคพลังประชารัฐ&amp;#39; ได้ทำนโยบาย &amp;#39;บัตรคนจน&amp;#39; ซึ่งมีขอบเขตการ &amp;#39;ให้ประโยชน์แก่คนจน&amp;#39; กว้างขวาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรวมเอานโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ผนวกรวมกับนโยบายอื่นๆ อีก เช่น เบี้ยคนชรา ค่าโดยสารสำหรับผู้ป่วย ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่า...........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;#39;เป็นนโยบายที่เอาชนะใจกลุ่มคนจนจำนวน ๑๑ &amp;nbsp;ล้านคน&amp;#39; มากขึ้นอย่างรวดเร็ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมมองว่า พรรคพลังประชารัฐ อาจ &amp;#39;ชนะเด็ดขาด&amp;#39; ได้เลย เพราะสามารถจับกลุ่มเป้าหมาย คือ &amp;#39;กลุ่มคนจน&amp;#39; ประมาณ ๑๑ ล้านคนและผลิตนโยบายออกมาตอบสนองได้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดง่ายๆ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;#39;บัตรคนจน&amp;#39; เอาชนะ &amp;#39;๓๐ บาทรักษาทุกโรค&amp;#39; ได้แบบไม่เห็นฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วาทกรรมเรื่อง ๓๐ บาท ของคุณทักษิณ ที่พูดมาตลอดนั้น มาถึงจุดที่.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;#39;แพ้แล้ว&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนรู้สึกว่า &amp;#39;บัตรคนจน&amp;#39; เป็นประโยชน์มากกว่า!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ถ้าดูคะแนนนิยมส่วนตัว &amp;#39;พลเอกประยุทธ์&amp;#39; ซึ่งผมสำรวจมา ๔ หน ชนะแค่ ๓ หน แต่ครั้งสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.......เริ่ม &amp;#39;ชนะเยอะ&amp;#39;!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคะแนนนิยม &amp;#39;พรรคพลังประชารัฐ&amp;#39; แพ้มาตลอด แต่วันนี้ &amp;#39;พลิกกลับมาชนะ&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลที่พลิกกลับมาชนะ คิดว่ามาจากเรื่อง &amp;#39;บัตรคนจน&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนี้ อีก ๙๐ วัน..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;#39;พรรคพลังประชารัฐ&amp;#39; จะออกนำพรรคเพื่อไทย &amp;#39;แบบทิ้งห่าง&amp;#39; มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะตอนนี้ เพื่อไทยไม่มีนักคิด ที่จะมาคิดทำนโยบายเหมือนสมัยก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ เหลือแต่สู้ด้วยการ &amp;#39;ปลุกใจ&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างนี้.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางการเมืองเพื่อไทย &amp;#39;แพ้แล้ว&amp;#39;!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสงครามปลุกใจอย่างเดียว ไม่ทำให้ชนะ ต้องมีประชาชนสนับสนุนด้วย ถึงจะชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ &amp;#39;พลังประชารัฐ&amp;#39; กำลังทำปรากฏการณ์เป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;#39;พายุที่จะกวาดเพื่อไทย&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็น &amp;#39;พรรคแรก&amp;#39; ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ที่จะเอาชนะพรรคเพื่อไทยได้เป็น &amp;#39;ครั้งแรก&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฝั่ง &amp;#39;พรรคพลังประชารัฐ&amp;#39; มีประชาชน มีนักคิด สนับสนุนจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ &amp;#39;มีแนวโน้มสูงมาก&amp;#39; ที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...เพื่อไทยและไข่พวงอีก ๔-๕ พรรค ฟังแล้ว ไม่สะอึก หากแต่ &amp;quot;สำลัก&amp;quot; ชักแหง็กๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วย &amp;quot;บัตรคนจน&amp;quot; จะเป็นพายุกวาดเพื่อไทย &amp;quot;๓๐ บาทรักษาทุกโรค&amp;quot; ตกใต้ถุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังแล้ว...เห็บแม้วบอก...ตายดีกว่า!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะไม่ฟังก็ไม่ได้ เพราะอาจารย์สังศิต การันตี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้ ๘,๐๐๐ ตัวอย่าง ใน ๓๕๐ เขตเลือกตั้ง ใน ๗๗ จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมายความว่า ทำ &amp;quot;ทั่วทั้งประเทศ&amp;quot; ในทุกเขตเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถมตีตรายี่ห้อ &amp;quot;ดร.สังศิต&amp;quot; ประทับเปรี้ยงลงไปด้วย ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อมั่นทางสถิติได้ ๙๐%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเอา &amp;quot;หอน&amp;quot; ผิดคีย์กันไปทั้งพวงพรรค.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับใครๆ ที่ดี๊ด๊ากับผล &amp;quot;นิด้าโพล&amp;quot; วานซืน ที่ว่า &amp;quot;สุดา ดาวเรือง&amp;quot; คะแนนนิยม อันดับ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแค่ &amp;quot;กลุ่มตัวอย่าง&amp;quot; ๑,๒๖๐ คน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนี้ อาจารย์สังศิตไม่ได้พูด ผมพูดเอง วิเคราะห์เอง จากฐาน ๑๑ ล้านคน ที่ชื่นชอบ &amp;quot;บัตรคนจน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถมด้วยฐานคะแนนนิยมจาก &amp;quot;เหยื่อหนี้นอกระบบ&amp;quot; ที่พลเอกประวิตร ไปช่วยง้างปากนายทุนนำโฉนดมาคืนให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมแล้ว ขี้หมู-ขี้หมา ตอนนี้ พลังประชารัฐ ๑๒-๑๓ ล้านคะแนนศรัทธา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะอุ่นกระเป๋า!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองนำ ๑๒-๑๓ ล้าน แปลงค่าออกมาเป็น ส.ส.ระบบเขต ผมตีสูง ๘ หมื่นเสียง ต่อ ส.ส. ๑ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหนาะๆ ไม่หนี ๑๕๐-๑๖๐ ที่นั่ง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากผลโพลอาจารย์สังศิต จะเห็นว่า คะแนนนิยมออกมาในคาดหมาย &amp;quot;พลเอกประยุทธ์&amp;quot; เป็นนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้ พลังประชารัฐ ด้วย ๑๕๐-๑๖๐ เสียง เป็นแกนตั้งรัฐบาล ส่งพลเอกประยุทธ์ผ่านสภาขึ้นเป็นนายกฯ ได้ลอยลำ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คิดเล่นๆ ด้วยตัวเลขหยาบๆ ของผมเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นตามที่ ดร.สังศิตว่า &amp;quot;พลังประชารัฐจะกวาดเพื่อไทย&amp;quot; ตกใต้ถุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยฐานผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง กว่า ๕๐ ล้านคน ในกุมภา ๖๒ ออกมาใช้สิทธิ์กันซัก ๗๐%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลังประชารัฐ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะได้คะแนนรวม &amp;quot;ทั้งประเทศ&amp;quot; ไม่หนี ๒๐ ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บ้านจะเป็นบ้าน......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองจะเป็นเมือง&amp;quot; ซะที!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23051</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะศิษย์หลวงตาพระมหาบัว, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, วัดป่าบ้านตาด, อุดรธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180511/image_mid_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
