<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตางานค้างท่อพลังงาน รัฐมนตรีคนใหม่รื้อหรือสานต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ที่ 4 รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของรัฐบาลลาออกจากหน้าที่ พร้อมกับลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งนำทีมโดย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการประกาศลาออกของทั้ง 4 รัฐมนตรี เป็นช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 อย่างหนักในประเทศ และเกิดผลกระทบมากมาย ทั้งคนตกงาน ขาดรายได้ รวมทั้งธุรกิจต่างๆ โดนผลกระทบมากมายเป็นห่วงโซ่ แม้กระทรวงพลังงานจะมีนโยบายออกมา แต่ก็ต้องถูกพับแผนไปก่อน และต้องหันมาลุยกับนโยบายที่จะช่วยเยียวยาผลกระทบดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ต้องยอมรับว่า มาตรการต่างๆ ของกระทรวงพลังงานช่วงแรกๆ นั้นได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างค่อนข้างทั่วถึง และตอบโจทย์กับความต้องการที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการคืนเงินประกันค่ามิเตอร์ไฟฟ้า, มาตรการสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศผ่านโครงการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงการเห็นชอบให้ทั้ง 3 การไฟฟ้า ลดอัตราค่าบริการไฟฟ้าลงอีก 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท และมาตรการสำหรับผู้ใช้ไฟประเภท ขึ้นต้นด้วย 111 ใช้ไฟฟ้าฟรี 3 เดือน ส่วนประเภทขึ้นต้นด้วย 112 และ 12 ใช้หน่วยการใช้ไฟฟ้าตามใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือน ก.พ. เป็นหน่วยเดือนฐานสำหรับคิดค่าไฟ ขณะในภาคส่วนของเอกชนได้ขยายระยะเวลาการผ่อนผันการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าขั้นต่ำ 70% (ดีมานด์ ชาร์จ) แก่ผู้ประกอบการประเภทที่ 3-7 โดยกำหนดช่วงเวลาสนับสนุน 3 เดือน ตั้งแต่ เม.ย.-มิ.ย.2563&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนด้านการลดรายจ่ายแก่ประชาชน เช่น ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนและภาคธุรกิจด้วยการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจากการนำเข้าแอลเอ็นจีตลาดจร, การตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ถึง ก.ย.63 และจะพิจารณาขยายไปถึง ธ.ค.63, ช่วยเหลือส่วนต่างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) สำหรับรถสาธารณะ และลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 50 สต.ต่อลิตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อสถานการณ์นั้นใกล้จบลงไป ผลกระทบของโควิด-19 นั้นได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในประเทศไทยเองการแพร่เชื้อนั้นลดลงเรื่อยๆ และกลายมาเป็นศูนย์อยู่สักระยะหนึ่ง กิจกรรมทางสังคมก็เริ่มกลับมากขึ้น แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นยังกลับมาไม่เต็มที่ พร้อมกับนโยบายที่เข้าไปช่วยเหลือก็เริ่มหมดอายุ จึงทำให้ประชาชนและผู้ทำธุรกิจยังวิตกกังวล ด้วยจากสถานการณ์ของต่างประเทศนั้นยังคงรุนแรง การดำเนินธุรกิจที่จำเป็นต้องการข้ามแดนนั้นยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากเหตุการณ์เดิมรวมกับความกังวลในปัจจุบันทำให้เศรษฐกิจของไทยนั้นล้มระเนระนาด รัฐบาลเองก็ยังต้องเดินหน้าที่จะสนับสนุนกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่รัฐบาลจะต้องออกมาตรการผ่านทุกกระทรวง ทุกกรม เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นตัวเลขเศรษฐกิจและเยียวยาสังคมให้มากที่สุด หลังจากได้รับผลกระทบมาอย่างหนัก ในส่วนของพลังงานเองก็ได้เสนอโครงการไปหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่ต้องอาศัยการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนที่ยังพอมีกำลัง เพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยได้รวบรวมอยู่ในนโยบายพลังงานสร้างไทย เป็นการเตรียมแผนงานด้านพลังงานเพื่อลดค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนหลังสถานการณ์เชื้อโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ซึ่งมีสาระสำคัญที่จะดำเนินการ 3 ด้าน ในช่วงปี 2563-2565 คิดเป็นวงเงินลงทุนด้านพลังงานกว่า 1.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในปี 63 วงเงิน 200,000 ล้านบาท, ปี 64 วงเงิน 457,000 ล้านบาท และปี 2565 วงเงิน 450,000 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ เริ่มดำเนินการศูนย์กลางก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี ฮับ) และเริ่มการลงทุนพัฒนากริด โมเดิร์นไนเซชั่น และศึกษาความเป็นไปได้ของการเชื่อมโยงกริดกับประเทศเพื่อนบ้าน การรื้อถอนแท่นปิโตรเลียม และเร่งคลังเก็บแอลเอ็นจี รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ที่คาดว่าจะเกิดการลงทุนและสร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 10,000 คน เมื่อครบเป้าหมาย 700 เมกะวัตต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันนั้นเมื่อไม่มีคนคุมบังเหียน การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวงก็อาจจะสะดุดไป ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการพลังงานคนใหม่ ซึ่งถ้าไม่ผิดโผก็จะได้เห็น &amp;quot;สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาวน์&amp;quot; นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีพลังงาน คนที่ 14 ต่อจากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ได้ลาออกจากกระแสกดดันในเกมการเมือง และคงต้องมาลุ้นกันต่อว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะเดินหน้าสานต่อหรือรื้อโครงการต่างๆ เหล่านี้ทิ้งแล้วตั้งโครงการใหม่ๆ ขึ้นมาแทน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าชุมชน ที่ผ่านมานายสนธิรัตน์ได้พยายามผลักดันให้บรรจุไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 หรือ PDP 2018 rev1 ด้วยการทบทวนประเภทเชื้อเพลิงพลังงานหมุนเวียน ลดสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์แล้วบรรจุเพิ่มโรงไฟฟ้าชุมชนกำลังการผลิต 1,933 เมกะวัตต์ (ปี 2563-67) โดยจะทยอยเข้าระบบล็อตแรกปี 2564-65 จำนวน 700 เมกะวัตต์ (แบ่งเป็นประเภทควิกวิน 100 เมกะวัตต์ ทั่วไป 600 เมกะวัตต์) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่าได้รับความสนใจอย่างมา แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก เนื่องจากติดที่ร่างพีดีพีใหม่ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี และยิ่งเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่าจะต้องมีการทบทวนแผนพีดีพีกันใหม่อีกรอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล (B100) ซึ่งเมื่อวันที่ 1 ม.ค.63 ที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดให้ดีเซล B10 (ดีเซลผสมบี 100 สัดส่วน 10%) เป็นน้ำมันพื้นฐานได้สำเร็จ และยังมีดีเซล B7 และ B20 เป็นน้ำมันทางเลือก เพื่อยกระดับราคาปาล์มให้แก่เกษตรกรและพยุงราคาปาล์มที่ตกต่ำ และยังมีแผนที่จะยกระดับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานกลุ่มเบนซิน และจะยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 แต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีแผนของการเปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ครั้งที่ 23 ในพื้นที่แหล่งปิโตรเลียม จำนวน 3 แปลง บริเวณอ่าวไทย รวมพื้นที่กว่า 34,873 ตารางกิโลเมตร ถูกเลื่อนมาจากเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และยังมีเรื่องการปรับโครงสร้างกิจการก๊าซธรรมชาติเพื่อไปสู่เสรีและหนุนให้ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางภูมิภาค (Hub) ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการนำร่องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้ามาเป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือ Shipper เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าให้ กฟผ.เองไปแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการปรับเกณฑ์โซลาร์ภาคประชาชน จะเดินหน้าต่อหรือหยุดไว้ ยังไม่รวมถึงกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ขณะนี้มีโครงการที่ยื่นของบในปี 2563 และอยู่ระหว่างการคัดกรองกว่า 5,100 โครงการที่รอการพิจารณา. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73059</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, อีโคโฟกัส, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f24004405190.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันติ&#039; เผย &#039;อุตตม&#039; ลาออกปธ.กมธ.งบประมาณฯแล้ว มั่นใจงบปี 64 ไม่สะดุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า นายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.คลัง ได้ลาออกจากประธานคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณพ.ศ.2564 แล้ว ซึ่งตนได้ทำหนังสือแจ้งไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ การทำงานของคณะกมธ.ไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใด เพราะเรามีรองประธานถึง 21 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ กล่าวอีกว่า สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น คนทราบดีว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว ถ้าจะให้ความเห็นก็จะเป็นการสับสน เราต้องเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม เพราะท่านเป็นคนเก่ง ขยัน ทำจริง เสียสละทำงานเหน็ดเหนื่อยเพื่อบ้านเมือง งั้นเราต้องเคารพและเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย จะมาเป็นรมว.คลัง ในฐานะที่เป็นรมช.คลังจะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ตอนนี้ก็ยังข่าวอยู่ และไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมด้วย เพราะเชื่อมั่นในนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71997</URL_LINK>
                <HASHTAG>สันติ พร้อมพัฒน์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f15398a3bcc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นนายกฯแล้ว &#039;อุตตม&#039; ยัน 4 กุมารลาออกเพื่อให้ชาติเดินหน้า เปิดทางปรับ ครม.ลดแรงกดดันการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานช่วงเช้าก่อนที่นายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกฯ จะเดินทางมายื่นหนังสือลาออกกับนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ มีรายงานว่าทั้ง 4 คน ได้เดินทางไปโรงแรมหรรษา นัดหารือกันเพื่อพูดคุยลำดับขั้นตอนต่างๆ รวมถึงกำหนดตัวบุคคลและประเด็นที่จะให้สัมภาษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 10.00 น. ทั้ง 4 คน เดินทางถึงทำเนียบฯโดยลงรถหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะเดินขึ้นตึกพร้อมๆกันและให้ช่างภาพถ่ายภาพ ทั้งหมดมีสีหน้าแจ่มใส พร้อมกันนี้หลังยื่นหนังสือลาออกได้ขึ้นชั้นบนตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อสักการะพระพรหมประจำตึกไทยฯ และลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายายสิ่งศักดิ์ประจำทำเนียบฯเพื่ออำลาตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.40 น.นายอุตตม กล่าวว่าวันนี้พวกตนทั้ง 4 คน ได้นำหนังสือลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคนยื่นต่อนายกฯ ผ่านนายดิสทัต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.เป็นต้นไป พร้อมกันนี้นายกอบศักดิ์ ได้รับมอบหมายจากนายสมคิด ให้นำหนังสือลาออกของนายสมคิดมายื่นพร้อมกันด้วย จากนี้ถือว่าโล่งอกในระดับหนึ่ง การลาออกครั้งนี้พวกเราเห็นพ้องกันว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม มองแล้วเหตุการณ์ที่เราเห็นกันอยู่เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ความคลุมเครือหายไป เราจะได้มีส่วนช่วยลดความกดดันทางการเมืองที่อาจมีต่อนายกฯในช่วงเวลานี้ อาจส่งผลให้เกิดความชะงักในการบริหารงาน คิดร่วมกันแล้วจึงลาออกในช่วงนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน เช่น ในเรื่องการปรับครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการลาออกเพราะได้รับแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่าเราคิดของเราเอง ไม่ได้ถูกกดดัน ส่วนการลาออกเข้าใจว่าขณะนี้นายกฯทราบเรื่องแล้ว เพราะประสานนายดิสทัตมาก่อน ถือว่าจากกันด้วยดี และนายสมคิดไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับการพูดคุยกับนายกฯให้ฟัง ช่วงนี้พวกเราต้องช่วยกันประคับประคองสถานการณ์บ้านเมือง ส่วนอนาคตนั้น อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต่อสังคม เราสามารถทำสิ่งเหล่านั้น ไม่ปิดกั้นการร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการทาบทามหรือตั้งกลุ่มการเมืองใหม่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่าส่วนตัวไม่มี และเชื่อว่าทุกคนยังไม่ได้เดินในเรื่องนี้ เมื่อถามว่าการลาออกเพราะนายสมคิดขอให้ลาออกพร้อมกันหรือไม่ นายอุตตมกล่วาว่า ไม่ใช่ เราหารือและคิดกันเอง นายสมคิดก็เห็นพ้อง แต่ในส่วนของนายสมคิดนั้นสื่อมวลชนคงทราบแล้วบ้าง ว่าเรื่องสุขภาพเป็นเหตุผลหนึ่ง หากได้พักผ่อนพื้นฟูสุขภาพน่าจะเป็นสิ่งที่ดี รวมถึงพวกตนจะถือโอกาสพักผ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการเข้าสู่การเมืองครั้งนี้มีอะไรได้มา เสียไปอย่างไรบ้าง นายอุตตม กล่าวว่า ในนามของพวกตน ขอขอบคุณนายกฯ ที่ให้ความไว้วางใจให้โอกาสมาทำงานให้บ้านเมืองมาระยะหนึ่ง ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาพอประมาณ ตนขอขอบคุณที่ไว้วางใจให้พวกเรามาทำงานให้ชาติบ้านเมืองและทำงานให้นายกฯ สำหรับตนนี่คือสิ่งที่ทำสำคัญที่สุดที่พวกเราได้มาในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าจะพูดได้หรือไม่ว่ายังไม่เข็ดการเมือง นายอุตตมกล่าวว่า &amp;ldquo;เอาเป็นว่าวันนี้ยังไม่ได้คิดจริงๆ เอาทีละขั้นตอน&amp;nbsp;ขอคิดนิดนึง เราคนไทยมีหน้าที่กันทุกคน ในการประคับประคองให้ประเทศเดินหน้าไปได้ในภาวะเช่นนี้ เรามีเหตุผลในการลาออกของเราที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์กับการบริหาร ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤติ ส่วนใครจะมารับหน้าที่ต่อนั้นเราไม่ทราบแต่เชื่อว่านายกฯมีความสามารถ คงหาคนมีความสามารถมาร่วมทีม ขณะที่ตำแหน่งในกมธ.งบประมาณรายจ่ายปี 2564 นั้นคงหลุดไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ที่ต้องลาออกขณะที่มีงานค้างอยู่ นายอุตตมกล่าวว่า พวกตนไม่ยึดติดตำแหน่งและไม่เสียดาย เราได้รับโอกาสมาทำงานก็ทำงาน เมื่อไม่มีตำแหน่งก็สามารถทำงานเป็นประโยชน์ได้ เมื่อถามว่าเจ็บตัวในการเข้าการเมืองหรือไม่นายอุตตม กล่วาว่า ไม่เจ็บตัว เพราะไม่ว่าใส่หมวกใบไหนก็ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71624</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 กุมาร, กอบศักดิ์ ภูตระกูล, นายสนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fe93c64b26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อุตตม&#039;ดอดเก็บของออกจากคลังฟุ้ง1ปีทำงานเพื่อประชาชนเต็มที่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.2563 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงการคลัง นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้กล่าวระหว่างเข้ามาเก็บของที่กระทรวงการคลังภายหลังยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับความในใจช่วง 1 ปี ที่ทำงานในตำแหน่ง รมว.การคลัง ว่า ที่ผ่านมาคงเป็นเรื่องของทางสังคมที่จะเป็นผู้ได้รับทราบ ได้พิจารณาว่ากระทรวงการคลังทำงานอย่างไร ในส่วนของผมเอง ไม่ถือว่าเป็นผลงานของผมเลย ต้องถือว่าเป็นผลงานร่วมของทุก ๆ คนที่กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตัวผมทำงานกับท่านผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังมาตลอด ถือว่าเราได้ทำอย่างเต็มที่ ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ทั้งหมดได้ปรากฏออกมาตามที่ได้เห็นกัน โดยหลังจากนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องการเมืองต่อ อยากขอพักผ่อนก่อนนิดนึง&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว
&amp;nbsp;นายอุตตม กล่าวอีกว่า หลังจากนี้เชื่อมั่นในพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะมีทีมด้านเศรษฐกิจที่มีความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนได้ โดยส่วนตัวหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น และเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ อยากขอฝากฝ่ายข้าราชการของกระทรวงการคลังว่า ทุกท่านได้ทำงานหนักมาโดยตลอดอย่างที่ได้เห็น โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจบ้านเมืองถูกกระทบ เศรษฐกิจโลกก็ยังมาเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านให้ทำงานต่อไปอย่างเข้มแข็ง เพื่อประชาชน เพื่อสังคม ซึ่งกระทรวงการคลังในฐานะเป็นกระทรวงเศรษฐกิจก็คงจะต้องมีบทบาทต่อไป ในการดูแลประชาชน ดูแลผู้ประกอบการให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามวิกฤติครั้งนี้ไปได้ ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าว ถามว่า ในช่วงรอยต่อทางการเมือง เป็นห่วงอะไรมากที่สุด นายอุตตม ระบุว่า คงไม่สามารถลงรายละเอียดได้ ส่วนนโยบายต่าง ๆ ที่ได้เคยทำมา คงเป็นเรื่องของรัฐมนตรีคนใหม่ที่จะมาทำงานต่อจะเป็นผู้พิจารณา ผมคงไม่ได้ไปพูดว่าจะให้ทำต่อหรือไม่ อย่างไร
&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายอุตตม ได้ยกเลิกทุกภารกิจการประชุมสำคัญที่กระทรวงการคลังวันนี้ทั้งหมด และได้เดินทางเข้ามาเก็บข้าวของในห้องทำงานชั้น 3 ที่กระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71613</URL_LINK>
                <HASHTAG>อุตตม สาวนายน, เก็บของออกจากกระทรวงการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec61e99b9b68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039; คอนเฟิร์ม 16 ก.ค.เวลา 08.00 น.  &#039;รมต.กลุ่ม 4 กุมาร&#039; ยื่นลาออกพ้นครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.63 - นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตน รวมถึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เตรียมยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นความจริง โดยจะยื่นใบลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 16 ก.ค. ผ่านนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา​ 08.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามวัน​ที่&amp;nbsp;16 ก.ค. นายกรัฐมนตรี และคณะมีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.ศรีสะเกษ โดยจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร2 กองบิน6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลา 07.00 น. และจะเดินทางกลับถึงกทม. ในเวลา 19.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71537</URL_LINK>
                <HASHTAG>4กุมาร, ลาออก, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5fa4c79201.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นับ1เขย่าเก้าอี้ครม. 4กุมารไขก๊อกพปชร.‘ประยุทธ์’คุยพรรคร่วมจับตาโควตานายก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปิดฉาก 4 กุมารตอนแรก &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; นำแถลงไขก๊อกอย่างเป็นทางการ บอกถึงเวลาเหมาะสม ตอนนี้ยังไม่คิดตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมืองใหม่ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เคารพการตัดสินใจ ลั่นได้เวลานับหนึ่งเขย่าเก้าอี้ ครม. ชี้ต้องคุยกับหัวหน้าทุกพรรคร่วมจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะเก้าอี้ รมต.ในโควตานายกฯ เผยเล็งไว้หลายคนในทุกภาคส่วน แต่ยังไม่ได้ทาบ รับประยุทธ์ 2/2 ต้องสร้างการยอมรับ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว กลุ่ม 4 กุมารประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีต เลขาธิการพรรค พปชร., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค พปชร. และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ อดีตกรรมการบริหารพรรค พปชร. แถลงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร.อย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอุตตมกล่าวว่า การทำงานร่วมกับพรรคมา 2 ปี ถือว่าภารกิจนำพาพรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ได้สำเร็จ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และเวลานี้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว จึงขอยุติบทบาทในทางการเมืองกับพรรค พปชร. ที่มีผู้บริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ต่อไป โดยจะเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายบริหารในตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ และยังไม่ได้มีความคิดไปตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมือง
&amp;quot;การแถลงวันนี้เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ส่วนการจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งใดๆ ในอนาคตเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ โดยขึ้นอยู่กับนายกฯ เวลานี้ขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หากจะมีการปรับเปลี่ยนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถือเป็นเรื่องของนายกฯ ทั้งนี้ พวกเราทำปัจจุบันให้เต็มที่ วันข้างหน้าเป็นเรื่องของวันข้างหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันนี้ถือเป็นการปิดตำนาน 4 กุมารได้หรือยัง หรือจะมีภาคต่อไป นายอุตตมตอบว่า เอาเป็นว่าวันนี้เราได้บรรลุในสิ่งที่เราตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้น ถือว่าบรรลุแล้ว อาจเรียกได้ว่าจบไปตอนหนึ่ง และเราจะทำงานของเราต่อ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรยังไม่ได้คิด แล้วจะเป็นอย่างไรขอให้ดูโอกาสที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนมีแน่นอน เชื่อว่าอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าจะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีความคิด ยังขอทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การลาออกจากพรรคในวันนี้ไม่ได้มีการแจ้งนายกฯ เพราะถือเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร แต่คิดว่านายกฯ คงได้ติดตามข่าวอยู่แล้ว วันนี้ขออยู่กับปัจจุบัน ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ยังไม่อยากไปคิดถึงเรื่องตำแหน่งใดๆ ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวเช่นกันว่า เราไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง และแยกแยะบทบาทในพรรค พปชร.กับฝ่ายบริหารในฐานะรัฐมนตรี โดยจะทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด ส่วนสัดส่วนของ ครม. หากไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว จะเป็นโควตากลางของนายกฯ หรือไม่นั้น เราไม่ไปก้าวล่วง เพราะอยู่นอกขอบเขตการตัดสินใจ และอนาคตจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯ พิจารณา ที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของ พปชร. แม้จะไม่เคยทำงานการเมือง แต่ก็สร้างพรรคจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และอยากให้พรรคเข้มแข็ง เดินหน้าเป็นสถาบันการเมืองต่อไป
4 กุมารบอกสมคิดแล้ว
&amp;ldquo;สายใยความผูกพันกับสมาชิกจะไม่หายไป ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ยังเป็นครอบครัวกัน ไม่ได้ขัดแย้งกัน และเคยพูดเสมอว่าไม่ถอดใจ การมาทำงานการเมืองคือความเสียสละ ทำหน้าที่ให้ดี ตราบใดที่มีหน้าที่จะทำให้ ไม่ได้ยึดตำแหน่งหรือหวังอะไร ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคได้บอกกล่าวกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แล้ว ซึ่งท่านให้กำลังใจในการทำงาน แต่ไม่ได้แนะนำอะไร เพราะท่านเคารพการตัดสินใจของพวกเรา&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ย้ำว่า ในวันนี้พวกเราจะยังทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารจนถึงที่สุด จนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จะมาคิดเรื่องโควตาในวันนี้ โดยสิ่งที่รู้สึกคือภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างพรรคใหญ่ เป็นสถาบันทางการเมืองให้ประชาชนมีความหวัง สมาชิกพรรคทั่วประเทศ เราไม่มีการโกรธชังกัน ถึงวันนี้เราจะลาออกจากพรรค แต่มิตรภาพจะยังคงอยู่ เราแค่เลือกทางเดินในวิถีของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า เคารพการตัดสินใจ ถือเป็นเรื่องภายในพรรค ซึ่งก็ต้องเตรียมพิจารณาว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป วันนี้ขอให้ท่านเชื่อมั่นระบบบริหารราชการแผ่นดินของเรา เชื่อมั่นในตนเองที่จะนำพาประเทศชาติในช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ในส่วนการปรับเปลี่ยน ครม.ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นวิถีทางทางการเมือง การเข้ามาเป็น ส.ส. การเข้ามาเป็นรัฐมนตรี การจะเข้ามาเป็น ครม. การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องไปพูดคุยเจรจากันอีกครั้ง ซึ่งคำตอบอันนี้ยังไม่มีให้ว่าใครจะเป็น ใครจะเข้า ใครจะออก เพราะเราต้องคุยกับพรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามกลไกทางการเมือง ขอให้ใจเย็นๆ
เมื่อถามว่า ที่มีข่าวว่ากำหนดไว้ว่าเดือน ก.ย.จะปรับ ครม.ถึงวันนี้จะเร็วขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามว่า &amp;quot;ดูจากการปรับ ครม. ใครปรับหรือยัง ผมพูดเมื่อไหร่ว่าจะมีขึ้นในเดือน ก.ย. ผมไม่เคยพูดจะปรับในเดือนกันยายนเลย พวกคุณไปตีความกันเอง&amp;quot;
เมื่อถามย้ำว่า ช่วงเวลาที่นายกฯ วางไว้เป็นช่วงเดือนไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบทันทีว่า &amp;quot;ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่ไม่ได้พูดว่าเป็นเดือนกันยายน&amp;quot;
เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่กำหนดชัดเจนว่าจะปรับ ครม.เมื่อไหร่ ก็จะมีการวิ่งเต้นเพื่อขอตำแหน่งกันอีก พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า &amp;quot;วิ่งกับใคร ผมยืนยันว่าใครจะวิ่ง ใครจะอะไร คนวิ่งมากๆ ก็อาจไม่ได้ก็ได้ แต่ขอร้องว่าอย่าทำให้เกิดความสับสนอลหม่านได้หรือไม่ ใครจะวิ่งก็วิ่งไปเถอะ ผมจะตัดสินใจด้วยตัวของผมเอง และผมก็ต้องคุยกับหัวหน้าพรรคทุกพรรค&amp;quot;
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อ 4 กุมารไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วจะส่งผลต่อเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องกลไกภายในพรรค เพราะสัดส่วนในการเข้ามาเป็นรัฐมนตรีมาจากพรรคการเมืองเป็นอันดับแรก โควตาคนนอกก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าตนเองก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พปชร. เพราะฉะนั้นสัดส่วนรัฐมนตรีก็ต้องฟังจากพรรคเป็นหลัก การจะนำคนนอกเข้ามาก็เป็นโควตาของเขา ซึ่งตนเองก็ขอเขามา และเขาก็ให้เข้ามาตรงนี้ รวมทั้งมีรัฐมนตรีหลายคนที่มากับตนเองด้วย
เมื่อถามว่า การที่ 4 คนลาออกจาก พปชร. ถือว่าเป็นโควตาของนายกฯ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดิมก็เป็นเช่นนั้นอยู่ และเป็นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นวันนี้ต้องไปดูว่าโควตาเหมาะสมแล้วหรือยัง ใครจะได้เพิ่ม ใครจะได้ลดอย่างไรก็ไปว่ากันอีกที
ซักอีกว่าพูดได้หรือไม่ว่าการปรับ ครม.ครั้งหน้าจะเป็นการปรับใหญ่หรือปรับเฉพาะที่จำเป็น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เท่าที่จำเป็น ใครที่เขาทำงานดีอยู่แล้วก็ให้เขาทำงานต่อ ที่ผ่านมาทุกคนทำงานดีทั้งหมด ไม่ได้ว่าใครไม่ดี เพียงแต่กลไกทางการเมืองและวิถีทางการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ย้ำ 4 เก้าอี้โควตานายกฯ
เมื่อถามย้ำว่า โควตาสัดส่วน ครม.ของนายกฯ คือเฉพาะตำแหน่งเดิมที่มีอยู่ใช่หรือไม่ นายก?ฯ กล่าวว่า &amp;quot;ผมถึงถามว่าเมื่อเอาเขาเข้ามาแล้วจำเป็นต้องคืนเขาหรือเปล่า ต้องคืนเขาบ้างไหม จะมีคนนอกเข้ามาได้ตรงไหน ก็ต้องไปคุยกันอีก เพราะผ่านมา 1&amp;nbsp; ปีแล้วก็ต้องคุยกันใหม่&amp;rdquo;
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายสมคิดบ้างหรือยัง นายกฯ ตอบว่า ก็มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด นายสมคิดก็บอกว่าท่านเองก็พร้อมทุกเรื่อง แต่เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีกระแสข่าวโจมตีและขย่มนายสมคิดบ่อยครั้ง พอยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่มีปัญหาระหว่างกัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ผมเองก็ต้องดูมีการขย่มกันทั้ง 2 ฝ่าย สื่อก็รู้ว่าใครขย่มใคร แล้วใครขย่มกันอย่างไร วิธีไหน บางทีก็พูดกันไปเรื่อย สื่อก็เอาไปพาดหัวข่าว ซึ่งผมก็ไม่รู้ ผมก็ต้องดูว่าใครขย่มใคร และใครถูกใครผิด ผมจะตัดสินของผมเอง&amp;quot;
ถามอีกว่า หากดูตามระยะเวลาแล้ว คิดว่าถึงเวลาที่จะปรับ ครม.แล้วหรือยัง ในขณะที่ยังมีวิกฤติหลายด้าน นายกฯ กล่าวว่าพวกท่านก็รู้ว่ายังมีวิกฤติอยู่ ดังนั้นวันนี้ก็ต้องทำงานกันไปก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่ต้องปรับก็จะปรับไป แต่ขอให้เชื่อมั่นในกลไกของเรา การบริหารราชการแผ่นดินที่ได้สร้างไว้ ใครจะไปใครจะมา ก็ต้องรักษากฎระเบียบที่วางไว้ใน พ.ร.บ.ต่างๆ ที่ทำไปใหม่ ทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.การเงินการคลัง เราอาจยึดมั่นตัวบุคคลเป็นธรรมดาในเรื่องของความเชื่อมั่น แต่สิ่งสำคัญที่สุดถ้าตัวบุคคลทำงานร่วมกันไม่ได้มันก็อยู่ไม่ได้ถูกหรือไม่
เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯ ยึดนโยบายที่ทุกคนต้องสามารถสานต่องานที่วางได้ ถึงจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้ล็อกถึงขนาดนั้น แต่คิดว่าจะพิจารณาเอง เมื่อถามอีกว่าสิ่งสำคัญในการปรับ ครม.คืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทันทีว่า เพื่อความสงบเรียบร้อย
ซักอีกว่า ต้องปรับทัพ ครม.เศรษฐกิจใหม่ทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ครม.ใหม่ถ้าปรับก็ต้องปรับ ครม.เศรษฐกิจด้วย เพราะ ครม.เศรษฐกิจมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ได้เลื่อนการประชุม ครม.เศรษฐกิจออกไปก่อน โดยจะประชุมที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจทั้งหมดทั้งในและนอกระบบ มาพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของเขาว่ามีแนวความคิดอย่างไร ถึงจะนำเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ นี่คือการบริหารงานแบบนิวนอร์มอล
เมื่อถามว่า ดูจากฝีมือการทำงานของ 4 กุมารแล้ว ครั้งหน้าน่าจะได้กับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;คุณจะถามให้ได้สาระอะไรตรงนี้ ผมตอบไปแล้วในภาพรวม และท่านเหล่านี้ก็ทำงานกับผมมาโดยตลอด มีความสำเร็จมามากมายพอสมควร แต่ก็ต้องไปดูว่ากลไกทางการเมืองว่ากันอย่างไร &amp;nbsp;
มองไว้แต่ยังไม่ได้ทาบ
เมื่อถามว่า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้มองคนนอกไว้จริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ก็มองไว้ ขึ้นอยู่กับว่า...&amp;quot; ทั้งนี้เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงตรงนี้ก็พูดต่อว่า ก็มองไว้ทั่วทุกกลุ่ม ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ดูไว้ทั้งหมด รวมทั้งด้านสาธารณสุขก็ดู เพราะต้องรับผิดชอบทั้ง ครม.
ถามอีกว่า มั่นใจหรือไม่ว่า ครม.จะเป็นที่ยอมรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดแล้วว่าการยอมรัฐเป็นเรื่องยากมากพอสมควร ต้องไปดูมิติอื่นๆ ร่วมด้วย การยอมรับ-ไม่ยอมรับก็เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นเชื่อถือ บางส่วนที่คนอยากให้เข้ามาทำงาน เขาก็ไม่อยากจะมา แต่เราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด ทุกกระทรวง ยืนยันว่ายังไม่ได้ทาบใครเลย
เมื่อถามว่า ที่นายกฯ ระบุว่าจะเปลี่ยนด้านความมั่นคง สาเหตุมาจากอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดในภาพรวมไม่ต้องมาสงสัย มันไม่เกี่ยวอะไรกับตนเองทั้งสิ้น ทำผิดพลาดอะไรในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ถ้าไม่ผิดแล้วจะเปลี่ยนทำไม ถามต่อว่ามีกระแสข่าวเสนอชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ ?เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาเป็น รมว.กลาโหมแทน พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า &amp;quot;ใครเสนอ ถ้าบอกว่ามีการเสนอตามหน้าข่าวต่างๆ ก็ต้องถามว่าใครเป็นคนเขียนข่าว เรื่องนี้ขอให้ฟังผมก็แล้วกัน&amp;quot;
เมื่อถามว่ากระแสตีให้ 3 ป.แตกกัน มีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์นิ่งเงียบก่อนตอบพร้อมส่ายศีรษะว่า เป็นไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า รับแล้ว รับทราบแล้ว และเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน ตัดสินใจอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน เคารพการตัดสินใจ แล้วจะเอาอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา แล้วแต่เขา และไม่ทราบว่าเป็นเรื่องน้อยใจหรือไม่ ส่วนความรู้สึกของคนในพรรค พปชร.นั้น ก็อยู่กัน ใครยังอยู่ก็อยู่ เพราะทุกคนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ต้องมาถามหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะแยกไปตั้งพรรคการเมืองแล้วเป็นพันธมิตรพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ ไม่ได้คุยกันนะ&amp;quot; และเมื่อถามว่า แล้วในอนาคตยังจะทำงานร่วมกันได้อยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังทำงานร่วมกันได้ เพราะทุกคนมีความตั้งใจทำงานให้กับประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าใครทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรค พปชร.แล้วตำแหน่งรัฐมนตรียังคงอยู่หรือไม่ เพราะเป็นโควตาของ พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ต้องขออวยพรให้ทั้ง 4 ท่านโชคดี แต่วันนี้เมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ก็ควรจะคืนโควตา ครม.ที่ตัวเองดำรงตำแหน่งอยู่กลับมาให้พรรค พปชร.ด้วย ตนขอเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งครม.ด้วย ควรคืนตำแหน่งนี้กลับมาให้เป็นสมบัติของพรรค ไม่ใช่ยังกั๊กตำแหน่งอยู่เช่นนี้ เพราะถือว่าวันนี้พวกท่านไม่มีสิทธิ์แล้ว และคนที่จะดำรงตำแหน่งแทนก็ควรจะเป็นสมาชิกของพรรค พปชร.ท่านอื่นๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกท่านได้รับประโยชน์จากพรรคไปมากพอแล้ว ขอให้ท่านกระทำให้เหมือนกับคำพูดที่ท่านบอกว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ไปเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตรที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้มาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. อาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติ?ประกอบรัฐธรรมนูญ? (พ.ร.ป.)? ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรค 1 (2) โดยได้เทียบเคียงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ&amp;nbsp; ซึ่งศาลมองว่าเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคร่วมรัฐบาล, ยุติบทบาทในทางการเมือง, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f071a04024b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการประสานเสียง 4กุมารออกไม่สะเทือนศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2563 เวลา 14.45 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้สั่งยกเลิกการประชุม ในเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกับผู้บริการกระทรวงการคลัง, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), สมาคมธนาคารไทย และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ พิจารณาในวันที่ 10 ก.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การยกเลิกการประชุมมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีดังกล่าว เป็นการยกเลิกอย่างกะทันหัน ก่อนหน้าการประชุมเพียง 15 นาทีเท่านั้น หลังจากที่นายอุตตม 1 ใน 4 กุมาร ได้ร่วมแถลงลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แจ้งยกเลิกการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ในวันที่ 10 ก.ค. 2563 เนื่องจากรัฐมนตรีเศรษฐกิจกลุ่ม 4 กุมาร นำโดยนายอุตตม, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีการแถลงข่าวลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง กล่าวว่า การลาออกจากพรรค พปชร. ของ 4 กุมารนั้น ไม่มีกระทบต่อเศรษฐกิจ ที่ไม่มีผลกระทบเพราะใครก็ตามที่มาแทนทั้ง 4 คน ก็จะยังเดินหน้าทำงานตามแนวนโยบายที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะประเทศไทยขณะนี้อยู่ระหว่างการรับมือการระบาดของโควิด-19 ระยะที่ 2 หลังจากที่ไทยผ่านการดูแลในระยะแรก ซึ่งเน้นการดูแลด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีไม่มากไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระยะต่อไปจึงเป็นขั้นตอนผสมระหว่างการดูแลเพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดบานปลาย โดยตรงนี้ต้องใช้งบด้านสุขภาพ กับอีกส่วนต้องใช้งบในการกระตุ้นเศรษฐกิจและงบในการป้องกันเรื่องคนที่ยากจนลง เพราะฉะนั้นในเงินกู้ จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งมี 4 แสนล้านบาทเพื่อการฟื้นฟู และงบเยียวยา 6 แสนล้านบาท ไม่ว่าใครก็ตามที่มาเป็น รมว.การคลัง คงหนีไม่พ้นต้องทำตามแนวนโยบายนี้ และยังมีมาตรการที่ต้องทำต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องความรู้สึกของคนว่าใครจะมา ใครมาก็ดำเนินมาตรกาภายใต้กรอบนี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง รมว.คลัง ผลกระทบทางเศรษฐกิจคงไม่มี แต่ที่กระทบในแง่ความรู้สึก ด้านจิตวิทยา โดยเฉพาะภาคธุรกิจ คือ คนจะจับตาดูว่า ใครจะมาเป็น รมว.การคลัง จะสร้างความมั่นใจได้หรือไม่ หากเอาคนที่ไม่มีความเชื่อมั่นมาทำงานภายใต้สถานการณ์ขณะนี้ ก็อาจมีผลกระทบกับความมั่นใจคนทั่วไปในส่วนนี้บ้าง&amp;rdquo; นายสมชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวอีกว่า กรณีนายอุตตมลาออกจากพรรค ยังไม่จำเป็นต้องลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี ตรงนี้เป็นคนละเรื่อง กรณีนี้คิดว่าเป็นบารมีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงจะเก็บนายอุตตมเอาไว้ ไม่ต้องการเปลี่ยนม้าศึกเร็วเกินไป เพื่อสร้างความมั่นใจ เพราะตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในขั้นหน้าสิ่วหน้าขวาน ดังนั้นนายกรัฐมนตรี หรือ พปชร. ยังเห็นความจำเป็นของนายอุตตม และการหาคนมาแทนไม่ง่าย แต่แรงกดดันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้นน่าจะเกิดขึ้นหลังการพิจารณางบประมาณปี 2564 ผ่านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า กรณีการประกาศลาออกจากพรรค พปชร. ของ 4 กุมารนั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล และไม่มีผลต่อการทรุดตัวของเศรษฐกิจ &amp;nbsp;เนื่องจากยังไม่ได้เป็นการลาออกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่อาจจะเกิดความกังวลทางด้านจิตวิทยาเล็กน้อยในประเด็นการปรับเปลี่ยน ครม. ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70949</URL_LINK>
                <HASHTAG>4กุมาร, พลังประชารัฐ, ลาออกพรรคการเมือง, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06db881994f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
