<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 23:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ใจป้ำรับอุ้มค่าน้ำมันวินมอ&#039;ไซค์ 3 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธพ.แย้ม ปตท.รับอุ้ม 3 บาทราคาน้ำมันวินมอเตอร์ไซค์ ด้านก.พลังงานหารือสมาคมยานยนต์ขอใช้สัดส่วนบี 7 เต็มจำนวน จากปัจจุบัน 6.5-6.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมประชุมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย โดยธนาคารกสิกรไทย ร่วมดำเนินการบัตรบลู การ์ดกับ ปตท. และธนาคารกรุงไทยในฐานะหน่วยงานที่เชื่อมโยงข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยขณะนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ปตท.จะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนน้ำมันทั้งหมด 3 บาทต่อลิตร จากเป้าหมายเดิมที่จะให้ ปตท.รับผิดชอบ 1 บาทต่อลิตร และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรับผิดชอบ 2 บาทต่อลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีหลักเกณฑ์บางอย่างที่ไม่สามารถดำเนินการ โดยจำนวนรถที่เข้าหลักเกณฑ์ที่ต้องมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และขึ้นบัญชีกับกรมการขนส่งทางบกมีประมาณ 4 หมื่นราย กำหนดให้ได้รับการช่วยเหลือวันละไม่เกิน 5 ลิตรต่อรายต่อวัน หรือประมาณ 150 ลิตรต่อเดือน หรือ 450 บาทต่อเดือน รวมประมาณ 18 ล้านบาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่า เครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ซื้อน้ำมัน ปั๊ม ปตท.ทั้ง 1,800 แห่งทั่วประเทศจะใช้เครื่องรูดบัตรอีดีซีได้เฉพาะเครื่องของธนาคารกรุงไทย หรือสามารถรูดบัตรผ่านเครื่องอีดีซี ของ ปตท.ที่ใช้เครือข่ายธนาคารกสิกรไทยได้หรือไม่ ซึ่งจะเร่งดำเนินการเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังประชุมกับตัวแทนสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.กระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ว่า ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการรถยนต์ว่ากระทรวงพลังงานจะขอให้ผู้ค้าน้ำมันปรับปรุงสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล บี 7 ให้มีสัดส่วนเต็ม 7% ซึ่งตัวเลขทางเทคนิคอาจจะขึ้นไปอยู่ระหว่าง 6.8-7.2% ซึ่งจะมีค่าเฉลี่ย 7% จากปัจจุบันที่ผสมอยู่ประมาณ 6.5-6.7% เพื่อช่วยดูดซับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) ซึ่งจะดูดซับได้อีก 8 หมื่นตันต่อปี จากปัจจุบันใช้ 1.3 ล้านตันต่อปี เพราะจะมีการใช้ซีพีโอเพิ่มอีก 0.4% หรือประมาณ 95 ล้านลิตรต่อปี โดยสมาคมยานยนต์จะนำไปหารือด้านเทคนิคก่อนจะกลับมาแจ้งให้ทราบในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานได้เดินหน้าส่งเสริมการใช้บี 20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถโดยสาร เรือโดยสาร และเรือขนส่งอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 26 ต.ค.นี้ จะขยายผลนำไปใช้กับรถเมล์เพิ่มเติม เพราะยอดใช้ในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านลิตรต่อเดือน จากเป้าหมายอยู่ที่ 15 ล้านลิตรต่อวัน
นายองอาจ พงศ์กิจวรสิน สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า หลังจากประชุมกับกระทรวงพลังงานแล้วจะนำเรื่องไปหารือภายในสมาคม ทั้งในเรื่องหลักการและด้านเทคนิค เพราะหากไม่เกิน 7% ผู้ผลิตรถยนต์สามารถรับได้ หลังจากนั้นจะส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงพลังงานอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20750</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงาน, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), รถจักรยานยนต์รับจ้าง, วินมอเตอร์ไชค์, สมบูรณ์ หน่อแก้ว, อุดหนุนราคาน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8ed0c22aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
